แนวหนังประเภทหนึ่งที่ฉันให้ความสำคัญคือหนังประเด็นสังคมหรือการเมืองที่เล่าเรื่องด้วยความสมดุลและมีพื้นฐานการวิจารณ์เชิงสังคมที่ชัดเจน หนังแนวนี้มักถูกตีความและยกย่อง ถ้าใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไปในตัวละครได้ดี ตัวอย่างเช่น 'The Trial of the Chicago 7' ที่นำเหตุการณ์จริงมาถ่ายทอดด้วยจังหวะการเล่าเรื่องที่รวดเร็ว แต่ยังรักษาน้ำหนักของประเด็นไว้ได้
สุดท้าย งานที่เน้นการแสดงหนักๆ และบทที่ท้าทายนักแสดง ก็มักได้คะแนนดีหากนักแสดงสามารถยกระดับบทขึ้นมาได้ นั่นทำให้หนังดราม่าที่ตั้งใจทำเวอร์นั้นมักจะถูกยกย่อง ตัวอย่างที่ตรงนี้คือ 'Beasts of No Nation'—งานที่เน้นประสบการณ์ของตัวละครและไม่กลัวจะเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของโลก
หนังที่ทำให้เกิดอารมณ์ลึกๆ ไม่ว่าจะหัวเราะจนร้องไห้หรือสะเทือนใจจริงๆ มีโอกาสได้คะแนนดี ยิ่งถ้าผสมกับการเล่าเรื่องที่ไม่เชยหรือใช้เทคนิคภาพที่ฉลาด จะยิ่งโดดเด่น เช่น 'The Mitchells vs. the Machines' ที่เป็นหนังครอบครัวแอนิเมชันแต่มีไอเดียร่วมสมัยและอารมณ์ขันที่โดนใจผู้ชมหลายวัย
ส่วนความสดใหม่ของไอเดีย คือการเอามุมมองเล็กๆ ในชีวิตมาทำให้ใหญ่และสำคัญ หนังประเภทบทสนทนาที่ฉลาดหรือฉากย่อยที่สะกิดความคิด มักถูกยกให้คะแนนสูงเมื่อทำออกมาได้ดี ตัวอย่างอย่าง 'The Two Popes' ที่ทำให้การสนทนาระหว่างตัวละครสองคนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ด้วยบทและการตีความ