ผมเป็นคนไทยแต่หัวใจโชซอน NC อัลฟ่าxอัลฟ่า

ผมเป็นคนไทยแต่หัวใจโชซอน NC อัลฟ่าxอัลฟ่า

last updateLast Updated : 2026-09-12
By:  พู่กันฟูUpdated just now
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 ratings. 2 reviews
35Chapters
337views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

วิญญาณดวงหนึ่งดับสูญท่ามกลางแผนร้ายในวังหลวง... อีกวิญญาณหนึ่งหลุดลอยมาจากอนาคต! เมื่อ ‘แจ๊คกี้’ หนุ่มไทยที่พึ่งเรียนจบหมาดๆ ได้เผลอลื่นล้มหัวฟาดพื้นในยุคปัจจุบัน แต่ลืมตาขึ้นมาอีกทีกลับอยู่ในร่างของ ‘ศรีบดินทร์’ ทหารองครักษ์คนสนิทของราชาแห่งโชซอนที่เพิ่งสิ้นลมจากยาพิษปริศนา ในเมื่อหนีกลับร่างเดิมไม่ได้ แถมยังตกปากรับคำวิญญาณเจ้าของร่างว่าจะช่วยปกป้อง ‘ฝ่าบาท’ สหายสนิทผู้เป็นที่รัก และโคตรจะหื่นกามม ปฏิบัติการกางปีกป้องบัลลังก์ของหนุ่มไทยหัวใจโชซอนจึงเริ่มต้นขึ้น! ยอดองครักษ์ที่เคยสุขุมกลับกลายเป็นคนพูดจาแปลกประหลาด ท่าทางลุกหลี้ลุกลน แต่กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบที่พวกขุนนางเฒ่าคาดไม่ถึง! มาร่วมลุ้นไปกับความป่วน ความฮา และความฟินที่จะทำให้วังหลวงโชซอนต้องสั่นสะเทือน!

View More

Chapter 1

บทนำ

“ฟื้นแล้วขอรับฝ่าบาท!”

หลังสิ้นเสียงหมอหลวงทุกคนดูโล่งใจเป็นอย่างมาก ฝ่าบาทรีบจ้องตรงไปดูสหายของพระองค์ที่ดูเหมือนว่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

“เจ้ามิเป็นไรมากแล้วล่ะบดินทร์…นอนพักเถิด”

ขณะที่ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกได้เลยว่าผมน่าจะฝันไปแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่ตื่นตอนนี้…..

“ฝันไปหรอกหรอเนี่ย…….หืม…ว่าแต่….ที่ไหน…กัน…ละเนี่ย!?”

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาภาพที่เห็นตรงหน้านั้นแทบเอาผมช็อคจนหัวใจจะวายตายเลยล่ะครับ

“เดี๋ยวนะ!!!? คุณเป็นใครเนี่ย!!!??? แล้ว ที่นี่ที่ไหนละเนี่ย!!!?”

คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว ผมรีบตั้งตัวขึ้นนั่งแล้วเกิดอาการอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ

ที่ไหนกัน? ….แล้วคนพวกนี้เป็นใครเนี่ย….ถึงได้แต่งตัวแปลกประหลาดกันแบบนี้

เหมือนว่าตอนนี้ทุกสายตามันกำลังจับจ้องมาที่ผมแบบไม่หยุดหย่อน สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย จากบ้านของผมมันดันกลายเป็นบ้านสมัยก่อนเหมือนว่าผมกำลังย้อนยุคมายังไงยังงั้น

พอผมก้มมองดูร่างของตัวเอง ผมก็ตกใจเป็นอย่างมากที่ทำไมผมถึงอยู่ในชุดที่มันหนักอึ้งขนาดนี้ เหมือนกับว่าจะหายใจลำบากสุดๆ

“มีอันใดรึ บดินทร์?”

‘ชายเสื้อแดงตรงหน้านี่คือใครกัน แล้วคนพวกนี้ล่ะ’

“เอ่อ…พี่ครับ คือว่า…ที่นี่ที่ไหนหรอครับ??”

ผมยิงคำถามตรงไปที่ชายคนนั้น แต่ทว่าเขากับทำสีหน้างงงวยกลับมา

“ตำหนักของข้าไงเล่า…เจ้าเป็นอันใดไปกัน?”

‘อะไรเนี่ยยยยย!!! ทำไมเค้าถึงพูดเพราะกับผมแบบนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่ากำลังถ่ายทำหนังหรือละครอยู่หรอแต่ละคนดูแต่งองค์ทรงเครื่องสิ สุดยอดสมจริงมากยังกับว่าย้อนมาจริงๆ’

“อันนี้คือ….กำลังถ่ายละครกันอยู่หรอครับ คือว่า ผมอยากรู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้อ่ะ!!?”

ผู้คนรอบข้างเริ่มทำสีหน้าประหลาดใจจ้องมองไปที่บดินทร์ด้วยความสงสัย

“เจ้าว่าแปลกรึไม่? …เหตุใดท่านองครักษ์ถึงได้ตรัสวาจาแปลกๆ ข้ามิเคยได้ยิน”

“นั่นสิเพคะท่านขันที…”

เสียงซุบซิบดังขึ้นนิดหน่อยจนทำให้ผู้ที่เป็นกังวลสุดตะหวาดขึ้นมาเสียงดัง

“พวกเจ้า!….”

สิ้นเสียงฝ่าบาททุกคนรีบก้มหน้าลงราวกลับว่าคนผู้นี้มีอำนาจมหาศาลยิ่งนัก ผมเองที่อยู่ในสภาพมึนงงก็ตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ได้ยิน

‘จะแสดงสมจริงอะไรขนาดนั้นวะ โคตรแอ๊คเลย!!…แต่ว่าไอ้เสื้อแดงนี่ก็หล่อไม่เบาเลยนะเนี่ย สูงซะด้วยสิ ให้ตายแต่นิสัยดุชิบหาย…’

ผมบ่นพึมพำในหัวอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นและพยายามจะเดินออกจากพระตำหนัก

“บดินทร์เจ้าจะไปที่ใด เจ้าหายดีละรึ?”

‘โอ๊ยยยย จะสุภาพอะไรขนาดนั้นวะ มันใช่อารมณ์ถ่ายหนังเวลานี้มั้ยเนี่ย?!!’

“นี่พี่ครับ ผมจะกลับบ้าน แล้วก็หยุดพูดภาษาแบบนั้นกับผมสักที ผมไม่ถนัดปากที่จะพูดด้วย!!”

หลังผมพูดจบก็กำลังจะเดินออกไปจากตำหนักแต่ทันใดนั้น

“เจ้าพูดจาภาษาสดข้ามิเคยได้ยิน! แล้วเหตุอันใดเจ้ากล้าที่จะเดินออกไปเช่นนั้น!”

ผมหยุดนิ่ง หลับตาเม้มปากแล้วถอนหายใจยาว ก่อนที่จะหันมาพร้อมสีหน้าที่หงุดหงิดค่อนข้างมาก

“เห้ออ พี่ครับเอางี้นะคือพี่จะให้ผมพูดยังไงครับ? อีกอย่างผมยังไม่รู้เลยว่าผมมาที่นี่ได้ยังไง อย่าบอกนะว่าพวกพี่ลักพาตัวผมมา! อีกอย่างจู่ๆ ผมก็ใส่ชุดนี้ซะงั้น รู้มั้ยว่ามันร้อนขนาดไหนอ่ะ”

“ถ้าอยู่ห้องนะผมจะบอกให้ว่าผมไม่ใส่แบบนี้หรอก แล้วดูพวกพี่ๆ แต่ละคนดิ๊ แต่งตัวอะไรกันเนี่ย ผมถามว่าแสดงละครกันอยู่หรอ ก็ไม่มีใครตอบ เอาแต่ก้มหน้าก้มตากันอยู่อย่างนั้น ผมจะกลับแล้ว!”

ทันทีที่บดินทร์พูดจบ ทุกคนต่างแสดงภาษากายที่บอกเป็นความนัยว่าสงสัยจบสิ้นแล้วชีวิต หมอหลวงเห็นท่าไม่ดีเลยเอ่ยขึ้นพรางน้อมคับนับหัวลง

“ท่านองครักษ์ศรีบดินทร์ โปรดเย็นพระทัยก่อนเถิดขอรับ…”

‘อะไรกันวะ?! คนพวกนี้สีหน้าจะจริงจังอะไรขนาดนั้น แล้วไอ้เสื้อแดงนี่ทำไมมันทำหน้าแบบนั้นล่ะ อยากรู้จังว่าคนพวกนี้แม่งต้องการอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ควรหาทางออกจากตรงนี้ให้ได้ก่อน!’

บดินทร์พูดจบกำลังจะวิ่งออกจากพระตำหนัก ฝ่าบาทที่อยู่ใกล้ๆ ก็รีบคว้ามือเขาไว้ก่อนจะกำไว้แน่น

“เห้ยพี่! ปล่อยผมนะผมจะกลับบ้าน!”

บดินทร์พยายามที่จะสลัดตัวให้หลุดออกจากมือของฝ่าบาทที่กำแขนของเขาไว้แน่น แต่ดิ้นสุดแรงฤทธิ์เพียงใดก็ไม่เป็นผล

“นี่เจ้า เป็นใครกัน!” ฝ่าบาทเค้นเสียงหนักใส่เขาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องมองมาที่เขาด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก

แม้บดินทร์จะบ่นเสียงแข็ง แต่คนที่อยู่ตรงหน้าของเขากับชักสีหน้าดุดันมากกว่าหลายเท่า

‘แล้วจะเสียงดังอะไรเบอร์นั้นวะพี่!! เห้ยเอาดี คนเราไม่เคยรู้จักกันอยู่ๆ มาขึ้นเสียงใส่แบบนี้ได้หรอวะ’

“เอางี้นะพี่ปล่อยแขนผมก่อน ใจเย็นๆ นะครับ…”

ฝ่าบาทที่เห็นแววตาที่น่าสงสารของบดินทร์ พระองค์ก็ทรงปล่อยมือออกอย่างง่ายดาย ทันใดนั้นบดินทร์ก็รีบเงื้อมตัวมองหาช่องว่างที่จะพยายามวิ่งหนี เหลือบมองอยู่สักครู่ก็เห็นช่องระหว่างท่านขันทีอินทร์กับนางในอยู่พอดี

จากนั้นพอได้โอกาสบดินทร์ก็ชิ่งรีบวิ่งตรงดิ่งออกพระตำหนักอย่างรวดเร็ว

ตึกตึกตึกตึก!!!!

เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบกระทบพื้นสลับซ้ายขวาดังเป็นเหมือนจังหวะกลอง ทำให้คนทั้งหมดตกใจและพากันแตกตื่น ก่อนที่ไม่นานก็เริ่มเกิดความสงสัยและความวิตกกังวลขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ท่านจะไปไหนขอรับ!!! ท่านองครักษ์บดินทร์?? กระหม่อมยังทำการรักษาท่านมิเสร็จนะฃขอรับ!!?”

บดินทร์วิ่งเร็วมากจนทำให้คลาดสายตาจากผู้คนที่อยู่ในตำหนัก ฝ่าบาทไม่รอช้าพระองค์ทรงรีบรับสั่งให้ทหารช่วยกันจับตัวองครักษ์ แล้วนำไปขังไว้ที่กรงขังเพื่อสงบสติอารมณ์ของเขา

“หยุดนะ! ท่านองครักษ์!” เสียงของเหล่าทหารนั้นดังขึ้นซ้ำๆ อยู่หลายรอบ แต่เมื่อหันมองไปทางใดก็มองไม่เห็นแม้แต่เงา

ตึกตึกตึกตึกตึก!!!

แฮกๆ แฮกๆ แฮกๆ!!

‘อ๊ากกก พวกเค้าต้องเป็นบ้ากันไปหมดแล้วแน่ๆ เลย ไอ้แจ๊คเอ้ยยเวรกรรมอะไรมึงว้า!!! เห้อ….จะต้องวิ่งหนีทหารพวกนี้ไปถึงไหนกันเนี่ยย!! ว่าแต่ที่นี่มันคือที่ไหนกัน ไม่เคยเห็นเลย จะเป็นสมัยก่อนเหมือนหนังย้อนยุคก็ไม่ใช่ เอ้ยยย! ที่ไหนกันวะ ละเราต้องหนีไปไหน! ว่าแต่นั่นบ้านคนนี่! ไม่ได้การละวิ่งเข้าไปตรงนั้นก่อนแล้วกัน!!’

บดินทร์วิ่งพรวดพราดเข้ามาในตำหนักของใครบางคน ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการทำคือพยายามหลบหนีจากคนพวกนั้นและหาทางกลับไปถึงบ้านให้ได้

“ท่านทหารองครักษ์เพคะ พระสนมกำลัง….!!”

นางในของพระสนมเอกพูดไม่ทันจบบดินทร์ก็รีบวิ่งตรงเข้าไปในห้องของพระองค์

“ขอโทษทีนะครับบบ!!! แต่ผมขอหลบหน่อยนะคับบบ!”

ทุกคนวุ่นวายกันไปหมดตอนนี้ พระสนมเอกทันทีที่เห็นว่าท่านทหารองครักษ์กำลังวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบจึงมีทีท่าที่ตกใจพระทัยอยู่ไม่น้อย

“ทะ…ท่าน…มีเหตุอันใดอย่างนั้นรึเพคะ เหตุใดถึงได้รีบวิ่งเข้ามาในพระตำหนักของกระหม่อมเช่นนี้!!?”

“พี่สาววว!! ผมขอหลบหน่อยนะครับบ!! พอดีคนข้างนอกกำลังไล่จับผมอยู่อ่ะครับบ!!!”

“ไล่จับอย่างนั้นรึเพคะ?”

บดินทร์พยักหน้าอย่างเร็วไว แต่พระสนมเองก็ยังคงงงในสิ่งที่บดินทร์กำลังกระทำ

“หม่อมฉันคิดว่า ท่านองครักษ์บดินทร์อาจจะทรงเล่นซ่อนหากับเหล่าทหารอยู่เป็นแน่เพคะ”

นางกำนัลคนสนิทเดินเข้ามากราบทูลกับพระสนมเอก

“เป็นเช่นนั้นรึเพคะท่านองครักษ์?” พระสนมย้อนกลับไปถามบดินทร์ด้วยสีหน้าที่งงงวย

“ใช่แล้วครับบพี่สาวว”

“ถ้าเป็นดังที่ท่านตรัส ถวา…..เจ้าออกไปก่อนเถิด”

“เพคะพระสนม” หลังจากที่นางกำนัลคนนั้นเดินออกจากประตูไปความเงียบสงัดก็กลับเข้าที่อีกครั้ง

“งั้นข้ายินดีที่จะช่วยท่านเพคะ….ท่านศรีบดินทร์”

หลังจากบดินทร์ได้ยินเสียงพระสนมเอก เขาก็ตาลุกวาวทันทีก่อนที่จะรีบยกมือคุกเข้าไหว้ขอบคุณอย่างประณีต

“ท่าน…มิต้องมากพิธีถึงเพียงนี้หรอกเพคะ”

“ขอบคุณมากเลยนะพี่สาว ผมจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้จริงๆ ครับ!!!”

พระสนมจ้องมองไปที่บดินทร์อีกครั้งพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย บนใบหน้ามันเต็มไปด้วยความสงสัยแต่พระสนมก็ยังคงยิ้มที่มุมปากปิดบังไว้

“พี่สาวอย่างนั้นรึเพคะ? ….อ้อ….ท่านกำลังเล่นซ่อนหาอยู่สินะเพคะ เช่นนั้นท่านจงไปซ่อนตัวเสียเถิด ประเดี๋ยวถ้าหากมีทหารคนใดเข้ามาถามกระหม่อมเกี่ยวกับท่าน กระหม่อมจะจัดการให้เองเพคะ…”

“ขอบคุณมากนะครับพี่สาวใจดีจริงๆ แงงง”

หลังจากนั้นบดินทร์ก็รีบวิ่งไปซ่อนที่หลังรูปภาพใบใหญ่ที่ตั้งตะหง่านอยู่ทางขวามือของพระตำหนักแล้วเขาก็นั่งยองๆ ที่หลังรูปภาพนั้นพร้อมกับ เงียบเสียงให้เบามากที่สุด

“เจอบดินทร์รึไม่!?”

“ยังไม่เจอเลยขอรับฝ่าบาท…”

ฝ่าบาทเผยสีหน้าตึงเครียด มือของพระองค์นั้นชารวมถึงตัวแข็งทื่อไปหมด ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับทหารองครักษ์กันแน่ ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ทุกอย่างก็ปกติดี แต่พอหลังจากที่บดินทร์ตื่นขึ้นมาก็มีทีท่าแปลกๆ ที่เห็นได้ชัดเจนเป็นอย่างมาก

‘ถ่าย…ละ…..คร….บดินทร์เจ้าพูดสิ่งใดกัน ตัวข้ามิเคยได้ยินในสิ่งที่เจ้าพูดเช่นนี้มาก่อน เจ้ายังเรียกข้าว่าท่านพี่ เหตุใดกันเจ้าถึงตรัสเช่นนั้น!? ’

‘เจ้ากับข้าคือสหายกันตั้งแต่ยังเด็กแล้วเหตุใดเจ้าจึงตรัสคำนี้ออกมา? อีกทั้งเจ้ายังตั้งคำถามกับข้าอีกว่า ที่นี่คือที่ใดกัน? นอกจากนี้ก็บอกว่าข้าเป็นคนลักพาตัวเจ้ามา…..เรื่องอะไรกันแน่ สิ่งนี้ต้องมีเงื่อนงำเป็นแน่แท้!’

“เพิ่มกองกำลังค้นหาบดินทร์ให้เจอ! มิเช่นนั้นพวกเจ้าหัวขาดแน่!”

สิ้นเสียงฝ่าบาทตรัสเสร็จทหารชั้นผู้น้อยนายนี้หน้าซีดขวัญผวาอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่รับคำบัญชาเสร็จเขาก็รีบออกไปสั่งการต่อเพื่อค้นหาองครักษ์ศรีบดินทร์ ตอนนี้ชีวิตทุกชีวิตอยู่ในกำมือของบดินทร์ ถ้าพวกเขาหาเจอก็จะรอด…แต่ถ้าพวกเขาหาไม่เจอ ก็อาจจะต้องโดนตัดหัวเรียงคน….

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

โบตั๋นขาว บัวแก้ว
โบตั๋นขาว บัวแก้ว
จะตามค่ะ นะ...️...️...️...️
2026-09-12 13:30:22
1
0
พู่กันฟู
พู่กันฟู
ฝากนิยายของผมด้วยนะครับบ
2026-07-25 03:04:08
2
0
35 Chapters
บทนำ
“ฟื้นแล้วขอรับฝ่าบาท!” หลังสิ้นเสียงหมอหลวงทุกคนดูโล่งใจเป็นอย่างมาก ฝ่าบาทรีบจ้องตรงไปดูสหายของพระองค์ที่ดูเหมือนว่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละเล็กทีละน้อย “เจ้ามิเป็นไรมากแล้วล่ะบดินทร์…นอนพักเถิด” ขณะที่ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกได้เลยว่าผมน่าจะฝันไปแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่ตื่นตอนนี้….. “ฝันไปหรอกหรอเนี่ย…….หืม…ว่าแต่….ที่ไหน…กัน…ละเนี่ย!?” ผมลืมตาตื่นขึ้นมาภาพที่เห็นตรงหน้านั้นแทบเอาผมช็อคจนหัวใจจะวายตายเลยล่ะครับ “เดี๋ยวนะ!!!? คุณเป็นใครเนี่ย!!!??? แล้ว ที่นี่ที่ไหนละเนี่ย!!!?” คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว ผมรีบตั้งตัวขึ้นนั่งแล้วเกิดอาการอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่ไหนกัน? ….แล้วคนพวกนี้เป็นใครเนี่ย….ถึงได้แต่งตัวแปลกประหลาดกันแบบนี้ เหมือนว่าตอนนี้ทุกสายตามันกำลังจับจ้องมาที่ผมแบบไม่หยุดหย่อน สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย จากบ้านของผมมันดันกลายเป็นบ้านสมัยก่อนเหมือนว่าผมกำลังย้อนยุคมายังไงยังงั้น พอผมก้มมองดูร่างของตัวเอง ผมก็ตกใจเป็นอย่างมากที่ทำไมผมถึงอยู่ในชุดที่มันหนักอึ้งขนาดนี้ เหมือนกับว่าจะหายใจลำบากสุดๆ “มีอันใดรึ บดินทร์?” ‘ชายเสื้อแดงตรงหน้านี่คือใครกัน แล้วคนพวก
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
ปฐมบท
ปฐมบท โชคชะตานำพา “ท่านขันทีอินทร์ กระหม่อมมีเรื่องที่จะทูลถามฝ่าบาทขอรับ” เสียงของชายหนุ่มรูปสูงผิวขาวอมชมพูอยู่ในชุดของทหารองครักษ์ที่แต่งตัวเต็มยศได้เอ่ยขึ้นพูดกับท่านขันทีอินทร์ ทันทีที่ท่านขันทีอินทร์ทราบเรื่อง ก็ยิ้มตอบกลับทหารองครักษ์ “ฝ่าบาท…ท่านองครักษ์ศรีบดินทร์ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทขอรับ” “ให้เข้ามา” เสียงของฝ่าบาทลอยลอดผ่านรูประตูนั้นถึงแม้จะเบาเรียบง่าย แต่หนักแน่นในประโยคเดียว เสียงครืด จากการลากประตูไม้ทั้งสองฝั่งดังขึ้น เหล่านางในรีบเปิดประตูให้ผู้ที่มาเยือนเดินเข้าไป บดินทร์เดินตรงดิ่งเข้าไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ในขณะเดียวกันฝ่าบาทก็มองตรงดิ่งเข้ามาที่บดินทร์ด้วยสายตาที่นิ่งๆ “เจ้ามีเรื่องอันใด…บดินทร์” “กระหม่อมมีเรื่องจะมากราบทูลฝ่าบาทขอรับ….พอดีว่าท่านพ่อของกระหม่อมมีของบางอย่างที่ท่านพ่อนั้นได้มาจากคณะทูตอังกฤษขอรับ ท่านอยากจะมอบของชิ้นนี้ให้กับฝ่าบาทเป็นการตอบแทน ที่พระองค์คอยดูแลกระหม่อมตั้งแต่กระหม่อมยังเด็ก จนขึ้นเป็น ทหารหลวง นายทหาร และหน่วยองครักษ์หลวง จนวันนี้ท่านก็ได้แต่งตั้งให้กระหม่อมเป็นถึงองครักษ์ที่ใกล้ชิดที่คอยรับใช้พระองค์ขอรับ” ฝ่าบาทจ้องไปที่
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
บทที่ 1 ยามรุ่งสางมาเยือน 1
บทที่ 1 ยามรุ่งสางมาเยือน ‘นี่เรากลับมาถึงบ้านรึยัง….อยู่ที่ไหนกันนะ…. ทำไม…บรรยากาศมันดูแปลกตาจัง…’ “แจ๊ค ตื่นลูก! แจ๊ค!นี่แม่กับยายเองนะลูก! ตื่นได้แล้วลูก!!” “แม่ครับ!…..แม่!….นั่น…ยาย! ยายย! ผมอยู่นี้ครับ!! แม่!!….” ฮึก…ฮึก…. เสียงสะอึกเล็กน้อยค่อยๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด บดินทร์ที่นอนขดเป็นเหมือนตัวด้วงอยู่ในผ้าห่ม ก็ค่อยๆ เริ่มขยับตัวขึ้น “ฮืม….ที่ไหนเนี่ย? …” บดินทร์ค่อยๆ พยุงตัวขึ้นพลางขยี้ตาไปด้วย ก่อนที่เขาจะสะดุ้งอีกครั้งหลังจากมองเห็นภาพตรงหน้า ‘เห้ย! ที่ไหนอีกละเนี่ย!!? เมื่อกี้เหมือนจะเป็นยุคโชซอนแน่ๆ แต่ตอนนี้กลับมาโผล่ที่บ้านใครละเนี่ย!! โอ๊ยยยยยยย! งงไปหมดแล้วสมงสมองเกิดอะไรขึ้นวะ??’ ‘อีกอย่างเรายังไม่ได้กลับร่างเดิมอีกหรอเนี่ย…แล้วเจ้าของร่างนี้ล่ะหายไปไหนกันอย่าบอกนะว่า!!!! ไปอยู่ร่างเราแล้วอ่อ!! เอ๊ยย ไม่ได้นะเว้ยยไม่ได้!! ยังไม่ได้เป็นนักกีฬาระดับประเทศเลย โถ่วเอ๊ยยย!!!!’ เขาตกใจเป็นอย่างมาก ในขณะที่สายตามองไปรอบๆ ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบไม่ว่าจะเป็น ชุดเกราะ ชั้นวางดาบ หรือว่าแม้กระทั่งโต๊ะที่มีเอกสารกองอยู่บนนั้นพรุง
last updateLast Updated : 2026-07-25
Read more
บทที่ 1 ยามรุ่งสางมาเยือน 2
08:50 …ไม่นานยามสายก็ย่างกรายเข้ามา เหมือนว่าตอนนี้ฝ่ายในจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแต่เช้า เส่ยงเดินดุ่มๆ มาแบบรวดรีบ หญิงผู้นี้ใบหน้านั้นโกรธพิโรธเป็นอย่างมาก “พระองค์จะเสด็จไปที่ใดเพคะ? …โปรดค่อยๆ เดินนะเพคะพระพันปี…” นางกำนัลที่เดินตามมาก็ต่างใจร้อนเช่นกัน ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับผู้ที่เดินนำอยู่เบื้องหน้า “เจ้าย่อมรู้ว่าข้าจักใคร่ทำสิ่งใด….” “เพคะ…” (ตำหนักพระมเหสี) “ให้ข้าเข้าไป!” “คะ..คือว่า….พระมเหสี…กำลัง…..ทรงจรดพู่กัน พระองค์มิให้ผู้ใดรบกวนอยู่ในตำหนักเพคะพระพันปี…” ผู้ที่อยู่สูงกว่าชักสีหน้า พร้อมกับจ้องไปที่นางกำนัลผู้นั้นที่กำลังก้มหน้าลงแนบอยู่กับพื้น “บังอาจนัก! เป็นเพียงนางกำนัล…กล้ามาขัดข้างั้นรึ หึ ให้ข้าเข้าไป! มิเช่นนั้นข้าจะสั่งลงโทษพวกเจ้าเสีย โทษฐานหมิ่นกฎฝ่ายใน!” “โปรดทรงเมตตาอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ พระพันปี….!” “ให้พระพันปีเข้ามาเถิด…ส่วนพวกเจ้าออกไปก่อน..” ก่อนที่จะเกิดการปะทะคารมขึ้นในพระตำหนักไปมากกว่านี้ ก็มีเสียงของพระมเหสีก็พูดแทรกขึ้นมาขั้นกลางอย่างรวดเร็ว หลังจากพระพันปีเสด็จเข้ามาในพระตำหนัก พระองค์ยืนนิ่ง ก่อนที่จะยืนจ้องมอ
last updateLast Updated : 2026-07-26
Read more
บทที่ 2 คนที่เคยคุ้นเคย 1
บทที่ 2 คนที่เคยคุ้นเคย“โอ้โหนี่ข้าต้องขี่ม้าเลยหรอเนี่ย!!??”บดินทร์ร้องลั่นหลังจากที่ขุนเรืองได้บอกกับตนว่าจะต้องควบม้าเพื่อด้วยตนเองเพื่อออกไปนอกวัง“ใช่ขอรับ พระองค์มีเหตุขัดข้องอันใดหรือเปล่าขอรับ?”ขุนเรืองหันมามองบดินทร์ด้วยสีหน้าที่ชวนสงสัย“เอ่อ…ก็ไม่หรอก ขี่ก็ขี่ละกันแต่ขอให้ถึงบ้านก็พอ…ว่าแต่ต้องขี่ตัวนี้เลยหรอขุนเรือง?”“มิใช่ขอรับท่าน…เดี๋ยวกระหม่อมจะนำมาของพระองค์มาให้นะขอรับรอกระหม่อมประเดี๋ยวนึงนะขอรับท่าน”จากนั้นขุนเรืองก็เดินไปจูงม้าของบดินทร์มาให้ เพียงใช้สายตาจ้องมองไปที่ม้าตัวนี้ กีบเท้ากระทบพื้นเสียงดังกังวาน ลำตัวสูงใหญ่ใหล่กว้างแผ่นอกแกร่งแข็งแรงดุดัน ดวงตานั้นคมกริบราวกับดุจเปลวเพลิง ม้าตัวนั้นมันสะบัดแผงคออย่างองอาจราวกับรู้ว่าตนคือพาหนะของผู้พิทักษ์ทันทีที่บดินทร์ได้เห็นก็ถึงกับตาเบิกกว้าง พร้อมกับอ้าปาก แสดงสีหน้าที่ตกตะลึง“โอ้โห้! ไม่เคยเห็นม้าที่กล้ามแน่นเป็นมัดๆ แบบนี้มาก่อนเลย คือถ้าเป็นคนนี่หล่อมากเลยนะ ว่าแต่ชื่ออะไรหรอขุนเรือง?”“เอ่อ….พระองค์ลืมชื่อมันไปแล้วหรือขอรับ?”“ก็ข้าหัวกระแทกพื้นขนาดนี้อาจจะ…ลืมนิดหน่อยเองไม่เป็นไรหรอกน่า ใช่มั้ย…”บดิน
last updateLast Updated : 2026-07-29
Read more
บทที่ 2 คนที่เคยคุ้นเคย 2
(โรงน้ำชา) เสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้นชัดเจน พร้อมกับเหล่าหญิงสาวที่เต้นพร้อมกันอย่างเป็นจังหวะ ในขณะเดียวกันด้านหน้าเวที ก็มีเหล่าขุนนางที่นั่งรับชม พร้อมกับเหล้าสุราอาหารนานาชนิด เสียงดนตรีปนกับเสียงหัวเราะชอบใจอย่างสนุกสนาน “ท่านพ่อ…มีเรื่องอันใดรีบตรัสมาเถิดขอรับ กระหม่อมเกรงว่าใกล้ถึงเพลาอันสมควรแล้วขอรับที่จะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท…” กันฑ์ทศเอ่ยขึ้นถามบิดาของตนที่กำลังเสพสุขอยู่กับเหล่านางรำ พ่อของเขาเห็นถึงเรื่องสำคัญจึงได้บอกให้เหล่านางรำหยุดเต้นหยุดร้องชั่วครู่ ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงในไม่ช้า “โถ่วอ่านอัครมหาเสนาบดี! กระหม่อมกำลังรื่นเริงอยู่เลยขอรับ เหตุใดกันเล่าถึงได้สั่งหยุดกลางคันเช่นนี้ขอรับ? ท่าน…….” ตุ๊บ! เสนาบดีฤทธิ์พูดไม่ทันจบประโยคก็วูบลงไปที่โต๊ะ ก่อนที่ทุกคนจะรีบจัดการอารมณ์ตรงหน้าและหันเข้ามาคุยเรื่องอันสำคัญ “เจ้าจงจัดการตามที่ข้ารับสั่งไว้เสีย… ถ้าไม่ได้หัว…ก็เอาส่วนใดก็ได้ที่เจ้านั้นยืนยันได้ว่าเป็นคนผู้นั้นมาให้ขาได้เห็นกับตา…หึ…หึ….” ท่านอัครมหาเสนาบดียศขำในลำคอเล็กน้อยก่อนที่จะยกสุราหนึ่งจอก…ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาทั้งหมด…. “ขอรับเสด็จพ่อ….ท่านรอฟังข่าวดีในเ
last updateLast Updated : 2026-07-30
Read more
บทที่ 3 ใครกันที่เป็นห่วงใคร 1
บทที่ 3 ใครกันที่เป็นห่วงใคร (ตำหนักพระพันปี) “พระพันปีเพคะ พระสนมเอกทูลขอเข้าเฝ้าเพคะ” ‘มิทันได้ลืมเรื่องในท้องพระโรง เจ้าก็มาถามถึงที่เองเลยรึ….’ “ให้นางเข้ามา…” น้ำเสียงเรียบนิ่ง พระองค์ทรงนั่งรออย่างใจสงบ บานประตูจะถูกเปิดโดยนางกำนัลทั้งสอง ก่อนที่จะปรากฏเงาของพระสนมเอกที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้า ท่าทาง และแววตาที่เรียบนิ่ง ก่อนจะนั่งลงเพื่อแสดงความเคารพผู้ที่อยู่สูงกว่าตน “หม่อมฉันขอพระราชทานอภัย ที่บังอาจรบกวนพระองค์ แต่มีเรื่องหนึ่งที่หม่อมฉันอยากทูลถามพระพันปีให้กระจ่างเพคะ” พระสนมเอกพูดจบหันควับจ้องมองไปที่พระพันปีอย่างไม่ลดละพร้อมสีหน้าที่เรียบๆ แต่แอบไปด้วยเล่ห์บางอย่างที่พุ่งออกมาจากแววตา “มีเรื่องอันใดล่ะ?” “หม่อมฉันได้ยินมาว่า พระองค์ทรงเชื่อว่าหม่อมฉันอยู่เบื้องหลังเรื่องที่ทำให้ทหารองครักษ์ถูกพักราชการเพราะเล่นไสยศาสตร์ พระองค์ทรงทราบได้อย่างไรเพคะว่าเป็นหม่อมฉัน?” บรรยากาศพลันเย็นเฉียบลงแบบทันทีทันใด พระพันปีวางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ “เพราะเจ้าชอบเชิญหมอผีมาทำพิธีในตำหนักยามค่ำคืนเช่นนั้น คิดว่าข้าไม่รู้หรือ พระสนมเอกสิ่งใดที่เจ้าทำนั้นล้วนรู้อยู่แก่ใจ” “หากพระองค์
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
บทที่ 3 ใครกันที่เป็นห่วงใคร 2
‘แจ๊ค….เจ้าพูดอันใดกัน สิ่งนี้หมายความว่าอันใด?’ ฝ่าบาทนั่งสังเกตคำพูดของบดินทร์อย่างใจจดจ่อ พระองค์เริ่มรู้สึกมากกว่าเดิมว่าบดินทร์ผู้นี้ไม่เหมือนคนเดิมที่เคยเป็น “ผมคิดถึงแม่มาก…ไม่นึกว่าจะได้เจอหน้ากันอีกแล้วอ่ะ…” “ยังขี้แยเช่นเดิมเลยสินะ…” ท่านหญิงพูดขึ้นน้ำเสียงสั่น แต่ฝ่าบาทนั้นกลับรู้สึกสงสัย กับคำพูดคำจาของบดินทร์ และพระองค์กำลังครุ่นคิดมากกว่าเดิม ‘ผม….เจ้าพูดคำนี้อีกแล้ว? บดินทร์ นี่ต้องไม่ใช่เจ้าแน่ๆ’ ขุนเรืองที่นั่งอยู่ข้างหลังถัดจากสองแม่ลูกก็เกือบจะร้องออกมาเช่นกัน แต่ก็ยังเก็บอาการไว้เพราะเป็นถึงทหารที่มีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องกษัตริย์ไม่ควรที่จะแสดงท่าทีอ่อนแอให้ใครเห็น ทั้งขุนบดนทร์ที่ตามมาทีหลังก็ร้องไห้ตามๆ กันไป พอมาถึงคนสุดท้ายหลังจากที่ท่านอาวุโสเดินเข้ามาในห้องบรรทมบดินทร์ที่กำลังโอบกอดทั้งสองคนก็หยุดนิ่งไปชั่วครู่นึง “….ยาย!” จบจากคำว่ายายเพียงคำเดียว บดินทร์ลุกขึ้นวิ่งพุ่งตรงไปหาผู้อาวุโส ก่อนที่จะพรวดกอดด้วยความรักที่ทั้งคิดถึงและคนึงหามาตลอด ผู้อาวุโสยิ้มใหญ่และกอดหลานของตนอย่างถนุถนอม “คนที่ท่านเลี้ยงมากับมือย่อมคิดถึงมากเป็นธรรมดาพะยะค่ะฝ่าบาท” ท
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more
บทที่ 4 นักฆ่าตัวจริงเสียงจริง 1
บทที่ 4 นักฆ่าตัวจริงเสียงจริง ‘อิ้มแป้เลย….แน่นท้องไปหมด’ บดินทร์นอนแผ่หลาอยู่บนฟูกที่นุ่มสบาย ในหัวพลันครุ่นคิดเรื่องราวมากมายนับไม่ถ้วน “เฮ้อ…” เสียงถอนหายใจดังยาวเป็นหางว่าว ก่อนที่จะกลิ้งตัวไปมาเพราะไม่รู้จะทำอะไรดี “โทรศัพท์ก็ไม่มี ทีวีเองก็ไม่มี หนังสือการ์ตูนก็ไม่มี แม้แต่อะไรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกปัจจุบันก็ไม่มี” เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องที่มืดสนิท พร้อมกับบ่นกับตัวเองในใจอยู่ซ้ำๆ สิ่งที่คิดได้ตอนนี้มีอะไรก็บ่นออกมาให้หมด “อยากกลับบ้านสุดๆ ถ้าได้กลับบ้านนะป่านนี้คงไปเที่ยวร้านเหล้ากับเพื่อนแล้ว คงไม่ต้องมานอนเหงาอยู่แบบนี้” ก่อนสักพักบดินทร์จะยิ้มขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับหลับตาลงเล็กน้อย “แต่หน้าตาของเจ้าของร่างนี้ก็หล่อเอาเรื่องอยู่นะ…หุ่นก็ดีด้วยนึกว่านักกีฬาตัวเต็งอะไรประมาณนั้น เทียบกับเราเมื่อตอนอยู่โลกปัจจุบันแล้ว หุ่นดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลย…แต่ก็นะ ในยุคโชซอนแบบนี้ เรื่องความรักมันยังไม่เปิดกว้าง ละยิ่งเราชอบผู้ชายซะด้วย….จะทำยังไงดีต้องทนชอบผู้หญิงไปจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย!!!” บดินทร์พึมพำอยู่กับตัวเองค่อนข้างนานพอสมควร เขาทำอยู่แบบนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานมากขนาด
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more
บทที่ 4 นักฆ่าตัวจริงเสียงจริง 2 [NC] 18+ 20+
**** มีการบรรยายฉาก NC ที่ละเอียดอ่อนถึงพริกถึงขิง มันเป็นแค่ช่วงแห่งความสุขของฝ่าบาทกะบดินทร์เค้าา ”3“ (เรือนเล็ก) แสงไฟจากตะเกียงถูกจุดขึ้น ฝ่าบาทพาบดินทร์ไปนอนที่ฟูกอย่างถนุถนอม แต่ทว่าสติของบดินทร์นั้นก็ยังคงล่องลอย “เจ้ามิต้องกลัวว่าผู้ใดจะรู้เรื่องนี้… พักผ่อนเถิด ยามตะวันขึ้นทุกอย่างก็จะดีเอง” ฝ่าบาทลุกขึ้นยืนหลังจากที่เห็นว่าบดินทร์นั้นกำลังหลับตาลง พระองค์เองก็กำลังจะเดินออกจากเรือนหลังเล็ก ขณะที่เดินตรงไปที่ประตูเลื่อน “ฝ่าบาทจะไปไหนขอรับ…” เสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ แสงจันทร์จากบานหน้าต่างสาดส่องผ่านใบหน้าของคนทั้งสอง ‘เจ้าอย่าทำเช่นนี้….ก่อนที่ข้าจะอดทนไม่ไหว…’ ฝ่าบาทยืนนิ่ง ก่อนจะตรัสบางอย่างด้วยพระสุรเสียงเบาๆ “เจ้าพักผ่อนเถิด พึ่งผ่านเรื่องร้ายมา…หากข้ายังอยู่ จะเป็นอันรบกวนเจ้าเสียเปล่า..” ก่อนที่จะเดินไปเอื้อมเปิดประตู “แต่กระผมยังกลัว…. ฝ่ายาทช่วยอยู่กับผมซักพักได้มั้ยขอรับ…” เสียงของบดินทร์เริ่มสั่นคลอน ฝ่าบาททรงหยุดนิ่งอีกครั้งก่อนที่พระองค์จะนำพระหัตถ์ของตน ไปทาบที่อกข้างซ้าย ตึก….ตึก….ตึก…. เสียงหัวใจเต้นจนดังไม่เป็นจังหวะ พระวรกายเร
last updateLast Updated : 2026-08-03
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status