มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน

มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน

Oleh:  เย่ว์เหมี่ยวTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9
63 Peringkat. 63 Ulasan-ulasan
507Bab
216.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ราชินีทหารรับจ้างยุคปัจจุบันข้ามชาติไปอยู่ในร่างอยู่ของมู่จิ่วซีคุณหนูใหญ่จวนขุนพล ถูกใส่ร้ายว่าคบชู้จนกำลังจะถูกขังกรงหมูจับถ่วงน้ำ จากนั้นก็ถูกผู้สำเร็จราชการแทนถอนหมั้นทำลายชื่อเสียง ผู้คนคิดว่าคุณหนูใหญ่จะถูกคนหัวเราะเยาะ ไม่คิดเลยว่านางจะไม่เจ็บไม่คันสักนิด ไม่ปราณีพวกแม่พระ กดขี่เหล่าแพศยา ทุบตีสุนัขเจ้าเล่ห์ จับเป็นฆาตกร ลูกไม้ต่างๆ ได้รับทักษะมามากมาย พร้อมงัดมาใช้ได้ตลอดเวลา ผู้สำเร็จราชการแทนเห็นว่านางงดงามน่าหลงใหล วันๆ ถูกเย้าแหย่จนใจจักจี้ “จิ่วซี ให้โอกาสข้าอีกสักครั้งได้ไหม?” “he--tui!”。

Lihat lebih banyak

Ulasan buku

Bab terbaru

Bab Lainnya

Peringkat

10
84%(53)
9
2%(1)
8
2%(1)
7
0%(0)
6
2%(1)
5
0%(0)
4
0%(0)
3
0%(0)
2
6%(4)
1
5%(3)
9 / 10.0
63 Peringkat · 63 Ulasan-ulasan
Tulis Ulasan

Ulasan-ulasanLebih banyak

AiGame Aigame
AiGame Aigame
507ตอนจบจริงไหม ปลดล็อคบทสุดท้ายไม่ได้ ชื่อตอนก็ไม่บอก
2026-01-27 10:03:41
2
2
Pimpaporn Hosanna
Pimpaporn Hosanna
ไม่จบอีกแล้วหรอ
2025-12-19 19:23:15
0
0
แสง แห่งศรัทธา
แสง แห่งศรัทธา
จะเขียนจนจบไหม? หรือจะค้างไว้แค่นี้
2025-06-17 21:00:22
4
0
Cha C
Cha C
เห็นคอมเมนท์ว่านิยายไม่จบหลายเรื่องมากๆไม่กล้าเสียเงินกดอ่านต่อเลยล่ะ เจอกับตัวก็ 2 เรื่องแล้ว
2025-06-12 12:46:09
7
0
Noomay FreedaSoul
Noomay FreedaSoul
แงๆๆๆ กำลังสนุกเลย มาต่อเถอะนะ
2025-04-24 00:48:58
1
0
507 Bab
บทที่ 1
แคว้นเกาอวิ๋นสมองของมู่จิ่วซีมึนงง รู้สึกเพียงแค่ร่างกายถูกคนกระชากไปมา โยนไปรอบๆ ในหูยังมีเสียงต่างๆ ลอดเข้ามาอีก“รีบเอากรงเข้ามา นังผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ กล้าแอบไปคบชู้สู่ชายภายนอก ต้องถูกขังกรงหมูแล้วถ่วงน้ำเสียให้ตาย”มู่จิ่วซีเบิกสองตาโพลงสิ่งที่สัมผัสกับสายตาคือแสงตะเกียงสลัวกับพื้นหญ้า รอบด้านมีคนยืนเต็มไปหมดบนตัวนางคือชุดกระโปรงยาวที่เปียกโชก มือเท้าถูกคนมัดไว้ นอนตัวงอราวกับกุ้งอยู่บนพื้นหญ้าห่างออกไปหนึ่งเมตรมีศพของผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้วยมุมปากของนางค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาประชดประชันนางเป็นถึงราชินีราตรีของกองทหารรับจ้างอันดับหนึ่งของโลก มีแต่นางที่คอยจับคนอื่นมัด เมื่อไรกันที่ต้องมาถูกคนพันธนาการไว้เช่นนี้?นั่นก็เพราะนางข้ามมิติมาแล้ว ดวงวิญญาณข้ามมาอยู่บนตัวของมู่จิ่วซีคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่แห่งแคว้นเกาอวิ๋น“ท่านผู้สำเร็จราชการแทน โปรดปล่อยคุณหนูใหญ่ของตระกูลพวกเราเถิด คุณหนูใหญ่กับหมอหลวงเวินถูกใส่ร้าย” หญิงสาวคนหนึ่งกำลังโขกหัวลงพื้นร้องห่มร้องไห้อยู่ข้างนางมู่จิ่วซีเงยตาทันที ตั้งใจมองให้ชัดข้างหน้าห่างไปสามเมตรมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนอยู่
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ไป๋เฟิ่งหว่านหน้าแข็งไปในพริบตา ตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ทันที“พวกเจ้ามองข้าทำไมกัน ข้าไม่ใช่คนที่เห็นเสียหน่อย ชิงตงต่างหากที่เห็น”ชิวตงเป็นหนึ่งในคนใช้ของไป๋เฟิ่งหว่านชิวตงรีบคลานขึ้นหน้าออกมาพูดว่า “ตอนที่ข้าน้อยเห็น หมอหลวงเวินกับคุณหนูใหญ่มู่ก็อยู่ในทะเลสาบแล้ว”มู่จิ่วซีเลิกคิ้ว เหลือบมองโม่จุนแล้วพูดว่า “ท่านผู้สำเร็จราชการแทน ท่านได้ยินแล้วหรือไม่? ตอนที่นางเห็น ข้ากับหมอหลวงเวินก็อยู่ในทะเลสาบนั่นแล้ว นี่จะอธิบายว่าข้ากับเขาฆ่าตัวตายเพราะความรักได้อย่างไร?”“เช่นนั้นเจ้าลงไปอยู่ในน้ำได้อย่างไรกัน?” โม่จุนถามขึ้น“ข้าถูกคนผลักตกน้ำ ตอนที่กำลังมึนงงก็ได้ยินเสียงคนกระโดดน้ำลงมา ดังนั้นข้าเดาว่าหมอหลวงเวินคงจะลงน้ำมาช่วยข้า”“น่าขัน หมอหลวงเวินว่ายน้ำไม่เป็นด้วยซ้ำ แล้วจะลงน้ำไปช่วยเจ้าได้อย่างไร?” ไป๋เฟิ่งหวานยิ้มเย็นชาขึ้นมา“ดูท่าคุณหนูไป๋จะคุ้นเคยกับหมอหลวงเวินเสียเหลือเกิน” ประโยคนี้ของมู่จิ่วซีทำเอาทุกคนหน้าประหลาดกันหมด“เจ้าพูดจาเหลวไหล! มู่จิ่วซี มีคนยังเห็นเจ้ากับหมอหลวงเวินคุยกันกระหนุงกระหนิงที่สวนดอกไม้ด้านหลังก่อนหน้านี้ด้วย เจ้าจะอธิบายอย่างไร?” ไป๋เฟิ่ง
Baca selengkapnya
บทที่ 3
นางเอื้อมสัมผัสไปที่ท้ายทอยหลังศีรษะของหมอหลวงเวินก่อนจะพูดกับโม่จุน "เจ้าเข้ามาดู"โม่จุนเดินเข้าไป พอเขาเห็นใบหน้าของคนตาย ลมหายใจก็เย็นวาบขึ้นมา"หมอหลวงเวินไม่ได้จมน้ำตายและก็ไม่ได้กระโดดลงมาช่วยข้าด้วย ที่ท้ายทอยหลังศีรษะเขามีบาดแผล ใบหน้าก็ไม่ได้บวม เขาถูกคนฆ่าก่อนแล้วถึงถูกผลักลงทะเลสาบไป ถ้ายังไม่เชื่อข้าอีก จะไปเรียนขุนนางฝ่ายชันสูตรมาชันสูตรศพนี้ก็ได้"มู่จิ่วซีพูดเสร็จก็ยืนขึ้นและจ้องมองไปยังใบหน้าของโม่จุนซึ่งหล่อเหลาจนขนาดทวยเทพยังอิจฉาชังน้ำหน้าชายคนนี้ทำไมถึงได้หล่อมากขนาดนั้น ช่างเป็นอาหารตาจริงๆ“อะไรนะ เขาจะถูกทุบตีจนตายและผลักลงทะเลสาบไปได้อย่างไร?” ไป๋เฟิ่งหว่านส่งเสียงอุทานขึ้นมาทันทีมู่จิ่วซีก็รู้สึกน่าขบขัน ทันใดนั้นนางก็ขยับเข้าหาโม่จุนและพูดกระซิบเบาๆ: "ข้าถูกผลักลงไปในน้ำจริงๆ หากเจ้ายังไม่เชื่อข้า ข้ายอมถอดเสื้อผ้าออกให้เจ้าดูแผ่นหลังข้าก็ได้ ตอนนี้ที่หลังข้ายังเจ็บอยู่เลย"โม่จุนแข็งทื่อไปทั้งตัว ดวงตาสีดำเข้มอันลึกล้ำก็ราวกับมีพายุก่อตัวขึ้นในดวงตาของเขา“ไร้ยางอาย!” โม่จุนพอพ่นวาจาออกมาสามคำก็ถอยห่างจากมู่จิ่วซีไปไกลเล็กน้อย“ใครก็ได้ เรียกเย่อู
Baca selengkapnya
บทที่ 4
มู่จิ่วซีมองโม่จุนอย่างดูถูกและถอนหายใจปลงอารมณ์อย่างมาก : "เดิมทีข้าไม่กลัวหรอก แต่ใจคนมันน่ากลัวยิ่งกว่า ข้าแต่ก่อนช่างไร้เดียงสาเลยจริงๆ""ไม่มีความรู้ความสามารถ เอาแต่เที่ยวเล่นไร้ความก้าวหน้า!" โม่จุนพอกล่าวจบก็หันหลังเดินไปทันที "อานเย่ เจ้าอยู่นี่แหละ"อานเย่เผยสีหน้าอันขมขื่นออกมา แต่ก็ทำได้เพียงกล่าวรับคำไป"มู่จิ่วซี เจ้าอย่าคิดว่าท่านผู้สำเร็จราชการแทนช่วยเจ้าแล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไร จะหยิ่งผยองก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย!" ไป๋เฟิ่งหว่านพอเห็นโม่จุนเดินไปไกลแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงนาง"ใครบอกว่าข้าไม่เป็นไร?" มู่จิ่วซีเผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมาและเดินเข้าไปใกล้ไป๋เฟิ่งหว่านไป๋เฟิ่งหว่านถูกนางทำให้ตกใจจนสะดุ้งพร้อมกับรีบพูดขึ้นมา : "เจ้าจะทำอะไร? วันนี้ถือว่าพวกเจ้าดวงดีก็แล้วกัน พวกเรา กลับ!""คิดจะหนี?" มู่จิ่วซีจู่ๆ ก็หัวเราะเยาะเย้ย "ไป๋เฟิ่งหว่าน เจ้าเข้าใจอะไรข้าผิดไปหรือเปล่า พวกเจ้าอยากให้ข้าตายแล้วคิดจะหนีเนี่ยนะ?"ขณะพูด นางก็คว้าข้อมือของไป๋เฟิ่งหว่านเอาไว้ไป๋เฟิ่งหว่านกรีดร้องขึ้นมา ทันใดนั้นนางพยายามดิ้นรนและกรีดร้องเสียงดัง : "มู่จิ่วซี เจ้าจะทำอะไร ปล่อยข้า"
Baca selengkapnya
บทที่ 5
"คุณหนูใหญ่ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" ชายที่เข้ามาสวมชุดเสื้อผ้ากางเกงสีดำ พอเขาเห็นมู่จิ่วซีก็คุกเข่าลงทันทีมู่จิ่วซีให้เขาลุกขึ้นและเอ่ยกล่าว : "ข้าไม่เป็นไร เย่ฮาน ท่านพ่อทราบเรื่องในวันนี้หรือเปล่า?""คุณท่านเพิ่งทราบขอรับ เขาโกรธจนทุบโต๊ะจนหัก เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่ามีคนต้องการทำร้ายฆ่าคุณหนูใหญ่"เย่ฮานคือหนึ่งในผู้พิทักษ์เงาข้างกายคนหนึ่งของแม่ทัพใหญ่มู่"ท่านพ่อคาดเดาว่าเป็นใครที่ต้องการทำร้ายฆ่าข้า?" มู่จิ่วซีถามเย่ฮานครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย : "คุณท่านบอกว่ามีสองคนที่น่าสงสัยมาก หนึ่งคือสนมเอกสามเซียวหลิงเย่ว์ สองคือคุณหนูใหญ่ไป๋ชิงขอรับ"มู่จิ่วซีเงียบไม่พูดอะไร นางเองก็สงสัยสนมเอกสามเหมือนกันแคว้นเกาอวิ๋นค่อนข้างพิเศษ จักรพรรดิเป็นเพียงเด็กอายุแค่สิบขวบ โม่จุนคือเสด็จลุงห้าของจักรพรรดิองค์น้อยนี้จักรพรรดิองค์ก่อนได้ทรงนำทัพเป็นการส่วนพระองค์และสิ้นพระชนม์ลง ฮองเฮาที่มีพระชันษาเพียง 25 พรรษาก็กลายเป็นพระพันปีหลวง มกุฎราชกุมารที่อายุ 8 พรรษาก็ต้องสืบทอดราชบัลลังก์ แต่ก็ต้องมาประสบจากแรงกดดันของหลายฝ่ายโม่จุนได้ใช้เวลาสามปีในการช่วยพระพันปีหลวงและจักรพรรดิองค์น้อ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ลู่เอ๋อร์เมื่อได้ยินคำพูดของคุณหนูใหญ่ของนาง ใบหน้าของนางก็ราวกับอึดอัดใจพร้อมกับรีบพูดเสียงเบา : "คุณหนู นี่ มันคงไม่ดีหรือเปล่าเจ้าคะ"มู่จิ่วซีหันมองเย่อู่เหิงพร้อมกับใบหน้าอันงดงามและเย็นชา : "ใต้เท้าเย่ สีหน้าของพวกเจ้าแบบนี้คืออะไร อยากจะบอกว่าคุณหนูอย่างข้าไม่รู้จักยางอายใช่ไหม?""เจ้าเคยคิดไหม นี่มันเรื่องสำคัญเกี่ยวกับชีวิตคน ถ้าข้าไม่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง หลังจากนี้ก็คงไม่รู้ว่าถูกคนเอาไปพูดต่อกันอย่างไร""ถ้าเจ้าเป็นท่านผู้สำเร็จราชการแทน แน่นอนว่าข้าต้องเขินอาย แต่ว่าเจ้าคือขุนนางผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ผู้ทรงเกียรติ เป็นข้าราชการที่ซื่อตรงของพสกนิกร เมื่อเจ้าเผชิญหน้ากับหลักฐานพยาน เจ้ายังคงสำเหนียกอายอยู่อีกหรือ?""ก็เหมือนกับผู้หญิงป่วยที่ไม่อาจให้หมอผู้ชายได้ตรวจ จากที่จะมีชีวิตรอดก็ต้องมาตายถึงจะถูกอย่างงั้นหรือ?"แววตาดูถูกของมู่จิ่วซีทำให้ใบหน้าของเย่อู่เหิงร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาถูกคำพูดของนางแทงใจดำเข้าจริงๆ"ท่านผู้สำเร็จราชการแทน!" จู่ๆ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยนอกห้องคนหนึ่งก็ส่งเสียงตกใจมู่จิ่วซีและเย่อู่เหิงก็หันไปเห็นบุคลิกท่าทางเย็นชาของเขา
Baca selengkapnya
บทที่ 7
"ท่านหมายความว่าอย่างไร หวังให้ข้าตาย จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับข้าหรือ? โม่จุน ที่บอกว่าท่านไร้ซึ่งศีลธรรมนี่พูดไว้ไม่ผิดเลย ท่านทำไมจึงต่ำทรามเช่นนี้? ไม่แต่งก็ไม่แต่งสิ ต้องมาแช่งข้าแบบนี้ด้วยหรือ?"สีหน้าบนใบหน้าหล่อเหลาของเย่อู๋เหิงมากมายเต็มไปหมด รู้สึกว่าตนเองตอนนี้เป็นส่วนเกินหรือเปล่านะ?แต่ว่าสำหรับความพูดมากกับความกำเริบเสิบสานของมู่จิ่วซีอันที่จริงก็รู้มาบ้างแล้ว ขนาดท่านผู้สำเร็จราชการแทนที่โหดร้ายเย็นชาในสายตาคนนอก นางก็ยังด่ากราดพ่วงสกุลไปด้วยได้เลย"มู่จิ่วซี!" โม่จุนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน "ข้าก็แค่กำลังวิเคราะห์ตามปกติ!"มู่จิ่วซีมองบนใส่เขายกใหญ่"เรื่องจริงก็คือข้ายังมีชีวิต ดังนั้นคนร้ายคนนี้พวกท่านต้องหาออกมาให้ได้ ฝ่ามือสันดอนสินะ รอให้หาเจอก่อนเถอะ คุณหนูอย่างข้าจะให้เขาได้ลิ้มรสฝ่ามือยูไลดูบ้าง!" มู่จิ่วซี่ขบฟัน"ฝ่ามือยูไล?" เย่อู๋เหิงดวงตาเป็นประกาย ท่าทีอยากรู้อยากเห็น "คุณหนูใหญ่เป็นวรยุทธ์ด้วยหรือ?""ท่านเย่ บิดาข้าคือแม่ทัพใหญ่นะ ที่ข้ารอบรู้บู๊บุ๋นมันก็เรื่องปกติไม่ใช่หรือ?" มู่จิ่วซีเอ่ยขึ้นอย่างเคืองๆ "มาดูถูกใครกันล่ะนั่น?""รอบรู้บู๊บุ๋น? เจ้าน่ะหรือ?" โม่จุนจ
Baca selengkapnya
บทที่ 8
"คุณหนู" ลู่เอ๋อร์ข้างๆ เองก็มองต่อไปไม่ไหวแล้วเย่อู๋เหิงขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น "คุณหนูใหญ่ไม่กลัวคนร้ายจะเข้ามาสังหารท่านหรือ?""ให้เขาเข้ามา! คุณหนูอย่างข้าก็อยากจะเห็นว่าใครกันที่สายตาไม่กว้างไกลจนคิดจะเข้ามาสังหารข้า?"มู่จิ่วซีสองตาหรี่ลง กำหมัดแน่น ทั้งตัวแผ่ความเย็นเยียบ กระหายเลือดออกมาในพริบตา กลิ่นอายที่ดุดัน ราวกับราชาแห่งรัตติกาลกำลังจ้องมองใต้หล้าโม่จุนกับเย่อู๋เหิงก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที ทั้งสองคนล้วนสีหน้าตกตะลึง เพราะกลิ่นอายที่มู่จิ่วซีแผ่ออกมาเวลานี้แข็งแกร่งอย่างมากนี่ไม่ใช่พลังที่คุณหนูใหญ่ราวกับผ้าพับไว้มี แต่กลับเหมือนเป็นเพชรฆาตที่จมดิ่งอยู่ในการฆ่าฟันคนหนึ่งจะเป็นไปได้อย่างไร? พวกเขาตาฝาดไปกระมังหลังจากมู่จิ่วซีหัวเราะเย็นชา ก็เก็บกลิ่นอายลง มองไปทางชายทั้งสองคน จู่ๆ ก็กระแอมไอออกมาเสียงหนึ่ง "ครั้งนี้ข้าประมาทไปหน่อย ถ้าหากนักฆ่ากลับมาอีกครั้ง ข้ารับรองว่าจะทำให้เขาไม่ได้กลับไปเลย!""มู่จิ่วซี นี่ไม่ใช่การเล่นขายของนะ คนร้ายเป็นวิชาฝ่ามือสันดอน พลังไม่ธรรมดา เจ้าที่มีวรยุทธ์แค่หางอึ่งคิดจะหนียังยากเลย!"โม่จุนประชดประชันขึ้นทันทีมู่จิ่วซีเหลือบตามองเขา
Baca selengkapnya
บทที่ 9
มู่จิ่วซีเวลานี้พอมองไปก็ไม่เหมือนสาวน้อยอ้อนแอ้นเลย แต่ดูคล้ายกับขุนพลที่กำลังจะออกสังหารศัตรูในค่ายเสียมากกว่า"คุณหนูใหญ่มู่ ข้าน้อยใช้กำลังภายในขั้นสามแล้ว ท่านระวังด้วย""ดี ถ้าไม่ไหว ก็สุดแล้วแต่เจ้าจะสำแดงเลย" มู่จิ่วซีพูดจบ ก็พุ่งตัวเข้าหาเย่อู๋เหิงนางถนัดการต่อสู้ระยะประชิดที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นจะดีที่สุดถ้ามีอาวุธในมือ ถึงอย่างไรเป้าหมายที่ฝึกฝนตอนแรกก็มีเพียงข้อเดียว นั่นคือการสังหารคนความเร็วคือสิ่งที่แกร่งที่สุดของนาง ดังนั้นเย่อู๋เหิงจึงไม่เชื่อเลยว่ามู่จิ่วซีที่เร็วขนาดนี้จะไม่ใช้กำลังภายใน แต่ความจริงมันก็เป็นเช่นนั้นกำลังภายในระเบิดออก ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นทันที ทั้งสองคนปะทะกันไปสิบกว่ากระบวนท่าในพริบตา มู่จิ่วซีร่างกายคล่องแคล่วมาก แทบจะวนตีเย่อู๋เหิงเลยทีเดียวแต่เย่อู๋เหิงก็พบว่าพลังของมู่จิ่วซีเองก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่มันไม่ใช่กำลังภายใน ความเร็วเองก็เพิ่มขึ้นสิ่งนี้อธิบายว่าการประมือก่อนหน้า นางแค่หยั่งเชิงเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้ใจเขาตกตะลึงใบหน้างามของโม่จุนก็เคร่งขรึมลงมาจนคนตกใจ สายตาจ้องเขม็งไปที่มู่จิ่วซี ในใจเองก็เกิดคลื่นถาโถมมู่จิ่วซีต่อสู้จ
Baca selengkapnya
บทที่ 10
"เช่นนั้นก็ดี กำหนดไว้สามวัน ถ้าไม่เอาคนร้ายตัวจริงมาให้ข้า ข้าหมายถึงคนร้ายหลัก ไม่ใช่นักฆ่าที่ถูกจ้างวานมา ท่านก็ถ่ายทอดวิถีจิตกำลังภายในให้ข้า เป็นอย่างไร?"มู่จิ่วซีเลิกคิ้วมองโม่จุน"ทำไม ไม่มั่นใจตัวเองหรือ? สามวันหาคนร้ายตัวจริงไม่ได้? ให้ท่านเย่ช่วยท่านด้วยก็ได้ ข้าใจกว้างมากเลยใช่ไหม? คนฉลาดผู้ยิ่งใหญ๋แห่งแคว้นเกาอวิ๋นสองคนรวมอยู่ด้วยกัน คงไม่ใช่ว่าทำไม่ได้หรอกกระมัง?"สายตาที่ทั้งหยามหมิ่นและคมกริบของมู่จิ่วซีทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนเจ็บปวดร้อนวาบกันเลยทีเดียวเย่อู๋เหิงมองโม่จุนด้วยสีหน้าจำใจ"มู่จิ่วซี เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธียั่วยุ ข้ารับปากก็จบ แต่เจ้าทางทีดีพูดอะไรก็ต้องทำให้ได้ด้วย" หลังจากโม่จุนครุ่นคิด ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเย็นชา"สุภาพบุรุษพูดแล้วไม่คืนคำ!" มู่จิ่วซีหัวเราะร่า ลุกขึ้นยืนยื่นฝ่ามือไปทางโม่จุน "แตะมือเพื่อสาบาน"โม่จุนมุมปากกระตุก ยื่นมือออกมาแตะกับมือของนางมู่จิ่วซียิ้มเจิดจ้าให้กับเขา จนเกือบจะจ้าจนตาของโม่จุนบอดเพียงแต่กลิ่นอายทั้งตัวของโม่จุนกลับยิ่งเย็นลงไปอีกชายทั้งสองคนจากไปอย่างรวดเร็ว ลู่เอ๋อร์ถามขึ้นอย่างตกตะลึง "คุณหนูใหญ่ ท่านทำไมถึง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status