ผมเป็นคนที่ชอบจับจังหวะกับมู้ดของหนังมาก พอพูดถึง 'Batman v Superman' แทร็กที่ผมยังคงฮัมตามได้แม่นคือ 'Is She With You?' แล้วก็อีกชิ้นที่เตะความรู้สึกแบบพลังดิบ นั่นคือจังหวะหนัก ๆ ที่ให้ความรู้สึกว่าอะไรยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เพลงทั้งสองชิ้นใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าและสตริงผสมกันจนเกิดพลังที่จดจำได้ทันที
'Is She With You?' สำหรับผมมันไม่ใช่แค่ธีมของตัวละคร แต่เป็นการเปิดประตูให้การปรากฏตัวของฮีโร่หญิงมีพลังในทันที กลองหนัก ๆ ของแทร็กนี้กับทรัมเป็ตหรือเสียงกีตาร์ที่ขยับเป็นสั้น ๆ สร้างภาพการเข้ามาแบบไม่มีคำพูดได้ชัดเจนจนอยากเอามาใช้เป็นอินโทรคลิปเวลาทำคอนเทนต์
พอได้ยินท่อนแรกของบางเพลงแล้ว หยุดทำอะไรไม่อยู่เลย — นี่แหละสิ่งที่ทำให้เพลงประกอบบางเพลงใน 'Batman v Superman' เป็นไวรัส
ฉันชอบมุมที่เพลงสามารถเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องมีภาพ แล้วเพลงอย่าง 'Beautiful Lie' กับ 'Must There Be A Superman?' ทำหน้าที่นั้นได้ดี 'Beautiful Lie' มีการใช้เชลโลและเปียโนในแนวชวนเศร้า ทำให้ฉากที่ต้องการเน้นความขัดแย้งภายในดูหนักขึ้นแบบจับต้องได้ ในขณะที่ 'Must There Be A Superman?' เลือกใช้ธีมที่เรียบง่าย แต่ขยายออกด้วยคอรัสและซินธ์ชั้นต่ำจนเกิดความรู้สึกว่าเรื่องราวกำลังลุกเป็นไฟ
บอกเลยว่าฉันชอบพูดถึงต้นทางของเรื่องนี้ เพราะมันไม่ได้มาจากหนังสือเล่มเดียวแบบตรงๆ แต่มีร่องรอยชัดเจนจากงานคลาสสิกของวงการการ์ตูน
ในมุมที่เด่นชัดที่สุด งานของแฟรงก์ มิลเลอร์อย่าง 'The Dark Knight Returns' ให้โทนและไอเดียหลักๆ — นักแบทแมนที่แก่กว่า กระด้างกว่า และการปะทะเชิงอุดมการณ์กับซูเปอร์แมน รวมถึงภาพการต่อสู้ที่มีความเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเห็นได้ชัดในฉากที่แบทแมนใส่ชุดเกราะออกสู้ นอกจากนี้องค์ประกอบสำคัญอีกชิ้นที่ถูกยืมมาอย่างเปิดเผยคือโครงเรื่องจาก 'The Death of Superman' ที่นำไปสู่การปรากฏตัวของศัตรูทรงพลังอย่าง Doomsday และการเล่นบทการเสียสละของซูเปอร์ฮีโร่
ความน่าสนใจคือภาพยนตร์เลือกเอาแก่นและฉากสำคัญจากหลายแหล่งมาผสมกัน แทนที่จะคัดลอกพล็อตทั้งหมด ดังนั้นแม้จะมีพื้นฐานจาก 'The Dark Knight Returns' และ 'The Death of Superman' แต่สิ่งที่ได้คือเวอร์ชันผสมที่มีโทนของผู้กำกับและการตีความใหม่ ซึ่งสำหรับฉันแล้วเป็นการรวมกันระหว่างจินตนาการดั้งเดิมกับภาพยนตร์สมัยใหม่ที่อยากสร้างโลกที่ซับซ้อนขึ้น