อัตลักษณ์ของผู้ปกครองในเรื่องถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่านตัวละครในตำแหน่งสูง: Danny Glover รับบทเป็น President Thomas Wilson ซึ่งสำหรับผมเป็นการวางภาพผู้นำที่ต้องเผชิญความขัดแย้งทั้งด้านการเมืองและมนุษยธรรม การตัดสินใจของเขาทำให้ฉากการอพยพมีน้ำหนักและคำถามเชิงจริยธรรมมากขึ้น
บทของ Thandie Newton ในฐานะ Laura Wilson เติมมิติส่วนตัวให้กับสำนักงานประธานาธิบดี — เธอเป็นภาพแทนของคนธรรมดาที่ต้องเผชิญกับผลกระทบทางการเมือง ส่วน Woody Harrelson ในบท Charlie Frost ทำหน้าที่เป็นเสียงประชาชนที่บ้าระห่ำแต่มีความจริงบางอย่างซ่อนอยู่ ความบ้าคลั่งและความจริงของตัวละครนี้ช่วยสร้างการสะท้อนสังคมในมุมที่ต่างออกไป
ถ้าพูดถึงซีรีส์แนวหลังวันสิ้นโลกที่ชอบล่ะก็ ต้องยกให้ 'The Last of Us' ที่สร้างจากเกมสุดคลาสสิก แม้จะออกอากาศเพียงแค่ 1 สารคติ แต่ความเข้มข้นในแต่ละตอนทำเอาคนดูอย่างเราติดงอมแงม
แต่ละตอนของซีรีส์นี้เหมือนถูกคัดสรรมาให้คมกริบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ คลี่คลายความสัมพันธ์ระหว่างโจเอลกับเอลลie หรือฉากแอ็กชันที่ตื่นเต้นเร้าใจ สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากซีรีส์แนวเดียวกันคือการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ในโลกที่ไร้ซึ่งอารยธรรม
แม้จะไม่ใช่ซีรีส์ที่ยาวที่สุด แต่ทุกตอนของ 'The Last of Us' กลับมีความหมายในตัวเอง บางตอนอาจจะดูช้าไปสักหน่อยสำหรับคนที่ชอบแอ็กชัน แต่สำหรับคนที่ชอบความลึกซึ้งทางจิตวิทยาและพัฒนาการของตัวละคร รับรองว่าคุ้มค่าแก่การติดตามทุกวินาที