ลองนึกภาพการถ่ายทำ '
รัตนาวดี' ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สตูดิโอเดียวแต่กระจายไปตามหลายจังหวัดเพื่อจับบรรยากาศและฉากหลังที่หลากหลาย: จังหวัดหลักๆ ที่มักถูกพูดถึงเกี่ยวกับการถ่ายทำผลงานแนวประวัติศาสตร์หรือดราม่าที่มีฉากบ้านโบราณและธรรมชาติคือ พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, นครปฐม, ลพบุรี, กาญจนบุรี และกรุงเทพฯ ซึ่งแต่ละแห่งนำเอาคุณสมบัติของภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมที่แตกต่างมาเติมให้โลกในเรื่องมีน้ำหนักและความสมจริงมากขึ้น
พระนครศรีอยุธยาเป็นหนึ่งในจุดเด่นเพราะมีทั้งซากโบราณสถานและวัดเก่าแก่ที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคได้ทันที เช่น บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ที่มักถูกใช้แทนฉากเมืองหลวงในอดีต ส่วนสุพรรณบุรีและลพบุรีมอบฉากชนบทที่ยังคงความเป็นไทยดั้งเดิม ทั้งบ้านไม้เก่าๆ ทุ่งนา และถนนเล็กๆ ที่เข้ากับฉากครอบครัวหรือการเดินทางของตัวละคร ในขณะที่นครปฐมก็มีทั้งวัดโบราณและพื้นที่เกษตรที่ใช้เป็นฉากภายนอกได้สวยงาม นอกจากนั้น กาญจนบุรียังมีฉากธรรมชาติที่หลากหลายตั้งแต่ริมแม่น้ำจนถึง
ป่าดงดิบและสะพานเก่าๆ ที่ให้ความรู้สึกดราม่าหรือความลึกลับได้ดี
กรุงเทพฯ เองก็ยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำสำคัญ เพราะมีทั้งสตูดิโอสำหรับฉากในร่มและสถานที่จริงที่ผสมระหว่างความใหม่กับความเก่าของเมือง เช่น บริเวณชุมชนเก่า ตลาดโบราณ หรืออาคารเก่าในบางย่านที่ไม่ต้อง
เดินทางไกลสำหรับทีมงาน การเลือกจังหวัดต่างๆ เหล่านี้มักขึ้นกับความต้องการของผู้กำกับและผกก.ภาพยนตร์ว่าจะเน้นบรรยากาศแบบไหน บางฉากอาจถ่ายที่ตัวเมืองเก่าเพื่อให้เห็นสถาปัตยกรรม ในขณะที่ฉากครอบครัวหรือฉากธรรมชาติอาจย้ายไปถ่ายในชนบทของสุพรรณบุรีหรือลพบุรีเพื่อความเป็นธรรมชาติ
โดยรวมแล้ว การผสมผสานสถานที่ทั้งในภาคกลางและบริเวณใกล้เคียงช่วยให้ 'รัตนาวดี' ได้ฉากที่หลากหลายและสมจริงมากขึ้น ซึ่งทำให้การเล่าเรื่องมีมิติและเสริมความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว เห็นแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้ว่าจะได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของแต่ละจังหวัดในฉากต่อๆ ไป — มันให้ความรู้สึกเหมือนได้เที่ยวรอบประเทศไทยผ่านหน้าจอเดียว