ภาพรวมของทีมนักแสดงสมทบก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Lucy Boynton ที่รับบทเป็น Mary Austin เธอให้มิติของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับ Freddie ทั้งความรักและความห่วงใยที่ไม่ใช่แค่ฉากรักโรแมนติกธรรมดา Gwilym Lee ในบท Brian May และ Ben Hardy ในบท Roger Taylor ก็จับบุคลิกของสมาชิกวง Queen ได้อย่างน่าเชื่อถือ ทั้งทักษะการเล่นกีตาร์และการสร้างความสัมพันธ์ในวง Joseph Mazzello ในบท John Deacon ก็มีเสน่ห์แบบเงียบๆ ที่ช่วยบาลานซ์ความจัดจ้านของคนอื่นๆ ส่วนตัวละครฝ่ายบริหารอย่าง Aidan Gillen ที่เล่น John Reid และ Tom Hollander ที่รับบท Jim Beach ก็เติมความเป็นโลกธุรกิจให้หนังดูมีมิติขึ้น นอกจากนี้ Allen Leech ในบท Paul Prenter ก็ทำให้เห็นความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์และการจัดการกับความโด่งดังได้ชัดเจน
ในมุมมองส่วนตัวฉากที่ทำให้ฉันยืนยาวกับหนังเรื่องนี้คือการจำลองคอนเสิร์ต Live Aid — ฉากนั้นทั้งทีมงาน นักแสดง และการตัดต่อช่วยสร้างความตื่นเต้นและความยิ่งใหญ่ได้อย่างทรงพลัง จนแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมามันจับต้องได้จริงๆ ด้านคำวิจารณ์มีประเด็นเรื่องความถูกต้องทางประวัติศาสตร์และบางตัวละครถูกย่อหรือปรับเพื่อจังหวะหนัง ฉันมองว่าถ้าคาดหวังความเที่ยงตรงแบบสารคดีอาจผิดหวัง แต่ถ้าต้องการชมการตีความชีวิตศิลปินในรูปแบบภาพยนตร์ที่เน้นอารมณ์และการแสดง 'Bohemian Rhapsody' ให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า
โดยสรุป นักแสดงเด่นที่สุดที่คนมักนึกถึงคือ Rami Malek ในบท Freddie Mercury แต่ทีมสมทบอย่าง Lucy Boynton, Gwilym Lee, Ben Hardy, Joseph Mazzello, Aidan Gillen, Tom Hollander และ Allen Leech ก็ช่วยทำให้เรื่องราวของวง Queen มีความสมบูรณ์และน่าสนใจมากขึ้น ความประทับใจสุดท้ายคือการได้เห็นการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังและความทุ่มเท ซึ่งทำให้เพลงและเรื่องราวยังคงอยู่ในหัวฉันยาวนาน
วินาทีนั้นฉากการแสดง Live Aid ในหนังยังคงทำให้คอหนังเพลงหลายคนลุกขึ้นยืนได้เสมอ และรางวัลจากงานออสการ์ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าฉากนั้นถูกประกอบขึ้นมาอย่างตั้งใจ
ทุกครั้งที่ฉันนั่งชมฉากคอนเสิร์ตของ 'Bohemian Rhapsody' ใจยังพุ่งพล่าน — นี่คือคำชมเชยแรกที่อยากบอกเพราะฉาก Live Aid ถูกตัดต่อและผสานเสียงจนรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงหน้างานจริง ๆ