ฉันชอบมองว่าภาพยนตร์หลายเรื่องใช้เทพอียิปต์เพื่อให้ฉากดูมีมิติทางวัฒนธรรม แม้บางครั้งจะไม่ลงรายละเอียด แต่สัญลักษณ์อย่างรูปแมวของ 'Bastet' หรือรูปจระเข้ของ 'Sobek' ถูกยกมาเป็นองค์ประกอบชวนสะดุดตา หนังธีมประวัติศาสตร์อย่าง 'Exodus: Gods and Kings' มักแสดงภาพรูปปั้นและพิธีกรรมของเทพเหล่านี้เพื่อเน้นความต่างทางความเชื่อ ในขณะที่หนังแนวผจญภัย-แฟนตาซีอย่าง 'Night at the Museum: Battle of the Smithsonian' เอาเครื่องหมายอียิปต์มาเล่าเรื่องของวัตถุมีชีวิต ทำให้เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นตัวเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน
เคยสงสัยไหมว่าสัตว์ในเทพนิยายที่เราเห็นในหน้าจอใหญ่มักมาจากจินตนาการเก่าแก่ แต่กลับถูกนำมาปรับแต่งให้แปลกใหม่บนภาพยนตร์ ฮอลลีวูดเองก็มีตัวอย่างเยอะมากที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดูมีชีวิตขึ้นมาอย่างน่าเกรงขาม
เราเริ่มจากมังกรก่อนเลยเพราะเป็นหนึ่งในภาพจำแรก ๆ ของฉันเมื่อพูดถึงสัตว์ในตำนาน — ใน 'Dragonheart' จะเห็นมังกรที่มีบุคลิกและความฉลาดเฉลียว ไม่ได้เป็นแค่สัตว์ดุร้ายอย่างเดียว ส่วน 'Reign of Fire' เลือกจับมังกรในแนวโลกหลังหายนะ ทำให้มังกรกลายเป็นภัยคุกคามในเชิงระบบนิเวศ ทั้งสองเรื่องให้ความรู้สึกต่างกันสุดขั้ว แต่ล้วนแสดงให้เห็นว่ามังกรสามารถถูกนำเสนอในหลายมิติ
ขยับมาเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่เคยทำให้ฉันหน้าตื่น คือยูนิคอร์นที่ปรากฏใน 'Harry Potter and the Sorcerer's Stone' — ฉากในป่าสุดเงียบสงบนั้นทำให้ยูนิคอร์นกลายเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความลึกลับ ไม่ไกลกันนักคือเงือกใน 'Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides' ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์จากเทพนิยายพื้นบ้านเป็นสิ่งมีชีวิตที่หลอกล่อและอันตรายได้อย่างมีสไตล์ นอกจากนั้นยังมีสัตว์ประหลาดพื้นบ้านอย่าง Kraken ใน 'Clash of the Titans' ที่แม้จะเป็นสัตว์ทะเลยักษ์แต่สะท้อนความน่าเกรงขามของพลังธรรมชาติได้ดี สุดท้ายการปรากฏตัวของ Smaug ใน 'The Hobbit: The Desolation of Smaug' ทำให้ฉันชอบการเล่าเรื่องที่มังกรเป็นทั้งสมบัติและภัยพิบัติในเวลาเดียวกัน ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าภาพยนตร์ฮอลลีวูดหยิบเอาสัตว์ในเทพนิยายมาปั้นให้มีชีวิตบนจอแตกต่างกันอย่างมีชั้นเชิง