Masukกำนันทองหันมาตอบ วัลยารีบห้าม“โถ… ไม่ต้องหรอกค่ะ นอนห้องเดียวกันก็ได้ค่ะ… หนูกับลูกก็ตัวเล็กๆ นอนเตียงเดียวกันก็ได้จ้ะ แล้วหนูก็คงอยู่ไม่กี่วัน บางทีอาจจะไม่ถึงอาทิตย์ ไม่ต้องเสียเวลาจัดห้องให้ใหม่หรอกนะคะ รบกวนพ่อทองเปล่าๆ”คำพูดที่ได้ยิน ยิ่งทำให้พ่อผัวใจเต้นแรง...“แต่ว่า… ผู้หญิงกับผู้ชาย…นอนห้องเดียวกันสองต่อสองคงไม่เหมาะมั้ง”พ่อผัวกล่าว...“ใครว่าสองต่อสองล่ะจ๊ะ… นี่ไง… พ่อทองลืมหรือจ๊ะว่ายังมีอีกคน”วัลยาชี้มายังลูกน้อยที่หล่อนอุ้มไว้แนบอก...“มันก็จริง… แต่… ”ไม่ทันที่กำนันทองจะพูดจบ สะใภ้แม่ลูกอ่อนก็ตัดบทด้วยการอุ้มลูกเดินนำเข้ามาในบ้านบ้านของกำนันทองแม้จะเป็นเพียงเรือนไม้หลังย่อม แต่ก็สะอาดสะอ้านน่าอยู่อาศัย...“บ้านน่าอยู่จังค่ะพ่อทอง… ”หญิงสาวชม หลังจากเดินเข้าไปดูในห้องนอนที่มีทั้งฟูกทั้งเตียง ค่อยๆ วางร่างน้อยๆ ของลูกชายไว้ในมุ้งที่มีฟูกปูไว้กับพื้น ลูกชายของหล่อนกำลังหลับสนิท.....“มันคงไม่สะดวกสบายเหมือนบ้านที่กรุงเทพฯ ของหนู”กำนันทองกล่าว“แบบนี้ก็ได้อารมณ์นะคะ… ได้บรรยากาศดีค่ะ นอนมุ้งก็ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ”วัลยามองมุ้งสี่สาย คลุมครอบฟูกปูนอนวางชิดผน
วัลยารู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่อุบัติเหตุเมื่อครู่ก็ทำให้กำนันทองรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กำนันทองอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองทรวงอกอวบใหญ่ของสะใภ้แม่ลูกอ่อน ผิวพรรณของหล่อนช่างเนียนขาว ทรวดทรงอวบอัดอะร้าอร่ามทำเอาคนมองใจเต้นแรง.....“แล้วนี่จะอยู่กี่วันจ๊ะ… ”กำนันทองถามขณะอุ้มร่างจ้ำม่ำของหลานชายไว้ในอ้อมอก.....“บรรยากาศดีจังค่ะ… ที่นี่อากาศดีมากเลยค่ะ ได้มาเห็นแล้วอยากอยู่สักอาทิตย์”วัลยาตอบขณะทอดสายตามองทิวเขาทาบทะมึนเป็นฉากหลังของไร่สับปะรด ยืดอกสูดเอาความบริสุทธิ์ของมวลอากาศไว้เต็มปอด.....แสงแดดลำสุดท้ายสาดทอประกายสีทองทาบทาไปทั่วไร่ นกกระยางฝูงใหญ่บินชักแถวเป็นแนวเส้นสีดำพาดผ่านแนวขอบฟ้าเบื้องทิศตะวันตก.....“วันนี้อากาศหนาวนะคะ… ”วัลยาเอามือลูบแขน กล่าวขณะทอดสายตาดูพระอาทิตย์สีแดงเหมือนไข่ดาว ลอยเรี่ยต่ำเกือบแตะสันเขา.....“ใช่… วันนี้หนาวกว่าเมื่อวาน ข่าวว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลงจนถึงสิบห้าองศา”สันต์กล่าวตามที่ได้ฟังมาจากข่าวพยากรณ์อากาศเมื่อตอนเช้า อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองเรือนร่างเอิบอิ่มไปด้วยเลือดเนื้อวัยสาวสะพรั่งของลูกสะใภ้ ในมุมที่วัลยายืนย้อนแสง กำนันทอ
กำนันสอนลูกชายอย่างคนที่ผ่านการอาบน้ำร้อนมาก่อน ทว่าเรื่องนี้… ก็มีแต่สันต์และวัลยาเท่านั้นที่รู้ว่าปัญญามัน ‘ใหญ่’ กว่าที่สันต์แนะนำ“คราวนี้ผมผิดเองครับ… โมโหจัดจนลืมตัว ด่าเมียเสียๆ หายๆ กระชากแขนจนวัลย์เจ็บ โกรธมากจนต้องพาลูกหนีผม”สันต์สำนึกผิด เสียงเครือคล้ายจะร้องไห้“ไอ้ห่า… มึงนี่มันก็ร้ายเหลือเกิน มึงเป็นผู้ชายประเภทไหนกันวะ ผู้ชายที่ด่าเมีย… กล้าทำร้ายผู้หญิงเขาเรียกว่าหน้าตัวเมียโว้ย”กำนันทองด่าอย่างไม่ไว้หน้า สันต์นิ่งไม่เถียง รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนตรง… เป็นคนจริง… ไม่เคยนิ่งเฉยกับอะไรที่เห็นว่าไม่ถูกต้องคุยกันต่อมาอีกครู่สั้นๆ สันต์ก็กดวางสาย บอกไว้ว่าจะโทรไปถามที่บ้านพ่อแม่ของวัลยาที่เชียงใหม่ “หนูวัลย์… ไอ้สันต์มันบอกว่าจะโทรไปตามหนูที่บ้านเชียงใหม่”กำนันทองรีบบอกกับลูกสะใภ้“ไม่ต้องห่วงค่ะพ่อทอง.. หนูบอกแม่ไว้แล้วว่าให้หลอกว่าหนูอยู่ที่นั่น”จริงอย่างที่วัลยาคาดเดาเอาไว้ พอวางสายจากกำนันทองผู้เป็นบิดา สันต์ก็โทรไปเชียงใหม่ แต่นางยุพาแม่ของวัลยาก็แกล้งโกหกไปตามแผน สันต์บอกว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้จะไปรับลูกเมียกลับบ้าน แต่แม่ของวัลยาก็บอกตามที่ลูกสาวสั่งเอาไว้ว่ายั
ประตู ทอดสายตามองผู้มาเยือนในยามเย็นด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่าเป็น ‘วัลยา’ สะใภ้ของตนกำลังอุ้มลูกชายในวัยขวบกว่าๆ ลงมาจากรถกระบะ มืออีกข้างหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้ามาในบ้าน“สวัสดีจ้ะพ่อทอง”วัลยายกมือไหว้พ่อสามี เรียกกำนันทองว่า ‘พ่อ’ เพราะหล่อนมีศักดิ์เป็นลูกสะใภ้ของชายผู้นี้“หนูวัลย์นี่เอง… พ่อนึกว่าใคร ไปยังไงมายังไงกันล่ะนี่… แล้วนี่มากับลูกสองคนหรือ?”กำนันทองเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นสะใภ้อุ้มลูกชายในวัยขวบกว่าๆ ลงมาจากรถเพียงลำพัง… ไร้เงาของสามี “ค่ะพ่อ… หนูมาสองคนกับลูกจ้ะ”วัลยาตอบ“อ้าว… แล้วไอ้สันต์ล่ะ ทำไมมันปล่อยให้หนูกับลูกมากันสองคนลำพัง”กำนันทองถามถึงลูกชายของตน ทว่าถามยังไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือ แสงที่สว่างวาบขึ้นบนหน้าจอ ทำให้เห็นว่าเป็นเบอร์ของ ‘สันต์’ ผู้เป็นลูกชาย“ไอ้สันต์โทรเข้ามาพอดี… ”กำนันทองกล่าวขณะที่ตายังจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และในจังหวะที่กำลังจะกดรับอยู่แล้วเชียว วัลยารีบยกมือห้ามและร้องบอก“เดี๋ยวจ้ะ… เอ่อ… ถ้าพี่สันต์ถามถึงหนูกับลูก… พ่อทองอย่าบอกนะว่าหนูกับลูกมาที่นี่”ประโยคที่ได้ยินจากปากของสะใภ้แม่
“ฮึ่ก... อ๊าคคคค”มาร์วินคำราม ร่างของหมวยกระตุกสั่น ก้นเกร็งสะท้าน ร่องสวาทบีบรัดรุนแรง สองมือเรียวลูบไล้แผ่นหลังเลื่อมลื่นไปด้วยกลิ่นเหงื่อกลิ่นไคลของชายหนุ่มที่ยามนี้ช่างหอมหวนรัญจวนใจ ในตอนที่เนื้อกับเนื้อยังสอดประสาน เสียบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน“สุดที่รักของพี่”มาร์วินโอบกอดร่างระทดระทวยของหมวยเอาไว้ในอ้อมแขน“หมวยมีความสุขที่สุด”หล่อนถึงสวรรค์อย่างรุนแรง กระซิบบอกทั้งเสียงหอบกระเส่า ดวงตาพร่าพรายไปด้วยความหยาดแววของความสุข รู้สึกได้ว่าน้ำกามของมาร์วินยังฉีดพลั่กๆ เข้ามาในตัวหล่อนไม่หยุด“พี่ก็มีความสุขครับ... ”หมวยเอื้อมมือโอบใบหน้าคมคร้ามสุดหล่อเหลาของเขาด้วยสองมือ รั้งลงมาบดริมฝีปากเข้าหากันแนบแน่นดูดดื่มอีกครั้งมาร์วินจูบไซ้ลงมาที่ซอกคอ เนินอก หมวยแอ่นสองเต้าขึ้นรับริมฝีปากของเขาที่ก้มลงดูดนมสลับไปมาทั้งสองข้าง ทั้งที่ดุ้นเอ็นยังฝังคา กระตุกเต้นอยู่ในกลีบสวาทของหล่อนที่กำลังขมิบรัด บอกรักกันและกันด้วยร่างกายที่เชื่อมประสานไว้ด้วยอวัยวะเพศ“พี่วินจ๋า… หมวยมีความสุขเหลือเกิน”หมวยยังหอบกระเส่า รู้สึกเสียวซ่านปานจะขาดใจ นอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างกำยำของมาร์วิน กระทั่งหลับลงในอ้อ
หมวยเม้นปากแน่น ถ่างขารับชะตากรรมสวาทที่ชายหนุ่มจัดให้อย่างดุดัน แอ่นหนอกเนินร่อนรับท่อนเอ็น กระแทกเข้ามาเป็นจังหวะ มาร์วินก้มดูดนมขณะโก่งเอวกระเด้าไปด้วย.....“ฮือๆ… พี่วินจ๋า... อ๊ะ... อ๊า... เสียวเหลือเกิน”หมวยขมิบรูรัวๆ ตัวสั่นเกร็งไปหมดแล้ว น้ำคาวสวาทใกล้จะแตกออกมา ในวินาทีที่แท่งเอ็นเสียบเข้ามาคาคับอยู่ในกายสาว กำลังกระตุกเต้นเป็นจังหวะอยู่ใน.....หลืบเนื้อนุ่มแน่น แอ่นอ้ารูดรัดความใหญ่โตของเขาเอาไว้อย่างยากลำบาก “อีกนิดครับ… พี่จะแตกแล้ว”มาร์วินส่งสัญญาณ มือสองข้างของหมวยกระหวัดรัดรอบลำคอบึนหนาของเขาเอาไว้แน่น แอ่นหนอกเนินสวาทรับท่อนเอ็นสาดเสียบเข้ามารัวๆ ร่างอ่อนระทวยสั่นเทิ้มตามแรงปะทะของอวัยวะเพศ.....“อู้ว… อ๊อย”ดวงตาของหมวยเหลือกลอยไปชั่วขณะ เสียวจนลมออกหู สติพร่าเลือน กลีบปากอวบอิ่มเผยออ้า ตามจังหวะกระเด้าดุดัน.....“อ๊า... อ๊า... อ๊า... ”หมวยพรูลมหายใจร้อนผ่าวออกมาตามจังหวะแก่นกายใหญ่ยาว กระแทกเข้าใส่จนมิด พวงสวรรค์เบียดชิด สนิทแน่นเต็มปากรูเสียวของหล่อน ทั้งสองแลกเสียงครวญครางกันอย่างเอาเป็นเอาตาย.....“อ๊า… หมวยจะแตกแล้วพี่วินจ๋า”ร่องสวาทของหญิงสาวส่งสัญญา
ดวงตาของชุลีพรเหลือกลอยไปชั่วขณะ มือเรียวขยุ้มขยำเกร็งจิกผ้าปูที่นอนยับย่น อาการบรรลุจุดสุดยอดกำลังมาเยือน แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มยังไม่อิ่มเอมสมใจ“ไอ้เชิด... ซอย... เร็วเข้า ได้โปรด”ชุลีพรรู้ดีว่าถ้าตามใจคนขับรถนานกว่านี้ ความใหญ่โตของมันอาจทำให้ร่องสวาทของหล่อนระบมบวมเป็นแน่ เหมือนได้เชิดเองก็รู
“เร่งเถอะไอ้เชิด… อย่าทรมานกูนักเลย จะขาดใจอยู่แล้ว”คุณนายครางกระเส่า“เดี๋ยวสิครับ... คุณนายปล่อยให้ผมคิดถึงมาหลายวัน... วันนี้ขอกินคุณนายให้สมใจอยาก”ไอ้เชิดรีบถอนแก่นกายออกมา “อ๊า... ”ชุลีพรพรูลมหายใจออกมาอย่างนึกเสียดาย แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกโพลงไปด้วยความรู้สึกซ่านเสียวอีกครั้ง
ร่างของผู้เป็นนายเขยื้อนไปตามแรงกระแทกกระทั้นหน่วงหนัก “มันสุดๆ... ”ไอ้เชิดหน้าแดงก่ำ ความใหญ่โตของมันทำเอาชุลีพรตาเหลือกลอยไปชั่วขณะ ดุ้นเอ็นขรุขระราวกับแท่งข้าวโพดแข็งๆ ทิ่มทะลวงลงมามิด พวงสวรรค์หดเป็นก้อนเบียดชิดสนิทแน่นคาคับปากรูปริแดง แอ่นอ้าขึ้นมาท่ามกลางพุ่มแพรไหมสีดำเลื่อมระยับ“เสียวเหลื
“ซี้ด... อ๊า อ๊อย... ตรงนั้นและเชิด… ดีจัง โอ้ว อูย เบาจ้ะ... เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา คนอะไรแข็งแรงเป็นบ้า อูย... ซี้ด เนื้อฉันระบมไปทั้งตัวแล้ว” ลีนาจำได้ แม้สุ้มเสียงนั้นจะใส่จริตจะก้านเกินกว่าปกติ แต่หล่อนจำได้ว่าเป็นเสียงโอดครวญสลับร้องครางของมารดาอย่างไม่ต้องสงสัย







