แนวที่แนะนำคือแบบค่อยเป็นค่อยไป (slow-burn) และมีตอนพิเศษที่ลงลึกในความทรงจำหรืออดีตของตัวละครแต่ละคน ฉากเกมจิตวิทยาแบบใน 'Kaguya-sama: Love is War' สามารถถูกปรับให้เป็นซีรีส์ย่อยที่ทำให้ผู้อ่านเห็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ทั้งแบบตลกและซับซ้อนได้ การวางเส้นเรื่องแบบนี้เหมาะกับผู้อ่านที่อยากได้ทั้งมุกและความรู้สึกจริงจังในจังหวะที่สมดุล
เราเป็นคนชอบมองโครงสร้างงานเขียน ดังนั้นฮาเร็มที่เล่นกับฟอร์มย่อยและแซวตัวเองจึงน่าสนใจมาก โดยเฉพาะงานที่แบ่งเป็น 'เคส' ให้พระเอกหรือพระนางต้องรับมือกับสาว(หรือหนุ่ม)แต่ละคนแบบเป็นกรณีศึกษา แล้วหยอดมุกเมตาตลอดทั้งเรื่อง เทคนิคนี้เห็นได้ชัดใน 'The World God Only Knows' ที่พระเอกมีภารกิจเป็นตอน ๆ การยกเอารูปแบบนี้มาเขียนแฟนฟิคจะทำให้ทุกบทมีธีมเฉพาะและจบปมได้พอเหมาะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบทั้งฮาและการวางพล็อต