3 Jawaban2026-04-13 14:37:15
คิวถ่ายทำละครบนช่อง 7 ถูกจัดเป็นเครื่องจักรที่ต้องเคลื่อนไหวประสานกันอย่างแม่นยำเสมอ ฉันมองเห็นภาพรวมตั้งแต่การอ่านบทครั้งแรก จนถึงวันออนแอร์ และพบว่าขั้นตอนหลัก ๆ ไม่ได้ต่างจากการบริหารโครงการขนาดใหญ่ แต่มันมีความจูนเข้าหากันระหว่างศิลปะและเทคนิคที่ทำให้ละครสำเร็จ
ก่อนกล้องจะเปิดจริง จะมีการประชุมบทอย่างละเอียดเพื่อเคลียร์จังหวะอารมณ์ของแต่ละฉาก ทีมงานจะจัดตารางให้เหมาะกับนักแสดงและโลเคชัน ฉันมักได้ยินทีมสตาฟพูดถึงการเลือกมุมกล้อง การจัดไฟ และคิวเครื่องแต่งกาย เพราะทั้งหมดนี้มีผลต่อความต่อเนื่องของเรื่อง บางครั้งทีมงานสร้างฉากจำลอง (rehearsal) ให้ผู้กำกับกับนักแสดงลองบล็อกกิ้งเดินฉากจนคล่อง
วันถ่ายทำจริงมักเริ่มก่อนเวลาที่เห็นบนจอ แล้วจะถ่ายไม่เป็นลำดับตอน แต่เป็นชุดของฉากที่ใช้โลเคชันเดียวกันหรือมีนักแสดงชุดเดียวกัน การเปลี่ยนมุมกล้องและการเช็กคอนติ้นิวอาจกินเวลามาก ทุกคนบนเซตมีหน้าที่ชัดเจน—มีผู้ควบคุมเสียง ไฟ กล้อง ผู้ช่วยผู้กำกับคุมคิว และช่างแต่งหน้าที่คอยรีทัชระหว่างช็อต ฉันเห็นว่าละครบางเรื่องของช่อง 7 ต้องรีบถ่ายจนใกล้วันออกอากาศ ทำให้เกิดการแก้บทหรือถ่ายเพิ่มแบบด่วน ๆ
หลังถ่ายทำ ทีมตัดต่อจะคัดช็อต นำเสียงประกอบ ใส่ดนตรี และปรับสีให้ฉากกลมกลืน ช่องจะมีขั้นตอนตรวจเนื้อหาเพื่อตรวจสอบมาตรฐานการออกอากาศและโฆษณาที่จะแทรก ฉันมักคิดว่าความสำเร็จของละครไม่ได้มาจากนักแสดงเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการที่ทีมงานเบื้องหลังรู้จักประสานจังหวะและปรับตัวภายใต้แรงกดดันแบบวันต่อวัน
3 Jawaban2026-04-16 17:25:36
ชอบไล่อ่านกระทู้ ch7 ใน Pantip เวลามองหาตอนเด็ดของละครช่อง 7 เสมอ เพราะมักจะมีคนจับจุดช็อตเด็ดและแนะนำตอนที่อารมณ์พุ่งสุดไว้ชัดเจน
ฉันจะเริ่มจากประเภทฉากที่มักโดนโหวตเป็น 'ตอนเด็ด' เสมอ — ฉากเปิดเผยความลับที่โผล่ในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งมักทำให้โครงเรื่องพลิกทันที, ฉากแต่งงานหรือพิธีใหญ่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด, ฉากปะทะระหว่างตัวละครหลักกับตัวร้ายที่มีบทพูดหนัก ๆ, และตอนจบ/ตอนก่อนจบที่รวมทุกปมให้ระเบิดออกมา ซึ่งพวกนี้คือฉากที่กระทู้ใน Pantip มักจะชี้เป็นอันดับแรก
เมื่อดูโพสต์แนะนำ ฉันมักจะสังเกตว่าแฟนละครชี้ให้ไปตรงไหน: บางคนเน้นฉากอารมณ์ล้วน ๆ เช่นการจากลาในโรงพยาบาล บางคนชี้ฉากบู๊หรือไล่ล่าที่ตัดต่อดีมาก และบางกระทู้จะบอกว่าตอนนั้นมีเพลงประกอบหรือการแสดงที่ทำให้คนจดจำได้ อยากแนะนำให้เล็งคำว่า 'ช็อตพีค' หรือ 'ตอนที่ห้ามพลาด' ในหัวข้อ เพราะมักจะมีสปอยล์สั้น ๆ บอกเหตุผลว่าทำไมตอนนั้นถึงพีค — อ่านแล้วจะรู้ว่าตรงกับรสนิยมเราหรือเปล่า สุดท้ายแล้วการเลือกตอนเด็ดของแต่ละคนต่างกันไป ขึ้นกับว่าชอบดราม่าเข้ม ๆ ฉากบู๊ หรือมุมน่ารัก ๆ ของพระนาง แต่การได้เห็นช็อตเดียวที่ทำให้คนทั้งกระทู้ฮือฮา นั่นแหละคือความสนุกของการตามกระทู้ ch7
4 Jawaban2026-08-01 09:53:31
ภาพคลิปสั้นจากช่อง 7 ที่เผยเบื้องหลังทำให้คนดูรู้สึกใกล้ชิดกับทีมงานมากขึ้น
ในมุมมองของคนที่ติดตามละครมานาน ฉากที่เขาโชว์การซ้อมเดินกล้องกับนักแสดงหลักแล้วมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ของทีมงาน ทำให้เห็นว่าเบื้องหลังไม่ได้เคร่งเครียดอย่างที่คิด ผมชอบที่ทางสถานีตัดคลิปให้เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ เช่นการตั้งไฟ การขยับพร็อพ และบทสนทนาระหว่างผู้กำกับกับนักแสดง ซึ่งช่วยให้คนดูเข้าใจความใส่ใจด้านภาพและอารมณ์ของฉากนั้น
อีกมุมที่ผมให้ความสนใจคือการเผยให้เห็นขั้นตอนการเตรียมตัวของนักแสดง เช่นการฝึกซ้อมซีนยาวหรือการปรับท่าทางก่อนถ่ายจริง เหล่านี้ทำให้บทบาทบนหน้าจอดูน่าเชื่อถือขึ้น ความเป็นธรรมชาติที่เห็นในคลิปเบื้องหลังทำให้ผมติดตามมากกว่าแค่เนื้อเรื่องอย่างเดียว และมักจะเก็บเป็นมุมมองส่วนตัวเวลาคุยกับเพื่อน ๆ ว่าทีมงานคนไหนน่าจับตามองต่อไป
4 Jawaban2026-08-01 15:34:38
บน 'Pantip' มีหลายกระทู้ที่คนแชร์ประสบการณ์จริงเกี่ยวกับรองเท้าแบดที่ทนและเหมาะกับคอร์ทยาง, ผมตามอ่านกระทู้พวกนี้มานานเพราะชอบดูรูปพื้นรองเท้าหลังใช้งานจริงและคอมเมนต์เรื่องการสึกหรอ
กระทู้ประเภทที่เจอบ่อยคือรีวิวระยะยาว (หลังใช้ 6 เดือน–1 ปี), กระทู้เปรียบเทียบแบบเทสต์บนคอร์ทยางจริง และกระทู้ถาม-ตอบว่ารุ่นไหนยางพื้นไม่ลื่นบนพื้นยางที่มีผงฝุ่นเยอะ ในกระทู้รีวิวระยะยาวมักมีคนโพสต์รูปพื้นรองเท้าก่อน-หลัง ซึ่งช่วยตัดสินเรื่องความทนได้ดี ส่วนกระทู้เปรียบเทียบมักเอารุ่นอย่าง 'Asics Gel-Rocket' กับ 'Yonex Power Cushion 65 Z' มาเทียบเรื่องการยึดเกาะและความนุ่ม
ถ้าจะหาเลย ผมมักใช้คีย์เวิร์ดเช่น "รองเท้าแบด ทน คอร์ทยาง" หรือ "รีวิว รองเท้ากันลื่น คอร์ทยาง" ในห้องกีฬาของ 'Pantip' จะมีคนตอบละเอียด ทั้งข้อดีข้อเสียของแต่ละรุ่นและเคล็ดลับการดูแลพื้นรองเท้าให้ทนนานขึ้น เช่นเช็ดผงฝุ่นออกบ่อย ๆ และหมุนคู่เล่นกับรองเท้าคู่สำรอง จะช่วยยืดอายุรองเท้าได้มากขึ้น
4 Jawaban2026-07-16 16:29:25
ข่าวบันเทิงที่นี่มักจะมีเนื้อหาเบื้องหลังที่น่าสนใจ แต่ระดับความลึกและความน่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับแหล่งข่าวและความสัมพันธ์กับทีมงานจริง ๆ
ฉันชอบอ่านบทสัมภาษณ์บนเว็บไซต์ที่มีการเข้าถึงผู้กำกับหรือทีมงาน เพราะมักจะได้มุมมองที่ไม่ใช่แค่ภาพสวย ๆ หรือคลิปตัดต่อสั้น ๆ อย่างเช่นตอนที่เห็นฟุตเทจการถ่ายทำฉากต่อสู้จาก 'The Avengers' ซึ่งให้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเทคนิคสตั๊นท์และเซ็ตไฟ ฉากแบบนี้ช่วยให้เข้าใจว่าภาพยนตร์ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นได้ยังไง โดยเฉพาะเทคนิคที่ไม่เปิดเผยในสปอตโฆษณาปกติ
อย่างไรก็ตามผมก็ระวังข่าวที่ทำให้สปอยล์เรื่องราวหรือสร้างภาพลวงตา เช่น คลิปที่ตัดต่อมาเพื่อเรียกคนดู หรือการใช้คำพูดบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ไปแปลความหมายผิด สรุปคือถ้าอยากได้ข้อมูลเชิงลึกจริง ๆ ให้ดูจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและคลิปที่ค่อนข้างยาว เพราะมักมีรายละเอียดการทำงานและแรงบันดาลใจจากผู้สร้างที่หาไม่ได้ในข่าวสั้น ๆ
4 Jawaban2026-01-18 14:42:03
เราเป็นคนหนึ่งที่เห็นกระทู้เกี่ยวกับ 'ฉลาดเกมส์โกง' ใน Pantip วนอยู่บ่อย ๆ แล้วรู้สึกว่าประเด็นหลักที่คนคุยกันมันสะท้อนภาพวัยเรียนได้ชัดมาก
ในย่อหน้าแรกของการคุย ผู้คนมักจะเน้นที่แรงกดดันด้านการเรียน—การสอบเป็นเส้นแบ่งชะตากรรม ทำให้วิธีโกงในหนังถูกนำมาวิเคราะห์ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงจริยธรรม หลายคนยกฉากสอบที่ตึงเครียดซึ่งใช้มุมกล้องและเสียงสร้างอารมณ์เป็นตัวอย่างว่างานสร้างช่วยย้ำความรู้สึกแข่งขันอย่างไร
ย่อหน้าสุดท้ายจะมีการถกเถียงเรื่องผลลัพธ์ของตัวละคร บางกระทู้บอกว่าหนังตักเตือนและไม่ยอมให้ผลประโยชน์จากการโกงยั่งยืน ขณะที่อีกกลุ่มคิดว่าหนังกลับทำให้แนวคิดโกงดูเป็นแผนฉลาดและน่าตื่นเต้น นั่นเป็นหัวข้อที่คนโต้เถียงใน Pantip เยอะสุด และก็ทำให้บทสนทนามีทั้งความเห็นเห็นใจและการตักเตือนเด็กยุคใหม่
3 Jawaban2026-03-10 06:42:47
บอกตรงๆ ว่าฉันติดตามคลิปเบื้องหลังของช่อง0ne แทบจะทุกครั้งที่มีออกมา เพราะเขารู้วิธีจับโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าได้ยืนอยู่ข้างๆ นักแสดงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมฉากยากๆ ที่เห็นเหงื่อและความไม่สมบูรณ์แบบ การแต่งหน้าที่ปรับลุคจากธรรมดาเป็นคาแรกเตอร์ หรือบทสนทนาตลกๆ ระหว่างยามพัก ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกตัดต่อให้มีจังหวะและอารมณ์ที่พอดี ไม่เยิ่นเย้อ
สิ่งที่ทำให้ฉันชอบมากคือช่อง0ne มักใส่เสียงพากย์เบาๆ ของทีมงานและคำอธิบายสั้นๆ จากนักแสดงเอง ทำให้ข้อมูลหลังฉากไม่รู้สึกแห้ง เขายังใช้มุมกล้องหลากหลาย — กล้องมือถือเพื่อความเป็นกันเอง, กล้องสเตดี้สำหรับการซ้อมจริง, และการซูมเข้าเพื่อจับแววตาในช่วงสำคัญ ฉันชอบคลิปที่เคยทำเกี่ยวกับ 'บุพเพสันนิวาส' เพราะมีทั้งสคริปต์ฉบับร่างที่ไม่ได้ใช้ และการปรึกษาท่าทางกับทีมคอสตูม เห็นกระบวนการสร้างโลกของเรื่องชัดขึ้น
สุดท้ายฉันมองว่าเบื้องหลังแบบนี้ทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกันได้ดี — สร้างความใกล้ชิดกับแฟนๆ และแสดงความใส่ใจของทีมงานในรายละเอียด มันเหมือนการชวนแฟนๆ มานั่งดูโต๊ะทำงานเดียวกันมากกว่าจะเป็นการโชว์เพียงเพื่อโปรโมต และนั่นแหละคือความอบอุ่นที่ทำให้ฉันกดติดตามต่อ
5 Jawaban2025-11-25 22:04:50
เราเคยเจอกระทู้ที่รวมเล่าเหตุการณ์และไทม์ไลน์เกี่ยวกับ 'สุทิดาติดใจ' แบบละเอียดบน Pantip ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีถ้าต้องการภาพรวมครบทั้งกระแสและมุมมองจากคนหลากหลาย
กระทู้นั้นแบ่งเป็นส่วนย่อยๆ เช่น ข้อสรุปจากโพสต์ต้นทาง คอมเมนต์ที่น่าสนใจ และลิงก์อ้างอิง ทำให้ตามอ่านแล้วไม่ต้องเปิดหลายหน้าพร้อมกัน ในมุมของคนอยากรู้เรื่องราวแบบเป็นระบบ ผมชอบที่คนในกระทู้ช่วยกันสรุปประเด็นหลักและชี้ว่าข้อมูลไหนมาจากแหล่งใด
ถ้าความต้องการของคุณคือเห็นทั้งฝั่งชื่นชมและฝั่งตั้งคำถาม กระทู้ลักษณะนี้มักรวบรวมเสียงทั้งสองด้านได้ชัดเจน และอ่านแล้วรู้สึกได้มุมมองรอบตัวมากขึ้น ก่อนออกจากกระทู้ มักจะมีคอมเมนต์ที่ให้มุมมองคลุกเคล้ากันจนได้ภาพรวมที่สมจริง ซึ่งช่วยให้ตกผลึกความคิดได้ดี
1 Jawaban2026-04-22 20:43:38
เริ่มจากการวางแผนอย่างละเอียดก่อนการถ่ายทำเสมอ เพราะฉากสำคัญไม่เคยเกิดขึ้นแบบบังเอิญ การประชุมไพรเวีย (previs) และการทำสตอรี่บอร์ดช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกันตั้งแต่ผู้กำกับ ยันทีมกล้อง ทีมสตั๊นต์ และฝ่ายศิลป์ บทจะถูกไล่ละเอียดเป็นช็อต ลิสต์ไฮไลต์จังหวะอารมณ์สำคัญ ทีมกำกับภาพจะเลือกเลนส์ องค์ประกอบภาพ และแสงที่ต้องการตั้งแต่แรกเพื่อให้สอดคล้องกับโทนอารมณ์ ชุดฉากและพร็อพถูกออกแบบให้รองรับการเคลื่อนกล้องจริง ไม่ว่าจะเป็นฉากต่อสู้แคบ ๆ หรือฉากเผชิญหน้าทางอารมณ์ยาว ๆ ตัวอย่างเช่นการเตรียมงานฉากต่อสู้ในภาพยนตร์แบบ 'Oldboy' ที่ต้องซ้อมเดินเคลื่อนกล้องและคิวตีให้เป๊ะ หรือการวางพล็อตแสงเงาในฉากความฝันของ 'Inception' ที่ต้องผสมผสานการถ่ายจริงกับเอฟเฟกต์เพื่อไม่ให้ขัดความรู้สึกของคนดู
พอถึงวันถ่าย ความประณีตมักอยู่ที่การบล็อกฉากและการสื่อสารกับนักแสดง การบล็อกคือการกำหนดตำแหน่งการยืน การเคลื่อน และจังหวะพูด ซึ่งช่วยให้ภาพออกมาเป็นธรรมชาติและเก็บอารมณ์ได้ครบ ทีมกำกับภาพจะปรับมุมกล้อง ระยะเลนส์ และเคลื่อนกล้องให้เข้ากับอารมณ์ ขณะเดียวกันฝ่ายแสงต้องวางไฟเพื่อเสริมใบหน้าและเงาอย่างมีความหมาย สตั๊นต์คอร์ดิเนเตอร์และผู้กำกับต้องทำงานใกล้ชิดเมื่อมีฉากอันตราย มีการซ้อมจริงหลายรอบและมีมาตรการความปลอดภัย เช่น ใช้ฮาร์เนส วัสดุกันกระแทก หรือฉากโดนน้ำที่ต้องเทสต์ระบบหายใจและการสื่อสาร ตัวอย่างฉากที่ถ่ายต่อเนื่องยาวๆ อย่างใน 'Birdman' และฉากแอ็กชันที่ชัดเจนของ 'Mad Max: Fury Road' แสดงให้เห็นว่าการซักซ้อมและการจัดทีมเทคนิคอย่างเป็นระบบทำให้ภาพดูสมจริงและทรงพลัง
หลังจากถ่ายเสร็จ งานที่ทำให้ฉากสำคัญกลายเป็นความทรงจำคือการตัดต่อ เสียง และคัลเลอร์กริดดิ้ง บางฉากอาจต้องอัดเสียงเพิ่มเติม (ADR) หรือทำฟอยล์เพิ่มเสียงเพื่อความสมจริง ดนตรีประกอบและการออกแบบซาวด์ดีไซน์จะช่วยยกระดับอารมณ์ เช่นจังหวะการตัดต่อสั้นๆ ที่เร่งความตึงเครียด หรือคัทช้า ๆ ที่ให้เวลาให้ตัวละครหายใจ ในกรณีที่มีเอฟเฟกต์พิเศษ ก็ต้องทำการจับเทคติ้งให้สอดคล้องกับแอ็กชันจริง ตัวอย่างการผสมผสานเอฟเฟกต์จริงกับคอมพิวเตอร์กราฟิกใน 'The Lord of the Rings' หรือการผสมปฏิบัติการบนเซ็ตกับ VFX ใน 'Inception' เป็นตัวอย่างของการประสานระหว่างงานฝีมือหลายฝ่ายจนได้ฉากที่คนจดจำ การทดสอบหน้าจอและรับฟังความเห็นจากทีมทำให้ปรับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จนฉากนั้นส่งผลทางอารมณ์ได้เต็มที่
สุดท้ายสำหรับฉัน สิ่งที่ทำให้เบื้องหลังฉากสำคัญน่าสนใจคือกระบวนการร่วมแรงร่วมใจจากคนจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เทคนิคหรือเทคโนโลยี แต่เป็นการทำงานเพื่อช่วยเล่าเรื่องเดียวกันที่คนดูจะเชื่อและรู้สึกตามได้ นี่แหละคือความมหัศจรรย์ที่ทำให้ฉากบางฉากติดอยู่ในความทรงจำของเราไปนาน ๆ
1 Jawaban2025-12-14 18:55:41
บทสัมภาษณ์ของเมเจอร์พิบูลให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งคุยกับคนที่เล่าเบื้องหลังการถ่ายทำด้วยความตั้งใจและตรงไปตรงมา เขาเล่าเรื่องการเตรียมทีมตั้งแต่ขั้นตอนเลือกโลเคชั่นที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องใช้ได้จริงสำหรับการถ่ายจริง เช่น ต้องคำนึงถึงการเข้าถึงของรถถ่าย ทำพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ไฟ และเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นมิตรในบางวัน ฉันชอบที่เขาไม่หลุดออกจากรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ เพราะมุมเล็กๆ ของงานเทคนิคกลับเป็นสิ่งที่กำหนดความสมจริงบนจอได้มากกว่าการพูดถึงไอเดียหลักเพียงอย่างเดียว
การถ่ายทอดเรื่องราวของนักแสดงและทีมงานเป็นอีกมุมที่ทำให้สัมภาษณ์นี้น่าสนใจ เมเจอร์พิบูลพูดถึงวิธีสร้างบรรยากาศให้คนในกองกล้าที่สามารถปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสบายๆ ไม่กดดันจนเกินไป เขาบอกว่าเวลาที่ซีนต้องการความเงียบและสมาธิ ทีมงานจะลดการเคลื่อนไหวและพยายามทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการทดลองฉาก บทสนทนานี้เต็มไปด้วยตัวอย่างการแก้ปัญหาแบบฉุกเฉิน เช่น การปรับสคริปต์เล็กน้อยเพราะแสงธรรมชาติเปลี่ยนหรือการใช้เทคนิคกล้องให้ลื่นขึ้นเมื่อพื้นที่แคบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันเข้าใจว่าทำไมบางฉากที่ดูเรียบง่ายบนหน้าจอจึงต้องการความละเอียดลออเบื้องหลังมากมาย
แง่มุมด้านศิลป์และการเล่าเรื่องเขาก็ไม่มองข้าม เมเจอร์พิบูลเล่าถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพและนักออกแบบฉากเพื่อให้สี โทน และองค์ประกอบภาพสอดคล้องกับอารมณ์ของเรื่อง โดยให้ความสำคัญกับ 'จังหวะ' ระหว่างการตัดต่อกับดนตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ฉากบางฉากก่อให้เกิดความรู้สึกกับผู้ชมอย่างเข้มข้น นอกจากนี้เขายังพูดถึงการให้เกียรติบทบาทของนักแสดง โดยไม่พยายามบังคับการตีความ แต่เสนอแนวทางให้เลือกทดลอง จนได้ผลลัพธ์ที่ทั้งทีมพอใจ การยกตัวอย่างฉากที่ต้องใช้เวลาเทคเดียวหลายชั่วโมงจนสมาชิกในกองหัวเราะกันแล้วแพ้ทางก็ทำให้บทสัมภาษณ์มีสีสันและอบอุ่น
สรุปแล้วสัมภาษณ์นี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าเบื้องหลังการถ่ายทำเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะกับความเป็นช่างฝีมืออย่างแท้จริง เมเจอร์พิบูลไม่ได้ยกย่องตัวเอง แต่ใช้โอกาสเล่าให้เห็นความพยายามของทีมและการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ ที่คนดูอาจไม่ทันสังเกต การได้ฟังมุมมองแบบตรงไปตรงมาทำให้ฉันยิ่งชื่นชมคนทำงานเบื้องหลังและคิดว่าถ้าจะดูงานชิ้นนั้นครั้งหน้า คงมองภาพด้วยความละเอียดและอบอุ่นขึ้นอีกนิดหนึ่ง