2 الإجابات2025-12-21 02:35:14
เพลงประกอบพากย์ไทยของ 'มายฮีโร่' โดยรวมยังคงใช้ดนตรีต้นฉบับเป็นแกนหลัก แต่จังหวะที่คนดูรู้สึกว่าต่างไปมักเกิดจากการมิกซ์เสียงและการตัดต่อมากกว่าการเปลี่ยนเพลงจริง ๆ
ฉันเป็นคนฟังดนตรีประกอบค่อนข้างละเอียด จึงสังเกตได้ว่าแทร็กอย่าง 'You Say Run' หรือธีมระเบิดอารมณ์ของ Yuki Hayashi ถูกเก็บไว้ในเวอร์ชันพากย์ไทย แต่โทนเสียงมักถูกปรับให้รองรับระดับเสียงของบทพูดภาษาไทย ทำให้บางครั้งดนตรีถูกลดความเด่นลงในฉากที่บทพูดมีน้ำหนักมาก อย่างฉากการชนกันของฮีโร่กับวายร้ายที่เดิมดนตรีจะดังกระแทกแต่พากย์ไทยบางเวอร์ชันฟังเหมือนดนตรีซ่อนอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้การออกอากาศทางทีวีมักมีการตัดเปิด-ปิดเพลง OP/ED ให้สั้นลงเพื่อใส่โฆษณา ทำให้ประสบการณ์ฟังแตกต่างจากสตรีมมิงที่มักเก็บเพลงเต็ม
อีกจุดที่มักถูกพูดถึงคือสรรพเสียงและเอฟเฟกต์ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้เข้ากับภาษาไทย บางฉากจะได้ยินเอฟเฟกต์การปะทะที่แตกต่างจากต้นฉบับเพราะทีมมิกซ์ต้องปรับให้เบสและซับวูฟเฟอร์ไม่ชนกับคลื่นเสียงพูด ผลคือฟีลอาจรู้สึกไม่หนักหน่วงเท่าเดิม แต่ความต่อเนื่องของอารมณ์ยังคงอยู่ถ้าฟังแบบรวมทั้งบทสนทนาและทำนอง ฉันมักเทียบกับการดู 'One Piece' เวอร์ชันพากย์ไทยที่บางสำนักเคยตัด OP/ED หรือเปลี่ยนการมิกซ์ให้ต่างจากต้นฉบับ—พอมาเทียบกันก็ยืนยันได้ว่าประเด็นหลักคือการมิกซ์และลิขสิทธิ์ของเพลงเปิดมากกว่าจะเป็นการเขียนดนตรีใหม่ทั้งหมด
สรุปคือถาคพื้นดนตรีสำคัญของ 'มายฮีโร่' อยู่ครบ แต่รายละเอียดการมิกซ์ การตัดต่อเพลงเปิด-ปิด และระดับเสียงของเอฟเฟกต์ทำให้ประสบการณ์ฟังต่างกันไปตามแพลตฟอร์มและสตูดิโอที่พากย์ จึงแนะนำให้คนที่อยากฟังเต็มอรรถรสลองหาเวอร์ชันซับหรือซาวด์แทร็กต้นฉบับมาฟังเปรียบเทียบดู — มันเพิ่มมุมมองใหม่ ๆ ให้กับฉากโปรดได้เยอะ
3 الإجابات2026-03-25 05:09:10
นี่แหละข้อสังเกตที่ชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบฉบับพากย์ไทยของ 'Boss Level' กับต้นฉบับ: ฉันรู้สึกได้เลยว่าการเซ็นเซอร์มุ่งไปที่ความรุนแรงเชิงภาพแบบโคลสอัพและฉากที่มีเลือดสาดมาก ๆ ซึ่งในต้นฉบับจะมีช็อตใกล้ ๆ ของการยิงและแผลเปิดที่โดดเด่น แต่ในเวอร์ชั่นพากย์ไทยมักจะตัดแค่ช็อตโหดสุด ๆ เหล่านั้นออก หรือเปลี่ยนเป็นช็อตมุมกว้างแทน ทำให้ความสะเทือนของฉากลดลงมาก
อีกจุดที่เห็นได้ชัดคือฉากที่มีความใกล้ชิดทางร่างกายระหว่างตัวละคร ถูกทำให้สั้นหรือเบลอไป เช่น ฉากตัดต่อสั้น ๆ ในห้องพักที่ในต้นฉบับมีการสื่อความสัมพันธ์แบบชัดเจน แต่ในพากย์ไทยจะเห็นแค่ช็อตผ่าน ๆ แทน ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครบางช่วงอ่านยากขึ้น นอกจากนั้น บทพูดที่มีคำหยาบแรง ๆ มักถูกเปลี่ยนถ้อยคำให้เบาลงหรือถูกตัดออกไปบ้าง ทำให้โทนของตัวร้ายในบางฉากอ่อนลงกว่าต้นฉบับ
สรุปสั้น ๆ ว่า เวอร์ชั่นพากย์ไทยไม่ได้ตัดโครงเรื่องหลัก แต่เลือกตัดหรือลดรายละเอียดที่เป็นภาพโหดชัด ๆ ฉากเปลือยหรือสัมผัสชัดเจน และคำหยาบ ทำให้ถ้าคนชอบความเข้มข้นแบบฉบับเต็มอาจรู้สึกว่าขาดอารมณ์ร่วมไปบ้าง แต่ถ้ามองในแง่การรับชมแบบครอบครัวหรือออกอากาศทีวี การปรับเหล่านี้ก็พอทำให้ดูได้สบายขึ้น
3 الإجابات2026-05-30 00:53:47
เพลงเปิด-ปิดของ 'Monster' เมื่อถูกพากย์ไทย มักถูกตัดสินใจจากปัจจัยด้านลิขสิทธิ์และการจัดผังรายวัน มากกว่าจะเป็นเรื่องรสนิยมของผู้พากย์หรือสตูดิโอที่แปลตรงๆ
ในมุมมองของผม การเปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่ง เช่น ทำเพลงใหม่เป็นภาษาไทยหรือเปลี่ยนทำนองโดยสิ้นเชิง ค่อนข้างไม่บ่อยสำหรับงานแนวดราม่า-สืบสวนหนัก ๆ ที่เน้นบรรยากาศแบบ 'Monster' เนื่องจากเพลงต้นฉบับมักเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์และภาพลักษณ์ของเรื่อง เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้จัดจำหน่ายมักเลือกเก็บเพลงเดิมไว้ แล้วอาจจะย่อความยาวหรือวางเครดิตทับเท่านั้น ในบางกรณีสถานีโทรทัศน์อาจใส่สตริงเน็ตเวิร์กหรือเสียงคั่นสั้น ๆ ก่อนหรือหลังเพลง
การเปรียบเทียบเล็กน้อยช่วยทำให้เห็นภาพ: มีกรณีอย่าง 'Cowboy Bebop' ที่เพลงเปิดถูกรักษาไว้ในหลายประเทศเพราะมันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่อง ส่วนผสมเดียวกันก็ใช้ได้กับ 'Monster' — ถ้าผู้ถือลิขสิทธิ์อยากรักษาบรรยากาศ พวกเขามักจะยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงหรือหาทางอนุญาตมากกว่าจะทำเพลงใหม่ ผลที่ตามมาคือผู้ชมพากย์ไทยหลายคนได้ฟังเพลงต้นฉบับในฉากสำคัญ เพียงแต่บางครั้งอาจสั้นลงหรือมีการตัดเครดิตเพื่อให้เวลาออกอากาศพอดี ซึ่งสำหรับผมยังดีกว่าการเปลี่ยนแนวเพลงจนเสียอารมณ์ของเรื่องไป
5 الإجابات2025-12-01 07:26:24
ฟังนะ — เรื่องเพลงประกอบในเวอร์ชันแปลไทยมักจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากกว่าที่คนทั่วไปคิด เมื่อมองจากประสบการณ์การดูอนิเมะซับไทยและเวอร์ชันที่ออกอากาศจริง ๆ ฉันจะบอกว่าพื้นฐานคือเพลงประกอบ (BGM) และซาวด์แทร็กของฉากมักไม่ถูกเปลี่ยน เพราะต้นฉบับเป็นส่วนสำคัญของอารมณ์และการเล่าเรื่อง แต่มีข้อยกเว้นบางอย่างที่ควรระวัง
ผมสังเกตจากการออกอากาศที่เกี่ยวกับ 'Demon Slayer' ว่าบางสถานีหรือแพลตฟอร์มอาจตัดต่อความยาวของ OP/ED หรือทำเวอร์ชันสั้นลงเพื่อลดเวลาโฆษณา แต่เพลงฉากหลักยังคงอยู่เหมือนเดิมในซับไทย ส่วนเวอร์ชันพากย์บางครั้งจะลดจังหวะหรือขับร้องซ้ำออกถ้ามีปัญหาลิขสิทธิ์ของค่ายเพลงในพื้นที่นั้น ๆ
ท้ายที่สุด ถ้าคุณเป็นคนชอบฟัง OST เต็ม ๆ ให้มองหาเวอร์ชันซับบนสตรีมมิ่งหรือซื้อซาวด์แทร็กแทน เพราะโอกาสที่เพลงต้นฉบับจะถูกเก็บครบถ้วนในช่องทางเหล่านั้นสูงกว่าเวอร์ชันทีวีที่ตัดต่อแล้ว
2 الإجابات2025-12-08 02:35:35
บอกเลยว่าการเปลี่ยนเพลงประกอบในเวอร์ชันพากย์ไทยเป็นเรื่องที่มีหลายชั้นและไม่ได้มีคำตอบเดียวครอบจักรวาล
เมื่อดูจากประสบการณ์ส่วนตัวของฉัน พบว่าปกติแล้วเพลงบรรเลงหรือ OST ประกอบฉากมักถูกเก็บไว้ในเวอร์ชันพากย์ไทยมากกว่าที่คนคิด เพราะสตูดิโอพากย์ส่วนใหญ่ไม่มีแรงจูงใจจะเปลี่ยนชิ้นดนตรีทั้งหมด — ต้นฉบับผูกกับอารมณ์ของฉากและการลงทุนเรื่องไลเซนส์ก็สูงเกินไปที่จะเอามาแก้ไขทุกรายการ แต่ก็มีข้อยกเว้น เช่น เพลงเปิดหรือเพลงปิดที่เป็นเพลงร้อง มักจะถูกแทนที่หรือทำเป็นเวอร์ชันภาษาไทยถ้าผู้ถือลิขสิทธิ์ท้องถิ่นอยากให้คนดูรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้เพลงเปลี่ยนได้แก่ลิขสิทธิ์ของเพลงร้อง (ซึ่งต่างจาก BGM ที่มักอยู่กับสตูดิโอต้นทาง), เงื่อนไขการออกอากาศทางทีวีที่อยากลดความยาวคลิป, หรือแม้แต่การเซนเซอร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมบางอย่าง—กรณีดังๆ ที่หลายคนน่าจะคุ้นคือเวอร์ชันภาษาอังกฤษของ 'Pokémon' และ 'Dragon Ball Z' ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงดนตรีประกอบมากเมื่อเทียบกับต้นฉบับญี่ปุ่น ดังนั้นเมื่อพูดถึง 'my true friend' ถ้าเป็นเพลงประกอบในซีรีส์หรือฉากทั่วไป โอกาสที่จะถูกเปลี่ยนน้อยกว่าถ้าเป็นแค่ BGM แต่ถ้าเป็นเพลงเปิด/ปิดที่มีเนื้อร้อง มีความเป็นไปได้สูงที่จะเจอเวอร์ชันไทยหรือเวอร์ชันที่ต่างจากต้นฉบับ
มุมมองสุดท้ายจากคนที่ชมพากย์และซับมาหลายเวอร์ชันคือ ให้ฟังเปรียบเทียบระหว่างซับกับพากย์: ถ้าจังหวะและอารมณ์ของฉากยังใกล้เคียงกัน แสดงว่าคงใช้ OST เดิม ส่วนเหตุต้องเปลี่ยนมักมาจากเรื่องสิทธิหรือการทำตลาดมากกว่าจะเป็นความตั้งใจเปลี่ยนแปลงเนื้อหาโดยตรง — นี่แหละทำให้การฟังเพลงประกอบในแต่ละเวอร์ชันมีเสน่ห์ต่างกันไป
3 الإجابات2026-03-25 17:57:11
บอกเลยว่า 'boss level' เป็นหนังที่เหมาะกับการลองทั้งสองเวอร์ชัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากได้ประสบการณ์แบบไหนในวันนั้น
ฉันชอบพากย์ไทยเวลาที่อยากดูแบบผ่อนคลาย ไม่ต้องเพ่งอ่านคำบรรยาย เสียงพากย์ที่ทำมาอย่างดีช่วยให้มุกตลกที่แปลสำนวนได้ดีกลืนเข้าไปกับจังหวะหนังได้ งานพากย์ที่มีคุณภาพมักจะปรับโทนเสียงให้เข้ากับสีหนัง ทำให้ฉากบู๊หนัก ๆ ฟังดูต่อเนื่องและไม่สะดุด ฉากวนลูปเวลาที่ตัวเอกต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเวอร์ชันพากย์ไทยอาจทำให้จังหวะคำพูดฟังนุ่มขึ้น กลายเป็นมุมขำหรือสะเทือนใจแบบที่คนดูท้องถิ่นจะรับได้ทันที
ตรงกันข้าม เวอร์ชันต้นฉบับมีเสน่ห์ที่ค่อนข้างชัดเจนสำหรับฉันในมุมของการแสดงเสียง การใส่น้ำเสียงเศร้า โมโห หรือเหนื่อยล้าของนักแสดงต้นฉบับมักมีเลเยอร์ที่ยากจะถ่ายทอดให้ตรงเป๊ะในการพากย์ การฟังเสียงต้นฉบับช่วยให้จับริ้วรอยการแสดง เช่น ช่องว่างระหว่างประโยคหรือการหายใจที่เป็นสัญญะการแสดง อย่างฉากที่ตัวเอกตระหนักว่าตัวเองต้องทำอะไรซ้ำ ๆ เสียงต้นฉบับมักถ่ายทอดความขมและความเหนื่อยได้ดีกว่า
สรุปสั้น ๆ ว่าถ้าคุณอยากดูแบบสบาย ๆ กับเพื่อนหรือคนในครอบครัว เลือกพากย์ไทย แต่ถ้าต้องการดื่มด่ำกับการแสดงและรายละเอียดน้ำเสียงของนักแสดงต้นฉบับ ให้เลือกเวอร์ชันดั้งเดิม — ฉันมักเริ่มด้วยต้นฉบับครั้งแรก แล้วค่อยกลับมาดูพากย์ไทยซ้ำเมื่ออยากดูแบบไม่คิดมาก
3 الإجابات2026-06-18 19:08:38
เพลงในเวอร์ชันพากย์ไทยของ 'Legally Blonde' โดยทั่วไปมักไม่ถูกแปลหรือเปลี่ยนเป็นไทยเต็มรูปแบบ แต่รายละเอียดขึ้นกับเวอร์ชันที่คนดูเจอและสิทธิ์ทางดนตรีของผู้จัดจำหน่าย
ฉันเคยดูทั้งเวอร์ชันโรงและเวอร์ชันที่ออกอากาศทางทีวีในบ้านเรา พบว่าพาร์ตเพลงที่เป็นฉากประกอบหรือเพลงที่ตัวละครร้องสั้น ๆ มักถูกเว้นไว้เป็นภาษาอังกฤษเหมือนต้นฉบับ ส่วนฉากที่มีบทพูดยาว ๆ พากย์ไทยจะเป็นภาษาไทยเพื่อให้คนดูเข้าใจอารมณ์และมุกตลกได้ทัน สำหรับบางการออกอากาศทางโทรทัศน์หรือเทปเก่า อาจมีการตัดหรือเปลี่ยนดนตรีประกอบบางส่วนถ้าใบอนุญาตเพลงไม่ครอบคลุมการออกอากาศทุกรูปแบบ
สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือเวอร์ชันภาพยนตร์กับเวอร์ชันเวที 'Legally Blonde: The Musical' เป็นงานคนละรูปแบบที่มีเพลงเต็ม ๆ ซึ่งการแปลบนเวทีหรือในสื่อท้องถิ่นอาจทำได้แตกต่างจากภาพยนตร์ ในกรณีภาพยนตร์โดยมากเสียงร้องหลักมักยังเป็นภาษาอังกฤษ เว้นแต่จะมีการทำรีมิกซ์หรือเวอร์ชันพิเศษสำหรับตลาดไทย ที่สำคัญคือคอนเท๊กซ์ของฉาก—ถ้าเพลงนั้นสำคัญต่อพล็อตหรือเป็นจุดหักมุก ผู้จัดมักเลือกเก็บเพลงต้นฉบับไว้เพื่อรักษาจังหวะและอารมณ์
สรุปสั้น ๆ ว่าในประสบการณ์ของฉัน เพลงไม่ได้ถูกแปลเป็นไทยเป็นมาตรฐาน แต่มีข้อยกเว้นตามช่องทางการเผยแพร่และข้อจำกัดด้านสิทธิ์ ทำให้เวอร์ชันที่คนเห็นอาจต่างกันไปบ้าง แต่แก่นของซีนเพลงยังคงความเป็นต้นฉบับอยู่ค่อนข้างมาก
3 الإجابات2026-03-25 08:24:43
เสียงพากย์ไทยของ 'boss level' มีมิติที่ทำให้ฉากแอ็กชันรู้สึกหนักแน่นและเข้าถึงง่ายกว่าที่คิดไว้ตั้งแต่แรกเห็น
คุณภาพการมิกซ์เสียงในซีนระเบิดกับบทสนทนาถูกบาลานซ์ไว้ค่อนข้างดี ซึ่งทำให้บทพูดไม่จมหายไปกับเอฟเฟ็กต์ ส่วนเสียงร้องอารมณ์แบบเข้ม ๆ ของตัวละครหลักถูกถ่ายทอดด้วยน้ำหนักที่เหมาะสม, ผมเลยรู้สึกว่าการเลือกนักพากย์ไทยในงานนี้ให้คาแรกเตอร์ที่แตกต่างจากเวอร์ชันต้นฉบับแต่ยังรักษาจังหวะอารมณ์ได้
ถ้าเทียบกับความรู้สึกเวลาได้ดูเวอร์ชันซับที่ฟังเสียงต้นฉบับแล้วอ่านคำบรรยาย, เวอร์ชันพากย์ไทยจะได้ความสะดวกสบายและการเข้าถึงอารมณ์แบบทันทีทันใด ผู้ชมที่อยากอินกับบทสนทนาในฉากเร็ว ๆ จะได้ประโยชน์จากพากย์ไทยมากกว่า ขณะที่คนที่ชอบสำเนียงและน้ำเสียงต้นฉบับอาจยังคงชอบเวอร์ชันซับมากกว่า ประสบการณ์ส่วนตัวของผมคือพากย์ไทยทำให้ฉากแอ็กชันที่ซับซ้อนดูชัดขึ้น แต่ฉากที่พึ่งพาน้ำเสียงเฉพาะตัวของนักแสดงต้นฉบับบางครั้งก็จะสูญเสียความละเอียดเล็กน้อย เหมือนตอนที่เคยดูฉบับพากย์ไทยของ 'John Wick' — มันเติมพลังให้บางมุม แต่ก็เปลี่ยนรายละเอียดจุดเล็ก ๆ ไปบ้าง
สรุปแบบไม่ตัดสินสุดขั้ว: พากย์ไทยของ 'boss level' ดีกว่าเวอร์ชันซับในแง่การเข้าถึงและความชัดของคำพูด แต่ถ้าความเป็นต้นฉบับและน้ำเสียงเดิมสำคัญกว่า เวอร์ชันซับก็ยังมีค่าของมันเอง
3 الإجابات2026-01-19 12:00:19
เพลงประกอบมีพลังมากกว่าที่หลายคนคิด — มันเป็นสิ่งแรกที่ดึงอารมณ์เราเข้าไปกับภาพ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมมักจะสังเกตเวลาเปรียบเทียบเวอร์ชันต่าง ๆ
ผมเชื่อว่าการพากย์ไทยของ 'Shooting Star' ส่วนใหญ่จะรักษาเพลงประกอบต้นฉบับไว้ แต่เรื่องนี้ขึ้นกับ 2 เรื่องหลัก: สิทธิ์เพลง (licensing) และแนวทางของผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่น ในกรณีที่ผู้ถือลิขสิทธิ์ต้องการเก็บเสียงร้องต้นฉบับไว้ ก็จะได้ยินเวอร์ชันเดิมเต็ม ๆ แต่บางครั้งสตูดิโอพากย์อาจใช้เวอร์ชัน instrumental เพื่อหลีกเลี่ยงค่าลิขสิทธิ์หรือเพื่อให้บทพากย์คุยกันชัดกว่า ซึ่งผลลัพธ์ก็จะรู้สึกต่างอย่างชัดเจน
ประสบการณ์ส่วนตัวของผมกับการดูแอนิเมะพากย์ไทยคือเพลงแบ็คกราวด์ (BGM) มักไม่ถูกเปลี่ยนมากนัก เพราะเพลงพื้นหลังจัดการง่ายกว่า ส่วนเพลงเปิด-ปิดหรือเพลงที่มีเนื้อร้องเด่น ๆ มักเป็นจุดที่เปลี่ยนได้ ทั้งนี้ถ้าอยากรู้แบบแน่นอนที่สุด ให้ลองฟังเวอร์ชันพากย์ไทยเปรียบเทียบกับต้นฉบับว่าจะมีเสียงร้อง ตัวมิกซ์ หรือท่อนที่หายไปหรือไม่ แต่ถ้าให้คาดเดาแบบกลาง ๆ ผมคิดว่าโอกาสที่เพลงประกอบหลักของ 'Shooting Star' จะถูกแทนที่ทั้งหมดมีไม่มาก แต่บางทีอาจเจอการตัดทอนหรือการเปลี่ยนเป็น instrumental ในฉากที่มีบทพูดเยอะได้ — นั่นคือความรู้สึกที่ผมได้จากการฟังหลาย ๆ เวอร์ชันที่ผ่านมา
3 الإجابات2025-12-29 02:09:03
เคยสงสัยไหมว่าเพลงประกอบของ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ในเวอร์ชันพากย์ไทยถูกเปลี่ยนแปลงเยอะหรือเปล่า? ในประสบการณ์การดูหนังในโรงกับดูซ้ำบนดีวีดีและทีวี ผมสังเกตว่าดนตรีหลักของหนังแทบจะไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไป — ท่วงทำนองไอคอนิกที่ผู้คนจดจำอย่าง 'Hedwig's Theme' ยังคงอยู่ในเวอร์ชันไทย เพราะมันเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผูกให้ภาพยนตร์กับความมหัศจรรย์ ส่วนใหญ่องค์ประกอบดนตรีต้นฉบับจากคอมโพสเซอร์ต้นฉบับยังถูกใช้ต่อเนื่องในฉบับพากย์ไทย ทั้งในโรง ภาพยนตร์บ้าน และดีวีดี
การเปลี่ยนแปลงที่ผมพบมักเป็นเรื่องของมิกซ์เสียงมากกว่า เช่น เดซิเบลของเสียงพากย์อาจถูกยกให้เด่นกว่าเพลงในบางฉากเพื่อให้บทสนทนาในภาษาไทยชัดขึ้น หรือในฉบับทีวีอาจมีการตัดต่อฉากและปรับระดับเสียงเพื่อให้เหมาะกับการออกอากาศ ขณะที่เพลงประกอบเดิมยังอยู่ แต่น้ำหนักและการจับคู่กับเสียงเอฟเฟกต์อาจทำให้ความรู้สึกของซีนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ถ้าต้องสรุปแบบไม่เป็นทางการ ผมมองว่าเพลงยังคงรักษาอัตลักษณ์ของงานไว้ได้ดี เพียงแต่การประมวลผลเสียงและการตัดต่อสำหรับสื่อในประเทศอาจทำให้มันรู้สึกต่างจากต้นฉบับบ้าง แต่องค์ประกอบหลักที่แฟนๆ จดจำยังอยู่ครบ และนั่นก็เพียงพอจะเรียกความตื่นเต้นและความหวนนึกถึงออกมาได้เสมอ