คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน

คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน

By:  ฤดูร้อนที่สดใสUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
8views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เซิ่งอวิ้นกับลู่จื่อหลี่ คุณชายผู้ทรงอิทธิพลแห่งแวดวงชนชั้นสูงในเมืองจิง ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ลู่จื่อหลี่กลับนอกใจไปคบกับดาราสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เซิ่งอวิ้นจึงตัดสินใจเลิกกับเขาอย่างเด็ดขาด แล้วแต่งงานสายฟ้าแลบกับคุณชายผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองก่าง ต่อมา คุณชายแห่งเมืองจิงกับคุณชายแห่งเมืองก่างก็ได้มาเผชิญหน้ากันแบบเลี่ยงไม่ได้ คุณชายแห่งเมืองจิงตั้งท่าจะลงมือชกคุณชายแห่งเมืองก่าง คุณชายแห่งเมืองก่างคล้องแขนเซิ่งอวิ้นไว้ “เบ๊บ เขาน่ากลัวจัง” คุณชายแห่งเมืองจิง “เบ๊บ ๆ ๆ หุบปากเน่า ๆ ของนายไปเลย! นายยังเป็นผู้ชายอยู่ไหม? เอาแต่หลบอยู่หลังผู้หญิง ไอ้อ่อนเอ๊ย” คุณชายแห่งเมืองก่าง “เบ๊บ เขาด่าผม” เซิ่งอวิ้น: “ก็ด่ากลับสิ” คุณชายแห่งเมืองก่าง “ผมด่าคนเป็นภาษากลางไม่เป็น” เซิ่งอวิ้น: “งั้นก็ด่าเป็นภาษาเหนือ” จากนั้นคุณชายแห่งเมืองก่างก็หันไปด่าคุณชายแห่งเมืองจิงราวกับขุนนางผู้ถือกระบี่อาญาสิทธิ์ว่า “ไอ้ห้าวอก จั๊ดง่าว ปันต๋าย!” คุณชายแห่งเมืองจิง: “...” เซิ่งอวิ้น: “...”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เซิ่งอวิ้นเดินตามพนักงานมาจนถึงหน้าห้องส่วนตัว

ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไป กลับได้ยินเสียงร้อนรนของลี่สิงอวิ๋นดังออกมาเสียก่อน

“นายพาเธอมาทำไม? เดี๋ยวเซิ่งอวิ้นก็มาแล้ว”

เซิ่งอวิ้นยกมือห้ามพนักงานที่กำลังจะเปิดประตู แล้วตั้งใจฟังต่อ

“มาก็มาสิ” น้ำเสียงของลู่จื่อหลี่เต็มไปด้วยความไม่แยแส “คุณชายอย่างฉันจะต้องกลัวเธอด้วยหรือไง?”

“พ่อคุณเอ๊ย ขอร้องเถอะ อย่าก่อเรื่องเลยนะ” ลี่สิงอวิ๋นเอ่ย “นายจะเล่นสนุกกันลับหลังยังไงก็ได้ เซิ่งอวิ้นเห็นแก่นายกับตระกูลลู่เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่มาตลอด แต่การที่นายพาเธอมาอยู่ตรงหน้าเซิ่งอวิ้นแบบนี้ มันเท่ากับตบหน้าทั้งตระกูลเซิ่งและเซิ่งอวิ้นนะ”

“คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่งจะทนกล้ำกลืนเรื่องแบบนี้ลงเหรอ?”

ลู่จื่อหลี่หัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ทนไม่ได้ก็ต้องทน เธอเลิกกับฉันได้หรือไง? เธอตัดใจได้เหรอ? แล้วตระกูลเซิ่งตัดใจได้เหรอ?”

ลี่สิงอวิ๋นเกลี้ยกล่อมเท่าไรก็ไม่ฟัง จึงได้แต่เอ่ยอย่างหมดหนทาง “นายเล่นแรงขนาดนี้ ระวังสุดท้ายต้องไปตามง้อเมียจนไฟลนก้นก็แล้วกัน”

“หึ...” ลู่จื่อหลี่หัวเราะเบา ๆ อย่างดูแคลน

“ตามง้อเมียจนไฟลนก้น? นายคิดว่านี่คือนิยายหรือไง?”

เซิ่งอวิ้นผลักประตูเดินเข้าไป

สายตาจับจ้องไปที่ลู่จื่อหลี่

เขานั่งอยู่บนที่นั่ง ข้างกายมีหญิงสาวหน้าตาสะสวย รูปร่างโดดเด่นนั่งอยู่ด้วย หน้าอกของหญิงสาวทั้งสองข้างเบียดติดอยู่กับแขนของลู่จื่อหลี่

เมื่อเห็นเธอมองมา ลู่จื่อหลี่เพียงปรายตามองเธออย่างเรียบเฉย ส่วนหญิงสาวคนนั้นกลับยิ้มยั่วเย้าใส่เซิ่งอวิ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหายไปอย่างรวดเร็ว

“เซิ่งอวิ้นมาแล้วเหรอ” ลี่สิงอวิ๋นยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “นั่งสิ”

เซิ่งอวิ้นละสายตากลับ พยักหน้า แล้วเลือกนั่งลงตรงที่นั่ง

แต่ก่อนเธอมักจะนั่งข้างลู่จื่อหลี่เสมอ แต่ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะแล้ว

ลู่จื่อหลี่เห็นเซิ่งอวิ้นไปนั่งที่อื่น สีหน้าก็เย็นชาลง เขาส่งเสียงหึออกมา แต่ไม่ได้พูดอะไร

ไม่นานนัก ทุกคนก็ค่อย ๆ มากันครบ

ลี่สิงอวิ๋นเป็นคนจัดมื้ออาหารในวันนี้ คนที่มาก็ล้วนเป็นเพื่อนสนิทในแวดวงเดียวกัน ประมาณเจ็ดแปดคน

ไม่มีใครพาคนอื่นมาด้วย มีแค่ลู่จื่อหลี่ที่พาผู้หญิงมาคนหนึ่ง

ทุกคนมองลู่จื่อหลี่ เซิ่งอวิ้น และซูเซี่ยงหว่านสลับไปมาด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่มีใครเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

พวกเขาจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น กินข้าวไปคุยกันไป

จู่ ๆ ลู่จื่อหลี่ก็เอ่ยขึ้นว่า “หวานหว่าน ยกแก้วคารวะพี่เซิ่งของเธอสักแก้วสิ”

เซิ่งอวิ้นมองลู่จื่อหลี่

คนอื่น ๆ ก็มองลู่จื่อหลี่เช่นกัน

ลู่จื่อหลี่ยิ้มแล้วถาม “มองฉันแบบนี้ทำไม? น้องสาวจะยกแก้วคารวะพี่สาวสักแก้วไม่ได้หรือไง? จะได้เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อหน้าพี่สาวไง”

ทุกคน: “...”

พี่สาว? น้องสาว? เปิดตัวอย่างเป็นทางการ?

ลู่จื่อหลี่กำลังจะให้เซิ่งอวิ้นยอมรับ ‘เมียน้อย’ คนนี้อย่างนั้นเหรอ?

ทุกคนต่างรู้สึกว่าลู่จื่อหลี่ทำเกินไปแล้ว

จะไปเล่นสนุกกันลับหลังยังไงก็ได้ แต่ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานกันด้วยซ้ำ แต่เขากลับพาคนมาอยู่ตรงหน้าเซิ่งอวิ้นแล้ว

คุณหนูใหญ่เซิ่งคงไม่ยอมรับง่าย ๆ แน่

ซูเซี่ยงหว่านเองก็รู้ดีว่าลู่จื่อหลี่หมายความว่าอย่างไร ในใจจึงรู้สึกไม่ยินยอมเล็กน้อย

แต่เธอรู้สถานะของตัวเองดี จึงยังคงเชื่อฟัง เธอยกแก้วไวน์แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะยิ้มให้เซิ่งอวิ้น “พี่เซิ่ง ฉันขอดื่มให้พี่หนึ่งแก้ว ต่อไปก็ฝากพี่เซิ่งช่วยดูแลฉันด้วยนะคะ”

เซิ่งอวิ้นมองซูเซี่ยงหว่านโดยที่เธอยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ

ซูเซี่ยงหว่านมองลู่จื่อหลี่ด้วยความน้อยอกน้อยใจ “พี่หลี่ พี่เขาไม่ชอบฉันใช่ไหมคะ?”

ลู่จื่อหลี่ยิ้มอย่างเจ้าชู้ไม่เอาจริงเอาจัง

“เธอไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ขอแค่คุณชายอย่างฉันชอบก็พอ”

“มาป้อนฉันสิ”

ซูเซี่ยงหว่านหน้าแดงแล้วถาม “ป้อนยังไงคะ?”

ลู่จื่อหลี่ยิ้มอย่างไม่ยี่หระและปนการโอ้อวด “เธอว่าไงล่ะ”

ซูเซี่ยงหว่านเหลือบมองเซิ่งอวิ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะดื่มไวน์ในแก้วจนหมด จากนั้นก็ประคองใบหน้าของลู่จื่อหลี่ไว้ แล้วก้มลงจูบริมฝีปากเขา

ส่งไวน์ให้กันด้วยปาก

ลู่จื่อหลี่ก็ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เธอป้อนไวน์ให้แบบนั้น พลางเหลือบตามองเซิ่งอวิ้น

คนอื่น ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง

เซิ่งอวิ้นมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ยังคงสงบนิ่ง

เธอรู้แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลู่จื่อหลี่จบลงแล้ว

หลังจากป้อนเสร็จ ลู่จื่อหลี่ก็ตบก้นซูเซี่ยงหว่านหนึ่งทีราวกับเป็นการชื่นชม

ซูเซี่ยงหว่านหน้าแดงแล้วนั่งลง ดวงตาหวานฉ่ำไปด้วยเสน่ห์ ก่อนจะมองเซิ่งอวิ้นอย่างยั่วยุและได้ใจ

“ลู่จื่อหลี่” เซิ่งอวิ้นมองเขาแล้วถาม “สนุกไหม?”

ลู่จื่อหลี่เลิกคิ้วอย่างมีนัยยะ “ทำไม? เธออยากมาเล่นด้วยกันเหรอ?”

“...!!!”

คนอื่น ๆ แทบไม่กล้าหายใจแรง

เซิ่งอวิ้นส่ายหน้า “เกมเสื่อมเสียศีลธรรมแบบนี้ นายชอบเล่น แต่ฉันไม่ชอบ ฉันเล่นด้วยไม่ได้ เราสองคนไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน”

“เพราะฉะนั้น เราเลิกกันเถอะ”

คนอื่น ๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเซิ่งอวิ้นด้วยความตกตะลึง

แต่ในใจก็รู้สึกว่าเข้าใจได้

ถูกลู่จื่อหลี่เหยียดหยามต่อหน้าทุกคนถึงขนาดนี้ ไม่ว่าใครก็คงทนไม่ไหว

ลู่จื่อหลี่เป็นคุณชายใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งแวดวงชนชั้นสูงในเมืองจิง ส่วนเซิ่งอวิ้นเองก็เป็นคุณหนูใหญ่ผู้หยิ่งทะนงและสูงศักดิ์ไม่แพ้กัน

“ได้สิ” ลู่จื่อหลี่ยิ้มแล้วพูด “เราเลิกกัน”

เซิ่งอวิ้นพยักหน้า “ฉันจะเป็นคนบอกพ่อแม่ของฉันเอง ส่วนพ่อแม่นาย นายก็ไปบอกเองแล้วกัน”

รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่จื่อหลี่หายไปในทันที เขาจ้องเซิ่งอวิ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซิ่งอวิ้นลุกขึ้นแล้วเอ่ยกับทุกคน “พวกนายกินกันต่อเถอะ ฉันกลับก่อนล่ะ”

จากนั้นหันไปเอ่ยกับลี่สิงอวิ๋น “วันนี้ฉันเป็นคนจ่ายเอง ถือว่า...ฉลองที่ฉันกลับมาโสด แล้วก็ฉลองให้คุณชายลู่ที่ได้รักใหม่ด้วย”

พูดจบ เธอก็ยิ้มบาง ก่อนจะเดินออกไป

โดยไม่แม้แต่จะมองลู่จื่อหลี่อีก

ทุกคนในห้องส่วนตัวมองสีหน้าย่ำแย่ของลู่จื่อหลี่ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ

“มองฉันทำไม?” ลู่จื่อหลี่ยิ้มแล้วพูด “กินข้าวสิ”

แม้จะกำลังยิ้ม แต่แววตากลับเย็นเยียบ

“พี่หลี่...” ซูเซี่ยงหว่านยื่นมือไปหมายจะคล้องแขนลู่จื่อหลี่

ลู่จื่อหลี่สะบัดมือออกทันที ก่อนจะตวาดเสียงกร้าว “ไสหัวไป!”

“...”

ซูเซี่ยงหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง ขอบตาแดงขึ้นในทันที เธอกัดริมฝีปาก มองลู่จื่อหลี่ด้วยความน้อยอกน้อยใจ

ลู่จื่อหลี่ไม่แม้แต่จะมองเธอ เขาหยิบบุหรี่ออกมาคาบไว้ในปาก แต่กลับหาไฟแช็กไม่เจอ

ขณะที่กำลังจะระเบิดอารมณ์ ซูเซี่ยงหว่านก็รีบหยิบไฟแช็กมาจุดบุหรี่ให้เขา

ลู่จื่อหลี่ไม่พูดอะไรและไม่มองเธอ เขาสูบบุหรี่พ่นควันออกมาเป็นระยะด้วยสีหน้าเย็นชา

……

เซิ่งอวิ้นเดินออกจากห้องส่วนตัวจนมาถึงโถงด้านนอก เตรียมจะไปชำระเงิน ก็มีเพื่อนคนหนึ่งวิ่งตามออกมา แล้วเอ่ยกับเธอว่า “เซิ่งอวิ้น อย่าโกรธจื่อหลี่เลย เขาจงใจทำแบบนั้นให้เธอดู”

เซิ่งอวิ้นพยักหน้า “อืม ฉันไม่โกรธหรอก”

เพื่อนคนนั้นมองเซิ่งอวิ้นที่มีสีหน้าสงบนิ่งด้วยความสงสัย “เธอไม่โกรธจริง ๆ เหรอ?”

เซิ่งอวิ้นยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้า “ไม่โกรธจริง ๆ เราเลิกกันแล้ว ต่อไปเขาจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”

เพื่อนคนนั้นขมวดคิ้ว “เซิ่งอวิ้น อย่าพูดเล่นสิ เธอกับอาหลี่คบกันมาตั้งหลายปี จะเลิกกันเพราะเรื่องแค่นี้ได้ยังไง?”

“เมื่อกี้หลังจากเธอออกไป อาหลี่ก็ดุผู้หญิงคนนั้นแล้วก็ไล่ให้เธอไป เขาไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นเลย”

เซิ่งอวิ้นถอนหายใจ ก่อนจะมองเพื่อนคนนั้นแล้วพูดว่า “มีตอนไหนที่นายเคยเห็นฉันเอาเรื่องเลิกกันมาพูดเล่นบ้างล่ะ?”

เพื่อนคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อลองนึกย้อนดู ก็เป็นอย่างที่เธอพูดจริง ๆ เซิ่งอวิ้นกับอาหลี่คบกันมาหลายปี อาหลี่มักจะก่อเรื่องไม่หยุด เซิ่งอวิ้นเองก็เคยโกรธและทะเลาะกับอาหลี่ แต่ไม่ว่าจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน เซิ่งอวิ้นก็ไม่เคยพูดคำว่าเลิกกันออกมาเลย

ครั้งนี้...อาหลี่ทำเกินไปจริง ๆ แม้แต่พวกเขาที่เป็นเพื่อนยังรู้สึกว่าเกินไป

“ลู่จื่อหลี่มองความรักเป็นเรื่องเล่น ๆ และย่ำยีความรู้สึกของคนอื่น แต่ฉันไม่ใช่” เซิ่งอวิ้นเอ่ย

“เรื่องเลิกกันน่ะ ฉันเอาจริง”

เพื่อนคนนั้นเงียบไป

ตอนนั้นเอง ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินสวนเข้ามา ส่งเสียงเอิกเกริกไม่น้อย

ในกลุ่มนั้นมีชายคนหนึ่งถูกคนอื่นรายล้อมอยู่ตรงกลาง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1
เซิ่งอวิ้นเดินตามพนักงานมาจนถึงหน้าห้องส่วนตัวขณะที่กำลังจะเดินเข้าไป กลับได้ยินเสียงร้อนรนของลี่สิงอวิ๋นดังออกมาเสียก่อน“นายพาเธอมาทำไม? เดี๋ยวเซิ่งอวิ้นก็มาแล้ว”เซิ่งอวิ้นยกมือห้ามพนักงานที่กำลังจะเปิดประตู แล้วตั้งใจฟังต่อ“มาก็มาสิ” น้ำเสียงของลู่จื่อหลี่เต็มไปด้วยความไม่แยแส “คุณชายอย่างฉันจะต้องกลัวเธอด้วยหรือไง?”“พ่อคุณเอ๊ย ขอร้องเถอะ อย่าก่อเรื่องเลยนะ” ลี่สิงอวิ๋นเอ่ย “นายจะเล่นสนุกกันลับหลังยังไงก็ได้ เซิ่งอวิ้นเห็นแก่นายกับตระกูลลู่เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่มาตลอด แต่การที่นายพาเธอมาอยู่ตรงหน้าเซิ่งอวิ้นแบบนี้ มันเท่ากับตบหน้าทั้งตระกูลเซิ่งและเซิ่งอวิ้นนะ”“คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่งจะทนกล้ำกลืนเรื่องแบบนี้ลงเหรอ?”ลู่จื่อหลี่หัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ทนไม่ได้ก็ต้องทน เธอเลิกกับฉันได้หรือไง? เธอตัดใจได้เหรอ? แล้วตระกูลเซิ่งตัดใจได้เหรอ?”ลี่สิงอวิ๋นเกลี้ยกล่อมเท่าไรก็ไม่ฟัง จึงได้แต่เอ่ยอย่างหมดหนทาง “นายเล่นแรงขนาดนี้ ระวังสุดท้ายต้องไปตามง้อเมียจนไฟลนก้นก็แล้วกัน”“หึ...” ลู่จื่อหลี่หัวเราะเบา ๆ อย่างดูแคลน“ตามง้อเมียจนไฟลนก้น? นายคิดว่านี่คือนิยายหรือไง?”
Read more
บทที่ 2
เซิ่งอวิ้นมองไปด้วยความสงสัยแวบหนึ่ง ชายคนนั้นหน้าตาโดดเด่นอย่างมาก โครงหน้าคมชัดได้รูป คิ้วตาลึกคม ดูคล้ายลูกครึ่งอยู่เล็กน้อยรูปร่างสูงใหญ่ บรรยากาศรอบตัวกดดันผู้คน เขาถูกคนกลุ่มหนึ่งรายล้อมอยู่ตรงกลาง ดูสูงศักดิ์และเย็นชาชายคนนั้นก็มองเห็นเซิ่งอวิ้นเช่นกัน เขาพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในท่ามกลางกลุ่มคนที่รายล้อม“...”เซิ่งอวิ้นรู้สึกสงสัยเล็กน้อยเธอน่าจะไม่รู้จักชายคนนั้น แล้วทำไมเขาถึงพยักหน้าทักทายเธอ?ในกลุ่มคนที่รายล้อมเขาอยู่ มีอยู่หลายคนที่เธอรู้สึกคุ้นหน้า เพราะเคยพบกันในแวดวงธุรกิจดูท่าแล้ว อีกฝ่ายก็น่าจะเป็นนักธุรกิจเหมือนกัน การที่มีนักธุรกิจมากมายรายล้อมเขาอยู่แบบนั้น แสดงว่าสถานะของเขาคงไม่ธรรมดาแต่เมือง B มีบุคคลโดดเด่นระดับลูกรักสวรรค์แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ทำไมเธอถึงไม่รู้เลย?เซิ่งอวิ้นให้เพื่อนคนนั้นกลับไปที่ห้องส่วนตัว ส่วนตัวเธอไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารส่วนตัวระบบสมาชิก แขกที่เข้าออกล้วนร่ำรวยหรือมีฐานะสูงส่งพนักงานสาวสวยที่เคาน์เตอร์ยิ้มทักทาย “คุณหนูเซิ่ง”เซิ่งอวิ้นพยักหน้า แล้วถามพนักงาน
Read more
บทที่ 3
หลังเลิกงาน เซิ่งอวิ้นเติมเครื่องสำอางเล็กน้อย แล้วไปยังร้านอาหารที่นัดกันไว้ เมื่อไปถึงร้าน เธอกวาดตามองไปรอบหนึ่งก็เห็นเซี่ยปู้อวี่เขานั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย ก้มหน้ามองโทรศัพท์เล็กน้อย ใบหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบทำให้แขกคนอื่นในร้านอาหารหันมามองอยู่บ่อย ๆเซิ่งอวิ้นเดินเข้าไป“คุณเซี่ย”เธอเอ่ยทักทายเซี่ยปู้อวี่เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นเธอก็วางโทรศัพท์ลง แล้วพยักหน้าทักทาย “คุณหนูเซิ่ง”เขาลุกขึ้นดึงเก้าอี้ให้เซิ่งอวิ้น พร้อมทำมือเชื้อเชิญเซิ่งอวิ้นเหลือบมองมือของเขา นิ้วยาวเรียว ข้อนิ้วเด่นชัด ดูสวยมากผู้ชายคนนี้ช่างหน้าตาดีและประณีตไปเสียทุกส่วนจริง ๆเซิ่งอวิ้นยิ้มบาง ๆ พยักหน้าแล้วนั่งลง“ขอบคุณค่ะ”เซี่ยปู้อวี่ก็นั่งลง ก่อนจะหยิบเมนูส่งให้เซิ่งอวิ้น “คุณหนูเซิ่งลองดูนะครับว่าอยากกินอะไร”เซิ่งอวิ้นรับเมนูมา สั่งอาหารสองอย่าง แล้วส่งต่อให้เซี่ยปู้อวี่ เซี่ยปู้อวี่ก็สั่งอีกสองอย่าง ก่อนจะยื่นเมนูคืนให้พนักงานพนักงานเดินจากไปเซิ่งอวิ้นมองเซี่ยปู้อวี่ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยนี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาดูตัวปกติดูตัวกันมีขั้นตอนยังไงนะ?เธอไม่มีประสบการณ์
Read more
บทที่ 4
ตระกูลลู่กับตระกูลเซิ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน หมู่บ้านแห่งนี้สร้างมานานยี่สิบสามสิบปีแล้ว แม้จะเก่าแก่พอสมควร แต่ทำเลดี ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหมู่บ้านวิลล่าที่แพงที่สุดของเมือง Bคนที่อาศัยอยู่ที่นี่หากไม่รวยก็มีฐานะสูงส่งหลายปีมานี้ ถึงแม้ตระกูลเซิ่งกับตระกูลลู่จะหาเงินได้มากขึ้น มีบ้านที่ดีกว่าเดิม แต่ก็ไม่เคยย้ายออกไปสาเหตุหลักก็เพราะทำเลดี ไปทำงานหรือเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวกเซิ่งอวิ้นเห็นรถของลู่จื่อหลี่ขับผ่านรถของตัวเองไปก็เริ่มคิดเรื่องย้ายบ้านขึ้นมาถ้ายังอยู่หมู่บ้านเดียวกับตระกูลลู่ต่อไป เจอหน้ากันอยู่บ่อย ๆ ยังไงก็คงกระอักกระอ่วนอยู่บ้างเมื่อถึงบริษัท เธอก็เริ่มทำงาน พอสิบโมงเช้าก็ได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยปู้อวี่เซี่ยปู้อวี่เชิญเซิ่งอวิ้น รวมถึงพ่อแม่เซิ่งไปกินข้าวด้วยกันเซิ่งอวิ้นตอบตกลงหลังวางสาย เซิ่งอวิ้นก็แจ้งพ่อแม่ พอถึงพักเที่ยง ทั้งสามคนก็ขับรถไปยังร้านอาหารที่เซี่ยปู้อวี่จองไว้เมื่อไปถึงร้านก็เห็นเซี่ยปู้อวี่สวมสูทสีดำเข้ารูป ยืนรออยู่ตรงหน้าร้านอาหารข้างกายมีผู้ช่วยของเขายืนอยู่ด้วยทั้งสามจอดรถเสร็จ ลงจากรถ แล้วเดินมาถึงหน้าร้านอาหาร“
Read more
บทที่ 5
……ลู่จื่อหลี่ก็เห็นโพสต์ในอินสตาแกรมของเซิ่งอวิ้นเช่นกันเขาขมวดคิ้วอยากโทรไปถามเซิ่งอวิ้น แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไว้เขาไม่คิดว่าเซิ่งอวิ้นจะไปจดทะเบียนสมรสจริง ๆเซิ่งอวิ้นไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่นขนาดนั้น ต่อให้เลิกกับเขาจริง ๆ หากจะแต่งงาน เธอก็ต้องคิดพิจารณาอย่างรอบคอบไม่ใช่เหมือนในละครที่วันนี้เพิ่งเลิกกัน พรุ่งนี้ก็ประชดด้วยการคว้าใครสักคนมาแต่งงานเซิ่งอวิ้นเป็นคนสุขุมและมีวุฒิภาวะมากแต่บางครั้งก็สุขุมเกินไป...จนน่าหงุดหงิดลู่จื่อหลี่นึกถึงรถป้ายทะเบียนฮ่องกงที่เห็นเซิ่งอวิ้นขึ้นไปเมื่อเช้าวันนี้ในใจก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยไลน์ของลู่จื่อหลี่ก็ถูกข้อความถล่มเช่นกัน มีคนมากมายมาถามว่าทำไมจู่ ๆ ถึงแต่งงานแล้ว พร้อมทั้งแสดงความยินดีสารพัดต่อมา เมื่อเซิ่งอวิ้นโพสต์ว่าไม่ใช่เขา และเธอกับเขาเลิกกันแล้ว คนที่เข้ามาสอบถามข่าวก็ยิ่งมากขึ้นลู่จื่อหลี่หงุดหงิดจนปรับโทรศัพท์เป็นโหมดห้ามรบกวนเช่นกัน ก่อนจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานอย่างไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน……เซิ่งอวิ้นเดินออกจากบริษัท ขณะที่กำลังจะเรียกรถ ก็เห็นรถของเซี่ยปู้อวี่จอดอยู่หน้าบริษัท เธอจึงเดินเข้าไปหาเซี่ย
Read more
บทที่ 6
เซี่ยปู้อวี่ยืนรออยู่ข้างรถ เมื่อเห็นเซิ่งอวิ้นลากกระเป๋าเดินทางออกมา ก็เดินเข้าไปรับกระเป๋าจากมือเธอเซิ่งอวิ้น: “ขอบคุณค่ะ”เซี่ยปู้อวี่เหลือบมองเธอแล้วพยักหน้าเขาเอากระเป๋าเดินทางใบเล็กใส่ท้ายรถ จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นรถ เซิ่งอวิ้นนั่งที่เบาะข้างคนขับ แต่ทันทีที่นั่งลง ยังไม่ทันคาดเข็มขัดนิรภัย ก็เห็นเซี่ยปู้อวี่โน้มตัวเข้ามาหา ทำเอาเซิ่งอวิ้นตกใจใบหน้าเธอแดงขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองเซี่ยปู้อวี่ด้วยความประหม่าและกระวนกระวายเขาคิดจะทำอะไร?ใจร้อนขนาดนี้เลยเหรอ?เพิ่งขึ้นรถก็จะจูบกันเลยเหรอ?เซิ่งอวิ้นกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวจากนั้นก็เห็นเซี่ยปู้อวี่ยื่นมือไปหยิบเข็มขัดนิรภัยเซิ่งอวิ้น: “…”ที่แท้ก็จะคาดเข็มขัดให้?ก็บอกกันก่อนสิแค่คาดเข็มขัดนิรภัยจะทำให้บรรยากาศคลุมเครือขนาดนี้ทำไม?ที่จริงเซี่ยปู้อวี่จงใจใช่ไหม?จงใจเข้าใกล้เธอ ช่วยคาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้เธอเข้าใจว่าเขาจะจูบ ทำให้เธอทั้งประหม่าและเขินอายเป็นมุกที่ละครชอบใช้กันบ่อย ๆแสดงว่าเขาไปเรียนมาจากละครเหรอ?เธอไม่ใช่เจ้าหญิงบอบบาง และไม่ใช่เด็กโข่งที่ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเอง เธอคาดเข็มขัดนิรภัยเอง
Read more
บทที่ 7
เซิ่งอวิ้นรู้สึกเขินเล็กน้อย สองมือคล้องคอเซี่ยปู้อวี่ไว้ไม่ยอมปล่อย แบบนี้เขาก็ไม่มีทางถอดเสื้อคลุมนอนของเธอออกจนหมดได้เสื้อคลุมนอนจึงห้อยหลวม ๆ อยู่บนตัวเธอเซี่ยปู้อวี่มองเธอแล้วหัวเราะเบา ๆเซิ่งอวิ้นหน้าแดงจัด แต่ก็ยังคงคล้องคอเขาไว้เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าถ้าถอดเสื้อผ้าจนหมดจะทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยและเขินมากเธอไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเซี่ยปู้อวี่มองเธอแวบหนึ่ง มือไล้ไปตามเอว ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาถึงหน้าอกเซิ่งอวิ้นมองเซี่ยปู้อวี่พร้อมกับร่างกายที่เกร็งขึ้น จะจับก็จับเถอะ ถึงแม้เธอจะไม่เคยมีประสบการณ์แต่ก็พอรู้ขั้นตอนของเรื่องแบบนี้อยู่บ้างเพียงแต่...สีหน้าของเซี่ยปู้อวี่ทำให้เธอรับมือไม่ไหวทั้งจดจ่อ คลุมเครือ และร้อนแรง เต็มไปด้วยความปรารถนาทำให้เซิ่งอวิ้นทั้งประหม่าและหวาดกลัวจนอยากถอยหนีกลางคันดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงความประหม่าและเขินอายของเธอ เซี่ยปู้อวี่จึงโน้มตัวลงมาจูบเธออย่างช้า ๆ และอ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไป จนเซิ่งอวิ้นเริ่มปรับตัวได้ ร่างกายจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายและตอบรับเขาอย่างเงอะงะเมื่อได้รับการตอบรับจากเธอ เซี่ยปู้อวี่ก็เริ่มรุกหนักขึ้นทันทีที่เ
Read more
บทที่ 8
เซิ่งอวิ้นล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย แล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว พอเธอออกมา เซี่ยปู้อวี่ถึงค่อยไปล้างหน้าแปรงฟัน หลังจากทั้งสองจัดการตัวเองเสร็จก็ออกจากบ้าน ลงไปกินอาหารเช้าด้านล่างกินอาหารเช้าเสร็จแล้วต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานเซิ่งอวิ้นมาถึงบริษัท แม่เซิ่งก็โทรเข้ามา บอกว่าคืนนี้จะเชิญเซี่ยปู้อวี่มากินข้าวกับญาติ ๆ ของตระกูลเซิ่ง จะได้ทำความรู้จักหน้าค่าตากันไว้ญาติผู้ใหญ่ของตระกูลเซี่ยไม่ได้อยู่เมือง B แต่ญาติผู้ใหญ่ของตระกูลเซิ่งล้วนอยู่กันที่นี่เซิ่งอวิ้นตอบตกลงแล้วเอ่ยว่า “เดี๋ยวหนูถามเซี่ยปู้อวี่ก่อนว่าคืนนี้เขามีธุระไหม”หลังวางสาย เซิ่งอวิ้นก็ส่งข้อความหาเซี่ยปู้อวี่เซิ่งอวิ้น: คืนนี้มีธุระไหม?เซี่ยปู้อวี่ตอบกลับแทบจะทันที: ไม่มีเซิ่งอวิ้น: คืนนี้ไปกินข้าวกับญาติผู้ใหญ่ของตระกูลเซิ่งได้ไหม?เซี่ยปู้อวี่: ได้เซิ่งอวิ้นจึงตอบกลับแม่เซิ่งแม่เซิ่งก็ไปจัดการเตรียมการเซิ่งอวิ้นก็ทำงานต่อ……ช่วงเย็นใกล้เลิกงาน เซี่ยปู้อวี่ส่งข้อความมาหาเซิ่งอวิ้น บอกว่าอีกเดี๋ยวจะไปรับเธอหลังเลิกงาน แล้วไปที่ร้านอาหารด้วยกันพอเลิกงาน เซิ่งอวิ้นเดินออกจากบริษัท ก็เห
Read more
บทที่ 9
คนตระกูลเซิ่ง: “...”น้องเซี่ย?เมื่อก่อนตอนเขาเรียกลู่จื่อหลี่ ไม่เคยกล้าอาศัยฐานะของตัวเองเรียกว่าน้องลู่เลยสักครั้ง เอาแต่ประจบเอาใจ เรียกประธานลู่บ้าง คุณชายลู่บ้างมาตลอดแต่เขาเป็นอาเขยของเซิ่งอวิ้น และก็ถือเป็นอาเขยของเซี่ยปู้อวี่ด้วย การเรียกน้องเซี่ยก็ไม่ถือว่าเกินไปนักเซี่ยปู้อวี่มองหลินเจี้ยนเฉิง ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพมีมารยาท “ผมเป็นคนเมืองก่างครับ เพิ่งมาเมือง B ได้ไม่นาน”ทุกคนประหลาดใจคนเมืองก่าง?ทำไมจู่ ๆ เซิ่งอวิ้นถึงไปหาแฟนเป็นคนเมืองก่างได้?ทุกคนมองรูปลักษณ์และบุคลิกของเซี่ยปู้อวี่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนธรรมดา“ที่บ้านทำธุรกิจอะไรเหรอ?” หลินเจี้ยนเฉิงถาม น้ำเสียงระมัดระวังขึ้นเล็กน้อยคนเมืองก่างมีเงินทุกคนพากันคิดในใจ เมืองก่าง...นามสกุลเซี่ย เพิ่งมาภาคกลาง...ช่วงนี้รัฐบาลเมือง B ก็เพิ่งดึงตระกูลมหาเศรษฐีเซี่ยจากเมืองก่างเข้ามาลงทุนด้วย...หรือว่า...จะเป็นตระกูลเซี่ยที่อยู่ตรงหน้านี้?“ทำธุรกิจครับ” เซี่ยปู้อวี่เอ่ยหลินเจี้ยนเฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม “บ้านนายคือตระกูลเซี่ยแห่งเมืองก่างใช่ไหม?”เซี่ยปู้อวี่พยักหน้าทุกคน: “!!!”เป็นตระกูลน
Read more
บทที่ 10
เซิ่งอวิ้นเหลือบมองเซี่ยปู้อวี่แวบหนึ่ง สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งและอ่อนโยน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่พ่อแม่เซิ่งขมวดคิ้วพลางมองหลินหว่านถัง“หว่านถัง ห้ามพูดจาเหลวไหล”หลินหว่านถังถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงเหลือบมองเซี่ยปู้อวี่แวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน แล้วกล่าวขอโทษเซิ่งอวิ้น “พี่คะ ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่...รู้สึกเสียดายนิดหน่อย”สีหน้าของเซิ่งอวิ้นเรียบเฉย เธอไม่ได้พูดอะไรหลินเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้น “อวิ้นอวิ้น อย่าว่าหว่านถังเลย หว่านถังก็แค่เป็นห่วงเธอน่ะ”เซิ่งอวิ้นพยักหน้า “อืม”บอกตามตรง เธอไม่ได้เก็บเอาการยุแยงเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ของหลินหว่านถังมาใส่ใจเลยในแวดวงตระกูลเศรษฐีของเมือง B แทบไม่มีใครไม่รู้เรื่องของเธอกับลู่จื่อหลี่ ต่อให้วันนี้หลินหว่านถังไม่พูด วันหน้าก็ต้องมีคนอื่นไปพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเซี่ยปู้อวี่อยู่ดีหรือบางที เซี่ยปู้อวี่อาจรู้อยู่แล้วว่าเธอกับลู่จื่อหลี่เคยมีเรื่องราวอะไรกันหลินหว่านถังทำเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนโตไม่รู้กี่ครั้ง เธอชินไปนานแล้วหลินหว่านถังมองเซิ่งอวิ้นกับเซี่ยปู้อวี่ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยสองคนนี้...สีหน้าล้วนสงบนิ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status