เคล็ดลับที่ได้จากการอ่าน 'The Little Prince' คือการทำให้ภาษาง่ายแต่ทรงพลัง การใช้คำตรงไปตรงมาบางครั้งให้ความรู้สึกจริงใจกว่าการประดิษฐ์คำวิจิตร เช่นประโยคเด็ดๆ อย่าง 'สิ่งที่สำคัญที่สุดมองไม่เห็นด้วยตา' มันกระทบใจเพราะความเรียบง่ายนี่แหละ
การสร้างอารมณ์สุนทรีย์ในงานเขียนเริ่มจาก 'การเลือกคำ' ที่มีจังหวะเหมือนดนตรี ลองอ่านประโยคตัวอย่างจาก 'The Great Gatsby' แบบออกเสียงดูสิ คำว่า 'so we beat on, boats against the current' มันมีลมหายใจของคลื่นทะเลจริงๆ ในฐานะคนที่คลุกคลีกับวรรณกรรมมานาน พบว่าการใช้ภาพพจน์อย่าง simile หรือ metaphor ช่วยได้มาก เช่น การเปรียบความเหงาว่าเหมือน 'หมาป่าในคืนเดือนมืด' มันสร้างอารมณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องบรรยายเยอะ
เริ่มจากการเลือกคำง่าย ๆ ที่ลูกเข้าใจได้ทันที ฉันมักใช้ประโยคสั้น ๆ ที่ผสมทั้งภาษาอังกฤษและคำอธิบายไทย เช่น 'Santa brings gifts to children who are kind' แล้วตามด้วยคำอธิบายง่าย ๆ ว่า 'แปลว่า ซานต้าให้ของเด็กที่ใจดีนะ' วิธีนี้ช่วยให้เด็กจับความหมายได้เร็วโดยไม่สับสน
การเล่าเรื่องสามารถยืดหยุ่นตามวัย ถ้าเป็นน้องเล็กใช้ประโยคเดียวจบ เช่น 'Santa is coming tonight' กับกิจวัตรง่าย ๆ อย่างวางคุกกี้ไว้และนับนิ้วมือ ถ้าเป็นเด็กโตขึ้นอีกหน่อย ฉันจะชวนคุยเชิงปรัชญาเล็ก ๆ ว่า 'the magic of Santa is about giving and caring' และยกตัวอย่างจากหนังเรื่อง 'The Polar Express' เพื่อให้เขาเห็นภาพความรู้สึกมากกว่าตัวตนของซานต้า
อีกเทคนิคที่ฉันใช้คือให้เด็กมีส่วนร่วม เช่นเขียนจดหมายถึง 'Santa Claus' หรือวาดรูป แล้วบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่ายตอนที่วางของไว้ให้ซานต้า การมีพิธีเล็ก ๆ ทำให้ความเชื่อเป็นสิ่งที่เด็กสร้างเอง ไม่รู้สึกเหมือนถูกหลอก จบด้วยความอบอุ่นแทนความผิดหวัง