Share

กรงขังรัก ซุปตาร์
กรงขังรัก ซุปตาร์
Penulis: โอชิม่อน

1 - หนุ่มบ้านนา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-12 16:57:22

หนุ่มบ้านนา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน)

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่ขนานเรียกกันติดปากว่า ‘ภาคอีสาน’ นั่นเอง ในพื้นที่ของถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในชนบท ปลายฤดูหนาว มีเพียงฝูงวัวควาย ที่ชาวบ้านต่างนำออกมาเลี้ยงที่กลางทุ่งนา เพราะเป็นช่วงที่ชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว

บ้างก็ขุดปูหาปลาตามหนองน้ำ และน้ำที่พอยังขอดอยู่ตามซอกหลุมเล็ก ๆ (ปลาข่อน) เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องให้มีชีวิตรอดไปในแต่ละวัน ส่วนคนหนุ่มสาวนั้น ส่วนใหญ่ต่างก็มุ่งหน้าสู่เมืองกรุงกัน เพื่อหางานทำเลี้ยงชีพต่อไป...

“บักหล่า แน่ใจแล้วบ้อลูก ว่าสิไปเรียนต่อกรุงเทพฯอีหลี” (ลูกแน่ใจแล้วใช่ไหม ที่จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯจริง ๆ) เสียงหญิงวัยสี่สิบปีเอ่ยถาม เมื่อลูกชายในวัยเพียงสิบแปดปี ซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในบ้าน และเป็นลูกชายคนโต ยื่นรายชื่อนักศึกษาใหม่ที่ลูกชายสอบติดมาให้ดู

คำนาง หญิงวัย 40 ปี ตอนนี้กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เมื่อผู้เป็นสามีที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยอุบัติเหตุ นับจากนั้นมาคำนางจึงทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ให้แก่ลูก ๆ ทั้งสอง และผู้เป็นแม่ในวัยชราด้วย

คำนางมีลูกสองคนเป็นชายและหญิงที่อายุห่างกันมาก ลูกชายคนโต(ลูกชายกก) มีชื่อว่า ชนาวิชญ์ หรือ บักวิด เป็นชื่อเรียกติดปาก ของคนที่สนิทมักใช้เรียกขานกัน พึ่งจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และกำลังจะเข้าไปศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่เมืองหลวง เพราะสอบได้ทุนติดที่นั่น

ส่วนคนที่สองนั้น คือลูกสาว(ลูกสาวหล่า) ซึ่งมีนามว่า ชนิดา หรือที่ทุกคนเรียกขานกันในนามของ หนูนิด เด็กหญิงอายุพึ่งได้ 7 ขวบ และพึ่งจบการศึกษาในระดับชั้นอนุบาล ลูกทั้งสองคนของเธออายุห่างกันตั้งสิบสองปี

เดิมทีคำนาง ตั้งใจที่จะมีลูกแค่คนเดียว เพราะฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ลูกสาวเลยกลายมาเป็นลูกหลงที่ห่างกันกับพี่ชายเป็นรอบ

“แน่ใจแล้วครับแม่ ไปอยู่กรุงเทพฯกะดีคือกัน สิได้ลดค่าใช้จ่ายแม่ทางนี้ แล้ววิดสิหางานเฮ็ดไปนำเลย” (แน่ใจแล้วครับแม่ ไปอยู่กรุงเทพฯก็ดีเหมือนกัน จะได้ลดค่าใช้จ่ายแม่ทางนี้ด้วย แล้ววิชญ์จะหาทำไปด้วยเลย) เสียงหนักแน่เอ่ยตอบคนเป็นแม่ออกไป เพราะตั้งใจแล้วว่าจะไปหางานทำและศึกษาเล่าเรียนต่อที่นั่น

ชนาวิชญ์ หนุ่มวัยเพียง 18 ปีกว่า ที่ตอนนี้เป็นเสาหลักของครอบครัวแทนผู้เป็นบิดา ต้องหารายได้ระหว่างเรียนในช่วงปิดเทอมและในวันหยุด เพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว เพราะคิดว่าการที่ได้ไปอยู่ในเมืองแห่งความเจริญแบบนั้น จะสามารถหางานทำได้ง่าย และเงินจะดีกว่าทางนี้ เลยเลือกสมัครสอบชิงทุนตามคำแนะนำของครูที่ปรึกษาดู แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสอบติดจริง ๆ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากพอสมควร

และตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ระหว่างที่รอมหาวิทยาลัยเปิดภาคเรียนนั้น เขาจะเดินทางไปล่วงหน้า เพื่อหางานทำก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิด เพื่อที่จะได้มีเงินส่งกลับมาให้แม่และน้องสาวที่บ้าน

“แล้วบักหล่าสิไปมื้อใด” (แล้วลูกจะไปวันไหน) เสียงของหญิงชรา ผู้เป็นยายถามขึ้นมา

ยายนา หญิงวัยชราในวัย 70 ปี ที่ร่างกายยังคงแข็งแรงดีอยู่ และยังเป็นคนที่ลี้ยงดูหลานชายเพียงคนเดียวมาตั้งแต่แบเบาะอีกด้วย

“ไปอาทิตย์หน้าเลยครับยาย วิดโทรฯไปบอกลุงหมานไว้แล้ว” (ไปอาทิตย์หน้าเลยครับยาย วิชญ์โทรฯไปบอกลุงหมานไว้แล้ว) เขาตอบผู้เป็นยายออกไปตามตรง

เพราะลุงหมานที่เขาเอ่ยถึง ก็คือลุงสมานที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันกับแม่ของเขา เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯตั้งแต่ยังหนุ่ม ๆ แถมอยากให้เขาเข้าไปทำงานด้วย เมื่อรู้ว่าหลานชายจะไปเรียนที่นั่น เพราะเขาปรึกษาเรื่องที่อยู่กับลุงหมานก่อน ค่อยมาบอกแม่และยาย

ส่วนเรื่องเรียน เขาไม่กังวลแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลาเปิดเรียน เขาจะเข้าพักที่หอพักนักศึกษาแทน จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วย

*

*

*

*

สัปดาห์ต่อมา

และเมื่อถึงวันเดินทางจริง ๆ ที่ชนาวิชญ์ต้องจากบ้านเกิดไปอยู่เมืองกรุงจริง ๆ ผู้เป็นยาย จึงนำฝ้ายผูกแขนให้แก่หลานชาย และสร้อยคอทองคำ แต่เป็นลายสำหรับผู้หญิงน้ำหนักหนึ่งบาทให้แก่หลานชายไปด้วย เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่อยากจะมอบให้แก่หลานชาย

เขาเดินทางด้วยรถตู้ เพราะส่งถึงที่ จะได้ไม่ลำบากลุงหมานมารับด้วย และมีของฝากที่คนเป็นแม่ของเขานำไปให้ลุงหมานด้วย จึงเลือกนั่งรถตู้แทนรถบัสประจำทาง

เมื่อมาถึงที่พักของลุงหมาน ซึ่งเป็นตึกแถวอยู่ในชุมชน แถมยังใกล้กับมหาวิทยาลัยของเขาพอดี และลุงหมานเปิดร้านขายข้าวแกงอาหารตามสั่ง เขาจึงทำหน้าที่เป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ช่วยงานเกือบสามเดือน โดยที่ไม่ขอรับค่าจ้างเลย เพื่อตอบแทนที่ลุงหมานและป้าสะใภ้ให้ที่อยู่อาศัยตน แต่ลุงหมานก็ให้เขาอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะปฏิเสธอย่างไร แต่ลุงหมานก็หาวิธีอ้างจ่ายค่าจ้างอยู่ดี

*

*

*

สามเดือนต่อมา

 แล้วเมื่อถึงวันที่มหาวิทยาลัยเปิด และเขาก็ได้ย้ายออกไปอยู่ที่หอพักของมหาวิทยาลัยแทน ส่วนทุกวันหยุดก็จะเข้ามาช่วยลุงหมานและป้าสะใภ้อยู่ตลอดเหมือนเช่นเดิม

และวันนี้หนึ่งเดือนเต็มแล้วที่เขาเป็นนักศึกษาอย่างเต็มตัว เขายังไม่มีเพื่อนหรือใคร เพราะเขาเป็นคนที่พูดน้อย และไม่กล้าที่จะเข้าไปหาใครก่อน

เขากำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อนหน้าตึกคณะฯ เมื่อเดินออกมาจากตึกในช่วงก่อนเวลาพักกลางวัน แต่สายตาดันสะดุดเข้ากับอะไรบ้างอย่างที่ล่วงอยู่ หลังจากหญิงสาวพึ่งจะลุกออกไปได้ไม่ไกลมากนัก เขาหยิบมันขึ้นมา แล้วตามเอาไปให้หญิงสาวทันที

“ขอโทษครับ นี่ใช่กระเป๋าสตางค์ของพี่หรือเปล่า พอดีผมเห็นว่ามันตกอยู่ที่พื้นตรงโต๊ะหินอ่อนที่พี่นั่งอยู่ ก่อนที่ผมจะไปนั่ง” เขาเอ่ยเรียกตามหลังหญิงสาวที่กำลังเดินออกไป ดูก็รู้ว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอทันที

หญิงสาวหยุดชะงักนิ่ง เพราะยังอึ้งที่คนร่างสูงตรงหน้าใบหน้าหล่อเหลาเอาการถึงแม้จะไม่ถึงขั้นที่ว่าฟ้าประทาน แต่ใบหน้าเจ้าเสน่ห์สามารถทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ได้ ก่อนที่จะพยักหน้ารับเมื่อตั้งสติได้

“ใช่จริง ๆ ด้วย ขอบคุณนะ” เธอรับกระเป๋าสตางค์มาจากมือของเขา แล้วเขาก็จากไปทันที โดยที่เธอเอ่ยเรียกไว้ไม่ทัน เพราะอยากตอบแทนเขา อย่างน้อยก็เลี้ยงน้ำเขาก็ยังดี

นับแต่จากนั้นมาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ ทั้งที่อยู่คณะเดียวกัน ทำไมไม่เจอหน้าชายหนุ่มปีหนึ่ง ผู้หวังดีคนนั้นเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กรงขังรัก ซุปตาร์   41 - บทส่งท้าย(จบ)

    บทส่งท้าย(จบ)หกเดือนต่อมางานมงคลสมรสเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นที่ลานหน้าบ้านหลังใหญ่ หลังจากที่ปาณิศาได้ให้กำเนิดลูกชาย ซึ่งตอนนี้ลูกชายมีอายุได้สาามเดือนแล้ว นั่นคือ ‘เด็กชายปานวิชญ์ พิสิษฐากูล’ หรือ น้องชินงานมงคลของวันนี้ชนาวิชญ์ได้เรียนเชิญแขกผู้ใหญ่และคนสนิทเท่านั้น รวมถึงเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่กรุงเทพฯของเขามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยและคนที่จะต้องมาให้ได้ และเป็นสำคัญของงานเลยนั่นคือช่างภาพ คอยเก็บในบรรยากาศตลอดของงานนั่นเอง ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่ง ‘วรากร’“มึงถึงไหนแล้วว่ะไอ้กร” ชนาวิชญ์โทรสายจิกกลับเพื่อนอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงพิธีแล้วแต่เพื่อนยังไม่ถึงสักที[ถึงปากทางเข้าแล้ว ใจเย็น ๆ หน่อยสิว่ะ งานยังไม่เริ่มเลย]“ภายใน 5 นาที ถ้ามึงยังมาไม่ถึง กูจะจ้างช่างภาพคนอื่น” ชนาวิชญ์ขู่ออกไปอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก[เชี้ย!]“วิชญ์จะเดินไปเดินมาทำไมนักหนา ปลาเวียนหัวไปด้วยแล้ว” ปาณิศาเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเดินไปเดินมาหลังจากแต่งตัวเสร็จรอเจ้าพิธี“วิชญ์ตื่นเต้นครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกกับเจ้าสาวสุดสวยของเขาในวันนี้“มือเย็นเชียว”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“บ่าวสาวไปเข้าพิธีได้แล้วจ้ะ ได้ฤกษ์แล้ว” คำน

  • กรงขังรัก ซุปตาร์   40 - มาทุกวันอยู่ได้

    มาทุกวันอยู่ได้สามเดือนต่อมาทุกคนเริ่มปรับตัวและเข้ากับคนที่นี่ได้แล้ว และก็ช่วยทำงานสวนได้เป็นอย่างดี โดยมีคนงานที่นี่คอยช่วยสอนงานให้อย่างเป็นมิตรชนาวิชญ์พึ่งพาปาณิศาไปรับประกาศนียบัตรจบจามหาวิทยาลัยมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แวะไปทางไหนต่อ เพราะงานที่นี่ยุ่ง และหญิงสาวท้องโตแล้วด้วย“พวกมึงไม่คิดจะมาหากูบ้างเลยหรือไงว่ะ” ชนาวิชญ์ถามเพื่อนทั้งสองที่กรุงเทพฯ เมื่อวีดีโอคลอกลุ่มหากันนานแล้วที่พวสกเขาไม่ได้เจอกันกับเพื่อนทางนั้นเลย จะมีแต่เพื่อนของชนาวิชญ์ทางนี้ที่ขยันมาแทบจะทุกวัน ไม่รู้มันจะว่างอะไรนักหนา[มึงก็รู้ว่ากูงานยุ่ง ทั้งเรียนต่อ ทั้งงานที่บริษัท] ศุภวัฒน์ที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยดูมีภูมิฐาน นั่งประจำอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เอ่ยตอบกลับมา“ครับว่าที่ท่านประธานในอนาคต แล้วมึงล่ะไอ้กร เห็นแต่เที่ยวถ่ายรูปไปวัน ๆ ไม่คิดถึงกูบ้างหรือว่ะ” ชนาวิชญ์ขานรับอย่างรับรู้ แถมยังเอ่ยแซวออกไปด้วย ก่อนจะเอ่ยถามไปคนในสายอีกคน[เดี๋ยวกูเบื่อที่นี่ กูจะไปหามึงเองแหล่ะ ตอนนี้รับงานถ่ายรูปไว้เยอะเลย] วรากรตอบออกมา เมื่อรู้ว่าเพื่อนหมายถึงตน[เสียงเอะอะอะไรกันว่ะไอ้วิชญ์แทรกเข้ามา] ศุภวัฒน

  • กรงขังรัก ซุปตาร์   39 - ยินดีต้อนรับสู่บ้านเกิด

    ยินดีต้อนรับสู่บ้านเกิดณ บ้านของชนาวิชญ์“ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ” ชนิดาพนมมือไหว้เอ่ยต้อนรับทุกคนด้วยวาจาสุภาพอ่อนโยน ด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“น้องสาวผมเองครับหนูนิด ส่วนนี้แม่ของผมเองครับดูแลที่นี่แทนผมทุกอย่าง” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยแนะนำครอบครัวของเขาให้ทุกคนรู้จัก“สวัสดีคะ/สวัสดีครับ”“เชิญทุกคนทางนี้เลยจ้ะ...” คำนางจึงพาทุกคนเดินไปทางที่พัก ที่ลูกชายแจ้งไว้แล้วว่าจะมีคนมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน“คุณพ่ออยู่ที่...” ชนาวิชญ์จึงหันมาเอายกับว่าที่พ่อตาของเขา“พ่อขอไปอยู่ร่วมกับพวกชัยดีกว่า ไม่รบกวนลูกหรอก” แต่ปราณนต์ดันขัดเอาไว้เสียก่อนเพราะรู้ดีว่าชนาวิชญ์จะพูดอะไร“แต่พ่อครับ”ปาณิศาจึงได้ปรามเขาไว้ เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่ยอมมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอหรอก ดีแค่ไหนแล้วที่ท่านยอมมาอยู่ด้วยกันที่นี่“เถอะน่า พ่ออยู่ได้วิชญ์” ปราณนต์พูดเช่นนั้นก็ถือกระเป๋าเดินตามทุกคนไปทางที่พักทันที“เราเข้าข้างในบ้านไปหายายกันเถอะครับ ข้างนอกอากาศร้อน” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยชวนเธอเจ้าไปในบ้านหลังใหญ่ เพราะช่วงนี้อากาศอบอ้าว“น้ำจ้าพี่ปลาคนสวย” เมื่อเข้ามาภายในบ้าน เมื่อเคยมาครั้งที่แรก ชนิดาก็น้ำมาเสิร์ฟให้เ

  • กรงขังรัก ซุปตาร์   38 - พร้อมสู้ไปด้วยกัน

    พร้อมสู้ไปด้วยกัน“พร่ำกันจบแล้ว ก็รีบพากันเก็บของออกจากที่นี่ไปสะ” เป็นเสียงของบุคคลที่เดินเข้ามาภายในบ้านอย่างถือวิสาสะ“พี่อาร์ต!!!” ปาณิศาเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ว่าคนที่มาใหม่นั้นเป็นใคร ซึ่งเธอก็รู้จักสองพ่อลูกเป็นอย่างดี เพราะบิดาทำงานร่วมกัน“ใช่ พี่เอง เจ้าของบ้านคนใหม่ของบ้านหลังนี้ยังไง”“หมายความว่ายังไง”“ก็ตามที่ได้ยินนั้นแหล่ะ แต่ถ้าน้องปลาอยากได้บ้านคืนพี่มีวิธี”ปาณิศาลุกขึ้นยืน โดยมีผู้เป็นพ่อและชนาวิชญ์คอยช่วยประคอง เธอก้าวออกไปหาคนที่พูดขึ้นว่าจะเป็นเจ้าของคนใหม่ของบ้านหลังนี้“อย่าเข้ามาใกล้เมียผม” ชนาวิชญ์ผลักอกแกร่งให้ถอยออกห่างจากปาณิศาทันที เมื่อชายหนุ่มย่างกรายเข้ามาใกล้“หึ ไอ้ดารากระจอก ใฝ่สูงหวังจับคนรวย แต่เสียใจด้วยนะที่คนที่นายหวังจับหมดตัวเสียก่อน” ยศวรรธน์ยกยิ้มมุมปากพร้อมมองเหยียดเขาอย่างดูถูก“พี่จะมาพูดอะไรก็พูดออกมาเลย” ปาณิศาเข้าประเด็นทันที“มาเป็นเมียพี่สิ บ้านหลังนี้จะเป็นของน้องปลาทันที” เสียงเรียบนิ่งเอ่ย พร้อมใบหน้าดุร้ายมองมาที่เธออย่างเป็นผู้ชนะ“ไอ้ชั่ว!” ชนาวิชญ์กำมือแน่น พร้อมยกขึ้นหมายจะสาดใส่ใบหน้าคมของอีกฝ่ายทันที“เอาสิ ถ้ามึงกล้าต่

  • กรงขังรัก ซุปตาร์   37 - จบสิ้นหมดทุกอย่างแล้ว

    จบสิ้นหมดทุกอย่างแล้วรุ่งเช้าบ้านทัศนโสภณ“ไปทานข้าวกันก่อนครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับรอง ใบหน้าคอยแต่ชะเง้อไปทางประตูหน้าบ้านตลอด“ตอนนี้ฉันทานอะไรไม่ลงหรอกวิชญ์ ป่านนี้คุณพ่อกับน้าชัยยังไม่กลับมาเลย ปลาเป็นห่วงพ่อ...” น้ำเสียงอ่อนพร้อมกับใบหน้าที่มีแต่ความกังวลเอ่ยตอบกลับเขามา“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก ไปทานข้าวเช้ากันก่อนน่ะ” ชนาวิชญ์เดินไปนั่งลงข้าง ๆ แล้วเอ่ยปลอบเธออย่างอ่อนโยนหลังจากที่ปรึกษาหารือกับทางผู้ใหญ่พร้อมกับชดเชยค่าเสียหายต่าง ๆ เรื่องที่เขาหายออกไปจากงาน ในคืนก่อน และเรื่องภาพหลุดที่ถูกเผยแพร่ออกไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนชนาวิชญ์เล่าบอกความจริงกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น จนสืบต้นตอของเรื่องทั้งหมดได้ ก็รีบจัดการแจ้งลบและแก้ข่าวให้ในทันที โดยใช้เรื่องกฎหมายเข้ามาช่วยส่วนหญิงสาวที่มีภาพหลุดมาด้วยนั้น คนของศุภวัฒน์ก็สืบทราบมาว่า หญิงสาวนั้นยถูกชายคนรักสวมเขา แล้วต้องการกลับมาหาชนาวิชญ์เพราะตอนนี้กำลังงมีชื่อเสียงปาณิศาทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับแขกคนสำคัญโดยการจัดอาหารมื้อสุดพิเศษ และชนาวิชญ์จึงใช้โอกาสนั้นบอกกับทางผู้ให

  • กรงขังรัก ซุปตาร์   36 - ปรึกษาหารือ

    ปรึกษาหารือ“มีอะไรธิดา” เสียงทุ้มของผู้เป็นเจ้าบ้านเอ่ยถามเด็กสาวรับใช้ ที่ยืนมองมาที่เขาสองพ่อลูก แต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ปราณนต์จึงเป็นฝ่ายถามขึ้นเสียเอง“มีคนมาขอพบคุณวิชญ์ค่ะ คุณท่าน” หญิงสาวใช้เอ่ยบอกสุทธิดา หรือ ธิดา เด็กสาวรับใช้ในวัย 20 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของศักดิ์ชัยลูกน้องคนสนิทเขา ศักดิ์ชัยขอหญิงสาวมาเลี้ยงเองหลังจากที่ตัดสินใจเลิกลาแยกทางกันกับมารดาของเธอไปนั้นเอง สองพ่อลูกอาศัยอยู่ที่เรือนหลังเล็กในรั้วเดียวกันที่ปราณนต์เป็นผู้สร้างให้“???” สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างมีคำถามมากมายเกิดขึ้น แต่ไม่มีคำถามใด ๆ หลุดออกมาสักคำ“ผมหรือครับ ชื่ออะ...ไอ้เวย์! ไอ้กร!”ซึ่งเป็นจังหวะที่ชนาวิชญ์เดินกลับเข้ามาพอดี แล้วเอ่ยถามสุทธิดาออกไป แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยจบประโยค กลับต้องอุทานเป็นชื่อเพื่อนทั้งสองออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาเขาถึงที่นี่นั้นเป็นใคร“เออ! พวกกูเอง พอดีติดต่อมึงไม่ได้เลยคิดว่ามึงต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ เลยมาหา" ศุภวัฒน์เป็นฝ่ายพูดออกมา“นั่งก่อนสิ เวย์ กร” ปาณิศาจึงเป็นฝ่ายบอกให้แขกที่มาหาชนาวิชญ์นั้น นั่งลงคุยกันก่อน“ขอบคุณครับพี่ปลา สวัสดีครับคุณปราน พวกผมเป็นเพื่อนไอ้วิชญ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status