การวางแผนการอ่านอย่างเป็นระบบช่วยได้มาก, เริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบและน้ำหนักหัวข้อที่ออกข้อสอบแต่ละปีเพื่อจัดลำดับความสำคัญของการเตรียมตัว ผมมักแบ่งเนื้อหาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เช่น พีชคณิตพื้นฐาน แคลคูลัส เรขาคณิตเชิงเวกเตอร์ สถิติและความน่าจะเป็น รวมถึงกลุ่มวิชาเชิงประยุกต์ถ้ามี เช่น
กลศาสตร์หรือสถิติประยุกต์ จากนั้นจัดตารางรายสัปดาห์ที่มีทั้งเวลาอ่านทฤษฎีและเวลาเผาข้อสอบจริงโดยยึดสัดส่วน 30:70 (ทฤษฎี:ฝึกทำ) ในช่วงท้ายของการเตรียมสอบจะเพิ่มสัดส่วนการฝึกทำตามเวลาจริงจนใกล้เคียงกับวันสอบจริง เพื่อให้ร่างกายและสมองคุ้นกับแรงกดดันและการจัดการเวลา
การฝึกทำข้อสอบเก่าและการอ่านเฉลยเป็นหัวใจสำคัญ, โดยควรฝึกทั้งแบบทำทีละข้อแบบละเอียดและแบบจำกัดเวลาเต็มกระดาษ สร้างสมุดบันทึกข้อผิดพลาดเพื่อจดรูปแบบคำถามที่ทำพลาดบ่อยๆ และสาเหตุเช่น ไม่เข้าใจหลักการ ลืมสูตร หรือเขียนคำตอบไม่ชัดเจน การฝึกแยกส่วนนี้ช่วยให้รู้ว่าควรทบทวนส่วนใดเป็นพิเศษ นอกจากนี้การอ่านเฉลยแบบละเอียดให้ความสำคัญกับการอธิบายขั้นตอนการทำเพื่อฝึกวิธีคิดตามเกณฑ์ให้ได้มาร์ค เช่น การขอคะแนนขั้นตอน การใช้สัญลักษณ์ที่ถูกต้อง และการเขียนหน่วยหรือค่าประมาณให้ชัดเจน ผมมักทำข้อสอบด้วยนาฬิกาจับเวลาและปิดโทรศัพท์ เพื่อจำลองสภาพสอบจริงและวัดความเร็วความแม่นยำ
เทคนิคการเรียนจำแนกออกเป็นสองแนวคือการทำความเข้าใจเชิงลึกและการท่องจำเชิงมีประสิทธิภาพ, โดยการทำความเข้าใจเชิงลึกมาจากการพิสูจน์สูตรด้วยมือเองหรือทำแบบฝึกหัดที่ต้องลงรายละเอียด ส่วนการท่องจำควรใช้การทบทวนแบบเน้นช่วงเวลาห่าง ๆ (spaced repetition) และโน้ตสั้นๆ ที่หยิบอ่านได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ผมชอบเขียนสรุปสูตรขนาด A4 หนึ่งแผ่นสำหรับแต่ละบทเพื่อทบทวนก่อนนอนและก่อนสอบย่อย ฝึกสอนเพื่อนหรืออธิบายลำดับการทำโจทย์ให้คนอื่นฟังก็เป็นวิธีที่ช่วยจับจุดผิดพลาดของตัวเองได้ดี
การจัดการเวลาระหว่างสอบและทัศนคติสำคัญไม่แพ้กัน, แบ่งเวลาตามจำนวนคะแนนของแต่ละคำถาม เริ่มทำคำถามที่มั่นใจก่อนเพื่อเก็บคะแนนเร็ว ๆ แล้วค่อยขยับไปคำถามยาก ระวังอย่าใช้เวลานานกับข้อที่ติด นอกจากนี้การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น เครื่องคิดเลขที่คุ้นมือ แบตเตอรี่สำรอง ปากกาหมึกดำ และการฝึกเขียนคำตอบให้ชัดเจนตามรูปแบบข้อสอบช่วยให้ค่าคะแนนไม่หายไปเพราะรูปแบบการตอบ ผมเห็นผลได้ชัดว่าคนที่ซ้อมจัดเวลาและตรวจทานคำตอบอย่างมีระบบมักได้คะแนนสูงกว่าเสมอ ท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจที่สุดคือความสม่ำเสมอในการฝึกและการทบทวนที่ชัดเจน ซึ่งทำให้ความเครียดลดลงและมีสมาธิในวันสอบจริง