LOGIN“คุณหมอศรัณย์ที่เคยเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว คุณหมอผู้เคยสูงส่ง บัดนี้ลงไปกองแทบเท้าเด็กสาว ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อ้อนวอนขอชีวิตลูก ราวกับขอทานที่กำลังจะสิ้นลม”
View More@เมื่อ 2 ปีก่อน... หน้าตึกผู้ป่วยนอก
"พี่หมอขา! พายเอาน้ำส้มคั้นสดมาให้ค่ะ พายคั้นเองกับมือเลยนะ รับรองว่าไม่มีน้ำตาล มีแต่ความจริงใจล้วนๆ!"
เด็กสาวในชุดมัธยมปลายปลายแก่นเซี้ยว วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าฝูงชนเข้ามาหาศัลยแพทย์หนุ่มที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องตรวจ หมอศรันย์ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาหยุดกะทันหัน ใบหน้าเรียบเฉยนั้นดูดุดันกว่าปกติเมื่อจ้องมองเด็กสาวที่ยิ้มร่าจนตาหยี
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาที่นี่... กลับไปเรียนหนังสือซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยไร้ซึ่งอารมณ์
"พายเรียนเสร็จแล้วค่ะ! อีกอย่าง พายจองคิวพี่หมอไว้แล้วนะ"
"คิวอะไรของเธอ"
"ก็คิวจีบไงคะ พี่หมอห้ามผิดนัดสิ"
"พรรณนารา" เขาเรียกชื่อจริงเธอด้วยเสียงเข้ม "ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ"
เขาก้าวเดินหนีอย่างไม่ใยดี แต่พระพายในวัย 17 ก็ยังวิ่งตามกวดไปข้างๆ
"พี่หมอจะไล่พายไปไหนก็ได้ แต่พายจะจีบพี่หมอจนกว่าพี่หมอจะใจอ่อน! คอยดูเถอะ สักวันพี่หมอต้องยอมสยบแทบเท้าเด็กกะโปโลคนนี้!"
"น่ารำคาญ"
"รำคาญก็รำคาญไปสิ แต่พายไม่คิดจะถอยหรอกนะ"
คำว่า "น่ารำคาญ" ของหมอศรันย์ดูเหมือนจะมีอานุภาพทำลายล้างต่ำกว่าที่เขาคิด เพราะพระพายไม่แม้แต่จะเก็บมาใส่ใจ เธอยังปรากฏตัวพร้อมกับ "ไอเทม" ใหม่ ที่จะมาพิชิตใจคุณหมอหน้านิ่ง
ความรักที่เคยใสซื่อและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีตที่เธอไม่กล้านึกถึง เพราะความสดใสทั้งหมดได้ตายจากไปแล้วตั้งแต่วันที่เหตุการณ์บนเตียงคืนนั้นเปลี่ยนสถานะของเธอจาก "เด็กที่เคยวิ่งตามจีบ" ให้กลายเป็น "ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา"
@ปัจจุบัน...
กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศสะอาดยังคงอบอวลอยู่ในห้องพักส่วนตัวของศัลยแพทย์หนุ่ม แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้หัวใจของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงกว้างรู้สึกผ่อนคลายลงเลย
'พระพาย' กระชับผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปิดกั้นผิวพรรณที่เต็มไปด้วยร่องรอยสีจาง ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขณะมองแผ่นหลังกว้างของเจ้าของห้องที่กำลังสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวอย่างใจเย็น ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเป็นเพียงกิจวัตรประจำวันที่ไม่มีความหมายอะไร
"พี่หมอคะ..." เสียงหวานสั่นพร่าเล็กน้อย
'หมอศรันย์' ชะงักมือที่กำลังติดกระดุมข้อมือ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่จ้องมองเขาด้วยความคาดหวัง
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วพาย... ว่าเวลาอยู่กันสองคน อย่าเรียกฉันแบบนั้น"
คำพูดที่เย็นเยียบยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศในห้องทำเอาพระพายเม้มริมฝีปากแน่น
"ทำไมคะ ในเมื่อตอนนี้เรา..."
"มันคือความผิดพลาด"
คำสรุปสั้นๆ จากปากชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาครึ่งชีวิตเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลงบนกลางใจ เขาหันกลับมาในที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาคมกริบนั้นเรียบเฉยเสียจนน่าใจหาย สายตาคู่เดิมที่เคยทอดมองเธออย่างห่างเหิน บัดนี้มันยิ่งดูห่างไกลออกไปอีกเป็นพันลี้
หมอศรันย์เดินตรงมาที่ข้างเตียง ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะโคมไฟ
"ในนี้คือเงินจำนวนหนึ่ง เผื่อเธอต้องใช้ซื้อยา... หรืออะไรก็ตามที่จำเป็นจากเรื่องคืนนี้"
"พายไม่ได้ต้องการเงิน!" พระพายตวาดเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้หยดลงบนหลังมือ
"พายชอบพี่... พายจีบพี่มาตลอด พี่ก็น่าจะรู้ว่าที่พายยอม เพราะพายรัก..."
"แต่ฉันไม่ได้รักเธอ"
ประโยคเดียว... ที่ทำให้โลกทั้งใบของเด็กสาววัยสิบเก้าหยุดหมุน
"และถ้าเธอยังอยากจะอยู่ในชีวิตฉันต่อ ในฐานะเด็กที่พ่อฉันฝากฝังให้ดูแล เธอก็ต้องยอมรับ 'เงื่อนไข' ของฉันให้ได้"
"เงื่อนไขอะไรคะ"
หมอศรันย์โน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นรดรินใบหู แต่มันกลับหนาวสั่นไปถึงกระดูก
"ข้อแรก... เรื่องคืนนี้ต้องตายไปกับเราสองคน ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด แม้แต่พ่อของเธอ"
"..."
"ข้อสอง... เวลาอยู่ที่โรงพยาบาล หรือต่อหน้าคนอื่น เราคือคนรู้จักที่ไม่ได้สนิทสนมกัน"
"และข้อสุดท้าย..." เขาเชยคางมนขึ้นมาสบตาด้วยแววตาที่กดดัน
"อย่าแสดงอาการหึงหวง หรือทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตฉัน เพราะสถานะของเธอ... มีสิทธิ์อยู่ได้แค่ในสถานที่ที่ฉันอนุญาตเท่านั้น"
"ถ้าพายทำไม่ได้ละคะ?"
หมอศรันย์เหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่พระพายเกลียดที่สุด เพราะมันคือคำสั่งไล่ทางอ้อม
"ถ้าทำไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปจากชีวิตฉันซะ ตั้งแต่วินาทีนี้"
ชายหนุ่มหยิบเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดขึ้นมาพาดแขน ก่อนจะเดินออกจากห้องพักไปโดยไม่หันกลับมามองร่างสั่นเทาที่ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป
พระพายมองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยความรู้สึกที่พังทลาย... นี่คือรางวัลของคนสายตื๊ออย่างเธอใช่ไหม?
ได้เป็น 'เมีย' อย่างที่เคยฝัน... แต่เป็นได้เพียง 'เมียลับ' ที่เขาพร้อมจะเขี่ยทิ้งทุกวินาทีที่เธอทำผิดกฎ
@เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันหยุดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอนใหญ่ แต่เจ้าของห้องอย่าง พระพาย กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวได้ง่ายๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ระบมจนแค่จะพลิกตัวยังต้องนิ่วหน้า ระบมไปทั้งตัว"อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วขยับกายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ศรันย์ห่มให้ไว้อย่างเรียบร้อยรัดกุม"แกรก..."ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอศรันย์ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดกาวน์ แต่อยู่ในชุดลำลองสบายๆ ที่มี "ผ้าอ้อม" พาดบ่าข้างหนึ่ง และมืออีกข้างหนึ่งกำลังอุ้ม น้องพรีม ที่กำลังดูดจุกหลอกจ๊อบๆ อย่างอารมณ์ดี โดยมี น้องพร้อม เดินเกาะชายเสื้อคุณพ่อต้อยๆ เข้ามาด้วย"ชู่ววว... น้องพร้อมครับ เบาๆ ลูก..มามี้ยังนอนหลับอยู่" ศรันย์กระซิบกระซาบกับลูกชายตัวแสบ"มัมมี้เป็นอะไรครับปาป๊า? เมื่อคืนพร้อมตื่นมาได้ยินมามี้ร้องเสียงดังเหมือนโดนไดโนเสาร์กัดเลย" น้องพร้อมถามตาใสแป๋วทำเอาพระพายที่แกล้งหลับอยู่ถึงกับหน้าแดงแป๊ดจนต้องมุดหน้าลงกับหมอนศรันย์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางปรายตาไปทางก้อนผ้าห่มบนเตียง "อ๋อ... มามี้ไม่ได้โดนไดโนเสาร์กัดครับ มามี้
ศรันย์ไม่ปล่อยให้พระพายได้พักนานนัก หลังจากบทเพลงรักริมกระจกจบลง เขาก็ช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของภรรยาขึ้นแนบอกอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่รอคอยพวกเขาทั้งคู่ ทันทีที่แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับที่นอนนุ่ม ศรันย์ก็โน้มตัวลงทาบทับ กักขังเธอไว้ภายใต้อ้อมแขนและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"พี่หมอ... พอแล้วค่ะ พายไม่มีแรงแล้วจริงๆ" พระพายประท้วงเสียงแผ่วแต่ดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำเยิ้ม ยามมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจเมื่อผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเหงื่อซึมตามไรผม"รอบที่สาม... พี่ขอแบบจัดเต็มนะครับคนเก่ง..นะครับ" ศรันย์ไม่อ้อนเปล่าแต่เขาใช้มือหนาแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม จนพระพายต้องหน้าร้อนผ่าว "พะ..พี่หมอ แต่เมื่อกี้พี่ทำไปแล้วนะคะ""เมื่อกี้ริมกระจกพี่เน้นท่าทาง แต่บนเตียง... พี่จะเน้นความลึกซึ้งให้ถึงใจพาย พายจะได้ไม่ลืม ว่าเราทำอะไรกันที่ไหนยังไง ท่าอะไร""พะ..พี่ อื้ออ~"ศรันย์ก้มลงครอบครองยอดปทุมถันอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ดูดดึง แต่ใช้นิ้วเรียวบีบเค้นเต้าอวบทั้งสองข้างสู้มืออย่างหนักหน่วง เสียงครางหวานลั่นห้องเมื่อลิ้นร้อนตวัดรัวที่ยอดอกสลับกับกา
"อ๊ะ!! พี่หมอ"บทรักบนโซฟาเป็นเพียงบทเพลงอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะเมื่อศรันย์ได้ลิ้มรสหวานจากน้ำผึ้งที่เขาโหยหามานานแรมปี ไฟราคะในตัวศัลยแพทย์หนุ่มก็ลุกโชนจนยากจะดับลง"พี่หมอ... พอแล้วมั้งคะ พายจะละลายหมดแล้วนะ" พระพายเอ่ยเสียงระทดระทวย ร่างกายอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แต่ดวงตากลมโตกลับหวานเยิ้มสะท้อนความต้องการที่ไม่ต่างกัน"ยังครับ... บนโซฟามันแค่น้ำจิ้ม" หมอศรันย์พึมพำชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเมียเด็กขึ้นแนบอก "พี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ... พายจำได้ไหม ตรงกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหลังบ้านน่ะ พี่แอบมองพายตรงนั้นบ่อยๆ เวลาพายยืนกล่อมลูก""พี่หมอ! ตรงนั้นมัน... มันโล่งไปไหมคะ" พระพายหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ ทว่ากลับมีความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย"ไม่มีใครเห็นหรอกครับ มืดขนาดนี้... มีแต่พี่ที่จะเห็นพายชัดๆ""แต่ว่า...?""ตอบช้าถือว่าตกลงนะคะ""หมับ!!""พี่หมอ!!"ศรันย์อุ้มเมียสุดที่รักขึ้น ก่อรจะรีบสาวเท้าเดินไปยังเป้าหมาย เขาวางร่างบางลงให้ยืนพิงกับกระจกใสบานยักษ์ ความเย็นของกระจกที่สัมผัสแผ่นหลังทำเอาพระพายสะดุ้งโหยง แต่ความร้อนจากแผ่นอกแกร่งของศรันย
"อ่าห์ พี่หมอ~"ความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของพระพาย ร่างระหงนอนหมดแรงอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ผิวพรรณแดงระเรื่อจากการถูกกระตุ้นด้วยลิ้นร้อนของคุณหมอหนุ่มเมื่อครู่จนถึงฝั่งฝันไปรอบหนึ่ง แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้"พายครับ""คะ"ศรันย์ขยับกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาสวย สายตาคมกริบจ้องมองเมียรักที่กำลังนอนหายใจรินรดไหล่ตัวเองด้วยความหลงใหล เขาจัดการถอดกางเกงนอนของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็น "เจ้ามังกร" ยักษ์ที่ตื่นตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโป่ง มันขยายขนาดจนน่ากลัวสะท้อนถึงความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายเดือน"พี่หมอ... พายเหนื่อยแล้วนะคะ" พระพายพยายามประท้วงเสียงเบาหวิวเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ของสามี นี่มันเกินมาตรฐานชายไทยไปมาก เมื่อก่อนไม่เห็นจะใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้ทั้งใหญ่ทั้งยาวจนแค่มองก็ม้สนท้องน้อยไปหมด"พายเสร็จไปแล้ว... แต่พี่ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ" ศรันย์อ้อนเสียงนุ่มเขาโน้มตัวลงไปกอดเอวบางแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอ "พายครับ... ช่วยพี่หน่อยนะ พี่ปวดไปหมดแล้ว ดูสิ... มันคิดถึงพายจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"มือหนาจั
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักฟื้นวีไอพีดูจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่กลับเป็นความคึกคักที่ทำให้คนที่แอบยืนมองผ่านช่องกระจกประตูอย่าง หมอศรันย์ แทบจะกระอักเลือดตายรอมร่อเขายืนกำชาร์ตคนไข้ในมือแน่นจนนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนไม่ให้พุ่งเข้าไปกระชากทุกคนออกไปจากผู้หญิงของเขา... ค
@1 สัปดาห์ต่อมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เข้าเวรผ่าตัดตามปกติ และไม่เหลือคราบศัลยแพทย์ผู้สูงส่งที่ใครๆ ต่างเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม ดวงตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอนและเอาแต่จ้องมองหน้าต่างห้องพักฟื้นจากม้านั่งข้างล่างราวกับคนเสียสติเ
ตลอดทั้งวันในโรงพยาบาล หมอศรันย์ไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่น้อย ภาพรอยยิ้มของพระพายที่ส่งให้หมอภีมมันตามหลอกหลอนเขาจนอยากจะขว้างแฟ้มประวัติคนไข้ทิ้ง ยิ่งเห็นหมอภีมเดินเข้าออกห้องพักฟื้นพร้อมขนมนมเนย เส้นประสาทของเขาก็แทบจะระเบิดจนกระทั่งช่วงเย็น หลังจากหมอนลินขอตัวกลับไปก่อน ศรันย์ก็ไม่รอช้าที่จะพุ่ง
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น ณ แผนกศัลยกรรมกระดูก บรรยากาศรอบตัวของ หมอศรันย์ ดูเปลี่ยนไปจนพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แอบซุบซิบ ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงภาพเหตุการณ์เมื่อ






reviews