공유

หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ
หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ
작가: มันฝรั่งแผ่นรสไข่แดง

บทที่ 1

작가: มันฝรั่งแผ่นรสไข่แดง
ฉันเป็นลูกคนกลางของบ้าน และเป็น "มนุษย์ล่องหน" ที่ไม่มีใครในครอบครัวมองเห็น

วันเกิดของพี่สาวและน้องชายถูกพ่อแม่จดไว้บนปฏิทิน แต่วันเกิดของฉันพ่อแม่มักจะจำไม่ได้เสมอ

พี่สาวกับน้องชายมีกระโปรงตัวใหม่และชุดสูทตัวเล็กให้ใส่ แต่เสื้อผ้าตัวใหม่ของฉันพ่อแม่ก็มักจะลืมซื้อให้เสมอ

พี่สาวและน้องชายได้ซองแดงอั่งเปาทุกปี แต่ซองแดงของฉันพ่อแม่ไม่เคยให้เลยสักครั้ง

แม้กระทั่งบนทางด่วนขณะเดินทางกลับไปฉลองตรุษจีนที่บ้านเกิดในวันนี้

ท่ามกลางอุณหภูมิที่ติดลบสิบกว่าองศา พ่อกับแม่ก็ลืมฉันทิ้งไว้ที่จุดพักรถไร้ผู้คนอีกครั้ง...

ตอนที่ฉันออกมาจากห้องน้ำของจุดพักรถ ก็เห็นพี่สาวกับน้องชายขึ้นรถไปแล้ว ฉันกำลังจะเดินตามไป แต่ก็เห็นรถสตาร์ทและแล่นออกไปพอดี

ฉันรีบวิ่งตามไปอย่างร้อนรน พร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น

"พ่อ! แม่! หนูยังไม่ได้ขึ้นรถ!"

ทว่ารถคันนั้นกลับเลี้ยวไปรวมกับกระแสรถบนท้องถนนอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมองไม่เห็นอีกต่อไป

ฉันมองไปยังทิศทางที่กระแสรถหายไป ริมฝีปากขยับสั่น พึมพำซ้ำไปซ้ำมาเสียงแผ่วเบา

"พ่อ แม่ หนูยังไม่ได้ขึ้นรถ..."

น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาราวกับกลุ่มควัน พอหลุดออกจากปากก็ถูกสายลมหนาวเหน็บพัดจนแตกซ่าน ปลิวหายไปในจุดพักรถอันว่างเปล่า

วินาทีต่อมา ความรู้สึกตกตะลึงและไม่ยินยอมที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจ ก็ถูกความชาหนึบอันเย็นเยียบเข้าปกคลุม

ฉันค่อยๆ ดึงสายตากลับมา แล้วมองไปรอบตัว

จุดพักรถที่กว้างขวางแห่งนี้เงียบสงบจนน่ากลัว

ภายใต้แสงสลัวสีเหลืองนวลจากโคมไฟริมทาง ท้องฟ้าทั้งผืนขาวโพลนไปหมด มองไม่เห็นแม้แต่เงาคน

บนทางด่วนที่อยู่ไกลออกไป กระแสรถยนต์วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงไฟหน้ารถเชื่อมต่อกันเป็นเส้นแสงสีเลือนราง ทว่ากลับไม่มีรถคันไหนหยุดจอดเพื่อฉันเลย

ฉันไม่กล้าวิ่งเพ่นพ่าน สองเท้าหนักอึ้งราวกับถูกตะกั่วถ่วงให้ตรึงอยู่กับที่ ในใจยังคงแอบหวังอยู่ลึกๆ

บางทีพ่อกับแม่อาจจะเพิ่งขับออกไปได้ไม่ไกล พอรู้ตัวว่าฉันยังไม่ได้ขึ้นรถ ก็คงจะรีบเลี้ยวกลับมาหาฉันทันที

ฉันกำชายเสื้อไว้แน่น จ้องมองไปยังทางแยกที่รถหายไป เฝ้ารอให้รถเก๋งสีขาวคันคุ้นตาปรากฏขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า

อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ ความหนาวเหน็บแทรกซึมทะลุเข้าไปถึงกระดูก ทะลวงความหนาวจากข้างในออกสู่ข้างนอก

นิ้วเท้าเย็นจนชาไร้ความรู้สึกไปทีละน้อย

พวงแก้มของฉันก็ถูกลมเป่าจนแดงก่ำและปวดแสบ น้ำตาคลอเบ้า แต่กลับไม่กล้าปล่อยให้ไหลร่วงหล่นลงมา

ฉันรู้ดีว่า ต่อให้ร้องไห้ออกมา ก็ไม่มีใครมาคอยปลอบโยนฉันอยู่ดี

เมื่อทนรับสายลมหนาวที่บาดลึกทะลุกระดูกไม่ไหว ฉันจึงทำได้เพียงหันหลังและค่อยๆ ก้าวเดินไปทางห้องน้ำ

เทียบกับลานกว้างด้านนอกที่ว่างเปล่า ห้องน้ำก็ยังพอจะช่วยบังลมได้บ้าง

ภายในห้องน้ำที่เงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของฉันและเสียงลมที่พัดโหมกระหน่ำอยู่หน้าต่าง

ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกจงใจละเลยมาตลอด เวลานี้กลับถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น ซัดสาดจนฉันจมดิ่งลงไปอย่างสมบูรณ์

ฉันนึกถึงวันเกิดของฉันเมื่อปีที่แล้ว ที่ทุกคนในครอบครัวต่างพากันลืม

จนกระทั่งสามวันผ่านไป แม่ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ตอนที่เห็นปฏิทิน

เธอรีบต้มบะหมี่ชามหนึ่ง โปะไข่ไก่ไว้ด้านบน

"ฉลองวันเกิดย้อนหลังให้ รีบกินบะหมี่ซะสิ"

ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์

แต่พอถึงวันเกิดของพี่สาว ทั้งครอบครัวกลับพากันไปสวนสนุกที่พี่สาวชอบที่สุด เค้กที่สั่งทำพิเศษยังมีคำเขียนไว้ว่า "ความภาคภูมิใจของเรา"

วันเกิดของน้องชายยิ่งเว่อร์วังไปกว่านั้น เชิญเพื่อนร่วมชั้นอนุบาลมาทั้งห้อง ของขวัญกองเป็นภูเขาเลากา

ตั้งแต่เล็กจนโต พี่สาวมักจะถูกชมว่ามีมาดของพี่สาวคนโต ส่วนน้องชายก็ถูกตามใจดั่งเป็นแก้วตาดวงใจที่คอยสร้างเสียงหัวเราะ

แล้วฉันล่ะ?

"เสี่ยวเสี่ยวเป็นเด็กดี ไม่สร้างเรื่องวุ่นวาย"

นี่คือป้ายกำกับของฉัน เป็นเหมือนลวดลายจางๆ บนวอลเปเปอร์พื้นหลัง มีอยู่จริง แต่ไม่มีใครใส่ใจ

ไม่รู้ว่านั่งอยู่ในห้องน้ำนานแค่ไหน ความอบอุ่นในอ้อมอกค่อยๆ เลือนหายไป ร่างกายเริ่มกลับมาหนาวสั่นอีกครั้ง

ในตอนที่ฉันกำลังจะหนาวจนหมดสติ เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นที่นอกประตู

หัวใจของฉันกระตุกวูบ ดึงสติกลับมาในทันที ฉันเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ สองตาจ้องมองไปที่ประตูอย่างใจจดใจจ่อ

จะเป็นแม่หรือเปล่านะ?

ในที่สุดเธอก็รู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ได้ขึ้นรถ และกลับมาหาฉันแล้ว?

ประตูถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงดังเอี๊ยด

แต่คนที่เดินเข้ามา กลับเป็นคุณป้าแปลกหน้าคนหนึ่งที่สวมเสื้อโค้ทขนเป็ดตัวหนา

ประกายความหวังในดวงตาของฉันหม่นแสงลงในชั่วพริบตา มุมปากยกยิ้มเย้ยหยันตัวเอง ที่แท้ก็เป็นฉันที่คิดไปเองอีกแล้ว

ตอนที่คุณป้าเห็นฉัน เธอก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด

คงนึกไม่ถึงว่าในห้องน้ำของจุดพักรถที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้ จะมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อยู่เพียงลำพัง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 11

    "เสี่ยวเสี่ยว สุขสันต์วันเกิด"เธอร้องไห้สะอื้นพลางเอ่ย"ครั้งนี้แม่จำได้แล้ว... ลูกกินสิ..."พ่อนั่งยองๆ อยู่หน้าหลุมศพ ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดรูปถ่ายของฉันบนป้ายหลุมศพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่าทางอ่อนโยนราวกับกลัวว่าจะปลุกฉันให้ตื่น"เสี่ยวเสี่ยว พ่อผิดไปแล้ว..."เขาพูดเสียงเบา น้ำเสียงสั่นเครือ"พ่อไม่ควรว่าลูกชักช้า... ไม่ควรไม่วนกลับไปรับลูก... ลูกให้อภัยพ่อได้ไหม..."พี่สาววางช่อดอกไม้สีขาวเล็กๆ ไว้หนึ่งช่อ น้องชายก็นำรถของเล่นคันโปรดของเขามาวางไว้ให้ลมพัดผ่านสุสาน ต้นสนพัดแกว่งไกวส่งเสียงดังสวบสาบ ราวกับเสียงตอบรับ และคล้ายกับเสียงถอนหายใจครอบครัวของคุณอาหลังจากนั้นก็แทบจะไม่มาที่บ้านเราอีกเลยหลังจากการทะเลาะเบาะแว้งในครั้งนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวก็ลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็งแม้ว่าภายนอกจะยังคงรักษาการไปมาหาสู่แบบญาติพี่น้องเอาไว้ แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า รอยร้าวเส้นนั้นไม่มีทางสมานให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาลคุณย่ามักจะถอนหายใจ"ครอบครัวดีๆ แท้ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้..."บางครั้งในยามดึกสงัด จู่ๆ แม่ก็จะลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียง แล้วเขย่าตัวพ่อให้ตื่น"คุ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 10

    รูปถ่ายของฉันถูกตั้งไว้ตรงกลาง เป็นรูปถ่ายติดบัตรที่โรงเรียนจัดถ่ายให้เมื่อปีที่แล้วฉันสวมชุดนักเรียน ยิ้มบางๆ ให้กล้อง นัยน์ตาเป็นประกายสว่างไสวคนที่มาร่วมไว้อาลัยมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนบ้านและเพื่อนเก่าของคุณย่าพวกเขามองรูปถ่ายของฉัน พลางส่ายหน้าและถอนหายใจ"เด็กดีขนาดนี้ ทำไมถึงจากไปแบบนี้ล่ะ...""ได้ยินว่าหนาวตายที่จุดพักรถเหรอ? ทำไมพ่อแม่ถึงได้สะเพร่าขนาดนี้...""เฮ้อ ช่วงเทศกาลแท้ๆ มาเจอเรื่องแบบนี้..."แม่คุกเข่าอยู่หน้าแท่นปะรำพิธี ร้องไห้จนแทบขาดใจ พร่ำเพ้อซ้ำไปซ้ำมาว่า"เสี่ยวเสี่ยว แม่ผิดไปแล้ว... แม่ขอโทษ... ลูกกลับมาได้ไหม..."พ่อยืนอยู่ด้านข้าง ขอบตาบวมเป่งและแดงก่ำ ร่างทั้งร่างราวกับแก่ลงไปนับสิบปีพี่สาวก็ร้องไห้เสียใจมาก เธอลูบรูปถ่ายของฉัน แล้วเอ่ยเสียงเบา"เสี่ยวเสี่ยว ขอโทษนะ... วันนั้นพี่ไม่น่าแย่งคิวของเธอเลย... ขอโทษนะ..."น้องชายยังไม่เข้าใจความหมายของความตาย เขาดึงชายเสื้อแม่ แล้วถามอย่างไร้เดียงสา"แม่ครับ พี่สาวจะตื่นเมื่อไหร่? ผมจะเล่นจิ๊กซอว์กับพี่เขา"ฉันมองดูภาพเหตุการณ์นี้ ร่างกายเริ่มโปร่งใส และค่อยๆ สลายไปทีละน้อยเหมือนหยาดน้ำ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 9

    บนใบหน้าของตำรวจปรากฏแววตาที่แทบไม่อยากจะเชื่อ"พวกคุณลืมเด็กไว้ที่จุดพักรถบนทางด่วน ปล่อยทิ้งไว้สี่ชั่วโมงโดยไม่ไปรับ แถมยังให้เด็กใส่เสื้อผ้าบางๆ แบบนั้น นั่งรอท่ามกลางสภาพอากาศที่ติดลบเนี่ยนะ?""พวกเรานึกว่าคุณอาของเธอจะไปถึงเร็วกว่านี้..."เสียงของพ่อเบาลงเรื่อยๆ"อีกอย่างนะครับ" ตำรวจพลิกดูบันทึกในมือ"จากภาพกล้องวงจรปิดที่เราดึงมา รถของคุณอาคุณขับเข้ามาในจุดพักรถตอนหนึ่งทุ่มห้าสิบสองนาที แต่จอดอยู่ไม่ถึงหนึ่งนาที ไม่ได้ลงจากรถมาตามหาเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ขับตรงดิ่งออกไปเลย"คุณอารีบแก้ตัว"ผมดูแล้ว ไม่เห็นมีคน! ผมก็นึกว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้วนกลับไปรับแล้ว!""ไม่เห็นคนก็เลยไม่หาแล้วเหรอ? นั่นเด็กอายุแปดขวบทั้งคนนะ! อย่างน้อยคุณก็ควรจะลงจากรถมาดูให้แน่ใจ หรือไม่ก็โทรศัพท์ถามสักหน่อยไหม?"น้ำเสียงของตำรวจแฝงไปด้วยความโกรธที่พยายามระงับไว้"พวกคุณรู้ไหม นิติเวชสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เวลาการเสียชีวิตของเด็กอยู่ระหว่างหนึ่งทุ่มครึ่งถึงสองทุ่ม?""ถ้าตอนนั้นคุณลงรถมาตามหา ถ้าตอนนั้นคุณโทรหาพ่อแม่ของเด็ก บางทีเด็กคนนี้อาจจะยังมีทางรอด!"ประโยคนี้ราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้ง ที่ทุบลงกลางใจข

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 8

    ทั้งห้องรับแขกพลันเงียบสงบลง มีเพียงเสียงพิธีกรในโทรทัศน์ที่ยังคงกล่าวคำอวยพรอยู่"ครับ... ครับ... พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ"พ่อวางสายโทรศัพท์ ร่างทั้งร่างราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมด ทรุดฮวบลงบนเก้าอี้"เกิดอะไรขึ้น? ใครโทรมาน่ะ?"น้ำเสียงของแม่สั่นเครือพ่อเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก"ตำรวจน่ะ บอกว่ามีเจ้าของรถคนหนึ่งพบศพเด็กผู้หญิงหนาวตายอยู่ที่จุดพักรถ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า... ว่าคือเสี่ยวเสี่ยว...""เป็นไปไม่ได้!"แม่กรีดร้องขึ้นมา"เป็นไปไม่ได้! เสี่ยวเสี่ยวของฉันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง..."เธอพูดยังไม่ทันจบ ร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบลงไปคุณย่ารีบเข้าไปประคองเธอไว้ ภายในห้องรับแขกพลันวุ่นวายขึ้นมาในทันทีระหว่างทางไปสถานีตำรวจ แม่ร้องไห้มาตลอดทาง น้ำตาไหลรินอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้"เสี่ยวเสี่ยวของฉัน... เสี่ยวเสี่ยวของฉันยังไม่ตาย... ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ..."พ่อกำพวงมาลัยรถแน่นจนข้อเป็นสีขาว ไม่พูดไม่จาแม้แต่ครึ่งคำพี่สาวนั่งอยู่เบาะหลัง สะอื้นไห้เสียงเบา น้องชายดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่เหม่อมองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่แล่นผ่านหน้าต

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 7

    คุณอาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ"เด็กตัวแค่นั้นจะไปไหนได้ล่ะ? ไม่แน่อาจจะตามคนแปลกหน้าที่ขับรถผ่านมากลับบ้านไปแล้วก็ได้ ตั้งใจไม่บอกพวกพี่ กะจะให้พวกพี่ร้อนใจเล่นนั่นแหละ"ไม่ใช่แบบนั้นนะ!ฉันเถียงอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ข้างๆ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลยพ่อหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรกลับไปยังสองเบอร์ที่ฉันเพิ่งโทรหาเมื่อครู่นี้สายแรกโทรหาคุณป้าที่ให้ฉันยืมโทรศัพท์ พ่อเปิดลำโพง พวกเราทุกคนได้ยินคุณป้าพูดว่า"ใช่จ้า แม่หนูคนนั้นยืมโทรศัพท์ฉันจริงๆ แต่เธอบอกว่าเดี๋ยวคุณอาจะมารับ ฉันก็เลยกลับออกมาก่อน ทำไมล่ะ? น้องยังไม่ได้ขึ้นรถเหรอ?"สายที่สองโทรหาคุณลุงที่ให้ฉันยืมโทรศัพท์ในตอนหลัง คุณลุงพูดว่า"เด็กคนนั้นยืมโทรศัพท์ผมไปน่ะแหละ แต่พอโทรเสร็จก็ยังยืนรออยู่ที่จุดพักรถ ผมบอกให้เข้ามาหลบหนาวในรถผม เธอก็ไม่ยอม ทำไมล่ะ? พวกคุณยังไม่ได้รับเธอมาอีกเหรอ?"หลังจากวางสาย ภายในห้องรับแขกก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดน้ำตาของแม่ร่วงหล่นลงมา"เสี่ยวเสี่ยวตัวแค่นี้ จะไปไหนได้ล่ะเนี่ย..."จู่ๆ น้องชายก็พูดแทรกขึ้นมา"พี่สาวต้องโกรธที่พ่อกับแม่ลืมเธอไว้ที่จุดพักรถแ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 6

    "เอาสิ เดี๋ยวฉันลองดูว่าจองห้องได้ไหม"พวกเขาพูดคุยถึงแผนการช่วงปีใหม่กันอย่างออกรส ทั้งเรื่องที่จะไปอวยพรปีใหม่ที่ไหน ไปเที่ยวที่ไหน และจะซื้ออะไรบ้างฉันดีใจจนวิ่งวนไปรอบๆ ตัวพวกเขา อยากจะบอกว่าฉันก็อยากไปเหมือนกัน แต่พออ้าปาก กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาเลยใช่สิ ฉันตายไปแล้ว ไปไม่ได้แล้วล่ะจู่ๆ พี่สาวก็วางโทรศัพท์มือถือลง แล้ววิ่งไปหาแม่"แม่ โทรศัพท์แบตหมดแล้ว เอาของแม่มาให้หนูเล่นหน่อยสิ""เด็กคนนี้นี่ รู้จักแต่จะเล่นโทรศัพท์"ปากแม่บ่นไปอย่างนั้น แต่ก็ยังยื่นโทรศัพท์ส่งให้ไปอยู่ดีน้องชายก็วิ่งเข้ามา ดึงขากางเกงของพ่อไว้"พ่อ ขอเงินหน่อย ผมจะไปซื้อประทัด!""มืดค่ำป่านนี้แล้วจะไปซื้อประทัดอะไร พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"แม้พ่อจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยังล้วงเงินหนึ่งร้อยบาทออกจากกระเป๋าสตางค์น้องชายร้องดีใจด้วยความร่าเริง แล้วถือเงินวิ่งออกไปตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครพูดถึงฉันเลยราวกับว่าฉันไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้แม่คลำกระเป๋าเสื้อ ขมวดคิ้วมุ่น"ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปสักอย่างนะ..."ตอนนั้นเอง คุณย่าก็ยกกับข้าวเดินออกมาจากห้องครัว แล้ววางลงบนโต๊ะอาหาร"จริงสิ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 4

    ท้องว่างจนรู้สึกหวิว แถมยังปวดหน่วงๆหรือว่าจะหิวจัดเกินไปนะ?ฉันมือสั่นเทา ล้วงเอาช็อกโกแลตครึ่งชิ้นที่เหลืออยู่ในกระเป๋าออกมา ไม่สนที่จะประหยัดอีกต่อไป รีบยัดมันเข้าปากรวดเดียวรสชาติหวานเลี่ยนพอจะช่วยระงับอาการใจสั่นลงไปได้บ้าง แต่ความรู้สึกหนักอึ้งที่หัวและเบาหวิวที่เท้ากลับชัดเจนยิ่งขึ้นร่

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 3

    ฉันพูดยังไม่ทันจบ ปลายสายก็มีเพียงเสียงสัญญาณถูกตัดสายอันเย็นเยียบดังตอบกลับมาฉันกำโทรศัพท์แน่น ยืนเหม่อลอยอยู่กับที่ในที่สุดน้ำตาก็กลั้นไม่อยู่ร่วงหล่นลงมา หยดแหมะลงบนหน้าจอโทรศัพท์อันเย็นเฉียบ แล้วเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจในชั่วพริบตาคุณป้าที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ตบไหล่ฉันเบาๆ ถอนหายใจแล้วพูดว่า"หน

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 2

    เธอมองประเมินฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าครู่หนึ่ง แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"สาวน้อย หนูอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอจ๊ะ พ่อแม่หนูล่ะ?"พอได้ยินคำว่าพ่อแม่ จมูกของฉันก็พาลแสบปร่าขึ้นมา ฉันฝืนกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"คุณป้าคะ หนู...หนูถูกพ่อแม่ลืมทิ้งไว้ที่นี่ ขอยืมโทรศัพท์โทรห

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 5

    เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวผิดปกติ ราวกับขนนกที่ถูกลมพัดปลิวฉันนึกว่าจะได้เห็นใบหน้าร้อนรนของแม่ และสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนอันอบอุ่นของเธอ เหมือนตอนเด็กๆ เวลาที่หกล้ม เธอมักจะวิ่งเข้ามาอุ้มฉันขึ้นเป็นคนแรกเสมอทว่าภาพตรงหน้ากลับยังคงเป็นจุดพักรถไร้ผู้คนอันเย็นเยียบแห่งนั้นหิ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status