ผมยังจำได้ถึงความตั้งใจในการเลือกโลเคชันที่มีลักษณะต่างกันเพื่อสร้างคอนทราสต์ เช่น ฉากแข่งกลางเมืองถูกถ่ายบนถนนสาธารณะที่ปิดการจราจร ส่วนฉากทางหลวงยาว ๆ และการกระโดดผ่านช่องว่างก็มักถ่ายนอกเมืองในพื้นที่ทะเลทรายหรือถนนชนบทที่โล่งกว่าสำหรับความปลอดภัยและการควบคุมทีมงาน ข้อดีของวิธีนี้คือภาพดูสมจริงและดุดันกว่า CGI ล้วน ๆ — ถ้าอยากเปรียบเทียบบรรยากาศของการถ่ายทำ คุณจะเห็นความแตกต่างชัดเมื่อเทียบกับสไตล์แข่งแบบใน 'The Fast and the Furious: Tokyo Drift' ที่เน้นสตรีทคัลเจอร์มากกว่า
บอกเลยว่าฉากแข่งรถใน 'The Fast and the Furious' ส่วนใหญ่ถ่ายทำกันในพื้นที่จริงของเมืองลอสแอนเจลิสและบริเวณท่าเรือของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งให้บรรยากาศถนนกว้างๆ และทิวทัศน์อุตสาหกรรมที่หนังต้องการ
ผมชอบคิดว่าเหตุผลที่เลือกที่นี่เพราะความหลากหลายของโลเคชัน — จากถนนย่านที่อยู่อาศัยไปจนถึงถนนริมท่าเรือและลานกว้างของคลังสินค้า ทีมงานมักจะปิดถนนสั้นๆ เพื่อจัดฉากแข่งแบบเดือดและใช้พื้นที่สโตว์ (backlot) หรือสนามร้างสำหรับฉากเสี่ยงภัยที่ต้องคุมสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด ฉากที่เห็นในเรื่องจึงมีความสมจริงแบบครอสโอเวอร์ระหว่างถนนจริงกับการจัดเซ็ตเฉพาะกิจ
เมื่อเทียบกับหนังไล่ล่ารถยุคเก่าอย่าง 'Bullitt' ที่เน้นถนนของซานฟรานซิสโก งานของ 'The Fast and the Furious' สมัยนั้นเน้นให้รู้สึกเป็นชุมชนวงการรถซิ่งในลอสแอนเจลิส มากกว่าจะพึ่งเทคนิคพิเศษหนักๆ ซึ่งทำให้ฉากแข่งมีพลังและเป็นธรรมชาติมากขึ้น — นั่นคือน้ำเสียงและสไตล์ที่ยังตราตรึงอยู่ในใจผม