3 Answers2026-07-15 00:59:39
รายได้ของนักข่าวชายที่ทำงานกับ 'ช่องวัน' มักจะกระจายตัวกว้างและขึ้นอยู่กับตำแหน่งกับประสบการณ์เป็นหลัก ฉันเห็นการแบ่งระดับรายได้คร่าวๆ ตามบทบาท เช่น นักข่าวฝึกหัดหรือสตาฟฟ์รายงานข่าวประจำวันจะได้ฐานเงินเดือนที่ใกล้เคียงกับพนักงานสื่อทั่วไป ในช่วงประมาณ 18,000–30,000 บาทต่อเดือนในตอนแรก ขณะที่นักข่าวภาคสนามที่มีประสบการณ์ 3–5 ปีขึ้นไปมักจะขยับไปอยู่ที่ประมาณ 30,000–60,000 บาท ขึ้นกับความเชี่ยวชาญและความเสี่ยงของงาน
ส่วนผู้ที่เป็นผู้ประกาศข่าวหรือครองหน้าจอช่วงไพรม์ไทม์ รายได้ฐานอาจสูงกว่ามากและรวมทั้งค่านำเสนอ โบนัส และสัญญาพิเศษ ทำให้ภาพรวมรายได้จริงต่อเดือนอาจแตะ 80,000–200,000 บาทสำหรับบางคน นอกจากนี้ยังมีส่วนของรายได้เสริมที่ไม่ปรากฏในสลิปเงินเดือน เช่น ค่าพิธีกรงานอีเวนท์ ค่าบรรยาย หรือทำคอนเทนต์ออนไลน์ ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ฉันมักนึกถึงเพื่อนที่เป็นนักข่าวสนามคนหนึ่งที่เริ่มที่ 22,000 บาท แต่หลังจากขยับขึ้นเป็นผู้สรุปข่าวช่วงเย็นและมีงานอีเวนท์เป็นครั้งคราว รายได้รวมต่อเดือนก็ไปแตะระดับหกหมื่นได้สบาย ๆ
ท้ายที่สุดตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงกรอบกว้างเท่านั้น เพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ เช่น ระดับความรับผิดชอบ นโยบายของแต่ละช่อง สถานที่ทำงาน (กรุงเทพฯ กับจังหวัดอื่นๆ) รวมถึงการต่อรองสัญญาส่วนบุคคล แต่ถาองานอยู่ในระบบสตาฟฟ์ของ 'ช่องวัน' และไม่รวมงานอิสระ กรอบที่ให้ไว้ข้างต้นน่าจะพอช่วยให้เห็นภาพได้
1 Answers2026-05-25 21:01:01
การตอบเรื่องค่าตัวของดาราต่อซีรีส์มักเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างมาก จึงยากที่จะบอกตัวเลขที่แน่นอนได้เพียงถามสั้นๆ เดียว แต่ฉันสามารถอธิบายกรอบทั่วไปและช่วงค่าตัวที่มักเห็นได้ในวงการ เพื่อให้เห็นภาพว่าตัวเลขอาจไปได้ไกลแค่ไหนและเพราะเหตุใดคนน้อยใหญ่ได้ค่าตัวต่างกันมาก
โดยทั่วไป ค่าตัวของนักแสดงต่อซีรีส์ขึ้นกับระดับความดังของนักแสดง ลักษณะบท (ตัวนำ ตัวรอง ตัวประกอบ) จำนวนตอน งบประมาณของโปรดักชัน และสัญญาสิทธิ์รายได้หรือผลตอบแทนหลังการออกอากาศ ในตลาดไทย นักแสดงหน้าใหม่หรือตัวประกอบอาจได้ค่าตัวเป็นหลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อวันถ่ายหรือต่อเอพิโซด ผู้ที่เป็นตัวรองที่มีชื่อเสียงขึ้นมาหน่อยอาจอยู่ในช่วงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อเอพิโซด ส่วนดารานำที่มีฐานแฟนคลับแข็งแรงหรือเป็นพระเอกนางเอกแนวหน้ามักได้ค่าตัวหลักแสนถึงหลายแสนบาทต่อเอพิโซด ในขณะที่ซูเปอร์สตาร์ที่มีสถานะพิเศษหรือรับงานเป็นพิเศษบางครั้งอาจต่อรองได้สูงกว่านั้น แต่กรณีแบบนี้หาได้ยากและต้องขึ้นกับงบซีรีส์ด้วย
ในระดับนานาชาติ ระดับราคาจะกว้างกว่าเยอะ ตัวอย่างคลาสสิกคือนักแสดงชุดหลักของซีรีส์ฮิตยุคก่อนอย่าง 'Friends' ที่มีการรายงานว่าดาราหลักบางคนได้ค่าตัวถึงประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเอพิโซดในช่วงท้ายของซีรีส์ ซึ่งเป็นกรณีที่พิเศษสุดและเกิดจากการต่อรองร่วมกันของนักแสดงทั้งกลุ่ม สมัยปัจจุบันในระบบสตรีมมิง นักแสดงระดับกลางอาจได้เป็นแสนดอลลาร์ต่อเอพิโซด ขณะที่ดาราดังจริงๆ หรือเจ้าของโปรเจกต์อาจได้มากกว่านั้น นอกจากนี้ยังมีโมเดลการจ่ายแบบรับค่าตอบแทนต่ำลงแลกกับเปอร์เซ็นต์รายได้หรือโบนัสจากความสำเร็จ ซึ่งพบได้ทั้งในตลาดต่างประเทศและในบางผลงานของไทยเช่นกัน
ปัจจัยอื่นที่ต้องคิดร่วมด้วยคือสัญญาเรื่องสิทธิ์ซ้ำ (residuals) กฎของสหภาพ (เช่นในสหรัฐฯ) การโฆษณาและสปอนเซอร์ การทำภารกิจพิเศษหรือการเปิดตัวโปรเจกต์ข้ามแพลตฟอร์ม และการมีบทบาทเป็นผู้ผลิตร่วมที่อาจทำให้ได้เงินเพิ่มในรูปแบบส่วนแบ่งกำไร สรุปคือตัวเลขสามารถเป็นได้ตั้งแต่หลักพันบาทจนถึงหลักล้านดอลลาร์ ขึ้นกับระดับ ผมมักรู้สึกว่าการอ่านข่าวค่าตัวสูงๆ แม้จะเซอร์ไพรส์ แต่ก็เข้าใจได้เมื่อมองภาพรวมทั้งเรื่องแบรนด์ส่วนตัว งานหลังบ้าน และโอกาสในการสร้างรายได้ต่อเนื่องจากผลงานนั้น
12 Answers2026-07-26 21:38:37
วงการบันเทิงจีนมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา — นั่นคือสิ่งที่ผมเห็นชัดเมื่อพยายามสรุปเรื่องค่าตัวของดาราซีรี่ย์
ผมมักจะอธิบายให้เพื่อนฟังแบบนี้: ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะค่าตัวขึ้นกับระดับชื่อเสียง บริษัทผู้ผลิต แพลตฟอร์มที่ออกอากาศ (เช่น ช่องโทรทัศน์ดั้งเดิมกับแพลตฟอร์มสตรีมมิง) และรูปแบบการจ่ายเงิน บางครั้งนักแสดงรับเป็นค่าเหมาเป็นซีซั่น บางครั้งคิดเป็นต่อหนึ่งตอน และบางครั้งถ้าเป็นศิลปินแนวซุปเปอร์สตาร์ ค่าตัวต่อฉากหรือค่าพิเศษจากแบรนด์จะทับไปอีกชั้นหนึ่ง
ตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น: นักแสดงหน้าใหม่กับบทเล็ก ๆ อาจได้ค่าตัวเป็นหลักพันถึงหลักหมื่นหยวนต่อวันหรือฉาก ขณะที่นักแสดงระดับกลางอาจได้หลักหมื่นถึงหลักแสนหยวนต่อหนึ่งตอน ส่วนดาราระดับท็อปที่มีชื่อเสียงข้ามประเทศมักมีข้อเสนอเป็นหลักหลายแสนจนถึงหลายล้านหยวนต่อหนึ่งตอน หรือเลือกรับเป็นค่าเหมาเท่าก้อนที่สูงสำหรับทั้งโปรเจ็กต์ การเจรจามักมีการหลอมรวมรายได้จากสปอนเซอร์ โฆษณา และการแบ่งรายได้หลังการออกอากาศด้วย
ผมชอบยกตัวอย่างว่าในกรณีซีรี่ย์ที่ประสบความสำเร็จ รายได้จากลิขสิทธิ์ขายต่างประเทศและสปอนเซอร์มักจะกลายเป็นช่องทางรายได้หลักของนักแสดง มากกว่าค่าตัวต่อฉากเพียงอย่างเดียว นั่นทำให้บางครั้งชื่อเสียงและผลงานที่โดดเด่นมีมูลค่าทางการเงินมากกว่าการคิดค่าตัวแบบมาตรฐาน — สุดท้ายแล้วเรื่องนี้เลยเป็นทั้งศิลปะการต่อรองและการเลือกกลยุทธ์สร้างรายได้อย่างชาญฉลาด
1 Answers2026-06-25 05:39:11
จากภาพรวมของวงการละครช่องวันในปีนี้ แนวทางที่ฉันเห็นคือไม่มีการเปิดเผยค่าตัวอย่างเป็นทางการจากช่องหรือต้นสังกัด ดังนั้นการระบุชื่อนักแสดงคนเดียวแบบแน่นอนจึงค่อนข้างยาก แต่ถาจะพูดถึงกลุ่มที่มีค่าตัวสูงสุด มักเป็นนักแสดงนำเพศชายที่มีโปรไฟล์ครบทั้งเรตติ้งละคร โฆษณา และฐานแฟนคลับในโซเชียลมีเดียเยอะ ๆ ผู้ที่ทำงานทั้งละครจอแก้ว งานภาพยนตร์ และงานพรีเซนเตอร์พร้อมกัน จะมีอำนาจต่อรองค่าตัวสูงกว่าเพื่อนร่วมอาชีพ โดยส่วนใหญ่ค่าตัวของพระเอกที่ถูกเรียกว่าอยู่ในระดับท็อปของช่องจะอยู่ในช่วงหลักแสนต่อวันหรือหลักแสนต่อตอนไปจนถึงหลักล้านสำหรับบทบาทและสัญญาพิเศษที่ต้องใช้ชื่อเสียงมากๆ
ในความเห็นของฉัน ปัจจัยที่ทำให้นักแสดงคนหนึ่งขึ้นเป็นคนที่มีค่าตัวสูงสุดมีหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ความสามารถการแสดงหรือหน้าตา แต่รวมถึงความสามารถดึงเรตติ้งให้ละคร กำลังซัพพอร์ตแคมเปญพาร์ทเนอร์และแบรนด์ พฤติกรรมแฟนคลับที่พร้อมซื้อบัตรงานอีเวนต์ และการมีภาพลักษณ์ที่หาง่ายสำหรับการตลาด นักแสดงอิสระที่รับงานจากหลายช่องและมีผลงานฮิตต่อเนื่องมักเรียกค่าตัวสูงเพราะช่องต้องการดึงคนดูและโฆษณา ส่วนพระเอกในสังกัดช่องโดยตรงก็อาจได้ค่าตัวสูงในกรณีที่เป็นหัวหอกโปรเจกต์ใหญ่หรือมีสัญญาพร้อมเงื่อนไขพิเศษ
เมื่อพิจารณาจากผลงานและกระแสในปีนี้ ฉันมองว่าอันดับค่าตัวสูงสุดไม่น่าเป็นชื่อเดียวตลอดทั้งปี เพราะการจัดสรรงบประมาณและโปรเจกต์ของช่องเปลี่ยนไปตลอด บางครั้งนักแสดงหน้าใหม่ที่ขึ้นแท่นเป็นดาวรุ่งก็จะได้รับค่าตัวเพิ่มอย่างรวดเร็วตามความนิยม ขณะที่นักแสดงรุ่นใหญ่ยังคงได้ค่าตัวสูงจากฐานแฟนและผลงานคงที่ สิ่งที่ฉันสนุกคือการสังเกตว่าการตลาดของช่องและแบรนด์ต่าง ๆ ปรับกลยุทธ์ใช้ดาราอย่างไร เพื่อให้การลงทุนจ่ายผลตอบแทนทั้งในแง่เรตติ้งและการรับรู้แบรนด์
สุดท้ายฉันรู้สึกว่าแฟนละครมักให้ความสนใจกับตัวเลขค่าตัวและชื่อคนดัง แต่มุมที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการที่ละครและนักแสดงสามารถสร้างบทสนทนาในสังคม กระแสรีแอ็กชัน และความผูกพันกับผู้ชมได้อย่างไร นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ค่าตัวของพระเอกบางคนพุ่งขึ้นและคุ้มค่ากับการลงทุนของช่องในที่สุด
9 Answers2026-03-09 14:11:52
เงินค่าตัวของพระเอกซีรีส์วายขึ้นกับปัจจัยหลากหลายจนไม่อาจระบุเป็นตัวเลขตายตัวได้เลยในมุมมองของคนที่ติดตามวงการมานาน ฉันมองว่าแบ่งระดับคร่าว ๆ ได้เป็นกลุ่ม: นักแสดงใหม่หรือหน้าใหม่ที่รับบทจูงใจอาจได้ค่าตัวระดับหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อโปรเจกต์ ขณะที่นักแสดงนำที่มีชื่อเสียงปานกลางอาจเริ่มต้นที่หลักแสนถึงหลายแสนบาท ส่วนพระเอกระดับซูเปอร์สตาร์หรือคนที่มีฐานแฟนต่างประเทศกว้าง รายได้จากค่าตัวงานแสดงอย่างเดียวอาจแตะหลักล้านบาทต่อหนึ่งเรื่องได้ไม่ยาก เมื่อรวมสปอนเซอร์ เวิร์กช็อป และงานอีเวนต์ รายรับจริงอาจเพิ่มขึ้นอีกมาก
ในฐานะคนที่เคยเห็นเส้นทางของคนในวงการมากขึ้น เห็นความต่างระหว่างซีรีส์ที่ผลิตโดยทีวีท้องถิ่นกับที่ผลิตโดยสตรีมมิงแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ชัดเจน แพลตฟอร์มข้ามประเทศมักมีงบสูงและแบ่งค่าตอบแทนให้มากกว่า ขณะที่ซีรีส์อินดี้หรือกองทุนเล็ก ๆ มักจ่ายตามงบที่มีจริง ๆ ตัวอย่างเช่นการระเบิดชื่อเสียงจาก '2gether' ทำให้พระเอกกลายเป็นแม่เหล็กของแบรนด์และค่าตัวพุ่งตามไปด้วย
สุดท้ายฉันคิดว่าสำหรับคนที่เริ่มต้น ค่าตัวอาจไม่ใช่แหล่งรายได้หลักในช่วงแรก แต่เป็นบันไดสู่โอกาสอื่น ๆ ที่จะทำให้รายได้รวมสูงขึ้นเมื่อมีชื่อเสียงมากขึ้น
4 Answers2026-08-10 03:09:46
เลขคร่าวๆ ของค่าตัวนักแสดงในซีรีส์แนวซิทคอมแบบ 'เป็นต่อ' มักขึ้นกับหลายปัจจัย แต่ฉันมองว่าเราแบ่งเป็นกลุ่มได้ชัดเจน: นักแสดงนำที่เป็นชื่อคุ้นหู ผู้เล่นประจำ และแขกรับเชิญที่มาเป็นตอน ๆ
นักแสดงนำที่มีฐานแฟนคลับมักได้ค่าตัวต่อเทปในระดับหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทในบางกรณี ถ้าซีซั่นนั้นมีเรตติ้งดีหรือมีสปอนเซอร์เยอะ ค่าเจรจาจะสูงขึ้นมาก ส่วนผู้เล่นประจำที่ไม่ได้เป็นเซเลบเท่าตัวนำ มักอยู่ในช่วงหลักพันถึงหลักหมื่นต้น ๆ ต่อเทป ขึ้นอยู่กับสัญญารายปีหรือจ่ายเป็นเทปเป็นครั้ง ๆ
แขกรับเชิญหรือคนที่ขึ้นมาสั้น ๆ มักได้เรทต่ำกว่า แต่ก็มีข้อยกเว้นถ้าเป็นคนดังจากวงการอื่น ค่าตัวอาจพุ่งได้ นอกจากนี้ยังมีรายได้เสริมที่ไม่เกี่ยวกับค่าตัวเทปตรง ๆ เช่น งานพรีเซนเตอร์ งานอีเวนต์ หรือค่าส่วนแบ่งจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในบางสัญญา ซึ่งรวมแล้วทำให้รายได้จริงต่อคนแตกต่างกันมาก ฉันมักบอกคนรอบตัวว่าอย่าเอาเลขเดียวเป็นคำตอบสุดท้าย — ต้องดูบทบาท ความนิยม และรูปแบบสัญญาร่วมกัน
3 Answers2026-06-25 03:44:35
ค่าตัวต่อตอนของนักแสดงละครไทยเป็นเรื่องที่มักพูดกันในวงเพื่อน ๆ ตอนดูละครจบแล้วผมก็ชอบคาดเดาว่าคนในบทนำได้ค่าตัวเท่าไหร่
การแบ่งระดับค่าตัวโดยคร่าว ๆ มักมีลักษณะดังนี้: นักแสดงหน้าใหม่หรือบทประกอบอาจได้แค่หลักหมื่นต่อหนึ่งตอน (ประมาณ 5,000–30,000 บาท) ขณะที่นักแสดงระดับกลางที่มีชื่อเสียงขึ้นมาหน่อยมักได้ตั้งแต่ประมาณ 50,000–200,000 บาทต่อตอน ส่วนพระนางท็อปสตาร์หรือคนที่เป็นแบรนด์ได้สูงขึ้นมาก มูลค่าต่อเทปอาจกระโดดไปที่ 300,000–1,500,000 บาทหรือต่อหัวสำหรับบางเคสที่ค่ายกับดาราต่อรองกันรุนแรง
สิ่งที่ทำให้ตัวเลขพุ่งหรือร่วงไม่ใช่แค่ชื่อเสียงเท่านั้น แต่รวมถึงช่องหรือแพลตฟอร์มที่ผลิต (ทีวีดั้งเดิมกับสตรีมมิ่งมีงบต่างกัน) จำนวนตอน งานพ่วงอย่างพรีเซนเตอร์ และสัญญาช่องทางรายได้พิเศษ เช่น การขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศหรือการสตรีมแบบมีรายได้แบ่งเปอร์เซ็นต์ ผมเองเคยเห็นกรณีที่ละครฮิตตัวเลขค่าตัวต่อหัวทวีคูณจากโบนัสหลังการขายลิขสิทธิ์ไปแล้ว ทำให้ภาพรวมรายรับของนักแสดงไม่ได้มาจากแค่ค่าตัวต่อตอนเท่านั้น
โดยสรุปแล้วถ้าจะตั้งตัวเลขแบบหยาบ ๆ ให้ใช้ช่วงที่ยกมาเป็นกรอบ และจำไว้ว่าชื่อเรื่องดังอย่าง 'บุพเพสันนิวาส' หรือโปรเจกต์ที่มีผู้สนับสนุนหนักมักดันค่าตัวให้สูงกว่าปกติ — นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมบางคนเห็นรายชื่อดาราแล้วแทบไม่เชื่อว่าค่าตัวจะสูงได้ขนาดนั้น
5 Answers2026-06-26 10:32:54
เรื่องราวรางวัลจากช่องวันจริงๆ ขึ้นกับงานประกาศรางวัลที่คุณหมายถึง เช่น 'นาฏราช' 'คมชัดลึก' หรือเวทีสถาบันอื่นๆ ผมมักจะมองว่าการจะตอบว่า "ใครได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม" ต้องระบุปีและงานให้ชัด เพราะบางปีผู้ชนะเป็นนักแสดงนำชายจากละครฮิตของช่อง แต่บางงานก็ให้รางวัลตามบทบาทเฉพาะทางมากกว่า
ผมยอมรับว่าบางครั้งชื่อที่แฟนๆ พูดถึงบ่อยคือคนที่มีบทเด่นในละครเย็นหรือพีเรียด เพราะเวทีต่างๆ มักยกย่องผลงานที่ได้รับความนิยมและการแสดงที่หนักแน่น อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการชื่อจริงๆ ผมแนะนำให้ระบุปีหรือชื่อเวทีมาด้วย จะได้บอกได้ตรงเป้าหมาย แต่ถ้าต้องการให้ผมสรุปเท่าที่ทราบโดยรวม ผมสามารถรวบรวมรายชื่อผู้ชนะจากงานใหญ่ๆ ให้เป็นลำดับได้โดยไม่พลาดรายละเอียด
12 Answers2026-04-15 12:48:15
ในแง่ของค่าตัวต่อชิ้นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการบันเทิงจีน ชื่อหนึ่งที่คนมักยกขึ้นมาเสมอคือ 'ฟ่านปิงปิง' เธอเคยเป็นตัวอย่างของดาราหญิงระดับซุปเปอร์สตาร์ที่เรียกค่าตัวต่อโปรเจ็กต์สูงลิบจนเป็นข่าวใหญ่ ผมมองว่าที่ทำให้คนพูดถึงมากไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นการที่เธอสามารถรุ่งทั้งในจอและนอกจอ ทั้งงานละครยักษ์อย่าง 'The Empress of China' และงานภาพยนตร์ที่ทำให้แบรนด์ต่างประเทศสนใจ ดังนั้นค่าตัวต่อชิ้นของเธอเลยถูกตีเป็นมาตรฐานหนึ่งของยุคก่อนปี 2018
ความสำเร็จแบบนั้นยังมีเงามืดตามมา เมื่อตลาดและกฎระเบียบเปลี่ยนไป ชื่อเสียงและค่าตัวก็ปรับตาม ผมเองเห็นว่าการเป็นดาราที่เรียกค่าตัวสูงสุดไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือ แต่เกี่ยวกับการบริหารภาพลักษณ์ การเลือกงาน และความสัมพันธ์กับผู้กำกับ/แพลตฟอร์มด้วย ในมุมนี้ 'ฟ่านปิงปิง' เป็นกรณีศึกษาใหญ่ที่สอนให้รู้ว่าอาชีพระดับสูงมาพร้อมความเสี่ยงและความรับผิดชอบ
3 Answers2026-02-24 20:21:24
บอกตรงๆว่า เรื่องเงินเดือนของเลขาในองค์กรใหญ่เป็นเรื่องที่พูดกันบ่อยเพราะมันผันแปรมากกว่าที่คนทั่วไปคาด
ฉันเคยเห็นเลขาในบริษัทขนาดใหญ่แบ่งเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้ช่วยธุรการทั่วไปที่ดูแลงานเอกสารนัดหมาย ไปจนถึงเลขาประจำผู้บริหารระดับสูงที่ต้องประสานงานทั้งภายในและภายนอก บริษัทข้ามชาติที่มีระบบจัดอันดับตำแหน่งชัดเจนมักจ่ายสูงกว่าบริษัทไทยขนาดกลางมาก เพราะเลขาระดับสูงไม่ใช่แค่พิมพ์จดหมาย แต่เป็นผู้จัดการเวลาและภาพลักษณ์ให้กับผู้บริหาร
โดยภาพรวมในกรุงเทพฯ ผมเจอกรอบประมาณนี้เป็นบ่อย: เจ้าหน้าที่ธุรการ/เลขาระดับเริ่มต้นอาจได้รับประมาณ 20,000–35,000 บาทต่อเดือน เลขาระดับกลางที่มีประสบการณ์ 3–7 ปีมักได้ 35,000–70,000 บาท ส่วนเลขาประจำผู้บริหารระดับ C-suite หรือที่มีทักษะสองภาษา/จัดการโปรเจ็กต์ได้ อาจรับ 70,000–150,000 บาทขึ้นไป รวมสวัสดิการ โบนัส และเบี้ยเลี้ยงการเดินทาง ทั้งนี้บริษัทที่เน้นความเป็นมืออาชีพสูง เช่น บริษัทสินค้าบริโภคข้ามชาติ จะให้แพ็กเกจที่น่าสนใจกว่าองค์กรท้องถิ่น
ส่วนสิ่งที่มักถูกมองข้ามคือสวัสดิการที่ต่างกันมาก บางแห่งให้รถ/ค่าน้ำมัน บางแห่งมีหุ้นหรือโบนัสตามกำไร ซึ่งถ้านับรวมแล้วค่าตอบแทนอาจสูงกว่าจำนวนเงินเดือนขั้นต้น ฉันมักบอกเพื่อนๆ ว่าตอนมองงานเป็นเลขา ต้องดูทั้งตัวเงินตรงหน้าและสภาพแวดล้อมการทำงานด้วย — บางครั้งตำแหน่งเดียวกันในสองบริษัทจะให้ความรู้สึกแตกต่างกันทั้งชีวิตการงานและกระเป๋าตังค์