ในบทพูดหรือบทสนทนา ฉันมักจะชอบใช้ 'a nobody' หรือแค่ 'nobody' เพราะคนอ่านจับความหมายได้ทันทีและโทนจะเป็นการดูถูก/ดึงความสนใจออกจากตัวบุคคลทันที ถ้าอยากให้ฟังดูเย็นชาหรือดูถูกอย่างสุภาพขึ้นอีกหน่อย จะใช้ 'an insignificant person' หรือ 'a person of little importance' ในทางเทคนิคของนิยาย คำว่า 'minor character' หรือ 'background character' เหมาะเมื่อเราพูดถึงบทบาทในโครงสร้างเรื่อง ไม่ใช่การตัดสินคุณค่าทางจิตใจ เช่น ประโยคไทยว่า "เขาเป็นคนไม่สำคัญ" จะแปลเป็น "He was a nobody." ถ้าต้องการให้เป็นเชิงบรรยายเชิงตำราอาจเป็น "He was a person of little importance." ตัวอย่างจาก 'Harry Potter' ในฉากผู้คนครึกครื้น บทพูดสั้นๆ ใช้ 'nobody' ได้ดีเพราะรักษาจังหวะและสีสันของบทสนทนาไว้
ฉันชอบเล่นกับเลือกคำให้เข้ากับโทนวรรณกรรม ถ้าเป็นเรื่องสังคมยุคคลาสสิกอย่างใน 'Pride and Prejudice' คำสวยงามแบบ 'a person of no consequence' หรือวลีโบราณอย่าง 'a person of no importance' จะให้ความรู้สึกเข้ากับสภาพแวดล้อมและมารยาทของตัวละครมากกว่าคำคมคายแบบ 'nobody' อีกทางหนึ่ง เมื่อต้องการทำให้ตัวละครเป็นเงา ไม่ต้องการให้ผู้อ่านโฟกัส คำว่า 'a cipher' หรือ 'a mere cipher' ก็มีน้ำเสียงวรรณกรรมที่น่าสนใจ ทั้งนี้ขึ้นกับว่าผู้เขียนต้องการเน้นการถูกมองข้ามเชิงสังคมหรือเน้นการไร้ความสำคัญเชิงอัตลักษณ์ — ฉันมักเลือกคำที่ไม่ทำลายนัยดั้งเดิมของต้นฉบับและยังรักษาโทนเรื่องไว้ได้ดี
เวลาฉันแปลหรือคิดเป็นนักอ่าน คำที่ใช้ได้ตั้งแต่ตรงไปตรงมาไปจนถึงสละสลวย เช่น 'an insignificant person' ให้ความรู้สึกเป็นทางการและอธิบายสถานะเชิงสังคมอย่างชัดเจน ขณะที่ 'a nobody' สั้น กระแทก และมีการดูถูกเยอะกว่า ส่วน 'a nonentity' จะบอกความรู้สึกว่าคนคนนั้นถูกมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง การเลือกคำยังขึ้นกับว่าบทบรรยายเป็นกลางหรือกำลังตัดพ้อ: บทบรรยายวิจารณ์อาจเลือก 'a nobody' แต่บรรยายเชิงวิเคราะห์หรือประวัติศาสตร์ในเรื่องอาจเลือก 'a person of little importance' เพื่อความสุภาพ
ตัวอย่างจากงานวรรณกรรมช่วยให้เห็นความต่างชัดขึ้น ใน 'The Great Gatsby' ผู้คนบางคนถูกวางเป็นฉากหลังเพื่อเน้นปมของตัวเอก จึงมักเรียกว่า 'background characters' หรือ 'minor characters' แต่ใน 'Lord of the Flies' หากผู้เล่าตั้งใจดูแคลน จะใช้คำลงสีว่าคนนั้นเป็น 'a nonentity' เพื่อไปตอกย้ำการไร้อำนาจในสังคมของเกาะ วิธีที่ฉันใช้คืออ่านบริบทรอบๆ ประโยค พิจารณาน้ำเสียงผู้เล่า แล้วเลือกศัพท์ที่ให้โทนตรงที่สุด — บางครั้งต้องสละความกระชับเพื่อรักษานัยดั้งเดิมของต้นฉบับ
การไล่ดูนิยามคำทำให้ฉันสนุกเวลาแปลความหมายของวลีอย่าง 'คนไม่สำคัญ' เป็นภาษาอังกฤษ เพราะมันมีหลายเฉดความหมาย ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท
ถ้าต้องการความสุภาพและเป็นทางการที่สุด คุณสามารถใช้ 'an insignificant person' หรือ 'a person of no consequence' ประโยคตัวอย่างเช่น: "To him, she was an insignificant person in the grand scheme of things." คำพวกนี้เหมาะกับงานเขียนหรืองานวิชาการที่ต้องการระบุความไม่สำคัญเชิงสถานะ
เมื่ออยากให้เป็นภาษาพูด ฉันมักเลือกคำสั้น ๆ อย่าง 'nobody' หรือ 'no one' เช่น "She's nobody to me" หรือ "He's basically a nobody in that industry." คำพวกนี้พาโทนให้ดูเย้ยหยันหรือไม่ใส่ใจมากกว่า และเหมาะกับบทสนทนาในนิยายหรือฉากที่ตัวละครถูกเหยียดทิ้ง เช่น ในบางฉากของ 'The Great Gatsby', การเรียกใครสักคนว่าไม่มีความสำคัญสะท้อนความเหลื่อมล้ำได้ชัดเจน