LOGINเมื่อทรงโจร มันไม่โดนใจสาวที่หมายตา ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง!
View More“ปา-เจ-รา” แปลว่า ครูของครู
ถามว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา? “ปา-เจ-รา” เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อวิชญ์และแม่นิด เธอเติบโตมาในครอบครัวข้าราชการครู นิดาผู้เป็นแม่มีอาชีพครูโรงเรียนอนุบาล ส่วนวิชญ์ผู้เป็นพ่อมีอาชีพเป็นครูในโรงเรียนประถมศึกษา ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคนี้... “พ่อแม่เปรียบเหมือนครูคนแรกของลูก” อีกมุมมองที่อยากจะชวนให้ขบคิด การที่เรามีลูกก็เหมือนกับว่าเราต้องได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากลูก ดังนั้นลูกของเราก็เปรียบเหมือนครูคนแรกของเราเช่นกัน นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ “ปา-เจ-รา” แรกๆ ปา-เจ-รา ก็ชอบชื่อของเธอ เพราะมันกิ๊บเก๋ยูเรก้าไม่ซ้ำใครดี จนกระทั่งมารู้ตัวว่าชื่อนี้เริ่มจะมีปัญหาก็ตอนอายุสิบสี่ ‘ไปไหนมา ยัยปาเจโร่’ ‘ปาเจรา ว๊อย!’ ปา-เจ-รา เกิดมาในสังคมของการล้อชื่อของตัวเองหรือกระทั่งลามปามไปถึงชื่อของพ่อและแม่ ‘พ่อ แม่ หนูขอเปลี่ยนชื่อได้ไหม?’ ‘จะเปลี่ยนทำไมเล่า ชื่อนี้ก็เพราะดีอยู่แล้ว พ่อกับแม่อุตส่าห์ตั้งให้หนูนะ’ ‘ก็เพื่อนมันชอบล้ออ่ะ’ ‘อย่างนั้นพ่อจะไปคุยกับคุณครูเอง เด็กคนไหนมันล้อชื่อลูกพ่อ พ่อจะจัดการมันเอง’ นั่นแหละเลยทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อนในช่วงมัธยมศึกษาเท่าไรเพราะถูกเพื่อนเขม่น ที่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ จนหลังๆ เธอก็เริ่มไม่ใส่ใจ และมันก็เริ่มชินชาไปเอง มันล้อมาเธอก็ด่ามันกลับก็เท่านั้น สังคมหล่อหลอมให้เธอเป็นคนที่แกร่งขึ้น หลายๆ คนคงเจอกับปัญหาเหมือนเธอในช่วงวัยหนึ่งของการศึกษา ไม่ว่าจะล้อชื่อ กลั่นแกล้งกัน หรือแม้แต่บูลลี่เรื่องรูปร่างหน้าตาลามไปถึงเพศสภาพ ซึ่งยังเป็นปัญหาที่มีอยู่ในทุกสังคม แต่ถ้าหากเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่แข็งแกร่งพอก็จะก้าวข้ามผ่านไปได้ และบางคนอาจจะไม่โชคดีเหมือนเธอ พวกเขาอาจจะกลายเป็นคนมีปมในที่สุด… นับตั้งแต่ที่เธอจำความได้ ปาเจราก็โตมากับทะเล พ่อกับแม่มักจะพาไปพักผ่อนหย่อนใจที่ทะเลเสมอเพราะว่าอยู่ใกล้บ้าน และไม่เสียค่าใช้จ่ายเยอะ มีทะเลสีเทอร์คอยส์เป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ มีหาดทรายขาวละเอียดเป็นสนามเด็กเล่น อย่างที่รู้กันว่าอาชีพครูในช่วงแรกๆ รายได้ก็ไม่มากและมาพร้อมกับหนี้สินกับการกินการใช้ รวมไปถึงการกู้ซื้อบ้านและรถ รอจนจวบเมื่อได้วิทยฐานะครูชำนาญการ เงินเดือนก็ปรับขึ้นตามลำดับขั้น หลังจากนั้นครอบครัวจึงไม่ได้ลำบากมากนัก อีกทั้งวิชญ์กับนิดาไม่ใช่คนฟุ้งเฟ้อมีกินมีใช้ไปตามอัตภาพ บ้านที่จะต้องผ่อนถึงสามสิบปีก็ใช้เวลาผ่อนไม่เกินสิบห้าปีเท่านั้น ปาเจราก็ไม่รู้ว่า “ทะเล” เป็นความรัก หรือว่า ความเคยชิน พอรู้ตัวอีกทีเธอก็รู้สึกว่าทะเลกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอไปแล้ว นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธออยากเรียนที่คณะนี้ล่ะมั้ง สาขา Marine Science หรือวิทยาศาสตร์ทางทะเล เรียกสั้นๆ ว่า “มารีน” เป็นสาขาในคณะประมงที่เธอเลือกเรียน สาขามารีนรับค่อนข้างน้อย เพียงรุ่นละ 70 คนเท่านั้น สัดส่วนของจำนวนนิสิตชายมีมากกว่าผู้หญิง ในรุ่นของเธอมีผู้หญิงในสาขานี้แค่เพียง 15 คน และเธอเป็นหนึ่งในนั้นที่ตบตีแย่งชิงกับคนอื่นเข้ามาได้ ปาเจราและเพื่อนๆ เป็นรุ่นที่75 คณะประมงจะมีชื่อเรียกนิสิตเป็นชื่อเฉพาะว่า “มัจฉากร” ดังนั้นในรุ่นของเธอจึงมีชื่อรุ่นว่า “มัจฉากร75” “เจ ไปเดินตลาดใน มอ.กันต่อมั้ย?” “อืม ก็ดีนะมึง” จรูญ หรือ จูเนียร์ ชื่อที่พ่อกับแม่เรียกแต่ชื่อในวงการคือ “จูเน่” เพื่อนชายแต่ใจสาว เป็นเก้งน่ารักหุ่นอ้อนแอ้นผิวขาวตัวเล็กตัวน้อยตามแบบฉบับเคะซีรีส์วายชายรักชาย เอ่ยชวนหลังจากใกล้จะเลิกเรียนคาบเรียนสุดท้ายนี้อีกไม่เกินสิบนาที ดีที่กิจกรรมเชียร์ของเฟรชชี่จบไปแล้ว จะได้มีเวลาผ่อนคลายทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง ได้ไปเดินเล่นที่ตลาด หาของกินอร่อยๆ เปิดหูเปิดตา ดูวิถีชีวิตของคนในเมืองกรุงบ้างก็ดีเหมือนกัน สองคนอยู่หอในนอก ซึ่งเป็นคำเรียกติดปากของนิสิตที่นี่ “หอในนอก” ก็คือหอพักในเครือของมหา’ลัย เพียงแต่จะไม่ได้ตั้งอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย แต่จะอยู่ห่างจากมหา’ลัยออกไปราวห้ากิโลเมตร ซึ่งราคาจะแพงกว่าอยู่ที่หอในเล็กน้อย หลังหมดคาบทั้งคู่ก็เตรียมเก็บของลงกระเป๋าถุงผ้าย่ามเพื่อจะไปเดินเล่นในตลาดกันต่อ“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว











