1 คำตอบ2026-04-12 05:25:19
ช่วงปีใหม่การเดินทางมักจะมีการปรับเวลาบริการของระบบขนส่งมวลชนหลายสาย แต่ก็ขึ้นกับประกาศจากผู้ให้บริการในแต่ละปี ดังนั้นถาต้องไปสนามบินสุวรรณภูมิด้วย BTS สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าบีทีเอสเองไม่ได้เชื่อมตรงถึงสุวรรณภูมิ ต้องต่อกับ Airport Rail Link ที่สถานีพญาไท (หรือเชื่อมผ่านทาง MRT/ทางเดินเชื่อมในบางเส้นทาง) การเดินทางปกติ บีทีเอสมักให้บริการตั้งแต่เช้ามืดจนถึงเที่ยงคืนหรือราวๆ นั้น ขณะที่ Airport Rail Link จะมีรอบให้บริการคล้ายกัน แต่เวลาจริงอาจยืดหรือลดในวันพิเศษ เช่น คืนเคานท์ดาวน์เคยมียืดเวลาให้บริการจนหลังเที่ยงคืนเพื่อรองรับคนจำนวนมาก แต่ไม่สามารถการันตีได้ทุกปีว่าจะขยายเวลาเหมือนกันเสมอไป ดังนั้นถ้ามีไฟลต์คืนปีใหม่หรือเช้ามืดวันปีใหม่ ต้องเผื่อเวลาหลายชั่วโมงและเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ เมื่อผมเดินทางไปสนามบินในคืนเทศกาลใหญ่ๆ ประสบการณ์สอนว่าต้องวางแผนสองทางเลือกขึ้นไปเสมอ ทางแรกคือเดินทางด้วยระบบรางถ้าเวลาไฟลต์ยังอยู่ในช่วงที่รถไฟยังให้บริการ — ออกจากสถานีบีทีเอสไปขึ้น ARL ที่พญาไทได้สะดวก แต่ต้องเผื่อเวลาเปลี่ยนขบวนและทางเดินเชื่อม เพราะสัมภาระกับฝูงชนทำให้ใช้เวลามากกว่าปกติ ทางเลือกที่สองคือเตรียมเรียกแท็กซี่หรือบริการเรียกรถล่วงหน้าไว้ หากไฟลต์อยู่หลังเวลาที่รถไฟปิดหรือมีความเสี่ยงรถไฟอาจไม่ยืดเวลาบริการ การใช้รถยนต์จะยืดหยุ่นกว่าแต่ก็ต้องเผื่อเวลารถติดหนักตามเส้นทางออกจากเมืองในคืนเคานท์ดาวน์ด้วย บางครั้งผมเลือกพักในโรงแรมใกล้สนามบินคืนก่อนหรือจองรถรับส่งส่วนตัวเพื่อลดความเสี่ยงในการพลาดเช็คอิน อีกประเด็นที่อยากเน้นคือเรื่องเวลาที่แน่นอนมักถูกประกาศก่อนวันจริงไม่กี่วันหรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ ดังนั้นการเผื่อเวลาเป็นเรื่องที่ปลอดภัยมากที่สุด เช่นออกจากบ้านเร็วกว่าปกติสองถึงสามชั่วโมง หรือนัดเวลาให้ถึงสถานีระยะปลอดภัยก่อนรอบรถสุดท้าย และเตรียมแผนสำรองเป็นแท็กซี่หรือบริการรับส่งสนามบินไว้เสมอ ถ้ามีสัมภาระเยอะหรือเดินทางกับครอบครัว การเลือกวิธีที่ลดการเปลี่ยนขบวนและระยะเดินจะช่วยลดความเครียดได้เยอะ นอกจากนี้ควรตรวจสอบประกาศของบีทีเอสและ Airport Rail Link เรื่องการขยายเวลาบริการในช่วงเทศกาล แต่ก็เก็บไว้ในใจว่าสุดท้ายการเดินทางด้วยถนนยังเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้อาจใช้เวลามากกว่า สรุปง่ายๆ ในแง่ประสบการณ์ส่วนตัว ผมจะไม่พึ่งพารถไฟเพียงอย่างเดียวถ้าต้องไปสนามบินในคืนปีใหม่ เพราะความเสี่ยงที่เวลาให้บริการอาจถูกปรับ ยิ่งไฟลต์สำคัญหรือกระชั้นชิด ยิ่งต้องมีแผนสำรองและเผื่อเวลาเยอะๆ การเตรียมตัวแบบนี้ทำให้การเดินทางคืนปีใหม่ไม่เครียดและรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
4 คำตอบ2026-04-12 18:25:24
ยอมรับเลยว่าคืนส่งท้ายปีใหม่ในกรุงเทพทำให้ระบบขนส่งคึกคักมากกว่าปกติ และผมมักเอาเรื่องเวลาเดินทางเป็นเรื่องสำคัญสุดตอนวางแผน
โดยทั่วไป BTS เปิดให้บริการราวเช้าจนถึงประมาณเที่ยงคืนในวันธรรมดา (ขึ้นอยู่กับสถานีและเส้นทาง) แต่คืนปีใหม่หลายปีที่ผ่านมาเขามักต่อเวลาให้บริการเพื่อรองรับคนไปงานเคาท์ดาวน์ โดยครั้งหนึ่งที่ไปดูงานที่ 'CentralWorld' บีทีเอสต่อรอบสุดท้ายไปจนเกือบตีหนึ่งเลยทีเดียว การต่อเวลานี้ไม่แน่นอนเสมอไป — บางปีก็ต่อไปถึงตีหนึ่ง บางปีก็ต่อแค่ห้านาทีกว่าเที่ยงคืน ขึ้นกับการประกาศของบริษัทและการจัดงานของเทศบาล
การเตรียมตัวที่ผมทำคือวางแผนกลับก่อนและจดชื่อสถานีสำรองไว้ เช่น หากงานอยู่แถวใจกลางเมืองให้เน้นสถานีอย่าง 'สยาม' หรือ 'ชิดลม' ซึ่งมักมีรอบพิเศษมากกว่า และเผื่อเวลาไว้สำหรับแท็กซี่หรือเรือสาธารณะเผื่อกรณีรถไฟหยุดบริการ การรู้สึกอุ่นใจกว่าเยอะเมื่อมีแผนสำรองเล็กๆ น้อยๆ ก่อนออกไปฉลอง
4 คำตอบ2026-04-12 11:12:40
พูดจริงๆ นะ ถาตั้งใจจะไปเคาต์ดาวน์ด้วย BTS ต้องเตรียมตัวหน่อย เพราะระบบมักจะมีการปรับเวลาปิด-เปิดในคืนปีใหม่
ผมไปเจอบ่อยว่าปีที่มีงานใหญ่ๆ อย่างแถว 'CentralWorld' ทาง BTS จะต่อเที่ยวให้ยาวออกไปเพื่อรับคนกลับบ้าน แต่เวลาที่แน่นอนจะเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของบริษัท — โดยทั่วไปจะขยายจนถึงประมาณเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งครึ่งหรือสองโมงเช้าในบางปี ขึ้นกับนโยบายและการประสานงานกับหน่วยงานความปลอดภัย
เรื่องค่าบริการโดยปกติแล้วไม่มีการเรียกเก็บพิเศษ ค่าโดยสารยังคิดตามปกติทั้งตั๋วเที่ยวเดียวหรือบัตร Rabbit แต่ต้องเตรียมรับสภาพคนแน่นและการควบคุมทางเข้า–ออกที่อาจทำให้ต้องเดินไกลขึ้นจากสถานีสุดท้าย ลองเผื่อเวลาไว้เผื่อแถวซื้อตั๋วหรือเติมบัตร และถ้าจะกลับตอนดึกสุดจริงๆ ผมแนะนำให้วางแผนเส้นทางสำรองไว้ด้วย รถแท็กซี่หรือจองผ่านแอปอาจปลอดภัยกว่าในคืนนั้น
5 คำตอบ2026-04-12 00:14:32
คืนส่งท้ายปีเก่าที่ต้องวางแผนล่วงหน้านี่เป็นเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญมาก เพราะคนเยอะและระบบขนส่งมักปรับเวลาให้ต่างจากปกติ
โดยทั่วไปแล้ว BTS จะมีการขยายเวลาบริการในคืนส่งท้ายปีใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสารที่ฉลองจนดึก แต่ระยะเวลาที่ขยายแตกต่างกันไปตามประกาศอย่างเป็นทางการ บ้างก็ขยายจนถึงประมาณเที่ยงคืน บ้างขยายไปถึงตีหนึ่งหรือตีสอง ขึ้นกับการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและความปลอดภัยของพื้นที่ ฉันมักวางแผนเผื่อเวลาไว้เสมอ และเตรียมแผนสำรองอย่างเรียกรถแท็กซี่หรือวางแผนกลับบ้านกับเพื่อนร่วมทาง
อีกเรื่องที่เคยเจอคือมีการเพิ่มรอบรถ (extra service) หรือจัดขบวนพิเศษในเส้นทางที่คนแน่น เช่น สยาม-ชิดลมในบางปี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีทุกปี การเช็กประกาศล่วงหน้าและเผื่อเวลาไว้จะช่วยให้ไม่พลาดรถ และถ้าตั้งใจจะกลับจากแยกสำคัญ ควรยอมเดินไกลสักหน่อยเพื่อขึ้นขบวนสุดท้ายที่ยังให้บริการ นี่เป็นวิธีที่ฉันใช้เพื่อไม่ต้องรอจนหงุดหงิดตอนเที่ยงคืน
1 คำตอบ2026-05-26 12:35:53
เทศกาลปีใหม่มักทำให้ตารางเดินรถของ 'BTS' เปลี่ยนแปลงจากปกติทั้งในด้านเวลาและความหนาแน่นของผู้โดยสาร เพราะหลายปีที่ผ่านมาเส้นทางสายหลักมักมีการขยายเวลาบริการในคืนส่งท้ายปีเก่าเพื่อรองรับคนไปเคานต์ดาวน์หรือกลับบ้านตอนดึก แต่ก็ไม่ใช่ทุกปีที่จะเหมือนกัน ดังนั้นข้อมูลทั่วไปที่พออธิบายได้คือ ในวันธรรมดาปกติรถไฟฟ้าจะเริ่มให้บริการช่วงเช้าราว ๆ 05:00–06:00 และให้บริการถึงราว ๆ 24:00 (เที่ยงคืน) โดยละเอียดของเวลาขึ้นอยู่กับสถานีต้นทางและปลายทาง แต่ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. หลายครั้งจะมีการขยายเวลาจนถึงตี 1 ตี 2 หรือบางปีถึงตี 3 เพื่อรองรับคนที่ร่วมกิจกรรมกลางคืน ส่วนในเช้าวันปีใหม่ (1 ม.ค.) ระบบมักกลับมาทำงานตามตารางปกติในช่วงเช้า ยกเว้นมีประกาศพิเศษว่าบางช่วงของเส้นทางต้องปิดเพื่อการบำรุงรักษาหรือเหตุฉุกเฉิน
คืนหนึ่งที่เคยไปเคานต์ดาวน์บริเวณสยาม ทำให้รู้เลยว่าการต่อแถวขึ้นรถหลังเที่ยงคืนต้องเผื่อเวลาเยอะมาก เพราะนอกจากรถจะวิ่งช้าลงในบางช่วงแล้วการเข้าช่องออกของสถานีก็อาจถูกจำกัดเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นการรู้ว่ารถไฟขยายเวลาจริงหรือไม่ ยังรวมถึงการดูว่าแต่ละสถานีเปิดทางออกไหนบ้างและมีการจัดจุดให้เข้า-ออกอย่างไร เพราะบางงานอาจปิดประตูบางทางเพื่อควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของระบบตั๋ว—การใช้บัตร 'Rabbit' หรือเติมเงินล่วงหน้าจะช่วยให้ผ่านเข้าออกเร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วเป็นรายเที่ยวท่ามกลางคนแน่นๆ
ทางเลือกสำรองที่ควรคำนึงคือการเตรียมใจเรื่องค่าบริการรถแท็กซี่และบริการเรียกรถในช่วงนี้มักแพงขึ้น และการรอรถนานกว่าปกติ ส่วนรถเมล์หรือเรือบางสายอาจมีการปรับเส้นทางหรือเวลาเช่นกัน สรุปแล้วถ้าต้องออกไปร่วมกิจกรรมกลางคืน ขอแนะนำเผื่อเวลาไว้ และตั้งต้นว่าอาจต้องกลับบ้านด้วยวิธีสำรอง อีกข้อแนะนำจากประสบการณ์คือเก็บของมีค่าให้แนบตัว ชาร์จแบตสำรอง และเตรียมข้อมูลสถานีที่ใกล้ที่สุดไว้ล่วงหน้า แม้จะเน้นความสนุกของคืนพิเศษ แต่การเตรียมพร้อมเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้คืนปีใหม่ผ่านไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยกว่าแน่นอน
5 คำตอบ2026-04-17 16:11:51
เวลาไปงานเทศกาลใหญ่ในกรุงเทพ ฉันมักจะเผื่อเวลาการเดินทางไว้ล่วงหน้าเพราะชั่วโมงการให้บริการของรถไฟฟ้าอาจเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงพิเศษ
โดยปกติ 'BTS' จะมีรอบวิ่งตั้งแต่เช้าจนถึงประมาณเที่ยงคืน แต่ในคืนปีใหม่หลายปีที่ผ่านมาเส้นทางบางสายขยายเวลาให้บริการได้นานขึ้นเพื่อรองรับคนที่ไปร่วมเคาท์ดาวน์ ทำให้มีขบวนสุดท้ายเลื่อนไปเป็นตีหนึ่งหรือตีสองในบางสถานี ขณะเดียวกันงานไหว้พระหรือเทศกาลลอยกระทงซึ่งกระจายตัวในหลายพื้นที่ บางครั้งก็ทำให้ผู้โดยสารหนาแน่นจนสถานีปิดประตูชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
ฉันแนะนำให้เผื่อเวลาหลังงานไว้เสมอและเตรียมทางเลือกสำรองอย่างแท็กซี่หรือแอปเรียกรถ เพราะแม้จะมีการต่อเวลา แต่ความหนาแน่นของผู้โดยสารและข้อจำกัดด้านความปลอดภัยอาจทำให้การเดินทางช้ากว่าที่คิด การมีแผนสำรองช่วยให้ไม่ต้องยืนคอยเกินจำเป็นและสบายใจกว่าเมื่อต้องกลับบ้านกลางดึก
1 คำตอบ2026-04-12 14:50:27
ประกาศจากทาง BTS เกี่ยวกับเวลาปิดทำการในคืนปีใหม่มักจะระบุเป็นประกาศพิเศษที่แตกต่างจากตารางเวลาปกติ และเวลาจริงจะเปลี่ยนไปตามปี เหตุการณ์ และนโยบายความปลอดภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปแล้วในหลายปีที่ผ่านมา BTS มักมีการยืดเวลาทำการให้ยาวกว่าปกติในคืนส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ แต่ไม่ได้มีมาตรฐานเดียวตายตัว บางปีจะขยายให้ถึงประมาณตี 1 หรือตี 2 เพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่มาร่วมกิจกรรมเคานต์ดาวน์ในย่านศูนย์กลาง ส่วนอีกปีหนึ่งก็อาจปิดตามเวลาปกติเที่ยงคืนหรือมีการประกาศปิดเร็วกว่าปกติ ขึ้นกับสภาพการณ์คนหนาแน่นและมาตรการความปลอดภัยในวันนั้น ซึ่งผมมักสังเกตว่า BTS จะออกประกาศล่วงหน้าไม่กี่วันหรือสัปดาห์ก่อนเหตุการณ์ใหญ่ ๆ เพื่อให้ผู้โดยสารเตรียมตัวได้เหมาะสม
ปีที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ BTS ขยายเวลารอบขึ้น-ลงเพื่อรองรับคนจำนวนมาก แต่ก็มีกรณีที่ต้องปรับเปลี่ยนชั่วคราวในคืนเดียวกัน เช่น การปิดประตูเข้าหรือออกของบางสถานีเพื่อควบคุมฝูงชน การเปลี่ยนทิศทางการเข้าออกให้เป็นทางเดียว การเพิ่มรอบขบวนในช่วงก่อนเที่ยงคืนแล้วลดรอบหลังจากนั้น หรือแม้แต่การยุติการให้บริการชั่วคราวในบางช่วงเวลาเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ผู้โดยสารจำนวนมากมักได้รับแจ้งผ่านป้ายประกาศในสถานี ข้อความบนจอรถไฟ และช่องทางโซเชียลมีเดียของ BTS ดังนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดคืนได้จริง หากเกิดปัญหาความหนาแน่นของฝูงชน สภาพอากาศรุนแรง หรือคำสั่งจากหน่วยงานความปลอดภัย
การเตรียมตัวก่อนออกจากบ้านเป็นสิ่งที่ผมแนะนำเสมอในคืนปีใหม่ เพราะสภาพการเดินทางมักไม่แน่นอนและคับคั่ง เตรียมบัตรโดยสารหรือแอปเติมเครดิตให้เรียบร้อย วางแผนเส้นทางสำรองเช่น MRT รถเมล์ หรือแท็กซี่เผื่อไว้ และเผื่อเวลาเพิ่มสำหรับการต่อคิวเข้าประตูสถานีหรือการเปลี่ยนขบวน อีกเรื่องที่ควรคำนึงคือบางสถานีทางขึ้นลงหรือสถานีที่ใกล้จุดจัดงานอาจมีการปิดหรือจำกัดการเข้า-ออกตามเวลาที่กำหนด การเดินทางด้วยกลุ่มคนจำนวนมากก็ควรกำหนดจุดนัดหมายล่วงหน้าและเตรียมเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ ความปลอดภัยและความสะดวกสบายมักจะได้มากขึ้นเมื่อวางแผนล่วงหน้า
สุดท้ายแล้ว การเดินทางคืนปีใหม่กับ BTS มีทั้งความสะดวกเมื่อมีการขยายเวลา แต่ก็มีความไม่แน่นอนจากการควบคุมฝูงชนและมาตรการความปลอดภัย ซึ่งผมเองมักรู้สึกว่าบรรยากาศน่าตื่นเต้นและอบอุ่น แต่ก็ตระหนักถึงความจำเป็นต้องเตรียมตัวเผื่อเวลาพิเศษเพื่อให้คืนปีใหม่ผ่านไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
3 คำตอบ2026-04-12 00:19:24
ตารางเวลาปิดของ BTS ในคืนปีใหม่มักจะมีความยืดหยุ่นและขึ้นกับการประกาศของทางผู้ให้บริการในปีนั้น ๆ
ในประสบการณ์ของผม การต่อเวลาให้บริการในคืนส่งท้ายปีเก่าเป็นเรื่องปกติเมื่อมีงานนับถอยหลังหรือกิจกรรมใหญ่ที่ต้องรองรับผู้คน เช่น ในบางปีทั้งระบบจะขยายเวลาจนถึงประมาณ 01:00–02:00 น. แต่สิ่งที่ต้องรู้คือทางรถไฟมักจะประกาศเป็นเวลารวมทั้งเครือข่าย ไม่ได้ตั้งเวลาปิดต่างกันเป็นรายสถานีโดยชัดเจน ความแตกต่างที่เห็นจริงมักเกิดจากการควบคุมฝูงชน: สถานีที่มีคนหนาแน่นมากๆ อาจปิดรับผู้โดยสารชั่วคราวหรือปิดทางเข้า/ทางออกบางประตู เพื่อความปลอดภัย
ตัวอย่างการจัดการที่ผมเห็นบ่อย ๆ คือสถานีใกล้จุดจัดงานจะยังให้บริการจนสุดชั่วโมงต่อเวลาที่ประกาศไว้ เช่น ถ้ามีการประกาศต่อเวลาไปถึง 02:00 น. สถานีอย่าง 'สยาม' หรือ 'ชิดลม' จะเปิดรับผู้โดยสารจนถึงเวลานั้น แต่ถ้าฝูงชนมากจนเกินกว่าจะรับได้ ทางเจ้าหน้าที่อาจควบคุมทางเข้า ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องไปใช้สถานีใกล้เคียงแทน ความรู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อมีแผนสำรอง: วางแผนกลับบ้านล่วงหน้า เผื่อเวลาเดินเท้าหรือรอรถรับส่งไปด้วย เท่าที่เคยเจอ การเตรียมตัวแบบนี้ช่วยลดความวุ่นวายตอนเช้ามืดได้ค่อนข้างมาก
5 คำตอบ2026-04-12 07:28:19
ปีใหม่ที่กรุงเทพฯ บรรยากรณ์การเดินทางมักเปลี่ยนไปจากวันธรรมดาเสมอ และฉันชอบสังเกตตรงนี้เวลาวางแผนออกไปร่วมเคาท์ดาวน์
โดยปกติระบบรถไฟฟ้า BTS ให้บริการตั้งแต่เช้ามืดจนถึงประมาณเที่ยงคืน — รถขบวนแรกมักเริ่มวิ่งราว 05:00 และเที่ยวสุดท้ายของวันธรรมดามักจะออกจากสถานีปลายทางราว 00:00–00:30 ขึ้นกับเส้นทางและตารางในปีนั้น แต่คืนส่งท้ายปีมีแนวโน้มจะขยายเวลาให้ผู้โดยสารมากขึ้นเพื่อรองรับคนที่ออกมาเฉลิมฉลอง
จากประสบการณ์การเดินทางไปร่วมงานรอบบริเวณ 'สยาม' หรือ 'CentralWorld' ทุกครั้งที่มีการจัดงานใหญ่ BTS มักจะประกาศต่อเวลาให้จนถึงประมาณ 01:00–02:00 ของเช้าวันปีใหม่ ทำให้เที่ยวสุดท้ายอาจย้ายไปเป็นช่วงตีหนึ่งหรือตีสอง ทั้งนี้การต่อเวลาและชั่วโมงที่แน่นอนจะขึ้นกับประกาศของบริษัทและการประสานกับเจ้าหน้าที่จัดงาน ดังนั้นถ้าจะไปดูพลุหรือร่วมเคาท์ดาวน์ ฉันมักเผื่อเวลาไว้ว่ารถไฟอาจออกช้าหรือมีการเปลี่ยนแปลงฉุกเฉินได้เสมอ
4 คำตอบ2026-04-12 01:23:19
ปีใหม่แต่ละปีย่านใจกลางเมืองจะคึกคักมาก และระบบขนส่งสาธารณะก็มีการเปลี่ยนแปลงตารางอยู่เสมอ ฉันมักสังเกตว่าปกติ BTS จะให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงราวเที่ยงคืน—โดยปกติรถไฟขบวนแรกเริ่มประมาณเช้าตรู่และขบวนสุดท้ายจะสิ้นสุดราว ๆ 24:00 แต่ในคืนสิ้นปีหลายปีที่ผ่านมา BTS มีการขยายเวลาให้บริการเพื่อรองรับคนดูงานเคาท์ดาวน์ ส่งผลให้มีเที่ยวสุดท้ายยาวออกไปถึงตีสองหรือตีสามในบางปี ขึ้นกับประกาศจากทางระบบและความต้องการของผู้โดยสาร
การไปยืนรอที่สถานีในคืนปีใหม่คือบทเรียนหนึ่งที่ฉันเก็บไว้เสมอ เพราะพื้นที่ใจกลางอย่างสยาม อโศก หรือสุขุมวิทคนหนาแน่นมาก การรู้ว่ามีเที่ยวสุดท้ายขยายหรือไม่ช่วยวางแผนกลับบ้านได้ดีขึ้น และถ้าไม่มีการขยายก็ต้องเตรียมแท็กซี่หรือแอปเรียกรถไว้เป็นสำรอง
ส่วนสถานี 'สุขุมวิท' ที่หลายคนหมายถึงนั้นเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญกับ MRT ทำให้เวลาเปิดปิดของเส้นทางอื่น ๆ ก็มีผลต่อการเดินทางด้วย ดังนั้นโดยรวมคือ: ปกติปิดราวเที่ยงคืน แต่คืนปีใหม่บางปีขยายเวลาไปจนถึงตีสองหรือตีสาม ขึ้นกับประกาศปีนั้น ๆ และเหตุการณ์ในบริเวณใกล้เคียง