Share

ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย
ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย
Author: Duck.bell

บทที่ 1

Author: Duck.bell
last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-18 01:03:25

1สัปดาห์ก่อนเปิดเรียน

@J Club

"พริกไทย ทางนี้ๆ"

สวัสดี ฉันชื่อพริกไทย นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่หนึ่ง เป็นผู้หญิงชอบเที่ยว ชอบปาร์ตี้ ชอบเข้าสังคม พูดง่ายๆ ก็คือฉันเป็นคนเฟรนลี่นั่นเอง ไม่หยิ่งเข้าถึงง่ายแต่ตอนนี้โสดสนิท ฉันสอบเข้าคณะแพทย์เพราะอยากเห็นผู้ชายหน้าตาดีอยู่ในสายตาแบบ300% ฉันรู้มาว่าผู้ชายคณะแพทย์หล่อที่สุดในมหาวิทยาลัยที่ฉันสอบเข้า ฉันก็เลยไม่รีรอที่จะยื่นใบสมัคร

ใช่ เหตุผลในการสอบเข้าคณะแพทย์ของฉันมีแค่นั้นจริง ๆ ฉันไม่ได้ถูกที่บ้านบังคับว่าต้องเรียนแพทย์ หรือมีเหตุผลจำเพาะว่าต้องเรียนคณะนี้ เหตุผลที่เข้ามันมีแค่นั้นจริงๆ

เอาละ เรามาว่ากันที่เรื่องตอนนี้ก่อนดีกว่า คืนนี้ฉันมาเที่ยวผับกับเพื่อนคนหนึ่งที่รู้จักกัน เนื่องจากฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดแต่ก็ไม่ได้เซ่อซ่าไม่รู้จักเมืองกรุง ครอบครัวของฉันมีธุรกิจอยู่ที่นี้ ก่อนเปิดเทอมฉันเลยขอแอบมาเที่ยวเปิดโลกกว้างแห่งศรีวิไลเป็นบุญตาตัวเองก่อน

เนื่องจากฉันกลัวว่าถ้ามหาวิทยาลัยเปิดแล้ว ฉันจะไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวอีก ก็อย่างที่รู้กันว่า คณะแพทยศาสตร์เรียนหนักชนิดที่ว่าแทบไม่มีเวลานอนเลยละ

เพราะฉะนั้น ก่อนเรียนหนักฉันขอตี้ก่อนละกัน

“มาช้านะแก” เพื่อนรุ่นเดียวกันซึ่งจบมาจากโรงเรียนมัธยมเดียวกันกับฉันทักขึ้น ยัยนี้ชื่อบุ๋ม เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับฉันแต่มันเรียนคณะมนุษยศาสตร์ เอกอะไรสักอย่างนี่แหละ ฉันเองก็ไม่ได้ถามมัน

“โทษทีพอดีรถติดอะ แล้วสั่งอะไรกันยัง”

“สั่งแล้ว”

“อ๋อ เค” เมื่อเพื่อนบอกว่าสั่งแล้ว ฉันเลยไม่ได้ว่าอะไรต่อ เลือกที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแล้วนั่งฟังเพลงที่ดีเจเปิดไปอย่างเงียบๆ

ด้วยความที่เพิ่งเข้าผับมาครั้งแรก ฉันก็ไม่รู้ว่ามันต้องวางตัวกันยังไง แต่คนรอบข้างส่วนใหญ่จะโยกตัวตามจังหวะเพลงเสียส่วนใหญ่

เอาจริงๆ มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละเพราะที่นี้มันคือผับไม่ใช่วัดนี่

“พริก แกจะมานั่งเล่นโทรศัพท์อย่างเดียวจริงดิ”

“ฮะ? แกว่าไงนะ ไม่ค่อยได้ยินเลยอะ” เสียงเพลงดังมากจนประโยคที่ยัยบุ๋มมันพูดเมื่อกี้ฉันฟังไม่ได้ศัพท์สักอย่าง เลยต้องถามมันซ้ำ

“ฉันบอกว่า แก จะ มา เล่น…” อะไรของยัยนี้วะ พูดอะไรฟังไม่รู้เรื่องเลย

ด้วยความที่อยากรู้ว่าเพื่อนพูดว่าอะไร ฉันเลยต้องลุกออกจากเก้าอี้ตัวเองเพื่อเดินไปหาเพื่อนแทน

ทว่า…

ตุบ!

“อ๊ะ!” จู่ๆ หัวไหล่ของฉันก็ถูกใครบางคนกระแทกเข้าอย่างแรงจนร่างกายกระเด็นไปชนขอบโต๊ะอย่างจัง

ซึ่งมันเจ็บไม่ใช่น้อยเลย เพราะแรงกระแทกเมื่อกี้มันก็ไม่ได้เบาด้วยไง พริกไทยที่เป็นผู้หญิงไม่ค่อยชอบปล่อยผ่านเรื่องแบบนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว จึงโดนกระแทกเฉยๆ แล้วทำเป็นว่าไม่เป็นไรไม่ได้ไง

มันต้องถามกันหน่อยว่าเดินภาษาอะไรถึงไม่ได้ดูตาม้าตาเรือชนคนอื่นเขาแบบนี้

“โทษนะคะ คุณชนฉันค่ะ” ฉันสะกิดแขนไอ้ผู้ชายที่ชนฉันเมื่อกี้ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก ก็ตาบ้านี้มันชนฉันแล้วไม่ยอมหันมาขอโทษเลยไง ยืนเซ่ออยู่นั่น

“คุณค่ะ…”

ขวับ!

“ครับ?”

“…พระเจ้า นี่คนหรือเทพบุตร” ฉันละเมอออกไปกับภาพบุคคลตรงหน้าทันทีที่เห็นเขาหันมา คุณเคยยืนอยู่เฉยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็เหมือนโผล่ไปอีกที่ที่เหมือนสวรรค์ซึ่งมีเทพบุตรยืนอยู่ตรงหน้าไหม

ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกแบบนั้น ฉันกำลังรู้สึกว่าตัวเองอยู่บนสวรรค์แล้วตรงหน้าตอนนี้ก็มีเทพบุตรยืนอยู่ตรงหน้าในรัศมีไม่เกินหนึ่งเมตร ถ้าคนอื่นเห็นสีหน้าของฉันตอนนี้คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มึงอึ้งอะไรขนาดนั้นอีพริก คือมันต้องอึ้งจนใบ้แดกแหละมึง เพราะตรงหน้าฉันตอนนี้...

เขา หล่อ มาก ฉันพูดได้แค่นี้จริงๆ

ใบหน้าหล่อเหลามีมิติ มีเสน่ห์มีเหี้ยทุกอย่างที่น่าค้นหา สายตาราบเรียบ นิ่งๆ สบตาด้วยแล้วรู้สึกใจสั่นวาบไปถึงดวงจันทร์ ไหนจะจมูกที่โด่งเป็นสันรับกับใบหน้าได้พอดิบพอดีนั่นอีก

เขามันโคตรของความหล่อเลยแม่เอ้ย! เป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ หล่อที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบเจอมาเลยละ

เหอะ! นี่ฉันตกหลุมรักคนง่ายขนาดนี้เลยเหรอวะ

“เมื่อกี้ คุณเรียกผมเหรอครับ” ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่ริมฝีปากสีแดงอย่างคนสุขภาพดีนั่นขยับถาม ฉันก็ถึงกับอ่อนยวบปวกเปียกไปทั้งตัวเลยเหรอวะ

"คุณครับ..." เฮ้อ~ ฉันไม่เคยตกหลุมรักใครง่ายขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

"คุณ!"

“ฮะ?" ทันทีที่โดนคนตรงหน้าสะกิดแขน ฉันก็เหมือนจะได้สติกลับมา สิ่งที่เห็นตอนนี้ก็คือ พ่อเทพบุตรตรงหน้าฉันเขายืนมองเลิกคิ้วงงกับฉันอยู่ ฉันเลยรีบปรับตัวปรับอารมณ์ให้เรียบร้อยก่อน

"เมื่อกี้คุณว่าไงนะคะ"

"ผมต่างหากที่ต้องถามว่าคุณเรียกผมหรือเปล่า"

"อะอ้อ ค่ะ พอดีว่าคุณชนฉันค่ะ” เออใช่ ฉันเกือบลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ฉันกำลังโมโหเขาที่ชนฉัน เลยหันไปสะกิดเขากะจะเอาเรื่องสักหน่อย

“อ่อ ครับ โทษทีครับ ผมหลบคนด้านหน้าพอดีเลยไปชนคุณ” ว่าจบเขาก็ยิ้มบางๆ ให้ฉันหนึ่งที จากนั้นก็เดินแทรกกายละเลาะผู้คนที่ยืนเบียดเสียดกันเดินขึ้นไปชั้นสองทันที ฉันที่ยังตั้งตัวไม่ทันกับการจากไปของเขาเลยได้แต่ยืนกะพริบตางงเป็นไก่ตาแตกไปเลย

คืองงไงที่เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินไปเลย เป็นการขอโทษที่ปล่อยให้คนรับคำขอโทษไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรเลยก็จากไปเสียละ

เออแปลกดีวะ

“อะฮั่ม! มองไม่วางตาเลยน่า” หลังจากที่ฉันมองตามร่างสูงที่เดินไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขาที่ชั้นสองแบบไม่วางตาได้สักพัก ยัยบุ๋มที่คอยสังเกตการณ์ตลอดเลยแซวฉัน แต่ฉันไม่ได้สนใจคำแซวของมันหรอก เพราะสิ่งที่ฉันสนใจตอนนี้คือพ่อหนุ่มหน้าหล่อสวมชุดAll black ทั้งตัวได้อย่างโคตรเท่ที่ชนฉันเมื่อกี้ต่างหาก

อยากรู้จังว่าเขาเป็นใคร เรียนที่ไหน

“แกรู้จักปะ ว่าเขาเป็นใคร เรียนที่ไหน”

“คนที่มาเที่ยวที่นี้ส่วนใหญ่ก็มาจากมหาวิทยาลัยที่เราเรียนทั้งนั้นแหละ อย่างคนที่ชนแกเมื่อกี้ก็เหมือนกัน แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเขาเรียนคณะอะไร ชอบเขาเหรอเห็นมองตาเป็นประกายเชียว”

“อืม สเปคเลยอะ ฉันชอบสายตานิ่งๆ นั่นจัง ดูอบอุ่นแต่ก็แอบดุเบาๆ” ใช่ สิ่งที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนได้ ก็คือสายตาคู่นั้นของเขาที่มองฉันเมื่อกี้ มันมีเสน่ห์แบบที่อธิบายไม่ถูกเลยทีเดียว จะว่าดุก็ดุ จะว่าอบอุ่นก็อบอุ่น แต่รวมๆ มันมีเสน่ห์และความน่าหลงใหลอยู่ในนั้นเต็มไปหมดแถมฉันยังสัมผัสได้ถึงความเป็นผู้ชายที่ดูใจดีอยู่ลึกๆ ของเขาด้วย

ที่สำคัญเขาดูเป็นผู้ชายที่เฉยๆ ไม่หวือหวาแต่แอบมีดีเทลแบบซ่อนตัว

เหอะ! บ้าจริงๆ เขาทำให้ฉันสนใจในตัวเขาจนอยากได้มาครอบครองจนเนื้อตัวสั่นไปหมดเลยอะ

“ชอบก็จีบเลยดิ” หลังจากที่มีความคิดว่าสนใจเขาจนอยากจีบ ฉันก็หันไปยังจุดที่เขานั่งอยู่อีกครั้ง ซึ่งจังหวะที่ฉันมองเขาอยู่ เขาก็หันมาสบตากับฉันพอดี เราสองคนเลยได้สบตาอยู่อย่างนั้นกันสักพักก่อนที่เขาจะเป็นคนละสายตาจากฉันไปในที่สุด...

ชอบก็จีบเหรอ? ดูท่าทางแล้วฉันคงได้จีบเขาแน่ๆ อะ ผู้ชายบ้าอะไรหล่อชะมัด!

“หึ ถ้าบังเอิญเจอกันอีกครั้ง ฉันจีบแน่และเขาก็ต้องเป็นแฟนฉันด้วย”

"จัดเลยแก"
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 64

    ตอนพิเศษ หลายเดือนต่อมา... หลังจากผ่านคืนที่มีความสุขไปวันนั้น ฉันก็ถูกพี่โยธาพาไปจดทะเบียนสมรสในเช้าวันถัดมาทันที พ่อแม่ของฉันที่รู้เรื่องมาจากพ่อของพี่โยธาในอีกสามวันถัดมา จึงโทรมาแสดงความยินดีด้วย ท่านทั้งสองไม่ได้ว่าอะไร ท่านบอกว่าจะแต่งตอนนี้หรือแต่งหลังเรียนจบมันก็ไม่ได้ต่างกัน ถ้ารักกันก็แต

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 63

    "เชิญทางนี้ครับ" พี่เชนผายมือเชิญฉันไปทางรถยนต์ Roll Royceที่จอดไว้ ฉันเลยเดินไปขึ้นรถยนต์คันดังกล่าวจากนั้นไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากคอนโดของพี่โยธา มุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่งที่ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฉันใช้เวลานั่งรถที่มีพี่เชนเป็นคนขับให้ไม่นาน รถก็เลี้ยวเข้าบริเวณภัตคารหรูขนาดใหญ่มากๆแห่งหนึ่ง

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 62

    ฉันนอนกอดร่างหนาของพี่โยธา หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาแห่งความสุขไป เราสองคนนอนมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กันอยู่อย่างนี้อย่างไม่รู้สึกเบื่อ เหตุการณที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันโคตรโรแมนติกสำหรับฉันมาก ฉันชอบที่สุดและชอบทุกครั้งที่พี่โยธาอ่อนโยนแบบนั้น ชอบที่เขาทะนุถนอมร่างกายของฉันและจิตใจของฉันแบบนี้ และนี้ก

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 61

    ความรู้สึกตอนนั้นของเธอมันเป็นแบบนั้นจริงๆ และเธอก็กลัวมากว่าสุดท้ายแล้วความทุ่มเทที่เธออยากรักผู้ชายที่ชื่อโยธามันจะจบลงแค่นั้น ทว่ามันกลับไม่เป็นแบบนั้น เธอดีใจมากตอนที่ได้ยินว่าพ่อของโยธาพูดว่าแต่ลองเชิงเฉยๆ แค่อยากรู้ว่าคนที่นั่งข้างๆ เธอตอนนั้นจะรักเธอมากแค่ไหน เหอะ โคตรเป็นอารมณ์ที่อธิบายไม่ถ

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 60

    [Yotha Part] @บ้านโยธา ทุกคนคงกำลังคิดและกำลังงงกับผมที่อยู่ๆ ก็พรวดพราดพูดเรื่องแต่งงานกับพริกไทย...จริงๆ แล้วเรื่องนี้มันอยู่ในหัวของผมตั้งแต่วันที่ผมกลายเป็นผู้ตามหลังเธอแล้ว มันอยู่ในหัวผมตั้งแต่วันที่มีผู้ชายคนอื่นเข้ามาวอแวกับพริกไทยไม่หยุดหย่อน และความหงุดหงิดโมโหพวกนั้นก็ตีขึ้นหน้าผมไม่หย

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 59

    "ดีขึ้นแล้ว แต่จะดีกว่านี้ถ้าได้กลับไปนอนกอดเธอที่ห้อง" ดูพูดเข้า แล้วพูดแบบนี้ไม่กลัวว่าจะโดนพี่แปลนกับพี่ตฤณแซวเลยนะ สองคนนั้นยิ่งหาจังหวะรอแซวอยู่ด้วย "พี่ว่าพริกพามันกลับไปนอนเถอะ ตอนเรียนเมื่อกี้มันก็ไม่ได้เรียนกับเขาหรอก เอาแต่ฟุบหน้านอนบนโต๊ะ" "ยุ่งเรื่องกู" "ชิ๊...พอเขาดีกันเรามันก็หมาหั

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 9

    ฉันตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าเสียงที่ว่าคุ้นเคยเมื่อกี้จะใช่พี่โยธาจริงๆ หรือเปล่า สรุปคือใช่เขาจริงๆ ด้วย แถมตอนนี้เขาก็ดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตัวเองด้วยว่าจะเจอฉันที่นี้ แต่สายตาและสีหน้านั่นก็เปลี่ยนเป็นอีกแบบทันทีเมื่อเขาตั้งสติได้ ก่อนจะหันไปทางพี่บาเทนเดอร์อีกครั้งเพื่อรับคำตอบที่

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 8

    21.00น. ผับK หลังจากที่ฉันตัดสินใจได้ว่าคืนนี้ยังไงก็ต้องมาปลดปล่อยความทุกข์ที่ผับให้ได้ ฉันก็ไม่รอช้าที่จะอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัวแซ่บๆ พร้อมฉีดน้ำหอมให้หอมฟุ้งไปทั้งตัวชนิดที่ว่าผู้ชายเดินผ่านต้องมีการเลี้ยวหลังหันมามองแน่นอนก่อนจะหยิบกุญแจรถขับมาสถานบันเทิงที่ตั้งอยู่ในย่านดังแห่งหนึ่งของประเทศ ผ

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 7

    หลายสัปดาห์ต่อมา... หลังจากวันนั้นที่ฉันจูบกับพี่โยธาอีกครั้ง เราก็ไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย... ใช่แล้ว เราไม่ได้เจอหน้ากัน ฉันไปกินข้าวที่โรงอาหารวิศวะกับเพื่อนและเพื่อนของเขาอย่างพี่ทามไทพี่เธียรเฉกเช่นทุกวันก็ไม่ได้เจอหน้าเขา ฉันส่งข้อความถามอะไรไปเขาก็ไม่ตอบฉันเลย ไม่รู้ว่าบล็อกฉันไปแล้วหรือเปล่า

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 6

    [prik thai part] หลังจากที่ฉันเดินไปสั่งข้าวมาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็กำลังเดินกลับไปที่โต๊ะอีกครั้ง ซึ่งในโต๊ะก็มีทั้งพี่เธียรยัยสวย พี่ทามไทยัยน้ำพิ้งค์ แล้วก็มีพี่แปลนกับพี่ตฤณเป็นกองเชียร์อันดับหนึ่งของฉันในการจีบพี่โยธานั่งร่วมอยู่ด้วย ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ ยกเว้นพี่โยธาที่นั่งเล่นโทรศัพท์

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status