ฝั่งที่คนไทยมักพูดถึงบ่อยคือซีรีส์ญี่ปุ่นบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อ 'The Big 4' ซึ่งในกรณีนี้การพากย์ไทยมักจะเป็นงานที่ตัวแพลตฟอร์มสั่งจ้างสตูดิโอพากย์ในไทยแล้วให้ทีมพากย์ทำเสียงให้ตามบท นั่นแปลว่าเครดิตนักพากย์ไทยจะปรากฏในหน้ารายละเอียดของเสียง/คำบรรยายบนหน้าจอสตรีม หรือตอนจบของแต่ละตอนที่มีชื่อคนทำงานขึ้นมา โดยส่วนตัวผมชอบไล่ดูเครดิตในตอนท้ายเพราะได้เห็นชื่อที่คุ้นเคยและได้รู้ว่าใครฝากเสียงตัวละครที่เราชอบเอาไว้
อีกมุมหนึ่งคืองานที่เป็นหนังหรือซีรีส์เก่าอย่าง 'The Big Four' ของนักเขียนอิสระหรือดัดแปลงจากนิยาย คลิปหรือดีวีดีบางเวอร์ชันอาจไม่มีพากย์ไทยเลย หรือมีซับไทยเพียงอย่างเดียว ในกรณีนี้ถ้ามีฉบับพากย์ไทยก็อาจเป็นสตูดิโอภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหลัก ทำให้ชื่อคนพากย์ปลิวหายหรือไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เคยเห็นคนในชุมชนแฟนหนังไทยช่วยกันรวบรวมข้อมูลและโพสต์คลิปตัวอย่างที่ระบุชื่อนักพากย์ไว้ ซึ่งวิธีนี้ช่วยตามหาเสียงและไล่ดูผลงานพากย์ของคนคนนั้นได้ดี
โดยรวมแล้วถาคพากย์ไทยของ 'The Big 4' จะแตกต่างกันไปตามว่าเป็นเวอร์ชันไหนและใครเป็นผู้จัดจำหน่าย ผมเองมักจะเก็บลิสต์ชื่อที่เจอไว้ในโน้ตและเช็กว่าใครเป็นคนพากย์ตัวละครหลัก เมื่อเจอชื่อนักพากย์ที่ชอบก็มักตามผลงานอื่น ๆ ต่อ เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ได้รู้ว่าคนเสียงคนนั้นทำงานกับตัวละครแบบไหนอีกบ้าง
รายชื่อนักแสดงหลักใน 'The Dark Tower' ที่คนนึกถึงมักจะเป็นชุดเด่น ๆ ไม่กี่คน แต่พอได้ไล่จริง ๆ ก็รู้สึกว่าทีมแคสต์เต็มไปด้วยหน้าคุ้นตาจากงานภาพยนตร์และซีรีส์ต่าง ๆ
ผมมองว่าสามชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ Idris Elba รับบทเป็น Roland Deschain, Matthew McConaughey ในบท Walter O'Dim หรือที่หลายคนเรียกกันว่า The Man in Black และเด็กหนุ่ม Tom Taylor ที่รับบทเป็น Jake Chambers นักแสดงทั้งสามคนเป็นแกนกลางของเรื่องและถูกวางไว้ให้ขับเคลื่อนทั้งโทนเรื่องและความตึงเครียดของพล็อต ส่วนคนอื่น ๆ ในทีมอย่าง Abbey Lee, Claudia Kim และ Jackie Earle Haley ก็เข้ามาเติมรายละเอียดทั้งในบทเด่นและบทสมทบ ทำให้ภาพรวมไม่แห้งจนเกินไป
การเห็น Idris ในลุคคาวบอยไร้ความปรานี เตือนผมถึงงานทีวีอย่าง 'Luther' ในแง่ของการมีพลังและความเงียบเย็น ส่วน Matthew ก็ยังคงชวนให้ระแวงเหมือนที่เขาทำไว้ใน 'True Detective' — สองคนนี้สร้างสมดุลที่แปลกแต่ได้ผลกับหนังที่พยายามผสมแฟนตาซีและไวลด์เวสต์ไว้ด้วยกัน ฉากระหว่าง Roland และ Jake ถึงแม้จะไม่ได้ยาวมากแต่ก็เป็นแกนอารมณ์สำคัญของหนังสำหรับผม และนักแสดงสมทบที่ว่ามาก็ช่วยขยับโลกของเรื่องให้รู้สึกว่าใหญ่มากกว่าหนังความยาวประมาณสองชั่วโมงเท่านั้น