ความหรูคือเรื่องของโทนสีที่กระตุ้นความรู้สึกแรกเห็นมากกว่าจะอธิบายด้วยคำพูดยาวๆ
เวลาฉันต้องเลือกสีสำหรับ
โลโก้ดอกไม้ของแบรนด์หรู จะเริ่มจากการกำหนดภาพรวมก่อนว่าแบรนด์อยากสื่ออะไร—ความคลาสสิก, ร่วมสมัย, หรือละเมียดละเอียดเหมือนงานแฮนด์เมด จากนั้นสีหลักที่ฉันมักชอบคือสีเขียวมรกตเข้มเพราะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและมีน้ำหนักพอเหมาะ ไม่ดูหวานเกินไปเมื่อจับคู่กับสีทองหม่นหรือทองแชมเปญเป็นสำเนียง โลโก้ดอกไม้ที่ใช้มรกตเป็นพื้นหลังแล้วมีไฮไลต์ทองฟอยล์จะดูแพงทันที โดยเฉพาะเมื่อลายเส้นโลโก้ออกแบบให้มีพื้นที่ว่างรอบๆ ดอกไม้
ส่วนโทนรอง ฉันมักเลือกครีมอุ่นหรือเทาเข้มเป็นตัวช่วยให้สีหลักโดดเด่น—ครีมจะให้ความรู้สึกนุ่มละมุน ขณะที่เทาเข้มให้ความเป็นสากลและคอนทราสต์ดีเมื่อต้องใช้บนบรรจุภัณฑ์หรือป้ายร้าน การทดลองสีกับพื้นผิวต่างๆ สำคัญมาก เช่น ฟอยล์, ปั๊มนูน, หรือแมตต์ เพราะสีทองบนพื้นผิวเงากับแมตต์ให้ความรู้สึกต่างกันสุดขั้ว
ในมุมการใช้งานฉันจะทดสอบขนาดเล็กและดิจิทัลก่อนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าลายดอกไม้ยังอ่านได้เมื่อย่อขนาด นั่นคือเหตุผลที่ฉันมักปรับโทนให้มีคอนทราสต์เพียงพอและเลือกสีรองที่ไม่เบียดสีหลักมากเกินไป ถ้าต้องบอกสั้นๆ สิ่งที่ฉันเลือกมักเป็นชุดสีที่ให้ความอบอุ่นแต่มีความหรูในรายละเอียดเล็กๆ เช่นทองหม่นคู่กับมรกตและครีม—มันทำให้โลโก้ดอกไม้ดูงามแต่ไม่โอ้อวด