การดัดแปลงจากงานเก่า ๆ อย่าง 'Journey to the West' และ 'Romance of the Three Kingdoms' สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์และตำนานในทีวี ส่วนงานยุคใหม่อย่าง 'Lang Ya Bang' ที่กลายเป็น 'Nirvana in Fire' นั้นทำให้เห็นว่าพล็อตการเมืองและการชิงไหวชิงพริบจากหน้ากระดาษสามารถถูกเล่าใหม่ด้วยภาพและดนตรีได้ทรงพลังมาก แถมฉากบทสนทนาในซีรีส์บางซีนกระแทกใจจนยังคุยกันในวงเพื่อนต่อไปอีกหลายวัน
นอกจากแนวย้อนอดีตและวังราชสำนัก ยังมีแนวพืชพรรณแฟนตาซีอย่าง 'Mo Dao Zu Shi' ที่กลายเป็น 'The Untamed' และเรื่องรักข้ามภพแบบ 'Three Lives, Three Worlds, Ten Miles of Peach Blossoms' ซึ่งทำให้คนที่ไม่เคยอ่านนิยายจีนหันมาสนใจโลกของ xianxia และ romance ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน ฉันชอบที่การดัดแปลงบางเรื่องไม่เพียงถ่ายทอดพล็อต แต่ยังขยายตัวละครและฉากให้มีมิติขึ้น ทำให้คนดูใหม่ ๆ เข้าใจโลกของนิยายเหล่านั้นได้ไวขึ้นและมีบทสนทนาใหม่ ๆ เกิดขึ้นระหว่างแฟนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
เคยรู้สึกเลยว่าบางงานแอนิเมชันจากจีนดึงเอาแก่นปรัชญาแบบโบราณมาผสมกับจินตนาการได้อย่างลงตัว และหนึ่งในนั้นคือ 'Mo Dao Zu Shi' ที่ฉบับการ์ตูนจีน (donghua) ทำให้โลกแห่งการฝึกวิชาและพิธีกรรมเต็มไปด้วยแนวคิดแบบขงจื๊อและเต๋าในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย
การเล่าเรื่องของ 'Mo Dao Zu Shi' ไม่ได้แค่โชว์พลังหรือการต่อสู้ แต่มักสะท้อนเรื่องของความรับผิดชอบต่อครอบครัว ความกตัญญู และการยึดมั่นในพิธีกรรม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ผสมผสานจากศีลธรรมแบบขงจื๊อ ขณะเดียวกันก็แฝงความไม่ยึดติดตามแบบเต๋าที่สอนให้เข้าใจความไม่แน่นอนของโลก ทำให้ฉากที่ตัวละครต้องตัดสินใจยากๆ รู้สึกมีน้ำหนักและมีบริบททางปรัชญา
อีกชิ้นงานหนึ่งที่ชอบคือ 'Fog Hill of Five Elements' ซึ่งนำหลักองค์ประกอบทั้งห้าที่เป็นแนวคิดโบราณของจีนมาสร้างระบบพลังและการต่อสู้ งานภาพและการออกแบบการเคลื่อนไหวนั้นทำให้ฉันนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ตามความเชื่อจีนโบราณ การเห็นแนวคิดพุ่งออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวก็ทำให้เข้าใจปรัชญาในมิติที่เป็นภาพและอารมณ์ได้ชัดขึ้น — มันไม่ใช่แค่ปรัชญาในตำราที่อ่านแล้วจบ แต่เป็นปรัชญาที่เราได้สัมผัสผ่านการมองและรู้สึก