เข้าสู่ระบบ“ขอซื้อไอติมล้างปากแป๊บ” ปาเจราเอ่ยกับเพื่อนจบ แล้วก็วิ่งเข้าร้านไอศกรีมเลือกซื้อแบบโคนซอฟต์ครีมรสวานิลลาที่รสสัมผัสเนียนนุ่มกว่าไอศกรีมปกติ
เรียวลิ้นเล็กแลบเลียละเลียดชิมไอศกรีมเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้นอย่างเพลิดเพลิน พลางเดินดูร้านรวงสองข้างทาง ทางซ้ายทีทางขวาที พอเริ่มดึกนิสิตและชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นก็พากันออกมาเดินกันขวักไขว่จนทางเดินแน่นขนัดเบียดเสียดไปด้วยผู้คนเต็มทางเดิน “อีเจ เดินระวังๆ หน่อยมึง คนเยอะ มึงยิ่งกระโดกกระเดกอยู่” จรูญว่า ปาเจราย่นจมูกใส่เพื่อนพร้อมกับถลึงตาใส่ทันควัน พูดยังไม่ทันขาดคำ... “โอ๊ะ!” เท้าของเธอก็ไปเตะเอาขาตั้งร่มสนามของร้านขายน้ำลำไย คนตัวเล็กล้มคะมำไปทางด้านหน้า ปึก! หน้าผากของเธอก็กระแทกเข้ากับของแข็งเบื้องหน้าที่ขวางกั้นอยู่เต็มๆ ขณะที่เพื่อนสองคนยกมือขึ้นอุดปากตัวเองไม่ให้กรีดร้องออกมาเสียงดังกับภาพตรงหน้า “จะอยู่ท่านี้อีกนานไหม!” เสียงห้วนปนด้วยความไม่พอใจของใครคนหนึ่งดังขึ้นกระทบโสตประสาท หน้าผากของเธอชนกับของแข็งที่ว่าก็คือหน้าอกแข็งๆ ของใครคนหนึ่ง แต่นั่นยังไม่แย่ไปกว่า...เมื่อเลื่อนสายตามองลงไปที่หน้าอกอวบใหญ่ภูเขาไฟอันแสนนุ่มหยุ่นของตัวเอง ที่ตอนนี้มันกำลังเบียดเสียดแนบอยู่ที่หน้าท้องแน่นๆ ของเขาอยู่ด้วย เหี้ย!... นี่คือเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัว... ปาเจราผงะรีบก้าวเท้าถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วเงยหน้าขึ้นไปหาคู่กรณี ด้วยความสูงของเขา เธอคิดว่าสูงเกือบ 190 ซม.เห็นจะได้ ความสูงของเขาเทียบกับเธอแล้วยังกับเสาไฟฟ้ากับหลักกิโลก็คงไม่ผิดนัก ปาเจรากะพริบตาปริบมองใบหน้าหล่อเข้มผิวสีแทนตามแบบฉบับหนุ่มไทย พลางเกาหน้าผากตัวเองป้อยๆ เขาเองก็ขมวดคิ้วมุ่นกำลังกอดอกจ้องมองมาที่เธออย่างคาดโทษ ทว่าเธอเห็นสีหน้าแบบเกรี้ยวกราดแค่เพียงแวบเดียวเท่านั้น ถ้าเธอมองไม่ผิดใบหน้าเข้มขรึมแปรเปลี่ยนมาเป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม แบบดูเจ้าเล่ห์ในชั่วพริบตา เขามากับเพื่อนอีกสองคน ซึ่งก็ดูหล่อเท่พอๆ กัน ปาเจราเลื่อนสายตาลงมาที่อกเสื้อของเขาก็เห็นว่ามันเลอะไปด้วยไอศกรีมของเธอ เขาสวมเสื้อชอปสีกรมท่าทับเสื้อยืดสีดำ อกด้านขวามีสัญลักษณ์โลโก้รูปเฟืองเกียร์สีทอง กับตัวอักษรที่ระบุคำว่า Engineering ‘เรียนวิศวะสินะ’ “ขอโทษนะคะพี่” ปาเจรายกมือไหว้ปลกๆ ไม่รู้ว่ารุ่นพี่หรือเปล่าแต่ดูจากหน้าแล้วก็น่าจะใช่ เพื่อนสาวทั้งสองคนรีบขยับมายืนขนาบข้างปาเจรา พร้อมกับโค้งคำนับกล่าวขอโทษขอโพยแทนเพื่อนเช่นกัน ปาเจรารีบเปิดกระเป๋าควานหากระดาษทิชชูแล้วส่งให้เขา “นี่ค่ะพี่ เช็ดทำความสะอาดก่อนค่ะ” “ไม่อะ” “คะ?” ปาเจราเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงคำถามเพราะไม่เข้าใจ เขาไม่รับคำขอโทษจากเธออย่างนั้นเหรอ? ทว่า...หลังจากนั้นเขาก็ถอดเสื้อชอปออก ปาเจราได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดเกรียวกราวของบรรดาสาวๆ ที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นที่ชี้ชวนและสะกิดกันให้หันมาดูเหตุการณ์ ‘พี่คนนี้เป็นคนดังอย่างนั้นเหรอ?’ “เธอทำเสื้อฉันเลอะ ก็เอาไปซักแล้วเอามาคืนฉันแล้วกัน” พูดจบเขาโยนเสื้อชอปมาให้เธอ ปาเจราก็รับไว้อย่างงงๆ ยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไรต่อ สามคนนั้นก็เดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ‘ยังไม่ได้ถามเลยว่าจะให้เอาไปคืนที่ไหน?’ “กรี๊ด อีเจ มึงรู้ไหม สามคนนั้นน่ะตัวท็อปคณะวิดวะเลยนะมึง พี่เตช พี่วิน พี่ภู คนที่แกชนเมื่อตะกี้ชื่อพี่เตช” “คนบ้าอะไรวะ ชื่อ แต-ด” “เตช ว๊อย” จรูญสวนทันควัน “นั่นน่ะ แก๊งนารีรำพึง เป็นรุ่นพี่ปีสี่ มึงไม่เห็นเหรอสาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่” จรูญพูดไปก็ทำหน้าแบบเพ้อๆ ชวนฝันไป เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีจูมันไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหนแต่ก็อย่างว่าล่ะ ถ้าเรื่องผู้ชายอีจูมันหูตาไวกว่าใคร ปาเจราก็พอจะเดาได้อยู่หรอก ว่าไม่ใช่แค่สาวๆ ที่กรี๊ดกร๊าด เพื่อนเก้งของเธอก็แสดงอาการอย่างออกนอกหน้าไม่แพ้กัน ทั้งสามเดินออกมาจากตลาดและคุยกันมาตลอดทาง โดยหัวข้อในวงสนทนาก็คงไม่พ้นเรื่องของ “แก๊งนารีรำพึง” ‘ชื่อแก๊งเหมือนชื่อยาดองชะมัด’ ปาเจราคิดอยู่ในใจ “ก็ไม่รู้จักอยู่ดี” ปาเจราเปรยออกมาซื่อๆ “ได้ยินคนเขาพูดว่าสามคนนั่นน่ะ แซ่บสูดปากพละกำลังดุจช้างสาร ใครโดนซั่มแล้วลืมไม่ลง ก็เป็นที่มาของชื่อแก๊งไง นารีรำพึงรำพันฝันหาอะ พูดไปแล้วน้ำเดิน” จรูญเพ้อพก กำลังวาดวิมานกลางอากาศจินตนาการอยู่ “อีทะลึ่ง” ทว่าก็ถูกปาเจราแหวเสียงทำลายวิมานกลางหาวใส่เพื่อนเสียพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา ส่วนจอมนรีนั้นก็แอบฟังอย่างเงียบๆ เพื่อเก็บข้อมูล “มึงพูดอะไรเกรงใจจอมหน่อย ใจแตกหมดแล้วเนี่ย” ปาเจราบุ้ยปากไปทางจอมนรี เพื่อนสาวสุดเรียบร้อยของกลุ่ม “จริงๆ เราก็ไม่ได้เรียบร้อยขนาดนั้นนะ เรื่องพวกนี้ก็ศึกษามาบ้าง” เธอเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเกาแก้มป้อยๆ แถมด้วยรอยยิ้มเขินๆ “หืม” เพื่อนทั้งสองคนอุทานขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน ก่อนหันขวับไปทางจอมนรีเป็นตาเดียว “สเปกมึงเลยอะดิ น้องผู้หญิงคนเมื่อกี้” วายุหรือวินด์เอ่ยแซวเพื่อน เพราะเห็นปฏิกิริยาของเตชเมื่อตะกี้นี้แล้วคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เมื่อนั้นก็เห็นรอยยิ้มร้ายดูเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาที่มุมปากของเตชเป็นคำตอบ เขาจึงรู้ได้ทันทีแบบไม่ต้องสืบอีก วายุเป็นหนุ่มสุดซึนของกลุ่ม เขาเป็นคนนิ่งๆ มักไม่ชอบแสดงอาการและเก็บความรู้สึกตัวเองได้ดีเสมอ ต่างกับเตชที่ตรงกันข้ามหากถูกใจใครก็รุกทันทีไม่รีรอ แต่ก็ยังคงไว้ลายและวางฟอร์มละมุนละม่อมอยู่ สาวๆ มักจะยกให้วายุเป็นวิศวะทรงผัวที่กร้าวใจ ความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอทุกโพล “โพผัวที่จริงใจคือวายุ” “โถ่ ไอ้เตช มึงมันไวไฟ เดือนนี้มึงฟาดไปกี่คนแล้ว อย่าว่าแต่กูฟันไม่เลือกมึงก็ไม่ต่างจากกู” ภิภูหรือภู เอ่ยสัพยอกเพื่อนบ้าง ภิภูมีนิสัยจัดได้ว่าเจ้าชู้ ดุดันไม่เกรงใจใคร โผงผาง ทรงแบดที่แท้ทรู จบจากโรงเรียนช่างมาต่อวิศวะที่นี่ เขาเป็นเสือผู้หญิง รุกหนัก รุกแรงเดินหน้าจีบเต็มพิกัดไม่มีแตะเบรก ความเชี่ยวชาญด้านนารียกให้เขาเป็นอันดับหนึ่งสมกับสมญานามที่ว่า “ชาญนารี” “กูเลือก แต่มึงต่างหากที่ไม่เลือก ซื้อเกียร์แจกสาว หมดไปเป็นร้อยแล้วมั้ง เพราะมึงเลย เกียร์เลยไม่ศักดิ์สิทธิ์เนี่ย จะหลอกซั่มกับใครก็เอาเกียร์มาล่อ” เตชสวนกลับภิภูทันควัน หากเอาเตชไปเทียบกับเพื่อนสองคนนี้ที่สุดโต่งไปคนละทาง เขามันก็แค่ผู้ชายกลางๆ คนหนึ่ง “เออ ไม่ต้องเถียงกัน พวกมึงก็ไม่ต่างกันหรอก เพลาๆ หน่อยก็ดีเรื่องผู้หญิงเนี่ย” วายุตัดบทสนทนาให้ เพราะเดี๋ยวสองคนนี้มันจะกัดกันไม่เลิก ยิ่งกว่าหมาเสียอีก “ครับเพื่อนวินด์พ่อเทพบุตร สุภาพบุรุษ พ่อคนจริง คบใครคบจริง คบทีละคน” ภิภูแดกดันเพื่อน วายุส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ดูแล้วเขาน่าจะเป็นคนเอาถ่านและเป็นโล้เป็นพายมากที่สุดในกลุ่มแล้ว ...“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว
‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ...“อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วงชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา...“ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจ
จอมนรีขับรถมาส่งเพื่อนทั้งสองที่หอพักในนอกของมหาวิทยาลัย ที่นี่จะมีอาคารที่พักอยู่ทั้งหมดหกตึก แยกเป็นหอพักหญิงสี่ตึก และหอพักชายสองตึก เป็นหอพักสูงแปดชั้น สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กันกี่คนมีห้องสองคน สามคน และสี่คน ราคาห้องเป็นไปตามจำนวนคน หากคนน้อยราคาก็จะสูงกว่านั่นเอง แต่มันก็ยังถูกกว่าออกไปอยู่หอนอก และที่นี่ก็มีคนคอยดูแลตลอดจึงมีความปลอดภัยสูงปาเจราเลือกอยู่ห้องสองคน เช่นเดียวกับจรูญ หอในนอกจะไม่สามารถเลือกรูมเมทเองได้ จะเป็นทางกองกิจการนิสิตที่จัดสรรมาให้หอพักจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้ หอพักหญิงประกอบไปด้วย หอพลับพลึง พุดตาน ลานไพลิน และเทียนกิ่ง ปาเจราอยู่ตึกลานไพลินส่วนหอพักชายจะมีหอพักพยับเมฆ และพยับหมอก จรูญอยู่ตึกพยับเมฆ“ขอบใจนะ อุตส่าห์มาส่ง กลับดีๆ ล่ะ” ปาเจราบอกจอมนรีแล้วก็โบกมือร่ำลากัน“อื้อ แล้วคุยกันในไลน์นะ” จอมนรีตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคนแลกเบอร์แลกไลน์กันและยังตั้งชื่อแก๊งด้วยว่า “อัญมณีแห่งตะวันออก” หลังจากนั้นจอมนรีก็ขับรถกลับคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันมากนักปาเจราเข้ามาในห้องก็เห็นว่ารูมเมทของเธอ กำลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์ล้างจานบริเวณระเบียงห้







