ตอนเล่นผมมักคิดถึงงานเสริมอย่าง 'The Witcher 3: Blood and Wine' ที่ถึงจะมีธีมและตอนจบของมันเอง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแก้แผนหลักของความเป็น Witcher ในทำนองเดียวกัน 'Shadow of the Erdtree' เสนอเรื่องราวที่ยืนได้ด้วยตัวเอง—มีจุดเริ่มต้น กลาง และตอนจบของมันเอง—แต่มันยังโยงกับธีมใหญ่ของโลกและความหมายของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้บางมุมมองในเกมหลักเกิดความชัดเจนขึ้นหรือถูกท้าทาย