LOGINความเงียบสงัดของหมู่บ้านจัดสรรยามตีสองถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท แสงไฟหน้ารถสาดกระทบรั้วอัลลอยด์สีเข้มของบ้านสองหลังที่ตั้งอยู่ติดกัน
บรรยากาศยามดึกสงัดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านมา ทว่าความสงบนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยความทุลักทุเลของกลุ่มชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวลงจากรถ
“ไอ้แทน! มึงก้าวขาดีๆ ดิวะ ตัวหนักอย่างกับควาย!”
เสียงของเจตสบถขึ้นอย่างเหลืออด ขณะที่เขากับบอลสองเพื่อนสนิทกำลังช่วยกันหิ้วปีกร่างสูงใหญ่ของแทนไท ลงมาจากเบาะหลังรถ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งฉุนกึกบอกให้รู้ถึงปริมาณน้ำเมาที่เจ้าตัวซัดเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ร่างของแทนไทโงนเงนไร้ทิศทาง ขาทั้งสองข้างพับอ่อนราวกับคนไม่มีกระดูก ศีรษะหนักอึ้งพับตกลงมาซบกับบ่าของบอล
“เออแม่ง... ดื่มเหมือนพรุ่งนี้จะเอาให้ตับพัง มึงเป็นบ้าอะไรของมึงวะเนี่ย เอ้า! ฮึบ! ก้าวเว้ยไอ้แทน บ้านมึงอยู่ตรงหน้านี่แล้ว”
บอลพยายามออกแรงดันหลังเพื่อนให้เดินตรงไปที่ประตูรั้วบ้านของแทนไท ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ
แต่ในวินาทีที่ปลายเท้าของแทนไทแตะลงบนพื้นซีเมนต์หน้าบ้าน ดวงตาที่แดงก่ำและปรือปรอยจากฤทธิ์เหล้ากลับตวัดไปมองรั้วบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน... บ้านของเจ้าขวัญ
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดเข้าสู่หัวใจที่กำลังว้าวุ่น สติสัมปชัญญะที่ขาดผึงไปแล้วถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิด ความสับสน และความปรารถนาลึกๆ ที่เขาพยายามกดทับมันไว้ด้วยความปากดีมาตลอด
แทนไทไม่รู้ว่าตัวเองเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะออกแรงสะบัดแขนทั้งสองข้างอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุมของเพื่อนสนิททั้งสองคน
“เฮ้ย! ไอ้แทน! มึงจะไปไหน!”
เจตร้องลั่น รีบถลาเข้าไปคว้าแขนเพื่อน แต่กลับถูกคนเมาผลักอกจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างสูงที่เคยอ่อนปวกเปียกเมื่อครู่ บัดนี้กลับเดินโซเซแต่ดุดันตรงดิ่งไปยังหน้าประตูรั้วบ้านของเจ้าขวัญ
สองมือแกร่งคว้าลูกกรงเหล็กดัดเอาไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้แดงเถือกและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความหงุดหงิด ซบลงกับซี่กรงเหล็กเย็นเยียบ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะอ้าออกและตะโกนลั่นซอยอย่างคนเสียสติ
“ขวัญ! เจ้าขวัญ! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงแหบพร่าตะดังกึกก้องแผดทะลุความเงียบของยามราตรี มันไม่ใช่แค่การเรียกหา แต่เป็นเสียงคำรามของคนที่กำลังพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกตัวเอง เป็นเสียงของผู้ชายปากแข็งที่ทำตัวใจร้ายใส่เธอมาตลอด แต่พอถูกพ่แม่ของเธอกีดกันเข้าจริงๆ เขากลับทนไม่ได้จนแทบจะบ้าตาย
บอลและเจตเบิกตาตากว้างด้วยความช็อก ก่อนจะรีบพุ่งพรวดเข้าไปตะครุบตัวเพื่อนตัวดี ดึงแขนดึงไหล่พยายามกระชากให้แทนไทออกห่างจากรั้วบ้านของหญิงสาว
“ไอ้เหี้ยแทน! มึงบ้าไปแล้วเหรอวะ! ดึกป่านนี้แล้วมึงมาแหกปากทำเหี้ยอะไร!” บอลกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามล็อคคอเพื่อนจากด้านหลัง
“มึงอยากให้พ่อแม่น้องขวัญเอาลูกซองออกมายิงกบาลมึงหรือไง! กลับบ้าน!”
“ปล่อยกู!! กูไม่กลับ! กูจะคุยกับขวัญ!”
แทนไทสะบัดตัวอย่างบ้าคลั่ง ฤทธิ์เหล้าทำให้เขาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆ แม้ว่าท่อนแขนจะขูดกับซี่กรงเหล็กจนเป็นรอยแดง เขาก็ยังยึดรั้วไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“เจ้าขวัญ! ออกมาคุยกับพี่เดี๋ยวนี้! ทำไมต้องไม่รับสายวะ! ลงมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“ไอ้แทน! มึงหยุดสิวะ! ขืนมึงแหกปากอีกคำเดียวพ่อแม่น้องเขาตื่นแน่!”
เจตพยายามงัดมือของแทนไทออกจากรั้ว แต่คนเมากลับยึดมันไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
“กูไม่แคร์! พ่อแม่เขาจะตื่นก็ตื่นไปดิวะ! กูจะคุยกับยัยเด็กดื้อนั่น! ขวัญ! ขวัญ!!”
แทนไทยังคงตะโกนเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความอึดอัดที่แน่นอยู่ในอกมันทรมาน เขาเกลียดที่ตัวเองที่เป็นเพียงวิศวะเปื้อนฝุ่นไม่เป็นที่ยอมรับของพ่อแม่เธอ ในร้านเหล้าเขาพยายามโทรหาเธออย่างบ้าคลั่งแต่เธอกลับไม่รับสาย
แทนไทคิดว่าเธอฟังคำพ่อแม่เหมือนเคยคือการเลิกยุ่งกับเขา นั่นทำให้เขาเจียนตาย เขาแค่อยากเห็นหน้าเธอ แค่ต้องการคำอธิบาย แค่อยากถามว่าทำไมไม่รับสาย อยากดึงเธอมาถามว่ารังเกียจเขาเหมือนที่พ่อแม่เธอรังเกียจหรือไง!
.
ขณะเดียวกัน ภายในห้องนอนชั้นสองของบ้านที่ปิดไฟมืดสนิท ร่างบางที่กำลังหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาต้องสะดุ้งสุดตัว
เจ้าขวัญลืมตาโพลงท่ามกลางความมืด เสียงตะโกนที่ดังแว่วเข้ามาทะลุกระจกหน้าต่างทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เสียงนั้น... เสียงที่เธอคุ้นเคยดีกว่าใคร เสียงของพี่ชายข้างบ้านจอมบงการ เอาแต่ใจ และชอบพูดจาร้ายกาจใส่เธอ
“พี่แทน…”
หญิงสาวครางชื่อเขาเบาๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความรำคาญระคนตกใจ เธอรีบเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง แสงสีส้มสว่างวาบขึ้นในห้อง เผยให้เห็นใบหน้าหวานที่ซีดเผือดงัวเงีย
เจ้าขวัญตวัดผ้าห่มออกจากตัว รีบก้าวเท้าเปลือยเปล่าวิ่งไปที่หน้าต่างห้องนอน มือเรียวแหวกผ้าม่านออกเล็กน้อยเพื่อชะโงกมองลงไปเบื้องล่าง
ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด…
ใต้แสงไฟถนนสีเหลืองนวล ร่างสูงของแทนไทกำลังเกาะรั้วบ้านของเธอแน่นราวกับคนเสียสติ เขากำลังดิ้นรนขัดขืนการจับกุมของเจตและบอล ปากก็พร่ำตะโกนเรียกชื่อเธอสลับกับเสียงโวยวาย สภาพของเขาดูไม่ได้เลย เสื้อช็อปหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง และท่าทางที่ทรงตัวแทบไม่อยู่บอกให้รู้ว่าเขาเมาหนักแค่ไหน
“ทำบ้าอะไรของเขาเนี่ย…”
เจ้าขวัญพึมพำกับตัวเอง มือที่จับผ้าม่านสั่นระริก ความรู้สึกมากมายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งโกรธที่เขามาอาละวาดกลางดึก ทั้งสับสนกับท่าทางราวกับคนขาดสติของเขา... ลึกๆ ในใจที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดกลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหวเมื่อเห็นเขาสภาพเหมือนหมาบ้าที่กำลังเรียกร้องหาเจ้าของ
แต่อารมณ์ที่พุ่งสูงที่สุดในตอนนี้คือ ‘ความกลัว’
ถ้าพ่อกับแม่ตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงนี้ล่ะ?
ความคิดนั้นทำให้เจ้าขวัญขนลุกซู่ พ่อของเธอหวงเธอยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ และไม่เคยชอบหน้าแทนไทเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมาเห็นสภาพคนเมามายืนแหกปากโวยวายหน้าบ้านยามวิกาลแบบนี้ มีหวังเป็นเรื่องใหญ่โตจนอาจจะมองหน้ากันไม่ติดไปตลอดชีวิตแน่ๆ
“ขวัญ! ถ้าไม่ลงมา พี่จะปีนเข้าไปหาเดี๋ยวนี้แหละ!”
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้
ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ
เสียงตะโกนข่มขู่จากเบื้องล่างทำให้เจ้าขวัญเบิกตาโต หญิงสาวรู้ดีว่าคนห่ามๆและเอาแต่ใจอย่างแทนไท เวลาเมาแล้วหน้ามืดทำได้ทุกอย่างจริงๆ เธอไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวอย่างลวกๆเธอเปิดประตูห้องนอนออกอย่างระมัดระวังที่สุด พยายามก้าวเท้าลงบันไดด้วยความเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนขั้นบันไดไม้ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สายตาก็คอยระแวดระวังมองไปทางประตูห้องนอนของพ่อกับแม่ตลอดเวลา ภาวนาในใจขออย่าให้พวกเขาตื่นลงมาเลยทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่าง เจ้าขวัญวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังประตูหน้าบ้าน มือบางปลดล็อกกลอนด้วยความเร่งรีบ เสียงดังกริ๊กเบาๆ แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของเธอ หญิงสาวผลักประตูออกแล้วสับเท้าวิ่งเหยียบผืนหญ้าหน้าบ้านตรงไปยังประตูรั้วทันที“พี่แทน! หยุดบ้าได้แล้ว!”เสียงหวานที่แฝงไปด้วยควา
ความเงียบสงัดของหมู่บ้านจัดสรรยามตีสองถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท แสงไฟหน้ารถสาดกระทบรั้วอัลลอยด์สีเข้มของบ้านสองหลังที่ตั้งอยู่ติดกันบรรยากาศยามดึกสงัดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านมา ทว่าความสงบนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยความทุลักทุเลของกลุ่มชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวลงจากรถ“ไอ้แทน! มึงก้าวขาดีๆ ดิวะ ตัวหนักอย่างกับควาย!”เสียงของเจตสบถขึ้นอย่างเหลืออด ขณะที่เขากับบอลสองเพื่อนสนิทกำลังช่วยกันหิ้วปีกร่างสูงใหญ่ของแทนไท ลงมาจากเบาะหลังรถ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งฉุนกึกบอกให้รู้ถึงปริมาณน้ำเมาที่เจ้าตัวซัดเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตาร่างของแทนไทโงนเงนไร้ทิศทาง ขาทั้งสองข้างพับอ่อนราวกับคนไม่มีกระดูก ศีรษะหนักอึ้งพับตกลงมาซบกับบ่าของบอล“เออแม่ง... ดื่มเหมือนพรุ่งนี้จะเอาให้ตับพ
เสียงเบสหนักหน่วงจากลำโพงในร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องตัดกับความมืดมิดและควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง ทว่าบรรยากาศคึกคักรอบกายไม่อาจกลบความเยียบเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากโต๊ะวีไอพีมุมสุดของร้านได้เลยแก้วทรงเตี้ยที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำสนิทนั่งพิงพนักโซฟา นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำทอดมองแก้วเหล้าเพียวๆ ในมือด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะยกมันขึ้นสาดของเหลวสีอำพันรสบาดคอลงคอไปรวดเดียวราวกับมันเป็นแค่น้ำเปล่า“เฮ้ยๆ ไอ้แทน! พอมึง พอ! แดกเพรียวแบบนี้มึงกะจะเอาให้ตายคาร้านเลยหรือไงวะ!”บอลรีบพุ่งเข้าไปแย่งขวดเหล้าแบล็คเลเบิ้ลออกจากมือเพื่อน ก่อนที่มันจะรินใส่แก้วช็อตอีกรอบ แทนไทตวัดสายตาขวางใส่ แต่ก็ไม่ได้ออกแรงแย่งคืน ชายหนุ่มทิ้งศีรษะพิงพนักโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ยกท่อนแขนแกร่งขึ้นก่ายหน้าผากเพื่อหลบเลี่ยงแสงไฟวิบวับที่สาดส่อ
‘วิศวกรเปื้อนฝุ่น’คำตอกย้ำสถานะที่ถูกพ่นออกมาอย่างเลือดเย็น ราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ทุบลงกลางแสกหน้า แทนไทชาวาบไปทั้งร่าง ความเจ็บปวดแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มันไม่ใช่ความโกรธที่อยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าใคร แต่มันคือความรู้สึกสมเพชตัวเองที่ถูกกรีดทึ้งศักดิ์ศรีจนยับเยินไม่มีชิ้นดีในสายตาของพ่อแม่เจ้าขวัญ เขาไม่ใช่มนุษย์ที่มีหัวใจ ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่คอยเอาตัวรับหมัดแทนลูกสาวของพวกเขามาตลอดหลายปี แต่เขาเป็นแค่เชื้อโรค เป็นแค่คราบสกปรกที่กำลังจะเกาะกินผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวนี้ผิดกับหมอพิชญ์… ที่เป็นดั่งเจ้าชายในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ผู้ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษให้เชยชมดอกไม้ดอกนี้ได้อย่างเปิดเผย เพียงเพราะมีป้ายคอและสถานะทางสังคมที่เชิดหน้าชูตาได้ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามข่มความร้าวราญที่ตีตื้นขึ้นมาจนกระบอกตาผ่าวร้อน เขาเป็นอันธพาล เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนที่พร้อมจะพังทุกอย่างที่ขวางหน้า… แต่นั่นไม่ใช่กับผู้ชายตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อ’ ของผู้หญิงที่เขารักแทบตาย“ผมไม่เคยคิดจะทำให้เจ้าขวัญเสียคนครับคุณลุง” เสียงทุ้มห้าวที่เคยดุดัน บัดนี้แห




![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


