หนังสือ เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข เขียนโดยใคร?

2025-10-11 04:08:43
142
共有
ABO属性診断
あなたはAlpha?Beta?それともOmega? いくつかの質問に答えて、あなたの本当の属性をチェックしましょう。
あなたの香り
性格タイプ
理想の恋愛スタイル
隠れた願望
ダークサイド
診断スタート

4 回答

Ella
Ella
คนไขปม ช่างเสริมสวย
ถ้าจะตอบสั้น ๆ ชื่อผู้เขียนคือ Robert A. Glover คนอ่านมักรู้จักเล่มนี้ในฐานะแนวทางออกจากกับดักการเป็นคนดีเกินเหตุ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้เป็นคนเห็นแก่ตัว แต่นำทางให้ตั้งขอบเขตอย่างสุภาพและซื่อสัตย์ ผมเองเคยใช้แนวคิดจากหนังสืออื่น ๆ เช่น 'Boundaries' มาประกอบ ซึ่งทำให้มุมมองเรื่องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวชัดขึ้น การอ่านเล่มนี้แล้วนำมาปรับใช้จริง ๆ ทำให้ความสัมพันธ์บางอย่างคลี่คลายลงและผ่อนหนักเป็นเบาได้
2025-10-14 18:49:31
13
Ruby
Ruby
คนรีวิว นักข่าว
พอเห็นชื่อนี้ครั้งแรกก็ตั้งใจจะหยิบมาอ่าน เพราะมันกระทบกับนิสัยที่มักเลือกทำเพื่อคนอื่นก่อนเสมอ ผู้เขียน Robert A. Glover อธิบายว่าคนที่อยากเป็น 'คนดี' จนเกินไปมักหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและซ่อนความต้องการไว้ ซึ่งสะท้อนกับพฤติกรรมของคนรอบตัวผมหลายคน หนังสือเต็มไปด้วยแบบฝึกหัดและกรณีศึกษาเล็ก ๆ ที่ทำให้เห็นพฤติกรรมซ้ำ ๆ และวิธีเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นการดูแลตัวเองอย่างมีเกียรติ เหมือนที่ผมเคยอ่านแนวคิดอื่น ๆ อย่าง 'The Subtle Art of Not Giving a F*ck' แล้วรู้สึกว่าทั้งสองเล่มเติมเต็มกัน—เล่มแรกเน้นรากปัญหา ส่วนเล่มที่สองเน้นการเลือกโฟกัส ทั้งสองทำให้ผมกล้าที่จะพูดความต้องการของตัวเองมากขึ้นโดยไม่รู้สึกผิด
2025-10-16 12:56:39
10
Blake
Blake
นักไขปม พยาบาล
ในฐานะคนที่ชอบวิเคราะห์พฤติกรรมระหว่างบุคคล งานของ Robert A. Glover ในนามผู้เขียน 'No More Mr. Nice Guy' ให้กรอบคิดที่เป็นประโยชน์ หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นว่าการเป็นคนดีแบบครึ่งเดียว (เหมือนใส่หน้ากาก) มักถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังและความกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ ผมมักจะเชื่อมโยงแนวคิดของ Glover กับงานคลาสสิกด้านความสัมพันธ์เช่น 'Men Are from Mars, Women Are from Venus' ที่ต่างก็พูดถึงการสื่อสารและความต้องการที่แตกต่างกัน แต่จุดแข็งของ Glover อยู่ที่การให้เทคนิคเชิงปฏิบัติ เช่น การตั้งขอบเขต การยอมรับความโกรธอย่างสร้างสรรค์ และการเรียกร้องความเป็นอิสระในความสัมพันธ์ วิธีการเหล่านี้ทำให้ผมเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในพฤติกรรมประจำวัน สามารถลดความอึดอัดและเพิ่มความชัดเจนในการสื่อสารกับคนใกล้ชิดได้มากขึ้น
2025-10-16 22:16:34
4
Blake
Blake
นักอ่าน วิศวกร
หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า 'เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข' ซึ่งเป็นคำแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ 'No More Mr. Nice Guy' เขียนโดย Robert A. Glover นักบำบัดและนักเขียนที่คนอ่านมักเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องขอบเขตและการยอมรับตัวเอง

การอ่านเล่มนี้ทำให้ผมคิดถึงช่วงที่พยายามเป็นคนทุกคนชอบ แต่กลับรู้สึกเหนื่อยและโกรธตัวเองภายใน เนื้อหาของ Glover ชัดเจนและตรงไปตรงมาว่าการพยายามเป็นคนดีจนเกินจำเป็นอาจมาจากบาดแผลและรูปแบบการแก้ปัญหาที่ผิดพลาด เขาชวนให้ตั้งคำถามกับนิสัยการเกรงใจโดยไม่รักษาขอบเขต แล้วเปลี่ยนมาใช้การสื่อสารที่จริงใจมากขึ้น ผลลัพธ์ไม่ใช่การกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เป็นการเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับความต้องการของตัวเองมากขึ้น ซึ่งผมพบว่ามันปลดปล่อยและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
2025-10-17 12:39:35
7
すべての回答を見る
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

関連書籍

関連質問

ใครแปล เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข เป็นฉบับภาษาไทย?

4 回答2025-10-11 06:28:25
น่าเสียดายที่ฉันไม่แน่ใจชื่อผู้แปลของฉบับภาษาไทยของหนังสือ 'เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข' โดยตรง แต่ฉันพอจะบอกวิธีที่ทำให้เจอคำตอบได้เร็วและมั่นใจได้ว่าชื่อที่เห็นถูกต้องจริง เวลาที่ฉันอยากรู้ผู้แปลหนังสือแปลเล่มไหน สิ่งแรกที่ทำคือกลับไปดูปกหลังหรือหน้าสิทธิ์ของหนังสือจริง ๆ เพราะส่วนใหญ่ผู้แปลจะถูกพิมพ์ไว้ตรงหน้าเครดิตหรือหน้าสิทธิ์ของเล่มนั้น หากเป็นฉบับอีบุ๊ก รายละเอียดผู้แปลมักปรากฏในส่วนข้อมูลหนังสือของร้านค้าหรือในไฟล์เมตาดาต้า บางครั้งหนังสือเล่มเดียวกันมีหลายฉบับที่ต่างสำนักพิมพ์และต่างผู้แปลด้วย ดังนั้นพยายามยืนยันด้วยเลข ISBN หรือชื่อสำนักพิมพ์ด้วย จะช่วยให้มั่นใจว่าชื่อผู้แปลที่เจอตรงกับฉบับที่คุณหมายถึงจริง ๆ ฉันมักจะรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อเห็นเครดิตชัดเจนบนหน้าสิทธิ์ แล้วก็รู้สึกว่าการอ่านต่อมีความเชื่อมโยงกับคนแปลมากขึ้นด้วย

หนังสือ เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข เหมาะกับคนที่มีปัญหาแบบไหน?

4 回答2025-10-14 13:23:26
หนังสือเล่มนี้ให้ประโยชน์ชัดมากกับคนที่มักยอมทุกอย่างเพื่อรักษาภาพว่าเป็นคนดี โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่าต้องพอใจทุกคนรอบตัวเสมอเพื่อได้รับความรักหรือการยอมรับ ขณะที่ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้, หลักการมันไม่ใช่ชักชวนให้ใจร้าย แต่เป็นการสอนให้ตั้งขอบเขตอย่างสุภาพและซื่อตรงกับตัวเอง ในชีวิตจริงหลายคนที่เจอปัญหาประเภทนี้จะรู้สึกหมดแรงจากการปรนนิบัติผู้อื่นจนลืมดูแลตัวเอง — นี่คือกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด อีกมุมหนึ่งหนังสือช่วยคนที่เจอปัญหาในการปฏิเสธคำขอหรือถูกเอาเปรียบในที่ทำงานหรือความสัมพันธ์ ฉันมักเห็นคนที่กลัวความขัดแย้งจนรับภาระเกินตัว หนังสือนี้ให้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการพูดปฏิเสธอย่างมีเกียรติและลดความรู้สึกผิด โดยไม่ต้องแปลงตัวเองเป็นคนเย็นชา เช่นเดียวกับฉากหนึ่งใน 'Naruto' ที่ตัวละครต้องเลือกเส้นทางระหว่างการรักษาความสัมพันธ์กับการยืนหยัดในความเชื่อของตัวเอง — เหมาะกับคนที่ต้องการเรียนรู้การบาลานซ์ระหว่างความเมตตาและการรักษาตัวตนเอาไว้

สรุปใจความหลักของ เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข คืออะไร?

4 回答2025-10-04 17:07:33
บางสิ่งในหัวของเราเปลี่ยนได้เมื่อเริ่มให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้นและหยุดแสดงความเป็นคนดีตามสคริปต์ของสังคม เนื้อหาหลักของ 'เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข' พูดชัดเจนว่าการเป็นคนดีตามนิยามของคนอื่นไม่เท่ากับความสุขจริง ๆ มันมักจะมาในรูปแบบการยอมทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นพอใจ การเกรงใจจนทิ้งตัวเอง แล้วสุดท้ายกลายเป็นความขุ่นเคืองภายในที่สะสมไว้จนฟุ้งออกมาเมื่อมีเหตุให้ระเบิด ฉันเองเคยรู้สึกติดกับดักแบบนั้นมาก่อน และการเรียนรู้ที่จะตั้งขอบเขต การพูดคำว่า 'ไม่' อย่างสุภาพ แต่ชัดเจน ช่วยลดความเหนื่อยทางจิตใจได้จริง ตัวอย่างที่จับต้องได้คือเส้นทางของตัวละครใน 'Violet Evergarden' ที่ค่อย ๆ เรียนรู้การเข้าใจตัวเองแทนการทำตามหน้าที่ล้วน ๆ ความสุขไม่ได้เกิดจากการทำดีเพราะต้องการคำชม แต่มันเกิดจากการทำสิ่งที่สอดคล้องกับตัวตนและคุณค่า การเลิกเป็นคนดีในแบบเดิมจึงไม่ใช่การกลายเป็นคนไม่ดี แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าความเมตตาต่อผู้อื่นต้องมาพร้อมกับความเมตตาต่อตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือความสงบในใจมากขึ้นและความสัมพันธ์ที่จริงใจกว่าเดิม

บทวิจารณ์วิชาการเกี่ยวกับ เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข มีที่ไหนบ้าง?

4 回答2025-10-11 01:11:07
แหล่งสำคัญที่ผมชอบกลับไปดูบ่อยๆ คือห้องสมุดมหาวิทยาลัยและคลังวิทยานิพนธ์ออนไลน์ เพราะมักมีบทวิจารณ์เชิงวิชาการหรือวิทยานิพนธ์ที่หยิบประเด็นจาก 'เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข' มาวิเคราะห์อย่างละเอียด ผมเคยอ่านบทความวิชาการในวารสารของคณะสังคมศาสตร์ที่ตีความหนังสือเล่มนี้ผ่านเลนส์สังคมวิทยา—โฟกัสที่แรงจูงใจและโครงสร้างอำนาจในความคาดหวังเชิงศีลธรรม อีกบทความในคลังวิทยานิพนธ์ได้นำแนวคิดของหนังสือไปเทียบกับงานวิจัยเชิงทดลองด้านพฤติกรรม (behavioral ethics) ทำให้มุมมองด้านหลักฐานเข้มข้นขึ้น นอกจากคลังวิทยานิพนธ์แล้ว ResearchGate และ Academia.edu ก็เป็นที่ที่นักวิชาการมักแชร์ความคิดเห็นเชิงวิพากษ์แบบเต็มๆ ซึ่งมีทั้งบทวิจารณ์ที่เห็นด้วยและบทวิเคราะห์ที่ตั้งคำถามกับสมมติฐานของหนังสือ การอ่านข้ามแหล่งทำให้ผมเห็นความต่างระหว่างการตีความเชิงปรัชญาและการประเมินเชิงข้อมูลอย่างชัดเจน

หนังสือเลิกเป็นคนดี เล่าเรื่องเกี่ยวกับใครและประเด็นอะไร?

5 回答2026-01-10 15:20:10
เรื่องนี้พาเราเข้าไปสำรวจชีวิตของคนธรรมดาที่ตัดสินใจเลิกเป็น 'คนดี' แบบที่คนอื่นคาดหวังเอาไว้ เรื่องเล่าโฟกัสที่ตัวเอกหญิงที่เหนื่อยล้าจากการต้องรับผิดชอบอารมณ์คนรอบข้างตลอดเวลา เธอไม่ได้เป็นคนชั่ว แต่วิธีที่เธอให้คนอื่นใช้ความหวังดีของเธอทำให้เธอสูญเสียตัวเองไปมาก เรื่องราวตามติดการเปลี่ยนแปลงภายในเมื่อเธอเริ่มตั้งขอบเขต เรียนรู้การปฏิเสธ และเผชิญผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ฉากที่ยังติดตาคือเมื่อนางเอกปฏิเสธคำขอช่วยเหลือจากคนที่เคยใช้เธอเป็นเครื่องมือ—ไม่ใช่ในเชิงความรุนแรง แต่เป็นความเห็นแก่ตัวในชีวิตประจำวัน การตัดสินใจครั้งนั้นไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ว่า 'ความดี' กับ 'สุขภาพจิตที่ดี' ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน สำหรับฉัน สำนวนแหลมคมของผู้เขียนทำให้เรื่องนี้ชวนคิดถึงการโต้แย้งศีลธรรมแบบในบางฉากของ 'Death Note' แต่น้ำหนักของความเป็นมนุษย์ที่นี่ใกล้ตัวกว่าและไม่ใช่การตัดสินแบบขาวดำ ผลงานนี้จึงเป็นบทสนทนาที่นุ่มแต่หนักแน่นเกี่ยวกับการดูแลตัวเองและความรับผิดชอบต่อคนอื่น

รีวิว เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข จากผู้อ่านมีข้อคิดเห็นอะไร?

4 回答2025-10-11 10:33:32
ภาพหนึ่งที่ติดตาเสมอคือฉากที่ตัวละครเลือกทางลัดที่ขัดกับภาพพจน์คนดีแล้วกลับรู้สึกโล่งขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ใน 'Violet Evergarden'. สิ่งที่เห็นจากมุมมองนี้คือความสุขที่หาได้ทันทีไม่จำเป็นต้องมาจากความชอบธรรมเสมอไป บางครั้งความเหนื่อยกับการรักษามารยาท การต้องยิ้มเมื่อไม่อยากยิ้ม หรือการวางแผนชีวิตให้คนอื่นพอใจจนลืมตนเอง มันสามารถผลักคนให้เลือกหนทางที่สบายกว่า แม้จะถูกมองว่าไม่ดีจากสังคมก็ตาม และฉับพลันนั้นก็มีความรู้สึกเป็นอิสระที่ไม่เคยได้สัมผัสมา อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะเป็นสีโรแมนติกเสมอไป เพราะผลของการกระทำที่ไม่คำนึงถึงผู้อื่นอาจย้อนกลับมาในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ซึ่งผมเห็นจากการตีความตัวละครในเรื่องที่เดินทางสายนี้ หลายครั้งความสุขชั่วคราวแลกมาด้วยความว่างเปล่าหลังจากนั้น การเรียนรู้คือการบาลานซ์: เลิกเป็นคนดีในบางพื้นที่ที่ทำร้ายตัวเอง แต่ยังเก็บความเอื้อเฟื้อในพื้นที่ที่สำคัญจริงๆ นั่นแหละคือความพอดีที่ผมคิดว่าน่าสนใจและให้ความหวังมากกว่าการฝืนเป็นคนดีทุกเวลา

แนวคิดจาก เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข นำไปใช้ในงานได้อย่างไร?

4 回答2025-10-14 10:23:36
เราเคยคิดว่าการเป็นคนดีคือหน้าที่ที่ต้องแบกตลอดเวลา แต่แนวคิดจากหนังสือ 'เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข' ทำให้มองงานในมุมที่เรียบง่ายขึ้น: การตั้งขอบเขตไม่ได้แปลว่าเห็นแก่ตัว แต่คือการรักษาพลังงานเพื่อทำงานได้ดีกว่าเดิม บางครั้งงานไม่ได้ต้องการให้เราอดทนเสมอไป แต่ต้องการคนที่ชัดเจนเรื่องเป้าหมายและขีดความสามารถของตัวเอง เมื่อกำหนดได้ว่าอะไรเป็นงานหลักของเรา เราจะกล้าปฏิเสธสิ่งที่ทำให้ผลงานแย่ลงหรือสร้างภาระทางอารมณ์โดยไม่จำเป็น ซึ่งเคยเห็นในฉากที่ตัวเอกของ 'Death Note' เลือกทางของตัวเองโดยไม่เคร่งครัดตามมาตรฐานของสังคม ถึงแม้วิธีการจะสุดโต่ง แต่มันชัดเจนในเรื่องผลลัพธ์และการไม่ยอมให้คนอื่นกำหนดวิธีการทำงานของเขา สิ่งที่เอาไปใช้ได้จริงคือฝึกพูด 'ไม่' แบบสุภาพแต่จริงจัง แบ่งเวลาให้กับงานสำคัญ ปรับเป้าหมายจากความถูกต้องตามใจคนอื่นเป็นความมีประสิทธิภาพของทีม และตั้งเกณฑ์วัดผลที่ใช้ได้จริง เมื่อเริ่มปฏิบัติจะรู้สึกว่าแรงกดดันลดลง งานที่ทำมีคุณภาพขึ้น และเราได้ความสงบกลับคืนมา—มันไม่ใช่การเป็นคนเลว แต่เป็นการเลือกวิธีที่ทำให้ทำงานได้ยาวนานขึ้น

หนังสือเลิกเป็นคนดี ต้นฉบับตีพิมพ์ปีไหนและสำนักพิมพ์ใด?

5 回答2026-01-10 12:39:43
หลายคนอาจคุ้นกับชื่อหนังสือ 'เลิกเป็นคนดี' ในชั้นหนังสือพัฒนาตัวเองซึ่งมักถูกพูดถึงบ่อย ต้นฉบับภาษาอังกฤษของหนังสือเล่มนี้คือ 'No More Mr. Nice Guy' เขียนโดย Robert A. Glover และถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2003 โดยเป็นงานที่เริ่มเผยแพร่จากผู้เขียนเองในรูปแบบ self-published ก่อนจะค่อย ๆ มีการแพร่หลายมากขึ้นในวงผู้อ่านและได้รับการจัดพิมพ์ในรูปแบบต่าง ๆ ตามมา ผมจำได้ว่าช่วงนั้นบรรยากาศการอ่านหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมและขอบเขตส่วนตัวกำลังเริ่มคึกคัก ทำให้หนังสือเล่มนี้โดดเด่นด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา การรู้ว่าต้นฉบับออกเมื่อปี 2003 ช่วยให้เข้าใจว่ามุมมองหลายอย่างในเล่มเป็นผลจากการสะท้อนประสบการณ์ในยุคก่อนโซเชียลมีเดียบูม และการเป็น self-published ก็สะท้อนถึงความกล้าของผู้เขียนที่จะนำเสนอแนวคิดที่ตรงและท้าทายคนอ่าน ให้ความรู้สึกว่าได้ฟังคำแนะนำตรง ๆ จากคนที่ผ่านการฝึกฝนและวิเคราะห์ตัวเองมาแล้วจริง ๆ

บทที่น่าจดจำใน เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข คือบทไหน?

4 回答2025-10-11 16:32:20
บทหนึ่งที่ติดตาฉันจนยังย้อนคิดอยู่บ่อย ๆ คือฉากใน 'เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข' ที่ตัวเอกตัดสินใจพูดว่า 'ไม่' เป็นครั้งแรกโดยไม่รู้สึกผิดกับตัวเองเลย ฉากนี้ไหลลื่นจนรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาในห้องประชุม เหตุการณ์สั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยน้ำหนัก ทั้งคำพูดประโยคเดียวและภาษากายที่นักเขียนใส่เข้ามาทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างชัดเจน การอ่านตอนนี้ทำให้ฉันนึกถึงครั้งที่ต้องกำหนดขอบเขตกับคนรอบตัวเอง มันไม่ใช่ฉากใหญ่โตหรือดราม่าระเบิด แต่เป็นโมเมนต์เงียบ ๆ ที่ให้ความรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริง การที่ตัวเอกเลือกความสุขของตัวเอง ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เอื้อเฟื้อ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองก่อน ฉะนั้นบทนี้เลยกลายเป็นจุดที่ยืนยันธีมของเรื่องได้ชัดเจน และยังทำให้ฉันยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึงการเติบโตแบบเงียบ ๆ ของตัวละครคนโปรด

มีพอดแคสต์หรือวิดีโอสอนเรื่อง เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข ที่ไหนบ้าง?

4 回答2025-10-04 18:28:12
เราเคยติดตามวิดีโอสั้น ๆ ของ 'The School of Life' จนต้องหยุดคิดอยู่หลายครั้ง เพราะเขาพูดเรื่องขอบเขตกับการเลิกเป็นคนดีเกินไปด้วยภาษาที่เรียบง่ายแต่คมกริบ การอธิบายของช่องนี้มักจับปมความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการของตัวเองกับความคาดหวังของคนรอบข้างได้ดี เหมือนไม่ได้สอนแบบสูตรสำเร็จ แต่ชวนให้ตั้งคำถามว่าการเป็นคนดีต้องแลกด้วยอะไรบ้าง ตัวอย่างในวิดีโอมักใช้ภาพสถานการณ์ใกล้ตัว เช่น งานกลุ่มที่รับงานแทนหรือการยอมทุกอย่างเพื่อรักษาหน้าตา ทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงและอยากลองเปลี่ยนวิธีคิด ถาโถมความคิดที่ได้คือ เทคนิคไม่ซับซ้อนเลย: เรียนรู้พูด 'ไม่' แบบสุภาพ รู้จักขอบเขตของเวลาและพลังงาน แล้วให้ความเมตตากับตัวเองก่อนจะให้คนอื่น วิธีเล็ก ๆ เหล่านี้ไม่ต้องเปลี่ยนตัวตน แต่กลับช่วยให้มีความสุขมากขึ้นเมื่อไม่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว
人気質問
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status