ผมเห็นหลายแฟรนไชส์ที่มี 'คนเหนือมนุษย์' เป็นแกนหลักและมักให้บทบาทนั้นกับนักแสดงนำแพล็ตฟอร์ม ตัวอย่างเช่น นักแสดงที่คนรู้จักกันดีอย่าง Chris Hemsworth ที่รับบทเทพสายฟ้าในซีรีส์ 'Thor' ซึ่งใน 'Thor: Love and Thunder' ยังคงเป็นตัวแทนของสิ่งที่เรียกว่าเหนือมนุษย์ในเวทีภาพยนตร์สากล อีกคนที่ทำหน้าที่เป็นมนุษย์เหนือมนุษย์ในโลกซูเปอร์ฮีโร่คือ Simu Liu ใน 'Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings' ที่แม้จะเน้นทักษะการต่อสู้ แต่ก็มีองค์ประกอบเหนือมนุษย์อยู่ในพลังและมิติของเรื่อง ส่วนบท Superman ที่ถูกมองว่าเป็นต้นแบบคนเหนือมนุษย์ก็มีนักแสดงหลายคนที่เคยสวมบทนี้ เช่น Henry Cavill ใน 'Man of Steel' เวอร์ชันก่อนหน้านี้ ซึ่งให้ความรู้สึกถึงการเป็นสิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์อย่างชัดเจน
ตั้งแต่ได้เห็นตัวอย่างแรกของ 'Superman: Legacy' ผมตื่นเต้นมากเพราะมันชัดเจนว่าเวอร์ชันล่าสุดถูกผลักดันภายใต้การนำของ DC Studios ร่วมกับ Warner Bros. Pictures — นี่คือบริษัทหลักที่รับหน้าผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ซูเปอร์แมนเวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยมี James Gunn และ Peter Safran ในบทบาทผู้อำนวยการสร้างระดับสูงซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทิศทางของจักรวาล DC ในปัจจุบัน
การเปลี่ยนผ่านจากยุคของเดิมมาสู่ยุคใหม่ของ DC ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนชื่อบริษัท แต่สะท้อนถึงแนวทางการเล่าเรื่องและการจัดการทรัพยากรที่แตกต่าง ผมมองว่าการที่ Warner Bros. Pictures ยังคงเป็นผู้จัดจำหน่ายใหญ่ ทำให้โครงการมีเครือข่ายการโปรโมตและการกระจายที่เข้มแข็ง ในขณะที่ DC Studios เข้ามารับผิดชอบเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น งานนี้เลยเป็นการรวมกันระหว่างพลังการลงทุนและการจัดจำหน่ายของสตูดิโอขนาดใหญ่กับวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ของทีมครีเอทีฟ
ถัดมาให้ลองมองไปยัง Stephen King ที่หลายคนอาจนึกถึงเพียงแค่สยองขวัญ แต่ผลงานชุดเช่น 'The Dark Tower' ผสมไซไฟ แฟนตาซี และองค์ประกอบเหนือมนุษย์ได้แบบมหึมา งานของเขามีโครงเรื่องที่ยาวและตัวละครที่เติบโตตามเล่ม เหมือนการติดตามซีรีส์ที่มีหลายซีซั่น อีกมุมหนึ่ง Brandon Sanderson เป็นชื่อที่ห้ามพลาดถ้าชอบระบบพลังที่ชัดเจนและการสร้างโลกที่เป็นระเบียบ เช่นใน 'Mistborn' และ 'The Stormlight Archive' เทียบได้กับซีรีส์แฟนตาซีที่มีการวางพล็อตระยะยาว เหมาะกับคนที่ชอบความสมเหตุสมผลในระบบพลังมากกว่าการพึ่งพาโชคหรือความลึกลับเพียงอย่างเดียว
สำหรับคนที่อยากได้รสชาติแบบเอเชียและภาษาที่เล่นกับไอเดียเหนือมนุษย์ ลองหางานของ Nisio Isin ที่เขียนชุดนิยายอย่าง 'Monogatari' ซึ่งผสมผสานเรื่องผี วิญญาณ และการสนทนาที่เฉียบคม เสน่ห์ของงานเขาคือบทสนทนาที่ยาวและมุมมองตัวละครที่ซับซ้อน เหมือนการดูซีรีส์อนิเมะหรือไลท์โนเวลที่มีบทสนทนาเป็นหัวใจ อีกคนที่ผมชอบคือ Haruki Murakami ผู้เขียน 'Kafka on the Shore' และ 'Hard-Boiled Wonderland and the End of the World' ซึ่งไม่ได้ให้คำตอบชัดเจนแต่สร้างบรรยากาศเหนือจริง จนรู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีส์อาร์ตเฮาส์ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และความหม่นเหงา