Mag-log in
ลมหนาวพัดกระจกหน้าต่างบานเกล็ดที่ออฟฟิศส่งเสียงสั่นสะเทือนราวกับจะหลุดออกมาจากกรอบ แต่นั่นยังไม่สระสาทเท่ากับเสียงกระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะของหัวหน้าแผนกในเช้าวันที่ 1 ธันวาคม
“รื้อใหม่หมดเลยนะ 'ธัน' ผมว่ามู้ดแอนด์โทนมันยังไม่โดนใจลูกค้า” คำสั่งสั้นๆ ที่ทำเอา ธัน หรือ ธันวา หญิงสาวผู้มีชื่อเดียวกับเดือนสุดท้ายของปีถึงกับหน้าชา เธอจ้องมองไฟล์งานที่อดตาหลับขับตานอนทำมาทั้งสัปดาห์ด้วยนัยน์ตาที่ร้อนผ่าว แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ ‘อาถรรพ์เดือนเกิด’ ที่เธอมักจะเจอเป็นประจำทุกปี ชีวิตของธันถูกผูกติดอยู่กับความซวยในเดือนธันวาคมเสมอ ราวกับโชคชะตาต้องการกลั่นแกล้งให้เจ้าของชื่อนี้ต้องชดใช้ด้วยหยาดน้ำตาและเหงื่อเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่จนจบปี หลังจากโดนแก้สั่งงานจนมืดค่ำ ธันเดินออกมาจากตึกสูงท่ามกลางอากาศที่เย็นลงเฉียบพลัน เมฆฝนหลงฤดูเริ่มตั้งเค้าและโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เธอรีบวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์ แต่รองเท้าส้นสูงเจ้ากรรมดันมาหักเอาเสียดื้อๆ ในวินาทีที่รถเมล์คันสุดท้ายพุ่งผ่านหน้าไป พร้อมกับสาดน้ำขังบนพื้นถนนใส่ชุดเดรสสีครีมของเธอจนเปียกโชก “ขอบคุณนะธันวาคม... ขอบคุณจริงๆ ที่ไม่เคยปรานีกันเลย” เธอกระซิบประชดประชันโชคชะตา เสียงสะอื้นถูกกลืนหายไปกับเสียงฝน ธันเดินกะเผลก ลากส้นรองเท้าที่พังๆ เข้าไปในซอยลัดที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เพียงเพื่อจะหาที่หลบฝนสักครู่ ทันใดนั้น กลิ่นหอมจางๆ ของอะไรบางอย่างที่อบอุ่นและหวานละมุนก็ลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นฝนที่เฉอะแฉะ แต่มันคือกลิ่นของอบเชยและกาแฟคั่วบด เธอมองตามกลิ่นนั้นไปจนพบกับร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงไฟสีวอร์มไวท์จากในร้านส่องสว่างออกมาดูเหมือนกองไฟในคืนที่เหน็บหนาว ป้ายไม้หน้าร้านสลักชื่อไว้อย่างเรียบง่ายว่า 'December Lab' กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อเธอผลักประตูเข้าไป อบอวลด้วยกลิ่นซินนามอนที่ชัดเจนขึ้นจนทำให้ความรู้สึกตึงเครียดตลอดทั้งวันเริ่มคลายตัวลง ร้านเล็กๆ นี้ไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย มีเพียงเสียงเพลงแจ๊ซเบาๆ และเสียงเครื่องชงกาแฟที่กำลังทำงาน “ยินดีต้อนรับครับ” เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ชายหนุ่มในผ้ากันเปื้อนสีเขียวขี้ม้าเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอ เขาเป็นผู้ชายที่มีแววตาดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ผมสีน้ำตาลเข้มของเขารับกับใบหน้าเรียบเนียน และรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูเหมือนฤดูใบไม้ผลิมากกว่าฤดูหนาวที่แสนโหดร้ายข้างนอกนั่น ธันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพราะสภาพตัวเองดูไม่ได้เลย ผมเปียกปอน รองเท้าหัก และชุดที่มีคราบโคลน “เอ่อ... ขอโทษนะคะที่สภาพเป็นแบบนี้ ขอหลบฝนสักพักได้ไหมคะ” “ได้สิครับ ไม่ต้องเกรงใจเลย ไปนั่งที่มุมข้างหน้าต่างนั่นก่อนก็ได้ครับ ตรงนั้นมีฮีตเตอร์ตัวเล็กอยู่ เดี๋ยวผมหาน้ำอุ่นๆ ให้ทาน” ชายหนุ่มรีบเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ยื่นผ้าขนหนูสะอาดผืนเล็กให้เธอด้วยความมีน้ำใจ ธันรับมาอย่างงงๆ ก่อนจะขยับไปนั่งที่มุมร้านตามที่เขาบอก ความอบอุ่นจากฮีตเตอร์เริ่มทำหน้าที่ของมัน และเมื่อเธอเริ่มรู้สึกตัว ความหิวและความอ่อนล้าก็ถาโถมเข้ามา “รับอะไรดีครับวันนี้ ถ้าเป็นวันที่เหนื่อยขนาดนี้ ผมแนะนำ Hot Cinnamon Latte นะครับ สูตรพิเศษของร้านเรา ช่วยให้ใจฟูขึ้นเยอะเลย” เขาเสนอพร้อมกับขยิบตาให้เล็กน้อย “ตกลงค่ะ รับแก้วนั้นแหละคะ” ธันตอบเสียงเบา “อ้อ... แล้วก็ขอขนมปังอบสักชิ้นด้วยนะคะ” “ได้ครับ... รบกวนขอชื่อสำหรับเขียนข้างแก้วหน่อยครับ” “ธันค่ะ” เธอตอบสั้นๆ โดยไม่ได้คิดอะไร ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ปากกาเคมีในมือหยุดค้างอยู่ที่แก้วกระดาษสีครีม เขามองหน้าเธอแล้วเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงไปโดยไม่พูดอะไรต่อ ไม่กี่นาทีต่อมา กลิ่นหอมของลาเต้ร้อนๆ ก็มาวางอยู่ตรงหน้า ควันสีขาวลอยกรุ่นมาพร้อมกับศิลปะลาเต้อาร์ตรูปหัวใจดวงโต ธันเอื้อมมือไปจับแก้วเพื่อรับความอบอุ่น แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุดตาเมื่อเห็นชื่อที่เขียนอยู่ข้างแก้ว มันไม่ได้เขียนว่า 'ธัน' แต่เขียนว่า 'ธันย์ (Me too!) ' “เรียกธันเหรอครับ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง พร้อมกับชี้มาที่ตัวเอง ธันขมวดคิ้ว มองชื่อข้างแก้วสลับกับใบหน้าของเขา “เปล่าค่ะ... ฉันชื่อธัน ชื่อธันวาค่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวใจที่ดูอารมณ์ดีที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมาในวันนี้ เขาหยิบป้ายชื่อไม้เล็กๆ บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาโชว์ให้เธอเห็นชัดๆ บนนั้นสลักคำว่า 'ธันย์' ที่ออกเสียงเหมือนชื่อเธอราวกับก๊อบปี้มา แตกต่างเพียงแค่ตัวสะกด “ผมชื่อ 'ธันย์' ครับ ที่แปลว่าโชคดี หรือผู้ที่มีโชค” เขาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ “แปลกดีนะครับ นานๆ ทีจะเจอคนที่ชื่อออกเสียงเหมือนกันเป๊ะขนาดนี้ แถมยังมาในวันที่... เอ่อ... ดูเหมือนคุณจะเพิ่งรบกับพายุมา” ธันหัวเราะแห้งๆ “คงเป็นความบังเอิญที่ซวยมั้งคะ เพราะฉันชื่อธันที่แปลว่าธันวาคม และเดือนนี้สำหรับฉันคือเดือนแห่งความพินาศค่ะ” เธอยกกาแฟขึ้นจิบ รสชาติหวานมันของนมและความหอมกรุ่นของซินนามอนซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย มันอร่อยจนเธอเผลอหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย “โชคร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ธันย์ถามพลางวางสมุดเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ แก้วกาแฟของเธอ สมุดเล่มนั้นเป็นสมุดปกหนังสีน้ำตาลอ่อน หน้าปกมีตัวอักษรเขียนด้วยลายมือบรรจงว่า "Dear December" “คืออะไรคะ” ธันถามอย่างสงสัย “มันคือสมุดโปรเจกต์ของผมเองครับ” ธันย์นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม (หลังจากที่เขาสำรวจแล้วว่าไม่มีลูกค้าคนอื่นเข้ามาเพิ่ม) “ผมมีความเชื่อว่า ในเดือนที่คนส่วนใหญ่คิดว่ามันวุ่นวายและเหนื่อยล้าที่สุด มักจะมีปาฏิหาริย์เล็กๆ ซ่อนอยู่เสมอ ผมเลยตั้งชื่อสมุดเล่มนี้ว่า Dear December ไว้ให้ลูกค้าที่รู้สึกว่าวันนี้ใจมันพัง ได้ลองเขียนระบายมันออกมา” “แล้วมันจะช่วยอะไรได้คะ เขียนไปความซวยก็ไม่หายไปหรอกค่ะ” “หายไม่หายไม่รู้ครับ แต่ถ้าคุณเขียนความซวยลงไปในนี้ ผมในฐานะธันย์ที่เป็นเจ้าของความโชคดีจะอาสาหาวิธีเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ นั้นให้กลายเป็นเรื่องที่ยิ้มได้เอง” ธันมองสบตาเขา แววตาของธันย์ไม่มีร่องรอยของการโกหกหรือการหยอกล้อที่ไร้สาระ มันมีความจริงใจบางอย่างที่ทำให้เธอยอมหยิบปากกาที่เขาส่งมาให้ ‘1 ธันวาคม : รองเท้าพัง, โดนหัวหน้าด่า, รถเมล์ทิ้ง, เปียกฝน... และฉันเกลียดเดือนนี้ที่สุด’ เธอเขียนลงไปสั้นๆ ก่อนจะปิดสมุดแล้วส่งคืนให้เขา “ฝากด้วยนะคุณโชคดี ถ้าคุณเปลี่ยนวันพังๆ แบบนี้ของฉันให้ดีขึ้นได้ ฉันจะยอมเชื่อว่าชื่อธันมันไม่ใช่อาถรรพ์” ธันย์รับสมุดไปแนบข้างตัว ยิ้มกว้างจนตาเป็นขีด “รับรองเลยครับคุณธัน ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองว่า เดือนธันวาคมอาจจะเป็นเดือนที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตคุณก็ได้” เมื่อฝนเริ่มซา ธันลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะกลับบ้าน ธันย์เดินไปหยิบรองเท้าแตะผ้าสีขาวสะอาดในสต๊อกหลังร้านมายื่นให้เธอ “ใส่คู่นี้กลับไปก่อนครับ ส่วนส้นสูงที่หัก ทิ้งไว้ที่นี่ เดี๋ยวผมส่งซ่อมให้ ร้านซ่อมรองเท้าข้างๆ ร้านผมฝีมือดีมาก พรุ่งนี้เลิกงานแล้วลองแวะมาดูนะครับ” ธันมองรองเท้าแตะในมือ แล้วมองหน้าบาริสต้าหนุ่มที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมง ความรู้สึกหนักอึ้งในอกดูเหมือนจะเบาบางลงไปอย่างน่าประหลาด “ขอบคุณนะคะ... คุณธันย์” “ยินดีครับ... ธัน” เธอเดินออกจากร้านไปพร้อมกับรองเท้าคู่ใหม่ที่ใส่สบายกว่าเดิม แม้อากาศข้างนอกจะยังหนาวเย็น แต่หัวใจของเธอกลับรู้สึกถึงไออุ่นจางๆ ของซินนามอนที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูก ขณะเดียวกัน ภายในร้าน December Lab ธันย์เปิดสมุดบันทึกหน้าแรก เขาหยิบปากกาสีแดงขึ้นมาขีดฆ่าคำว่า ‘เกลียดเดือนนี้ที่สุด’ ออก แล้วเขียนข้อความเล็กๆ ลงไปข้างล่างด้วยรอยยิ้ม ‘เริ่มโปรเจกต์วันที่ 1 : เปลี่ยนความเกลียด เป็นความสงสัย... ขั้นตอนต่อไป คือทำให้เธออยากมาที่นี่ทุกวัน’ เขามองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินหายไปในความมืดของซอย ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดเคาน์เตอร์อย่างมีความสุขกว่าทุกวัน ธันวาคมปีนี้... ท่าทางจะไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมาเสียแล้ว31 ธันวาคม | เวลา 18:00 น.ท้องฟ้าเหนือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้าครามเป็นสีส้มทองอมม่วง ลมหนาวพัดโชยมาปะทะหน้าต่างกระจกของ December Lab มากกว่าทุกวัน บรรยากาศภายในร้านในเย็นวันสุดท้ายของปีนั้นเงียบสงัดผิดปกติ เพราะธันย์ตัดสินใจปิดร้านสำหรับการให้บริการทั่วไปตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ภายใต้ภารกิจลับ "คืนแห่งคำมั่นสัญญา"ธันย์ยืนอยู่กลางร้านในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง เขากำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องชงกาแฟเป็นครั้งสุดท้าย กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ที่เขาคัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับคืนนี้หอมอบอวลไปทั่วบาร์ ส่วนธันนั้นอยู่ในชุดเดรสลูกไม้สีครีมยาวระพื้น ผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอถูกรวบขึ้นอย่างประณีต เผยให้เห็นดวงตาที่เป็นประกายยิ่งกว่าแสงดาวงานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บริเวณสวนหลังร้านและดาดฟ้า ธันเปิดงานด้วยการเชิญแขกแต่ละคู่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราว "จุดเปลี่ยน" ของชีวิตในปีที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื้นตัน ธันย์เดินเข้าไปหาธันที่ยืนทอดสายตามองพลุไฟที่เริ่มจุดซ้อม
ตอนที่ 28: "Begin Again - แสงแดดแรกและรสชาติแห่งความหวัง"เช้าวันที่ 30 ธันวาคม | เวลา 06:00 น.แสงรำไรของเช้าวันใหม่ค่อยๆ ทอแสงผ่านกระจกใสของร้าน December Lab แม้จะยังไม่ถึงวันขึ้นปีใหม่ แต่ธันย์และธันตัดสินใจเปิดร้านในวันนี้เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องสู่โปรเจกต์ มกราคม Begin Again และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมใหญ่ในคืนวันที่ 31 ที่พวกเขาวางแผนจะจัดขึ้นเพื่อ "คนรัก" และ "คนที่เป็นความรักของกันและกัน"ธันย์อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนยีนสีเข้มยืนอยู่หลังบาร์ไม้โอ๊ค กลิ่นหอมของไซรัปเปลือกส้มเชื่อมที่เขาตั้งใจหาสูตรมาตลอดทั้งคืนฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน เขาบรรจงเทเอสเพรสโซ่ช็อตเข้มข้นลงบนชั้นน้ำส้มสดใส ตบท้ายด้วยฟองนมนุ่มละเอียดที่โรยผงอบเชยเป็นรูปพระอาทิตย์ดวงเล็กๆ เขามองดูเมนู "The First Sunrise" ในแก้วใสด้วยแววตาเป็นประกาย "กาแฟแก้วนี้... ผมตั้งใจให้มันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกคนครับธัน"แต่ว่า... เมื่อเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเป็นสัญญาณของแขกคนแรก แขกคนนั้นกลับไม่ใช่คนที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มรับเดือนใหม่ในอีกไม่กี่วันเลย "ตุนย์" ชายหนุ่มในชุดทำงานที่ดูหลุดลุ่ย ไหล่ของเขาห่อเหี่ยว แววตาว่างเป
เช้าวันที่ 26 ธันวาคม ธันย์พาครอบครัวของธันไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดเก่าแก่ริมน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลส่งท้ายปี บรรยากาศเงียบสงบช่วยขัดเกลาจิตใจที่วุ่นวายมาตลอดหลายเดือนให้วางลงได้อย่างสนิทใจ หลังจากทำบุญเสร็จ ธันย์ก็ขออนุญาตพาคุณพ่อสมภพแยกตัวไปที่ "โรงคั่วกาแฟระดับอุตสาหกรรม" ของเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกล“คุณอาครับ ที่นี่คือหัวใจของธุรกิจผม” ธันย์อธิบายขณะพาเดินดูเครื่องคั่วกาแฟนำเข้าขนาดใหญ่และห้องแล็บทดสอบคุณภาพ “ผมไม่ได้มีแค่ร้าน December Lab แต่ผมส่งเมล็ดกาแฟคั่วเองให้กับโรงแรมและคาเฟ่อีกกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ และปีหน้าเรากำลังจะขยายการส่งออกด้วยครับ” คุณพ่อสมภพมองดูระบบการจัดการที่ทันสมัยและพนักงานที่ทำงานอย่างกระฉับกระเฉงด้วยความทึ่ง “ธันย์... อาเห็นแล้วล่ะว่าเธอไม่ได้แค่ฝัน แต่เธอสร้างรากฐานไว้แข็งแรงมาก พ่อเชื่อแล้วว่าเธอจะดูแลยัยธันได้ไม่ใช่แค่เรื่องใจ แต่คือเรื่องชีวิตที่มั่นคงด้วย”ในขณะเดียวกัน ธันย์แอบส่งพิกัดให้ธันและคุณแม่ตามมาเจอกันที่หมู่บ้านจัดสรร ระดับซูเปอร์แห่งหนึ่ง รถตู้ VIP เลี้ยวเข้าสู่อาณาจักรส่วนตัวที่มีต้นไม้ร่มรื่น ก่อนจะมาหยุดลงที่หน้าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอ
ในห้องครัวขนาดกว้างที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว ธันอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีม เธอกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารเช้าชุดใหญ่ ใบหน้าของเธอวันนี้ดูสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แววตาที่เคยหม่นแสงกลับเป็นประกายล้อไปกับแสงแดด“คุณธันย์คะ อย่าหยิบเบคอนทานเล่นแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวก็ไม่พอเสิร์ฟคุณพ่อหรอก” ธันดุเสียงไม่จริงจังนัก เมื่อเห็นบาริสต้าหนุ่มแอบคีบเบคอนกรอบๆ เข้าปาก“แหม... ก็มันหอมนี่ครับคุณประธาน ผมแค่ช่วยคิวซีให้ไงครับว่าเชฟธันทำอร่อยหรือเปล่า” ธันย์หัวเราะร่า เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ แต่ยังไม่ทิ้งลายบาริสต้าด้วยการง่วนอยู่กับเครื่องชงกาแฟขนาดเล็กที่เขาสั่งยกมาไว้ที่ห้องนี้เป็นพิเศษ“ไปเตรียมขนมปังเลยค่ะ เดี๋ยวข้าวต้มกุ้งสูตรคุณแม่จะจืดซะก่อน” ธันสั่งการพร้อมรอยยิ้ม ธันย์ขยับเข้าไปใกล้จูงมือเธอเบาๆ แล้วหมุนตัวเธอมาประจันหน้า “รู้ไหมครับ... วันนี้คุณสวยกว่าเมื่อคืนบนเวทีอีกนะ รอยยิ้มแบบนี้แหละที่ผมอยากเห็นที่สุด” ธันหน้าแดงระเรื่อ “เพราะคุณนั่นแหละค่ะ... ขอบคุณนะคะที่จัดแจงให้คุณพ่อคุณแม่มาพักที่นี่ใกล้ ๆ กัน”ไม่นานนัก คุณพ่อสมภพและคุณแม่วิภาก็เดินออกมาจากห้องนอนแขก ทั้งสองอ
ตอนที่ 25 : Christmas Eve บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหลังจากวินาทีปาฏิหาริย์ที่ครอบครัวได้สวมกอดกันนั้น เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตื้นตัน แสงไฟสีชมพูกลีบบัวยังคงทอประกายล้อไปกับหยาดน้ำตาที่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ธันเดินเคียงข้างพ่อและแม่โดยมีธันย์คอยระแวดระวังอยู่ไม่ห่าง ทุกย่างก้าวของเธอในคืนนี้ไม่ได้ดูอ้างว้างอีกต่อไป แต่กลับดูทรงพลังและสง่างามจนแขกเหรื่อทุกคนต่างขยับหลีกทางให้ด้วยความเคารพแต่ในมุมหนึ่งของงาน กิ๊ฟ และ อดีตหัวหน้างาน ของธัน กลับยืนหน้าถอดสี พวกเขาจ้องมองภาพความสำเร็จระดับ "พลิกฟ้า" นี้ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งอิจฉา เสียดาย และเหนือสิ่งอื่นใดคือความกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เคยทำไว้กับธันจะย้อนกลับมาทำลายอนาคตของตัวเองเมื่อธันและครอบครัวกำลังจะเดินผ่านโซนรับรองขึ้นไปทางดาดฟ้าที่เตรียมเอาไว้สำหรับสองครอบครัว อดีตหัวหน้างานที่เคยต่อว่าธันอย่างไม่ไยดี ก็รีบก้าวเข้ามาขวางหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นอย่างรวดเร็ว“แหะๆ คุณธันวาครับ... ยินดีด้วยจริงๆ นะครับ งานวันนี้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีมาก ผมมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคุณธันวาต้องไปได้ไกล” เขาเอ่ยเสียงประจบพลางยื่นนามบัตรใบใหม่
ค่ำคืนวันที่ 24 ธันวาคม... ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มจัดตัดกับแสงไฟระยิบระยับของเทศกาลคริสต์มาส แต่สถานที่ที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยมนต์ขลังที่สุดในคืนนี้คงหนีไม่พ้น December Lab ถนนหน้าร้านถูกประดับประดาด้วยโคมไฟนับพันดวง และแขกเหรื่อในชุดราตรีและสูทหรูหราต่างทยอยเดินทางมาถึงเมื่อเวลา 18:00 น. ตรง รถคูเป้สีดำเงาวับคลานเข้ามาจอดสนิทหน้าทางเข้า ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคู่รักที่เป็นจุดสนใจที่สุดของงาน ธันย์ ก้าวลงมาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ทรงคลาสสิกที่ขับเน้นบุคลิกให้ดูสุขุมและทรงพลังราวกับเจ้าชายในนิยายสมัยใหม่เขาเดินอ้อมไปเปิดประตูให้ ธัน... วินาทีที่เท้าของเธอสัมผัสพื้น เสียงพูดคุยรอบข้างพลันเงียบสงบลงชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฮือฮาในความงดงาม ธันอยู่ในชุดสูทสตรีสีขาวงาช้าง (Ivory White) ที่สั่งตัดพิเศษ เนื้อผ้าทอประกายทองคำละเอียดสว่างไสวภายใต้แสงไฟนวลตา ปกเสื้อด้านซ้ายติด เข็มกลัดเมล็ดกาแฟทองคำ ที่เพิ่งได้รับมาเมื่อคืน มันขับให้ใบหน้าของเธอที่ถูกแต่งแต้มอย่างพอเหมาะดูสง่าและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“ดูนั่นสิ... ชุดของพวกเขาสวยมากจริงๆ เข้าก







