เวลาฉันแปลหรือคิดเป็นนักอ่าน คำที่ใช้ได้ตั้งแต่ตรงไปตรงมาไปจนถึงสละสลวย เช่น 'an insignificant person' ให้ความรู้สึกเป็นทางการและอธิบายสถานะเชิงสังคมอย่างชัดเจน ขณะที่ 'a nobody' สั้น กระแทก และมีการดูถูกเยอะกว่า ส่วน 'a nonentity' จะบอกความรู้สึกว่าคนคนนั้นถูกมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง การเลือกคำยังขึ้นกับว่าบทบรรยายเป็นกลางหรือกำลังตัดพ้อ: บทบรรยายวิจารณ์อาจเลือก 'a nobody' แต่บรรยายเชิงวิเคราะห์หรือประวัติศาสตร์ในเรื่องอาจเลือก 'a person of little importance' เพื่อความสุภาพ
ตัวอย่างจากงานวรรณกรรมช่วยให้เห็นความต่างชัดขึ้น ใน 'The Great Gatsby' ผู้คนบางคนถูกวางเป็นฉากหลังเพื่อเน้นปมของตัวเอก จึงมักเรียกว่า 'background characters' หรือ 'minor characters' แต่ใน 'Lord of the Flies' หากผู้เล่าตั้งใจดูแคลน จะใช้คำลงสีว่าคนนั้นเป็น 'a nonentity' เพื่อไปตอกย้ำการไร้อำนาจในสังคมของเกาะ วิธีที่ฉันใช้คืออ่านบริบทรอบๆ ประโยค พิจารณาน้ำเสียงผู้เล่า แล้วเลือกศัพท์ที่ให้โทนตรงที่สุด — บางครั้งต้องสละความกระชับเพื่อรักษานัยดั้งเดิมของต้นฉบับ
ถ้าต้องการความเป็นกลางในงานเขียนเชิงวิเคราะห์หรือบทวิจารณ์ ผมมักเลือกคำว่า 'an insignificant person' หรือ 'a person of little importance' เพราะฟังเป็นทางการและไม่ค่อยโจ่งแจ้ง แต่ถ้าบทพูดของตัวละครเป็นภาษาพูดตรงไปตรงมา การใช้ 'a nobody' หรือ 'nobody' มักได้อารมณ์ที่ชัดเจนกว่า ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ประโยคไทย "เขาเป็นคนไม่สำคัญ" จะแปลได้ทั้ง "He is an insignificant person" (ทางการ) และ "He's a nobody" (แรงกว่าและหยาบกว่านิดหน่อย)
การแปลซับไตเติ้ลหรือบทที่ต้องอุปถัมภ์โทนเรียลไทม์ ควรคำนึงถึงจังหวะกับความยาวของประโยคด้วย ผมเคยตัดคำในฉากที่มีตัวละครฉากหลังถูกมองข้ามใน 'My Hero Academia' ให้เหลือเพียง "nobody" เพื่อไม่ให้รบกวนจังหวะภาพ แต่ในนิยายหรือบทละครที่ต้องการความละเอียด คำว่า 'a minor character' หรือ 'a background character' จะเหมาะกว่า เพราะบอกบทบาทเชิงโครงเรื่อง แนะนำให้เลือกระดับความหยาบคายและความเป็นทางการให้สอดคล้องกับน้ำเสียงของผู้พูด จะช่วยให้การสื่อสารรู้สึกถูกต้องมากขึ้น
ถ้าต้องการความสุภาพและเป็นทางการที่สุด คุณสามารถใช้ 'an insignificant person' หรือ 'a person of no consequence' ประโยคตัวอย่างเช่น: "To him, she was an insignificant person in the grand scheme of things." คำพวกนี้เหมาะกับงานเขียนหรืองานวิชาการที่ต้องการระบุความไม่สำคัญเชิงสถานะ
เมื่ออยากให้เป็นภาษาพูด ฉันมักเลือกคำสั้น ๆ อย่าง 'nobody' หรือ 'no one' เช่น "She's nobody to me" หรือ "He's basically a nobody in that industry." คำพวกนี้พาโทนให้ดูเย้ยหยันหรือไม่ใส่ใจมากกว่า และเหมาะกับบทสนทนาในนิยายหรือฉากที่ตัวละครถูกเหยียดทิ้ง เช่น ในบางฉากของ 'The Great Gatsby', การเรียกใครสักคนว่าไม่มีความสำคัญสะท้อนความเหลื่อมล้ำได้ชัดเจน
เราเลือกคำว่า 'insignificant' เมื่ออยากคงความเคร่งครัดหรือทำให้น้ำเสียงดูห่างเหินและเย็นชาดังฉากใน 'Welcome to the N.H.K.' ที่ตัวละครรู้สึกว่าตัวเองถูกกดทับโดยสังคม คำนี้ให้ความรู้สึกของสภาพที่ถูกลดคุณค่าแบบเป็นระบบ เหมาะกับบรรยากาศนิยายหรือบทพูดที่ต้องรักษาระดับภาษาสูง