로그인“ฉันอยากให้เธอไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ยิ่งอยู่ไกลจากครอบครัวฉันได้เท่าไรยิ่งดี ถ้าเป็นไปได้จนกว่าจะเรียนจบอย่ากลับมาที่ไร่แสนศิริสุขอีก” “เหตุผลล่ะคะ” “ฉันเบื่อที่จะต้องมานั่งตีหน้าเป็นมิตรกับเธอต่อทุกคนในบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปเสียงเข้ม “ค่ะ แล้วฉันจะเลือกสอบมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตะวันตอบรับข้อเสนอของอีกฝ่าย “ขอบใจมากที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน...” “ฉันจะทำงานหาเงินใช้เองค่ะ คุณไม่ต้องกังวล” “แต่คุณย่าท่านคงโอนค่าใช้จ่ายให้เธอทุกเดือน” “ฉันจะไม่เอาเงินส่วนนั้นออกมาใช้ ทันทีที่เรียนจบฉันจะโอนเงินส่วนนั้นคืนให้คุณทุกบาททุกสตางค์ คุณไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” “หวังว่าเธอจะรักษาสัญญา เห็นเงินก้อนโตแล้วจะไม่เปลี่ยนใจล่ะ” “ค่ะ ฉันเป็นคนรักษาสัญญาเสมอ” “แล้วฉันจะรอดู” คีรินทร์เอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มหยันมุมปาก ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะใจร้ายตัดโอกาสหล่อนขนาดนี้ แต่ดูถ้อยคำแต่ละคำที่หล่อนย้อนเขามาสิ ว่ามันบ่งบอกถึงความหยิ่งผยองอวดดีถือดีขนาดไหน เขาก็อยากจะรู้นักว่าเด็กสาวอายุสิบแปดอย่างหล่อนจะจองหองไปได้สักกี่น้ำ
더 보기“ตาจักษ์ แม่อยากจะอุปการะหนูตะวัน” เสียงจากสตรี สูงวัย ผมสีดอกเลาเอ่ยปากบอกความต้องการของตนเองกับลูกชาย วัยเลยกลางคน ที่ใคร ๆ ต่างเรียกว่าพ่อเลี้ยง จักษ์ เจ้าของไร่แสนศิริสุขที่ตอนนี้กำลังนั่งอ่านข่าวสารบ้านเมืองผ่านไอแพดอยู่ตรงโต๊ะอาหาร
พ่อเลี้ยงจักษ์ลดไอแพดในมือลง พร้อมกับมองหน้ามารดาวัย เจ็ดสิบกว่า ๆ ของตนด้วยรอยยิ้มพร้อมกับตอบออกไป
“แล้วแต่คุณแม่เลยครับ ผมเองก็ว่าจะคุยเรื่องนี้อยู่พอดี ผมก็มีความต้องการตรงกับคุณแม่ที่อยากจะอุปการะเด็กคนนั้นเหมือนกัน มีใครเห็นแย้งอะไรไหม” จักษ์หันไปถามผู้เป็นภรรยาและลูกชายที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย
ภัสดาส่งยิ้มให้สามีเป็นเชิงว่าไม่ขัดข้องแต่อย่างใด ส่วนบุตรชายนั้นเอาแต่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างคนใช้ความคิด
“คีย์ มีความคิดเห็นยังไงบ้าง มีอะไรไม่เห็นด้วยหรือเปล่า” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามออกมาอีกรอบเมื่อเห็นว่าบุตรชายนั้นยังเอาแต่นั่งนิ่ง
ชายหนุ่มเจ้าของนามว่า คีรินทร์ เงยหน้าขึ้นพร้อมกับหันไปมองบิดาที่ยังนั่งรอเอาคำตอบอยู่
“ถ้าผมบอกว่าไม่เห็นด้วยคุณพ่อกับคุณย่าจะเปลี่ยนความคิด ไหมครับ”
“...” พ่อเลี้ยงจักษ์มองหน้าบุตรชายราวกับจะค้นหาคำตอบของ อีกฝ่าย
“เราจะอุปการะเด็กคนนั้นในฐานะอะไรล่ะครับ ผมต้องเสียผลประโยชน์อะไรบ้างหรือเปล่า” ชายหนุ่มตอบบิดาด้วยเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชา
“ย่าจะอุปการะหนูตะวันในฐานะว่าที่คู่หมั้นของคีย์ ถ้าหนูตะวันเรียนจบแล้วคีย์ยังไม่แต่งงาน ย่าจะให้คีย์แต่งกับหนูตะวัน” เสียงแหบพร่าของสตรีสูงวัยเป็นผู้ตอบคำถามแทน
“ไม่เอาครับย่า! เด็กคนนั้นเพิ่งจะอายุสิบห้าเอง ผมไม่ใช่โรคจิต ชอบเด็กนะครับ” ผู้เป็นหลานชายท้วงขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจพลาง ทำสีหน้าฝืดเฝื่อน
“ย่าก็ไม่ได้จะให้เราแต่งกันตอนนี้เสียหน่อย อีกตั้งหลายปีกว่า หนูตะวันจะเรียนจบ”
“อีกกี่ปีผมก็ไม่เอาครับ”
“แน่ใจนะ ถ้าหนูตะวันโตมาแล้วสวยอย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังล่ะ”
ผู้เป็นย่าเอ่ยเย้า
“ไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอนครับ” ผู้เป็นหลานยังคงยืนยันเสียง หนักแน่น
“เอาเป็นว่าย่าจะให้เวลาคีย์จนกว่าหนูตะวันจะเรียนจบก็แล้วกัน ถ้าคีย์มีคนที่ถูกใจคบหาจนถึงขั้นแต่งงานย่าก็ไม่ห้าม แต่ถ้าถึงตอนนั้นคีย์ยังไม่มีใคร ย่าจะให้แต่งกับหนูตะวัน” ผู้เป็นย่าเองก็ยังยืนยันคำพูดของตนเองอย่างหนักแน่นเช่นกัน
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะครับคุณแม่” จักษ์คล้อยตามมารดาที่จะให้เด็กผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ที่บ้านในฐานะว่าที่คู่หมั้นของบุตรชายตน เพราะลึก ๆ แล้วเขาก็รู้สึกผิดกับครอบครัวของฝ่ายนั้นอยู่เหมือนกัน
“พ่อครับ!” ผู้เป็นบุตรชายหันไปโวยวายบิดาเมื่อเห็นว่าท่านเออออตามผู้เป็นย่า
“สรุปว่าคีย์ไม่เห็นด้วยเรื่องที่จะให้หนูตะวันเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับเราอย่างนั้นสิ” จักษ์ถามลูกชายเสียงจริงจังอีกรอบ
คีรินทร์ตั้งท่าจะตอบออกไปว่าใช่ แต่เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่ของ ผู้เป็นย่าแล้วก็รู้ว่าคงจะขัดไม่ได้ จึงต้องจำยอมเอ่ยตอบออกไป “ผมจะไปขัดข้องอะไรได้ล่ะครับ เพราะต่อให้ผมไม่เห็นด้วย คุณพ่อกับคุณย่าก็คงยืนยันจะอุปการะเด็กคนนั้นอยู่ดี ถ้างั้นก็แล้วแต่คุณพ่อกับคุณย่าจะจัดการตามสมควรเลยครับ”
หญิงสูงวัยยิ้มออกมาอย่างพอใจ คีรินทร์จึงเอ่ยขึ้นต่ออีก “ขอแค่อย่างเดียว ระหว่างที่เด็กนั่นเข้ามาอยู่ที่นี่ อย่าให้มายุ่งวุ่นวายกับผมก็พอ”
จักษ์ได้แต่พยักหน้าตอบลูกชายเพราะรู้ดีว่าคีรินทร์เองก็รั้นไม่เบา ถ้าได้ต่อต้านอะไรขึ้นมาก็หัวชนฝาสุด ๆ เหมือนกัน
เมื่อเห็นผู้เป็นบิดาพยักหน้าตอบรับจึงหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อ แต่ความคิดยังประหวัดไปถึงเด็กสาวผู้เป็นหัวข้อสนทนาก่อนหน้านี้ที่มีนามว่า ‘ตะวัน ศิริกร’
เมื่อคืนที่ผ่านมาตนและครอบครัวไปฟังพระสวดอภิธรรมศพยายของเด็กสาวคนนั้น ที่อีกอำเภอหนึ่งไม่ไกลเท่าไร ภาพที่เห็นเจ้าหล่อนนั่งร้องไห้ปิ่มจะขาดใจอยู่หน้าโลงศพ เรียกให้แขกเหรื่อในงานต่างรู้สึกหดหู่ไปด้วยไม่ได้ และเขาก็คงจะเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่คิดว่าชีวิตของเด็กคนนั้นช่างน่าสงสารเสียกระไร ถ้าเพียงแต่เขาจะไม่ได้ยินบางประโยคหลุดออกมาจากปากของเจ้าหล่อนเสียก่อน ในขณะที่กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาอยากจะบอกผู้เป็นย่ากับบิดาเหลือเกินว่าเด็กนั่นไม่ได้ไร้เดียงสาแสนซื่ออย่างที่เห็น
“เนื่องในโอกาสอะไร ?” พ่อเลี้ยงหนุ่มแกล้งยกแก้วทรงสูงขึ้นมอง ไม่ยอมกระดกลงคอง่าย ๆ“ฉลองที่กูปิดดีลโพรเจกต์สำคัญได้” พูดจบก็ยกแก้วขึ้นดื่ม ทุกคนบนโต๊ะจึงพากันดื่มตามเพื่อแสดงความยินดีด้วยบุรินทร์ซึ่งนั่งอยู่รู้ว่าโพรเจกต์สำคัญที่บุตรชายเอ่ยถึงนั้นก็คือภารกิจพิชิตใจต้องตา รู้ตั้งแต่เจ้าวายร้ายมันพาอีกฝ่ายไปร่วมโต๊ะอาหารด้วยแล้ว ก็แต่ไหนแต่ไรมาบุตรชายเคยพาสาวเข้าบ้านเสียที่ไหนล่ะผู้ชายด้วยกันมันมองกันออก!“ทุกคนขาดาวตกค่ะ” เสียงใสของแม่หนูน้อยที่เอาแต่เงยหน้ามองท้องฟ้าเฝ้ารอดาวตกเอ่ยขึ้น มือเล็กชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้ทุกคนดู จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วยกมือขึ้นกุมกันไว้กลางอกแล้วอธิษฐานขอพรด้วยเสียงอันดัง“ขอให้อาคีมมีแฟนและได้แต่งงานเร็ว ๆ ค่ะ”อคิราห์ถึงกับกุมขมับกับพรที่หลานสาวขอ ไป ๆ มา ๆ เข้าตัวเธอได้ยังไงเนี่ย ใบหน้างามส่ายไปมาราวกับว่าไม่อยากให้พรที่ถูกขอออกไปเป็นจริง“น้ำมนต์อยากให้ย่าเจนมีความสุขค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วบอกออกไปอีก โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้คุณอาสาวหน้าซีดเผือดไปหมดแล้ว “น้ำมนต์ได้ยินย่าเจนบ่นกับคุณทวด ว่าถ้าอาคีมได้แต่งงานมีครอบครัวไปอีกคน ย่าเจนคงหมดห่วงและมีความสุข”“
“ในฐานะที่ผมเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าคินทร์ รบกวนคุณแม่ช่วยเรียกสินสอดให้หนูต้องตาด้วยครับ” คราวนี้เป็นเสียงเข้มของบุรินทร์ที่โพล่งขึ้น“สักร้อยล้านเป็นไง สู้ไหวไหมเราน่ะ” ประไพหันมาเอ่ยเย้าหลานชายคนที่โดนเรียกสินสอดให้ร้อยล้านตาโตด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าตัวเลขจะสูงถึงขนาดนั้น เธอรู้ว่าครอบครัวของอคินทร์มีฐานะ ทว่าจำนวนเงินที่สูงขนาดนี้มันมากเกินไปกับผู้หญิงที่เรียกว่ามีแต่ตัวอย่างเธอ แค่ครอบครัวของชายหนุ่มไม่คิดรังเกียจและให้เกียรติเธอได้ยืนเคียงข้างอคินทร์ก็แทบจะเรียกว่าเกินพอเสียด้วยซ้ำ“ไม่มีปัญหาครับ” อคินทร์ตอบเสียงดังฉะฉานแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด“ไอ้คินทร์มันจะเอาเงินมาจากไหนครับคุณย่า อาบุยังไม่ได้เซ็นยกมรดกให้มันเลย” ก็ไม่ได้อยากคิดขัดคอ แต่เห็นใบหน้าระรื่นอยากมีเมียเสียจนตัวสั่นของมันแล้วพ่อเลี้ยงหนุ่มอดเอ่ยขึ้นด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้“น้อยหน่อยเถอะไอ้คีย์ กูมีเงินเว้ย ให้ขอเมียอีกสิบคนยังไหว” อคินทร์ตอบกลับญาติผู้พี่อย่างไว เห็นอีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาชวนกวนอวัยวะเบื้องล่างมาให้อีก ก็รู้สึกเหมือนตัวเองจะงานเข้า“ผมไม่ได้คิดจะขอใครอีกนะต้อง แค่ยกตัวอย่างเปรียบเปรยให้เห็นภาพเฉย ๆ” ชา
“จริงเหรอคะ อาจินพูดจริงเหรอ ไม่ได้โกหกให้น้ำมนต์ดีใจใช่ไหมคะ”คราวนี้เด็กน้อยเอียงหน้าถามป้าต้องตา เหมือนว่าอยากได้ยินคำยืนยันจากเจ้าหล่อน“จริงค่ะ ป้าจะไม่ไปทำงานแล้ว” เสียงหวานเอ่ยยืนยัน“บอกน้ำมนต์ไปด้วยสิต้อง ว่าคุณจะแต่งงานกับผม”เป็นอีกครั้งที่อคินทร์งอแงเป็นเด็ก ใช้หลานสาวตัวน้อยมากดดันให้ร่างบางข้าง ๆ พูดออกมาเพื่อให้ทุกคนที่นั่งอยู่ได้เป็นสักขีพยาน“ค่ะ ป้าจะแต่งงานกับอาคินทร์”“เย่!” หนูน้อยหน้าบานยิ้มไม่หุบ พร้อมกับกรี๊ดกร๊าดด้วยความดีใจลั่นบ้าน เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนไปตาม ๆ กันคุณอาหนุ่มดึงหลานสาวเข้ามาหา ใช้มือลูบศีรษะเล็กเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วบอก“ต่อไปนี้น้ำมนต์ต้องเรียกป้าต้องตาว่าอาต้องตาด้วยนะคะ เพราะป้าต้องแต่งงานกับอาแล้วก็ต้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นอาของน้ำมนต์ด้วย ฝึกเรียกไว้ตั้งแต่ตอนนี้จะได้ชิน”หนูน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย หันไปยิ้มแป้นกับคนที่ตัวเองจะต้องเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเสียใหม่ แล้วว่าด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “อาต้อง”“เอ่อ…คือ” หญิงสาวมองหน้าคุณย่าประไพด้วยความเกรงใจ แม้จะปรับความเข้าใจและคุยกับอคินทร์เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนหน้าแล้ว ทว่าเธอยังไม่เคยคุ
อคินทร์นอนพักฟื้นอยู่ไม่กี่วันคุณหมอก็อนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งต้องตาเองก็ทำหน้าที่พยาบาลพิเศษส่วนตัวได้อย่างไม่มีบกพร่อง จนอคินทร์ร่ำ ๆ อยากจับเธอขึ้นเตียงเพื่อให้รางวัลอยู่เสียหลายที“แหม! ไอ้คุณคินทร์ครับ โดนยิงที่ไหล่ทำให้เจ็บขาจนเดินเองไม่ได้เลยเหรอ” เพียงแค่ลงจากรถและให้ต้องตาช่วยพยุงเข้าบ้าน เสียงร้องแซวของคีรินทร์ก็ลอยมาเข้าหูทันที“หุบปากไปเถอะน่ะ พูดมากน่ารำคาญ”คนโดนแซวว่าเจ็บขาตอบกลับ พลางกระชับวงแขนที่โอบไหล่มนของคนช่วยพยุงอยู่แน่นขึ้น ไม่คิดสะทกสะท้านต่อคำแซว จะมีก็แต่ต้องตาเท่านั้นที่แก้มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย“วันนี้กินข้าวหน้าบ้านเหรอวะ อย่าบอกนะว่าจะเลี้ยงฉลองที่กูออกจากโรงพยาบาล”อคินทร์ถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้แล้วเห็นคนช่วยกันจัดโต๊ะอาหารที่ระเบียงหน้าบ้าน“อื้อ คุณย่าให้จัดรับขวัญหลานรัก”คำพูดของคีรินทร์เกือบทำให้อคินทร์หลุดขำ มองซ้ายมองขวาด้วยกลัวว่าคนที่ตัวเองกำลังจะเอ่ยถึงจะมาได้ยิน เมื่อเห็นว่าอยู่ในระยะปลอดภัยก็ว่าขึ้น“เพิ่งรู้ว่ากูเป็นหลานรัก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไม่รักจะเป็นยังไง จัดมาให้แต่ละดอกทำเอายอกไปหมด”“กูก็พอกันกับมึงนั่นละ”คีรินทร์

![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




리뷰