แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: Duck.bell
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-18 01:05:03

21.00น.

ผับK

หลังจากที่ฉันตัดสินใจได้ว่าคืนนี้ยังไงก็ต้องมาปลดปล่อยความทุกข์ที่ผับให้ได้ ฉันก็ไม่รอช้าที่จะอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัวแซ่บๆ พร้อมฉีดน้ำหอมให้หอมฟุ้งไปทั้งตัวชนิดที่ว่าผู้ชายเดินผ่านต้องมีการเลี้ยวหลังหันมามองแน่นอนก่อนจะหยิบกุญแจรถขับมาสถานบันเทิงที่ตั้งอยู่ในย่านดังแห่งหนึ่งของประเทศ

ผับK เป็นผับใต้ดินลึกลับที่จะรู้จักกันเฉพาะวงในเท่านั้น และก่อนจะได้เข้าไปในผับนี้ก็ต้องมีโค้ดแลกก่อนเข้าไปด้านในด้วย

แล้วถ้าถามว่าฉันรู้จักผับนี้ได้ยังไง ก็ต้องตอบว่าก่อนหน้านี้สักหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ฉันได้ทักไปหาเพื่อนต่างคณะที่ช่ำชองเรื่องเที่ยวผับอย่างยัยบุ๋มมาว่ามีผับไหนน่าไปเที่ยวบ้างขอแบบผับที่ดูอันตรายน่าตื่นเต้นที่สำคัญขอเป็นผับที่มีแต่ผู้ชายหล่อๆ เท่านั้นด้วย

เพราะความรู้สึกของฉันตอนนี้คืออยากลองอะไรที่มันเสี่ยงมากๆ อยากกระตุ้นหัวใจที่ห่อเหี่ยวของตัวเองให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ยัยบุ๋มมันเลยแนะนำผับKให้ฉัน มันบอกว่าถ้าอยากเห็นเทพบุตรถือแก้วเหล้าแบบฮอตๆ ก็ต้องผับแห่งนี้แหละ

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ ก่อนจะได้เห็นผู้ชายหล่อฉันจะถูกฉุดไปข่มขืนซะก่อนไหมนะ?

แม่เจ้าโว้ย สภาพตรงหน้าฉันทำไมมันโคตรเปลี่ยวขนาดนี้ สภาพตึกสูงตรงหน้ามันไม่ได้เก่าทรุดโทรมหรอกแต่มันไม่มีใครสักคนให้ส่วนทางอะสิ แล้วไหนจะทางเข้าผับที่วังเวงแบบนี้อีก อารมณ์แบบเดินเข้าบ้านผีสิงสุดๆ

เอาจริงๆ ตอนนี้ก็เริ่มจะทะเลาะกับตัวเองแล้วเหมือนกัน ว่าจะไปต่อหรือหมุนตัวขึ้นรถกลับห้องดี แต่ใจหนึ่งมันก็ค้านหัวชนฝาเลยอะดิว่าให้เดินต่อไป ฉันเลยตัดสินใจเดินต่อไปในที่สุด

ก็ไม่รู้ว่าไอ้บันไดใต้ดินเนี่ยมันจะลงลึกไปถึงนรกชั้นอเวจีเลยหรือไง ลึกชะมัด! แต่ถึงบ่นไปฉันก็ลงไปอยู่ดี เดินลงไปจนกระทั่งเห็นประตูทางเข้า ซึ่งมีบอดิการ์ดตัวสูงร่างกำยำสองคนกำลังยืนเฝ้าประตูอยู่พอดี

“ขอโค้ดลับด้วยครับ”

“BB609ค่ะ” หนึ่งในบอดี้การ์ดพิมพ์รหัสที่ฉันบอกไปลงในเครื่องตรวจโค้ดในมือ พอเห็นว่ามันผ่าน อีกคนจึงเปิดทางผายมือเชิญเข้าไปด้านในทันที

“เชิญครับ”

“ค่ะ”

และทันทีที่ฉันได้ย่างกรายเข้ามาในผับที่ยัยบุ๋มมันแนะนำมา ฉันก็ต้องร้องว้าวพร้อมเบิกตาโตขึ้นมาทันที เพราะที่นี้มันเยี่ยมมาก ไฮโซลัชชูรี่แตกต่างจากสภาพด้านนอกสุดๆ เหมือนจะคล้ายๆ ผับสำหรับคนมีตังค์มาเที่ยวหรือแบบพวกดาราเซเลบที่อยากมาปลดปล่อยแต่ไม่อยากโดนนักข่าวเอาข่าวไปพาดหัวหน้าหนึ่งให้เสียชื่อเสียงเล่นๆ อะ

อีกอย่างผับแห่งนี้มันก็ดีมากสวยมากจริงๆ นะ คนไม่เยอะจนแน่นเอี๊ยดอะ คือมันโอเคเลย แถมผู้ชายที่เดินผ่านหน้าฉันแต่ละคนก็คือหล่อๆ ทั้งนั้น

เอาละยืนอึ้งมาสักพักละ ฉันขอทำตัวสวยๆ เชิดๆ เดินนวยนาดโปรยเสน่ห์ที่ตัวเองมีเบาๆ ระหว่างเดินไปหาพ่อหนุ่มบาเทนเดอร์ละกัน

"รับอะไรดีครับคนสวย" หลังจากที่ฉันเดินมาถึงเคาน์เตอร์บาร์ พ่อหนุ่มหน้าตาดีก็ถามยัยคนสวยอย่างฉันที่นั่งไขว้หางอยู่บนเก้าอี้ยกสูงตรงหน้าทันที

ฉันเลยยิ้มเบาๆ แบบสวยๆ จริตตัวแม่ไปหนึ่งกรุบ ก่อนจะตอบว่า..."รับหนูเป็นแฟนไหมคะ" ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นบาร์เทนเดอร์หนุ่มก็ยกยิ้มทันที รู้แหละว่าเขินอยู่

"ถ้าพี่ยังไม่มีเมียก็พอได้อยู่นะครับ แต่เผอิญพี่มีเมียแล้วอะดิ" หึ โอเค หยุด หยุดอยู่แค่นี้แหละ เบื่อจริงๆ พวกคนรักเมียหลงเมียเนี่ย

"จัดon the rockมาแก้วหนึ่งค่ะ" ฉันสะบัดผมสั่งเหล้าเพียวๆ หน้าตายมาหนึ่งแก้ว เอาเถอะคืนนี้ขอเมาหน่อยละกัน ขอใช้ช่วงเวลานี้ให้สุดแล้วไปหยุดที่เตียงใครสักคนละกัน ไหนๆ ผู้ชายที่ชอบก็หายหัวไปแล้ว ขอประชดชีวิตสักหน่อยเถอะวะ

"เพิ่งมาถึงเอง on the rock เลยเหรอครับ พี่ว่าสั่งvirginก่อนมั้ย เศร้าอะไรเล่ามาได้นะ พี่รับฟังได้" ไอ้พี่บาเทนเดอร์ว่าขณะที่มือกำลังง่วนอยู่กับแก้วน้ำและของเหลวที่เตรียมจะเสิร์ฟให้ฉัน สุดท้ายฉันก็ได้ดื่มvirginหน้าตาน่ารักแทนน้ำสีอำพันโหดๆ นั่นจริงๆ สินะ แถมยังรู้ดีอีกว่าฉันเศร้าอยู่ นี่เป็นบาเทนเดอร์หรือนักจับผิดวะ

"อยู่ตรงนี้นานจนจับสังเกตลูกค้าถูกขนาดนี้เลยเหรอพี่"

"หึ ส่วนใหญ่ที่สั่ง on the rockถ้าไม่เครียดเรื่องงานก็อกหักมาทั้งนั้นแหละ" เออว่ะ มันก็จริงของพี่เขา คนเดี๋ยวนี้ถ้าเจอเรื่องเครียดๆ มาหรืออกหักก็มักจะพึ่งเหล้ากันทั้งนั้น

แต่ก็ว่าไม่ได้อะ เพราะเหล้ามันก็มีข้อดีของมันตรงที่มันสะใจที่ได้ลืมใครสักคนไปชั่วขณะ

ใครสักคนที่ถ้าฉันได้เจออีกครั้ง โคตรอยากกระโดดถีบหน้าฉิบหาย

"พี่เคยจีบใครสักคนแล้วเขาโคตรเล่นตัวบ้างปะ" ฉันตั้งคำถามที่อยากรู้กับพี่บาเทนเดอร์ที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ตรงหน้า ที่ฉันถามไปแบบนั้นไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยนะนอกจากอยากรู้ความคิดของพี่เขาเฉยๆ อยากรู้ว่าผู้ชายแบบเขาคิดยังไงกับคำถามของฉัน

"เคยดิ พี่เคยจีบผู้หญิงคนหนึ่งเขาสวยมากเลยนะ แต่เขาไม่เล่นด้วยอะ" เอาแล้วไง แค่เปิดเรื่องก็คล้ายชีวิตของฉันตอนนี้ละ เพราะพี่โยธาเองเขาก็หล่อมากเลยนะ แทบจะเป็นเทพบุตรแล้วมั้ง ฉันตามจีบเขามาสักพักแล้วแต่เขาไม่เล่นด้วยเลย

"แล้วพี่จัดการความรู้สึกตัวเองยังไง" ฉันถามต่อ

"ก็ถอยมาตั้งหลักก่อนอะ แล้วค่อยพุ่งเข้าไปใหม่"ตอบจบพี่เขาก็ช้อนตาขึ้นมายกยิ้มมุมปากให้ฉันแบบเท่ๆ หนึ่งที

เออพี่เท่จริง

"อะไรทำให้พี่พุ่งเข้าไปใหม่ ก็ไหนว่าเขาไม่เล่นด้วยไง"

"ความรักไง"

"ยังไงอะ?"

"ก็พี่ชอบเขา แล้วมันมีอะไรให้ต้องยอมด้วยอะ อีกอย่างพี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ยังไม่ได้แสดงออกถึงความรักที่พี่มีให้ตั้งแต่แรกพบเลย พี่เลยถอยแล้วพุ่งเข้าไปใหม่ไง เข้าไปให้เขาเห็นว่าพี่จริงใจกับเขา" โห่ หวานเจี๊ยบเลย เอาจริงๆ ฉันก็แอบเบะปากแหละ ก็หมั่นไส้นิดนึง

"เหรอ แล้วตอนนี้ยังรักกันอยู่ปะ"

"แต่งงานมาสามปีแล้ว"

"โห่ มิชชั่นคอมพลีทนี่หน่า" พอโดนฉันแซวไปแบบนั้นพี่บาเทนเดอร์ก็อมยิ้มเขินทันที เอาจริงๆ สิ่งที่พี่เขาพูดมันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ ชอบเขาก็ต้องแสดงออกให้เขาเห็นว่าเราจริงใจ

หึ ตัดภาพมาที่ฉันตอนนี้สิ พี่โยธาเห็นว่าฉันไม่จริงใจหรือไง เห็นว่าฉันจีบเขาเล่นๆ หรือไง ถึงยังไม่ยอมเปิดใจให้ฉันสักที บางครั้งจีบนานๆ มันก็เหนื่อยนะเว้ยแถมตอนนี้ก็ยังไม่รู้หายไปไหนอีก ทิ้งช่วงการเต๊าะไปหลายวันแบบนี้ ฉันใจคอไม่ค่อยดีเลยกลัวยัยเนยครีมบูดนั่นจะคาบไปกินเสียก่อน

เฮ้อ~ หลังจากที่พี่บาเทนเดอร์เป็นไลฟ์โค้ชให้ฉันเสร็จ พี่เขาก็ขยับไปต้อนรับลูกค้าอีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาแทน ส่วนฉันก็นั่งเหม่อเลยทำหน้าเศร้าเป็นนางเอกเอ็มวีไป แต่ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งหน้าเศร้าอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาให้ใจสั่นเล่น

“เฮียวาโยเข้ามายัง” จนต้องรีบหันขวับไปดูว่าใช่อย่างที่คิดไว้ไหม

เท่านั้นแหละ...เพลงดังขึ้นมาในหัวเลย

และเราก็หากันจนเจอ~

“พี่โยธา…”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 64

    ตอนพิเศษ หลายเดือนต่อมา... หลังจากผ่านคืนที่มีความสุขไปวันนั้น ฉันก็ถูกพี่โยธาพาไปจดทะเบียนสมรสในเช้าวันถัดมาทันที พ่อแม่ของฉันที่รู้เรื่องมาจากพ่อของพี่โยธาในอีกสามวันถัดมา จึงโทรมาแสดงความยินดีด้วย ท่านทั้งสองไม่ได้ว่าอะไร ท่านบอกว่าจะแต่งตอนนี้หรือแต่งหลังเรียนจบมันก็ไม่ได้ต่างกัน ถ้ารักกันก็แต

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 63

    "เชิญทางนี้ครับ" พี่เชนผายมือเชิญฉันไปทางรถยนต์ Roll Royceที่จอดไว้ ฉันเลยเดินไปขึ้นรถยนต์คันดังกล่าวจากนั้นไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากคอนโดของพี่โยธา มุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่งที่ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฉันใช้เวลานั่งรถที่มีพี่เชนเป็นคนขับให้ไม่นาน รถก็เลี้ยวเข้าบริเวณภัตคารหรูขนาดใหญ่มากๆแห่งหนึ่ง

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 62

    ฉันนอนกอดร่างหนาของพี่โยธา หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาแห่งความสุขไป เราสองคนนอนมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กันอยู่อย่างนี้อย่างไม่รู้สึกเบื่อ เหตุการณที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันโคตรโรแมนติกสำหรับฉันมาก ฉันชอบที่สุดและชอบทุกครั้งที่พี่โยธาอ่อนโยนแบบนั้น ชอบที่เขาทะนุถนอมร่างกายของฉันและจิตใจของฉันแบบนี้ และนี้ก

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 61

    ความรู้สึกตอนนั้นของเธอมันเป็นแบบนั้นจริงๆ และเธอก็กลัวมากว่าสุดท้ายแล้วความทุ่มเทที่เธออยากรักผู้ชายที่ชื่อโยธามันจะจบลงแค่นั้น ทว่ามันกลับไม่เป็นแบบนั้น เธอดีใจมากตอนที่ได้ยินว่าพ่อของโยธาพูดว่าแต่ลองเชิงเฉยๆ แค่อยากรู้ว่าคนที่นั่งข้างๆ เธอตอนนั้นจะรักเธอมากแค่ไหน เหอะ โคตรเป็นอารมณ์ที่อธิบายไม่ถ

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 60

    [Yotha Part] @บ้านโยธา ทุกคนคงกำลังคิดและกำลังงงกับผมที่อยู่ๆ ก็พรวดพราดพูดเรื่องแต่งงานกับพริกไทย...จริงๆ แล้วเรื่องนี้มันอยู่ในหัวของผมตั้งแต่วันที่ผมกลายเป็นผู้ตามหลังเธอแล้ว มันอยู่ในหัวผมตั้งแต่วันที่มีผู้ชายคนอื่นเข้ามาวอแวกับพริกไทยไม่หยุดหย่อน และความหงุดหงิดโมโหพวกนั้นก็ตีขึ้นหน้าผมไม่หย

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 59

    "ดีขึ้นแล้ว แต่จะดีกว่านี้ถ้าได้กลับไปนอนกอดเธอที่ห้อง" ดูพูดเข้า แล้วพูดแบบนี้ไม่กลัวว่าจะโดนพี่แปลนกับพี่ตฤณแซวเลยนะ สองคนนั้นยิ่งหาจังหวะรอแซวอยู่ด้วย "พี่ว่าพริกพามันกลับไปนอนเถอะ ตอนเรียนเมื่อกี้มันก็ไม่ได้เรียนกับเขาหรอก เอาแต่ฟุบหน้านอนบนโต๊ะ" "ยุ่งเรื่องกู" "ชิ๊...พอเขาดีกันเรามันก็หมาหั

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 7

    หลายสัปดาห์ต่อมา... หลังจากวันนั้นที่ฉันจูบกับพี่โยธาอีกครั้ง เราก็ไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย... ใช่แล้ว เราไม่ได้เจอหน้ากัน ฉันไปกินข้าวที่โรงอาหารวิศวะกับเพื่อนและเพื่อนของเขาอย่างพี่ทามไทพี่เธียรเฉกเช่นทุกวันก็ไม่ได้เจอหน้าเขา ฉันส่งข้อความถามอะไรไปเขาก็ไม่ตอบฉันเลย ไม่รู้ว่าบล็อกฉันไปแล้วหรือเปล่า

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 6

    [prik thai part] หลังจากที่ฉันเดินไปสั่งข้าวมาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็กำลังเดินกลับไปที่โต๊ะอีกครั้ง ซึ่งในโต๊ะก็มีทั้งพี่เธียรยัยสวย พี่ทามไทยัยน้ำพิ้งค์ แล้วก็มีพี่แปลนกับพี่ตฤณเป็นกองเชียร์อันดับหนึ่งของฉันในการจีบพี่โยธานั่งร่วมอยู่ด้วย ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ ยกเว้นพี่โยธาที่นั่งเล่นโทรศัพท์

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 5

    เช้าวันถัดมา… @มหาวิทยาลัย ปึก/ปึก หลังจากที่รถยนต์คันหรูขับเข้าไปจอดตรงลานจอดรถเสร็จ ประตูทั้งสองฝั่งก็เปิดออกพร้อมคนในรถอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่ร่างสูงฝั่งคนขับจะเดินเข้าไปในตึกคณะโดยที่ไม่ได้หันไปร่ำลาคนที่นั่งรถมาด้วยกันแม้แต่นิดเดียว ร่างบางที่เห็นอีกฝ่ายเดินผ่านหน้าโดยไม่ร่ำลาสักคำถึงกั

  • ENGINEER LOVER อ้อนรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 4

    ปลายนิ้วใหญ่แตะลงบนริมฝีปากที่ถูกจูบจากคนที่วิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำทันทีที่โดนขโมยจูบไปดื้อๆ ใบหน้าหล่อเหลายังคงอยู่ในอาการตะลึงค้างกับสิ่งที่ถูกกระทำก่อนหน้านี้ไม่หาย จูบแรกที่เขาไม่เคยได้ทำกับใครมาก่อน ตอนนี้มันได้ถูกขโมยโดยผู้หญิงคนหนึ่งที่ตามจีบเขาตลอดไปเสียแล้ว "หึ" ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status