เวลาอ่าน 'ทวิรนาคา' จบ ผมมักนอนคิดถึงวิธีที่เรื่องเล่าโยงความเศร้ากับความงดงามไว้ด้วยกัน เหมือนการฟังเพลงช้าๆ ที่มีโน้ตแอบเจ็บปวด แนะนำเรื่อง 'The Name of the Wind' ให้ลองอ่านเพราะโทนเล่าเรื่องแบบผู้มีอดีตหนักอึ้งกับการเรียนรู้เวทมนตร์มันใกล้เคียงกันมาก
การเดินเรื่องใน 'The Name of the Wind' ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เหมือนผู้บอกเรื่องเอาคืนความทรงจำทีละชิ้น ผมชอบวิธีที่ผู้เขียนใช้ภาษาเรียบแต่ลึก ทำให้ฉากธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาเต็มไปด้วยความหมาย ซึ่งคล้ายกับฉากที่ทำให้ใจสะเทือนใน 'ทวิรนาคา' เช่นการย้อนเล่าอดีตที่ค่อยๆ เผยแผลเก่าออกมา
ถ้าอยากได้นิยายที่ยังมีสุนทรียะแบบโศกปนงามและตัวเอกที่โตมาจากบาดแผล 'The Name of the Wind' จะเติมพื้นที่ว่างให้หัวใจได้ดี และผมคิดว่าคนที่ชอบความเรียงร้อยของคำกับการตั้งคำถามเรื่องชะตากรรมจะหลงรักมันไม่ยาก