LOGIN“พวกเธอจะไปไหนกันต่อเหรอ?” เสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ทั้งคู่หันขวับไปดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนสาขามารีนเหมือนกัน ปกตินิสิตชั้นปีที่1 ก็จะเรียนเป็นการปูพื้นฐานเรียนวิชากลาง ซึ่งก็มีคณะอื่นๆ มาเรียนรวมด้วย ไม่ได้มีแค่คณะประมง
ในช่วงปี2 ยังมีวิชากลางที่ยังต้องเรียนอยู่ และเริ่มมีวิชาคณะเข้ามาแทรกบ้าง และในช่วงปี3-4 ก็จะเรียนเจาะลึกของแต่ละภาควิชาของสาขาตัวเอง จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเจอกันครั้งแรกตอนประชุมเชียร์ และทุกครั้งเธอคนนี้ก็มักจะเข้ามาทักทายก่อนเสมอ “จำเราได้ไหม เราจอมไง” จอมนรีโบกมือทักทายแถมส่งรอยยิ้มแป้นแล้น พร้อมกับแนะนำตัวเองครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จอมนรีลุคเหมือนลูกคุณหนู ใบหน้ารูปไข่ ตาโต จิ้มลิ้ม ผิวขาว ตัวเล็กบาง ผมสีน้ำตาลเข้มยาวเลยบ่าไปเล็กน้อย จัดได้ว่าเป็นคนน่ารักเลยล่ะ และดูเนิร์ดเพราะเธอใส่แว่นตากรอบทรงกลมอันใหญ่สีเงิน หน้าตาคล้ายๆ กับปาเจรา เวลาเธอยิ้มจะมีลักยิ้มจุดที่มุมปากข้างซ้ายปรากฏขึ้นข้างเดียว ต่างจากปาเจราที่เวลายิ้มแล้วตาหยีเป็นสระอิและมีลักยิ้มขีดที่เรียกว่าลักยิ้มหนวดแมวปรากฏอยู่เหนือโหนกแก้มทั้งสองข้าง ทั้งคู่น่ารักตามแบบฉบับพิมพ์นิยมของผู้หญิงยุคนี้ ต่างกันก็ตรงที่ว่าปาเจราจะอวบและดูมีน้ำมีนวลมากกว่า ปาเจราสูงเพียง 155 น้ำหนัก 49 ส่วนจอมนรีจะสูงกว่าเธอเพียงเล็กน้อยและหุ่นบางกว่า ปาเจรากับจรูญไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับจอมนรีเท่าไรนักเพราะดูแล้วไม่น่าจะเข้ากับทั้งคู่ได้ ด้วยเพราะปาเจราและจรูญเป็นคนโผงผาง เอะอะมะเทิ่งและชอบพูดจาเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย ปาเจราเจอจรูญตอนประชุมเชียร์เช่นกัน แค่มองตาก็รู้ว่าเคมีเข้ากันได้ เหมือนผีเห็นผี เลยผูกสมัครใจเป็นเพื่อนใหม่นับตั้งแต่วันนั้น ปาเจราสบสายตากับจรูญแวบหนึ่ง คล้ายราวขอความเห็นอีกฝ่ายผ่านทางสายตา ก่อนที่ปาเจราจะเอ่ยขึ้น “จำได้ดิ” จอมนรีแย้มยิ้มดีใจที่ทั้งสองคนจำเธอได้ “แล้วพวกเธอจะกลับกันเลยไหม เราไปส่งเอาเปล่า เราเอารถมา” จอมนรีขันอาสา “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเรากลับเอง ไม่รบกวนเธอดีกว่า” ปาเจราเอ่ยตอบ “ไม่เป็นไร ติดรถเราไปได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”จอมนรีก็ยังตื๊อไม่เลิก เธอรู้สึกถูกชะตากับเพื่อนกลุ่มนี้และอยากจะเป็นเพื่อนกับทั้งคู่มาก “เอ่อ คือ พอดีว่าพวกเราจะไปเดินเล่นที่ตลาดใน มอ.กันก่อนอ่ะ” จรูญรีบแย้งขึ้นอีก บอกแบบนี้แล้วจอมนรีก็คงจะเลิกตื๊อไปเอง ทว่า... “ดีเลยอย่างนั้นเราไปกับพวกเธอด้วยนะ นะ นะ” จอมนรีกลับอ้อนขอไปด้วยเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าทั้งคู่ไม่อาจปฏิเสธได้จึงจำใจให้จอมนรีไปด้วย จอมนรีรีบเข้ามาควงแขนเพื่อนทั้งสองคนด้วยความลิงโลด พร้อมกับเกี่ยวแขนทั้งคู่ไว้คนละข้างโดยเธออยู่ตรงกลางก่อนจะดึงเพื่อนแล้วลากถูลู่ถูกังออกจากห้องเรียนไป บรรยากาศตลาดเย็นที่มหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา มีร้านรวงต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ เสื้อผ้าและสินค้าเบ็ดเตล็ดต่างๆ และยังเป็นจุดรวมพลที่นิสิตในมหา’ลัยยังสามารถนำสินค้ามาเปิดท้ายขายของได้อีกด้วย ทั้งสามคนได้ของติดไม้ติดมือกันมาคนละชิ้นสองชิ้น และก็เดินมาหยุดที่ร้านจิ้มจุ่ม “กินร้านนี้กันนะ เราอยากกินมากเลย เดี๋ยวเราเลี้ยงเอง” “เฮ้ย ไม่ต้องๆ” จรูญกับปาเจราโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่า จอมนรีถึงอยากเข้ามาตีสนิทกับพวกเธอเพราะว่าไม่มีอะไรที่ดูจะเข้ากันได้เลยสักนิด จอมนรีสังเกตวิธีการกินจิ้มจุ่มจากทั้งสองคนด้วยความสนอกสนใจ หลักการเดียวกับการกินชาบูนั่นแหละเพียงแต่นี่เป็นอาหารแบบไทยอีสาน “ไม่เคยกินเหรอ?” ปาเจราเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม เพราะเห็นว่าจอมนรีดูสนใจใคร่รู้และลอบมองเธอกับจรูญที่ช่วยกันหยิบจานเนื้อสัตว์ ตับ ผ้าขี้ริ้ว วุ้นเส้น และบรรดาผักประดามีลงเตาหม้อดินที่มีน้ำซุปแจ่วฮ้อนรสแซ่บอยู่ จอมนรีส่ายหน้าวืดพร้อมกับตอบเสียงอ่อย “เราเคยกินแต่ชาบู” “เชื่อเขาเลย” จรูญสัพยอกหยอกเย้า จอมนรีก็ได้แต่ยิ้มแหยกลับ “เอาถ้วยมา เราตักให้” ปาเจราเอ่ยขึ้น จอมนรีจึงส่งถ้วยให้เธอ ปาเจราตักใส่ถ้วยก่อนจะยื่นให้เธอ ปาเจรากับจรูญจะใช้สรรพนามที่เป็นกันเองแบบมึงมาพาโวย แต่เวลาคุยกับจอมนรีนั้นก็จะเป็นอีกแบบ “กินกับน้ำจิ้มแจ่วอันนี้นะ” ปาเจราแนะนำวิธีกิน จอมนรีพยักหน้ารับ ทั้งสามคนกินไปคุยกันเหมือนการละลายพฤติกรรมไปในตัว “อ้าว! อิจู มึงเป็นคนจันท์ฮิ?” ปาเจรายกมือตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทันที่ตัวเองก็ดันเผลอหลุดสำเนียงและคำสร้อยประโยคคำว่า “ฮิ” ของจังหวัดระยองออกมาแบบไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน เมื่อได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วจรูญเป็นคนจันทบุรีเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกัน “เออ แล้วมึงคนที่ไหนฮิ?” “ระยองฮิ” “กูว่าแล้ว ผีย่อมเห็นผี ที่แท้ก็คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันนี่เอง ฮะฮ่า” จรูญเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง ก่อนที่เสียงหนึ่งที่เอ่ยขึ้นมาบ้าง “จริงเหรอ! เราเองพื้นเพก็เป็นคนจังหวัดตราดนะ” เมื่อสิ้นเสียงของจอมนรี ทั้งคู่ก็หันขวับมามองหน้าเธอโดยมิได้นัดหมาย ก่อนที่ทั้งคู่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันและเสียงดังกว่าเดิม ‘นี่มันคือการรวมตัวกันของอัญมณีแห่งภาคตะวันออกชัดๆ’ มันเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตาก็ไม่รู้ที่ทำให้ทั้งสามคนมาเจอกันที่นี่ เพื่อนๆ เคยได้ยินประโยคนี้ไหม... ระยอง “ฮิ” สั้น จันท์ “ฮิ” ยาว ตราด “ฮิ” ใหญ่ “ฮิ” ไม่ใช่คำทะลึ่งแต่เป็นภาษาถิ่นและเป็นมรดกทางภาษาที่สืบทอดใช้เป็นคำสร้อยของประโยค สำเนียงการพูดจะพูดสั้นยาวแตกต่างกัน คนระยองพูดสั้นๆ คนจันท์พูดยาวๆ ส่วนคนตราดพูดน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อนั้นมิตรภาพของทั้งสามคนก็เริ่มเบ่งบาน... และนับจากวันนี้แก๊งของปาเจราก็ประกอบไปด้วยสาวห้าวของกลุ่มอย่างปาเจรา คนที่สองตัวแม่ตัวมัมจากเมืองจันท์ อย่างจรูญ และตามมาด้วยสาวน้อยไร้เดียงสาเมืองตราดอย่างจอมนรี นับว่าเป็นการรวมตัวกันได้อย่างลงตัวทีเดียว“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว
‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ...“อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วงชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา...“ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจ
จอมนรีขับรถมาส่งเพื่อนทั้งสองที่หอพักในนอกของมหาวิทยาลัย ที่นี่จะมีอาคารที่พักอยู่ทั้งหมดหกตึก แยกเป็นหอพักหญิงสี่ตึก และหอพักชายสองตึก เป็นหอพักสูงแปดชั้น สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กันกี่คนมีห้องสองคน สามคน และสี่คน ราคาห้องเป็นไปตามจำนวนคน หากคนน้อยราคาก็จะสูงกว่านั่นเอง แต่มันก็ยังถูกกว่าออกไปอยู่หอนอก และที่นี่ก็มีคนคอยดูแลตลอดจึงมีความปลอดภัยสูงปาเจราเลือกอยู่ห้องสองคน เช่นเดียวกับจรูญ หอในนอกจะไม่สามารถเลือกรูมเมทเองได้ จะเป็นทางกองกิจการนิสิตที่จัดสรรมาให้หอพักจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้ หอพักหญิงประกอบไปด้วย หอพลับพลึง พุดตาน ลานไพลิน และเทียนกิ่ง ปาเจราอยู่ตึกลานไพลินส่วนหอพักชายจะมีหอพักพยับเมฆ และพยับหมอก จรูญอยู่ตึกพยับเมฆ“ขอบใจนะ อุตส่าห์มาส่ง กลับดีๆ ล่ะ” ปาเจราบอกจอมนรีแล้วก็โบกมือร่ำลากัน“อื้อ แล้วคุยกันในไลน์นะ” จอมนรีตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคนแลกเบอร์แลกไลน์กันและยังตั้งชื่อแก๊งด้วยว่า “อัญมณีแห่งตะวันออก” หลังจากนั้นจอมนรีก็ขับรถกลับคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันมากนักปาเจราเข้ามาในห้องก็เห็นว่ารูมเมทของเธอ กำลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์ล้างจานบริเวณระเบียงห้







