เสียงสังเคราะห์และท่อนเบสต่ำหนักๆมักเป็นสิ่งแรกที่ทำให้บรรยากาศงานเทศกาลสยองคึกคักขึ้นทันที เพลงประกอบจากหนังสยองขวัญคลาสสิกกลายเป็นซาวด์แทร็กของค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นธีมคีย์บอร์ดเรียบๆและเยือกเย็นจาก 'Halloween' ที่มักถูกเปิดตอนเดินเข้าฮาโลวีนมาร์เก็ตหรือช่วงพาเหรดคอสเพลย์ ตัวเมโลดี้ซ้ำๆของ John Carpenter สามารถเรียกฝูงคนให้หยุดมองและปรับอารมณ์ได้ภายในไม่กี่วินาที ส่วนชิ้นที่ใครๆ ก็ร้องตามได้คือท่อนระทึกของ 'Tubular Bells' จาก 'The Exorcist' ที่มักถูกใช้เป็นฉากเปิดสปอร์ตไลต์หรือเป็นเบื้องหลังโชว์สยอง เหตุผลที่ทั้งสองเพลงนี้ฮิตเพราะเสียงเรียบแต่มีพลัง มันทำให้พื้นที่งานเหมือนมีเรื่องเล่าใหญ่หนึ่งเรื่องคอยฉุดให้คนคิดถึงความขนลุกร่วมกัน
ตรงมุมจัดฮาโลวีนเฮ้าส์มักได้ยินท่อนคอร์ดสั้นๆจาก 'Psycho' ของ Bernard Herrmann ซึ่งเหมาะกับฉากช็อกอย่างที่สุด จังหวะไวๆ ของสายไวโอลินช่วยเซตอารมณ์ให้คนขวัญผวาได้ดี ในทางกลับกันเพลงเพราะๆ ที่มีเนื้อหาเข้าแก๊งวัยรุ่นอย่าง 'Cry Little Sister' จาก 'The Lost Boys' จะถูกนำมาใช้ในมุมสายดาร์กกอธิคหรือเป็นซาวด์แทร็กให้การแสดงเต้นที่มีธีมแวมไพร์ เพลงจากแอนิเมชันอย่าง 'This is Halloween' ของ 'The Nightmare Before Christmas' ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะช่วงมีขบวนแฟนซีหรือการประกวดคอสเพลย์ที่ชอบเล่นใหญ่ เพลงนี้ให้ความเป็นเทศกาลแต่ยังคงความหลอนแบบขี้เล่น ทำให้มันถูกเลือกเป็นฉากหลังสำหรับการเดินโชว์และปาร์ตี้คอสตูม