All Chapters of โดนไล่ออกจากบ้านแล้วไงข้าจะใช้เป้ข้ามมิติสร้างสวนปรุงรสให้ดู: Chapter 1 - Chapter 8

8 Chapters

บทที่ 1 สวนในความฝัน

แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ส่องลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตารางตัวเลขและรายงานยอดขาย นาฬิกามุมขวาของจอแสดงเวลา 21.15 น.สำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองที่เคยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของพนักงานนับร้อย บัดนี้เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงปลายนิ้วกระทบแป้นพิมพ์เป็นระยะหลินอวี้กะพริบตาช้า ๆ ก่อนยกมือขึ้นนวดขมับ เธออายุยี่สิบแปดปี และใช้ชีวิตแบบนี้มาหลายปีแล้วตื่นเช้า เดินทางไปทำงาน นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แก้รายงาน แก้ตัวเลข แก้สิ่งที่คนอื่นแก้แล้วให้แก้อีกครั้ง จากนั้นกลับห้องในเวลาที่ดึกเกินกว่าจะมีแรงทำอะไรนอกจากอาบน้ำแล้วนอน หน้าจออีเมลยังมีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาอีกฉบับ ทั้งที่งานตรงหน้ายังไม่เสร็จ หลินอวี้เหลือบมองเพียงครู่เดียวก่อนถอนหายใจ แล้วก้มหน้าทำงานต่อเหมือนทุกวันที่ผ่านมาแต่สิ่งหนึ่งที่ยังทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้มีแค่การทำงาน คือสมุดเล่มเล็กที่วางอยู่ข้างคอมพิวเตอร์“อวี้ ยังไม่กลับอีกเหรอ?” เสียงของเมิ่งหลินดังขึ้นจากด้าน ข้าง เพื่อนร่วมแผนกวัยเดียวกันยืนสะพายกระเป๋าอยู่ข้างโต๊ะหลินอวี้เงยหน้า “ใกล้เสร็จแล้ว เธอกลับก่อนเลย”เมิ่งหลินมองกองเอกสารตรงหน้าแล้วถ
last updateLast Updated : 2026-10-24
Read more

บทที่ 2 เมล็ดพันธุ์ในกระถาง

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนหกโมงเช้า หลินอวี้เอื้อมมือไปปิดมันตามความเคยชิน ก่อนนอนนิ่งอยู่บนเตียงอีกครู่หนึ่งวันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน แต่เธอคิดว่าคงเป็นเพราะทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังระเบียงแคบ ๆทันทีที่เห็นกระถางต้นไม้เรียงรายอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าที่ง่วงงุนก็ผ่อนคลายลง นี่คือสวนเล็ก ๆ ของเธอมะเขือเทศเชอร์รี่กำลังแตกยอด พริกเริ่มมีใบชุดใหม่ โหระพาเติบโตจนแน่นกระถางหลินอวี้หยิบสมุดเล่มเล็กอีกเล่มออกมา เธอไม่ได้ใช้มันเขียนความฝัน แต่ใช้บันทึกการทดลองปลูกต้นไม้วันที่เพาะเมล็ด ปริมาณน้ำ ชนิดของดิน ระยะเวลาที่เริ่ม แตกใบเธอก้มลงแตะดินในกระถางมะเขือเทศ “ยังชื้นอยู่ ไม่ต้องรดเยอะ”หญิงสาวหยิบกระป๋องน้ำขึ้นมา แล้วรดเฉพาะกระถางที่ดินเริ่มแห้ง นี่เป็นสิ่งที่เธอเรียนรู้จากการอ่านหนังสือและทดลองด้วยตัวเองการปลูกต้นไม้ไม่ได้หมายความว่ายิ่งให้น้ำมากมันก็ยิ่งโต บางครั้งสิ่งที่ต้นไม้ต้องการมากที่สุด คือการรู้ว่าเมื่อไรควรพอหลินอวี้หยิบใบมะเขือเทศขึ้นมาตรวจ ปลายใบมีรอยเหลืองเล็กน้อย เธอขมวดคิ้ว ก่อนจดลงสมุด “ต้องลอง
last updateLast Updated : 2026-10-24
Read more

บทที่ 3 ความฝันที่ยังไม่ได้เริ่ม

กลิ่นยาฆ่าเชื้อเป็นสิ่งแรกที่หลินอวี้ได้กลิ่นเมื่อฟื้นขึ้นมา เธอลืมตาช้า ๆ เพดานสีขาว ม่านสีขาว ผ้าปูเตียงสีขาว ทุกอย่างขาวไปหมด มีเพียงเสียงเครื่องตรวจวัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะอยู่ข้างเตียงติ๊ด...ติ๊ด...หลินอวี้หันหน้าไปทางหน้าต่าง ท้องฟ้าด้านนอกเป็นสีฟ้า จาง ๆ เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้กำลังรอผลตรวจเพิ่มเติม ประตูห้องเปิดออก แพทย์เจ้าของไข้เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสาร สีหน้าของเขา ทำให้หลินอวี้รู้ทันทีว่า ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวดี“คุณหลินอวี้”“ค่ะ”แพทย์นั่งลงข้างเตียง “ผลตรวจยืนยันแล้วนะครับ”หลินอวี้กำผ้าห่มแน่นขึ้นเล็กน้อย “ฉันเป็นอะไรคะ?”แพทย์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันครับ”หลินอวี้นิ่ง ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีน้ำตา มีเพียงความรู้สึกเหมือนคำพูดนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเอง มะเร็ง...เม็ดเลือดขาว...เฉียบพลัน... เธอทวนคำเหล่านั้นอยู่ในใจก่อนถาม“รักษาได้ไหมคะ?”“เราจะเริ่มการรักษาโดยเร็วที่สุดครับ”“แล้วฉันจะหายไหม?”แพทย์ไม่ได้ให้คำตอบที่รับรองได้ว่าจะหาย เขาอธิบายว่าจำเป็นต้องรักษาอย่างจริงจังและติดตามการตอบสนองของโรคอย่างใกล้ชิด อาจต้องใช
last updateLast Updated : 2026-10-24
Read more

บทที่ 4 ลืมตาในโลกที่ไม่รู้จัก

เสียงโวยวายหยาบกระด้างและเสียงข้าวของกระทบพื้นดังระรัวอยู่ข้างหูปลุกสติที่ล่องลอยให้กลับคืนมาอย่างฉับพลันหลินอวี้รู้สึกเหมือนศีรษะถูกทุบด้วยของแข็งสมองมึนงงและร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับไว้แต่สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้ชัดเจนไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อหรือเสียงเครื่องตรวจหัวใจในโรงพยาบาลอีกต่อไปหากแต่เป็นกลิ่นอับของดินโคลน กลิ่นฟางข้าวเก่า ๆและลมหายใจหอบสะอื้นของใครบางคนที่อยู่ใกล้จนแทบชิด“พวกเจ้าสองคนอยู่ไปก็เปลืองข้าวในบ้านข้าเปล่า ๆ ไสหัวไปให้พ้นซะ!”เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่จนร่างของเธอเซถลาเกือบ ล้มลงไปกองกับพื้นหลินอวี้พยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตา ภาพตรงหน้าที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่เพดานสีขาวของโรงพยาบาลแต่เป็นเรือนไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่าและลานดินแห้งแล้งที่มีผู้คน ยืนล้อมวงมองดูด้วยสายตาเย็นชาเบื้องหน้าของเธอคือชายร่างใหญ่หน้าตาถมึงทึงกำลังผลักเด็กชายตัวผอมโซคนหนึ่งล้มลงไปคลุกฝุ่น เด็กชายคนนั้นร้องไห้สะอื้นตัวโยน กอดแขนเสื้อของชายร่างใหญ่ไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวข้างกายชายร่างใหญ่มีหญิงวัยกลางคนยืนกอดอกอยู่ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความรำคาญและไม่พอใ
last updateLast Updated : 2026-10-24
Read more

บทที่ 5 กระท่อมท้ายหมู่บ้าน

เดินต่อมาอีกไม่นาน สองพี่น้องก็มาถึงจุดหมายปลายทาง เบื้องหน้าของพวกเขาคือกระท่อมไม้หลังเล็กเก่าคร่ำคร่าหลังหนึ่ง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ริมสุดของหมู่บ้าน ติดกับเชิงเขาที่แห้งแล้งหลังคามุงด้วยฟางข้าวที่ผุพังไปตามกาลเวลา ตัวผนังไม้ไผ่สานเริ่มผุกร่อนและมีร่องโหว่หลายจุด รอบตัวบ้านเต็มไปด้วยวัชพืช สีน้ำตาลที่แห้งตายแต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของหลินอวี้ ด้านหลังกระท่อมคือพื้นที่ดินกว้างเกือบไร่ ซึ่งเคยเป็นสวนเก่าของบิดามารดา แม้ในยามนี้มันจะเต็มไปด้วยก้อนดินแข็งกระด้างและเศษหิน แต่ทันทีที่เท้าของเธอก้าวเหยียบลงบนผืนดินแปลงนั้น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็แล่นพล่านไปทั่วร่างภาพความทรงจำสายหนึ่งไหลวาบเข้ามาในหัว ภาพเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งกำลังหัวเราะคิกคัก ขณะกำลังช่วยชายวัยกลางคนคนหนึ่งใช้เสียมขุดดินพรวนแปลงผักชายคนนั้นหันมาลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าคม พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยกระซิบข้างหู“หลินอวี้... จำไว้นะลูก เมล็ดพืชเล็ก ๆ แม้จะดูบอบบาง แต่มันก็คือชีวิต... ขอแค่เราเข้าใจดิน เข้าใจน้ำ และมีความอดทน ผืนดินก็จะอุดมสมบูรณ์”เสียงนั้น... คือเสียงของบิดาผู้
last updateLast Updated : 2026-10-25
Read more

บทที่ 6 ความฝันของคนสองคน

คืนนั้น แสงตะเกียงน้ำมันสลัว ๆ ส่องสว่างอยู่ภายในกระท่อมท้ายหมู่บ้าน หลินอวี้ขลุกอยู่กับการอ่านสมุดบันทึกของพ่อจนดึกดื่น ยิ่งอ่าน เธอก็ยิ่งประหลาดใจเนื้อหาในสมุดแทบไม่ต่างจากคู่มือการจัดการเกษตรสมัยใหม่ที่เธอเคยศึกษาในโลกเดิม เพียงแต่หลินจื้อเหวินปรับวิธีการเหล่านั้นให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศและวิถีชีวิตของหมู่บ้านชิงหลัวอย่างเหมาะสมหลินอวี้พลิกหน้ากระดาษไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดลงตรงบันทึกหน้าหนึ่งในโลกเดิม เธอไม่เคยรู้จักหลินจื้อเหวินมาก่อน ไม่เคยพบชายคนนี้ด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้อ่านบันทึกและเห็นความพยายามของเขา เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังทำความรู้จักพ่อของตัวเองผ่านตัวอักษรทีละน้อย ความฝันของเขากับความฝันของเธอมีบางอย่างเชื่อมโยงกันอย่างประหลาดหลินจื้อเหวินต้องการเห็นผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ อยากให้ผู้คนในหมู่บ้านมีอาหารเพียงพอและไม่ต้องดิ้นรนหนีไปจากบ้านเกิดส่วนเธอ... ในโลกเดิม เธอไม่เคยต้องการชีวิตที่ร่ำรวยหรือยิ่งใหญ่ สิ่งที่เธอใฝ่ฝันมาตลอดคือบ้านหลังเล็ก ๆ มีสวนผักเล็ก ๆ อยู่ข้างบ้าน และได้ใช้ชีวิตอย่างสงบโดยไม่ต้องแข่งขันกับใครแต่ก่อนที่ความฝันนั้นจะเริ่มต้น ชีวิตของเธอกลับจบลงเสียก่อ
last updateLast Updated : 2026-10-26
Read more

บทที่ 7 เมล็ดพันธุ์จากโลกเดิม

หลังจัดการกองปุ๋ยหมักกองแรกเสร็จเรียบร้อย หลินอวี้จึงกลับเข้าไปในกระท่อม เธอหยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กสีดำที่ติดตัวข้ามมิติมาด้วย วางลงบนโต๊ะไม้เก่า ก่อนจะเปิดซิปออกอย่างระมัดระวังของภายในยังอยู่ครบ ถุงผ้าใบเล็ก ๆ หลายใบถูกจัดเก็บเอาไว้อย่างดีหัวใจของหลินอวี้เต้นแรงขึ้น สิ่งเหล่านี้คือของจากโลกเดิมที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเธอ เธอลูบเนื้อผ้าไนลอนของกระเป๋าเป้ด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ ในคืนสุดท้ายที่โรงพยาบาล เมิ่งหลินเป็นคนส่งกระเป๋าใบนี้ให้เธอตามคำขอหลินอวี้กำมันแน่นด้วยปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้ปลูกเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ลงบนผืนดินจริง ๆ สักครั้ง ไม่นึกเลยว่าแรงอธิษฐานบวกกับห้วงเวลาที่บิดเบี้ยวจะนำพาสิ่งของชิ้นเดียวจากโลกเดิมติดตามวิญญาณของเธอมายังยุคโบราณแห่งนี้ด้วยอย่างไรก็ตาม หลินอวี้รู้ดีว่าเมล็ดพันธุ์จากโลกอนาคตเหล่านี้มีจำนวนจำกัดและไม่อาจหาซื้อเพิ่มจากที่ใดในโลกนี้ได้อีกแล้วหากใช้หมดหรือปลูกล้มเหลวก็จบกัน เธอจึงต้องใช้อย่างระมัดระวังที่สุด และจำเป็นต้องเก็บเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่จากต้นที่ปลูกแล้วรอดเพื่อทำพันธุ์ต่อในโลกแห่งนี้ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เป็นทั้งความหวัง และเป็นความลับที่เธอไม่มีทา
last updateLast Updated : 2026-10-27
Read more

บทที่ 8 คนที่หัวเราะเยาะ

ข่าวเรื่องสองพี่น้องตระกูลหลินถูกหลินกุ้ยขับไล่ออกจากบ้าน และต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านชิงหลัวอย่างรวดเร็วชาวบ้านบางคนรู้สึกเวทนา แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วย เพราะต่างรู้ดีว่าหลินกุ้ยเป็นคนอารมณ์ร้ายและมีปากเสียงกับคนอื่นได้ง่าย ไม่มีใครอยากสร้างปัญหาให้ตัวเองเพราะเด็กกำพร้าสองคนสายวันหนึ่ง ขณะที่หลินอวี้กำลังช่วยหลินอันรดน้ำแปลงทดลอง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังมาจากอีกด้านของรั้วไม้ไผ่“ฮ่า ๆ ๆ ดูนั่นสิ! เจ้าเด็กกำพร้าสองคนนั่นคงเสียสติไปแล้วกระมัง!” หลินอวี้เงยหน้าขึ้นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมกำลังยืนเท้าสะเอวหัวเราะอยู่หน้ารั้ว เขาคือ จ้าวเฉิง ชาวบ้านคนหนึ่ง ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านและเห็นแก่ตัวข้างหลังเขามีชาวบ้านอีกสองสามคนยืนมองอย่างสนใจจ้าวเฉิงชี้ไปยังแปลงดินตรงหน้า “หลินจื้อเหวิน พ่อของพวกเจ้า พยายามปลูกอะไรบนผืนดินนี้มาทั้งชีวิต สุดท้ายก็ยังทำไม่สำเร็จ!”เขาหัวเราะเสียงดัง “ดินผืนนี้เสื่อมสภาพมาหลายปีแล้ว ต่อให้เอามูลสัตว์มากองจนสูงเท่าภูเขา ก็ไม่มีวันปลูกอะไรขึ้นหรอก!”หลินอันกำหมัดแน่น คำพูดเหล่านั้นทำให้เด็กช
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status