Masuk
ผลัก
“คิดถึงพี่ดินจังเลยค่ะ” เสียงใสออดอ้อนอย่างน่ารักหลังจากผลักร่างสูงจนติดกำแพงและพาร่างบางของตนเองประกบแนบชิดเน้นย้ำคำพูดก่อนหน้า
“หึ ๆ มีช่วงแบบนั้นด้วยเหรอ?”
ชายหนุ่มเจ้าของยิ้มทรงเสน่ห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ด้วยไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวตรงหน้าจะรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เพราะตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยสนใจเขาเลยด้วยซ้ำ มีแต่เขาที่ยังคงรักเธออยู่ฝ่ายเดียว
“ฝ้ายก็คิดถึงพี่ดินตลอดนั่นแหล่ะค่ะ”
เสียงสดใสที่เขาเคยชอบฟังเอ่ยเจื้อยแจ้ว เธอคือคนคุยเก่าของชายหนุ่มเมื่อครั้งยังอยู่ในวัยมัธยมปลาย แต่หญิงสาวที่มีอนาคตไกลก็ตัดสินใจไปเรียนต่อที่กรุงเทพ และก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงโดยทิ้งคนที่เคยรักไว้ข้างหลัง
“งั้นเหรอ?..” คิ้วเข้มข้างขวาเลิกขึ้นอย่างไม่เชื่อ
"ฝ้ายขอโทษนะคะที่ทิ้งพี่ดินไปอยู่กรุงเทพ"
"แต่นั่นมันอนาคตเธอ พี่เข้าใจ" มือหนาเกลี่ยแก้มเนียนอย่างเอาใจ
"แต่ตอนนี้ ฝ้าย...กลับมาแล้วนะคะ"
"กลัวมา?"
"ใช่ค่ะ ขอแค่พี่ดินไม่ทิ้งฝ้ายไปไหน ฝ้ายก็จะอยู่... กับพี่ดิน"
มือบางซุกซนลูบไล้ไปตามแผงอกหนากำยำ ตอนนี้ดินถือว่ามีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แถมยังเป็นตัวเต็งการประกวดวงดนตรีที่เขาเป็นนักร้องอยู่อีก ถ้าอนาคตได้ร่วมงานกันก็คงเป็นผลดีกับเธอไม่น้อย
อีกอย่าง... เขาก็น่ากินซะขนาดนี้ เอาไว้เล่นแก้เบื่อก็ยังได้ เพราะผู้ชายคนนี้ดูคลั้งไคล้เธอซะขนาดนี้ยังไงซะเขาก็ไปไหนไม่รอดอยู่แล้ว
ดวงตาหวานซึ้งสื่อความหมายมองเครื่องหน้าของซุปเปอร์สตาร์ในอนาคตอย่างพินิจพิเคราะห์
...อ่า หล่อจัง
เธอรู้สึกถึงมือหนาที่วงเวียนอยู่ใกล้บั้นท้ายกลมคลึงของเธออล้วกะตุกยิ้มยั่วยวน
"พูดแบบนี้ คนที่เป็นข่าวกับเธอเมื่อวันก่อนจะไม่เสียใจแย่เหรอ?"
"มันก็แค่ข่าวคู่จิ้นค่ะ ฝ้ายไม่ได้คิดอะไรกับน็อตซักหน่อย"
“พิสูจน์สิ”
ริมฝีปากสีเชอร์รี่ประกบปิดริมฝีปากหยักได้รูปเธอบดคลึงมันอย่างยั่วยวน และเป็นฝ่ายหลอกล่อผู้ผึ้งตัวนี้ให้ชิมรส แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะลิ้มลองความหวานนั้นกลับมีแสงสว่างวาบจากกล้องถ่ายรูปพร้อมกับเสียง...
แชะ
“อ๊ะ”
“เชี่ย...”
หญิงสาวผู้เป็นดาราดาวรุ่งตกใจหน้าถอดสีเมื่อคิดว่าปาปารัสซี่ตามเธอมาถึงเชียงใหม่ และได้ช็อตเด็ดที่จะลงข่าวในเช้าวันพรุ่งนี้
“พี่ดิน...” เสียงหวานเรียกคนตัวโตแผ่วเบาใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลนั้นทำให้เขาอดสงสารไม่ได้
“เดี๋ยวพี่จัดการเอง ฝ้ายกลับไปก่อนแล้วกัน”
ตอนแรกมาแล้ววว ฝากติดตามด้วยนะคะ ปูมาหลายเรื่องพึ่งได้คิวแต่ง รับรองแซบลืมค่า อย่าลืมกดใจ กดติดตาม และกดเข้าชั้นด้วยน้า
“ความจริงนายควรจะขอบคุณฉันมากกว่านะที่ทำให้ทุกคนรู้ว่าพวกนายรักกันแค่ไหน?” รอยยิ้มหวาน ๆ นั้นคล้ายกับเคลือบไว้ด้วยยาพิษ“หึ”“คนรักกันมันก็ต้องเปิดเผยสิ นายจะหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำไม จะได้ทำตามเสียงเรียกร้องของแฟนคลับด้วยไง”เธอตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว ในเมื่อคนมันปักใจเชื่อไปแล้วต่อให้อธิบายยังไงดินก็คงไม่ฟัง แต่ณชาคิดว่าภาพที่หลุดออกไปมันไม่ได้สร้างความเสียหายให้ดินหรือฝ้ายเลยด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม... ทั้งคู่ควรดีใจไม่ใช่เหรอ?“ส่วนเรื่องที่แม่เราตกลงกันไว้น่ะ นายไม่ต้องห่วงหรอกนะ เดี๋ยวฉันจะช่วยพูดกับแม่ให้ว่าเราเข้ากันไม่ได้จริง ๆ”“เข้ากันไม่ได้?”“ใช่ นายมีคนรักของนายอยู่แล้วด้วย ฉันก็ไม่อยากไปเป็นมือที่สามของใครหรอกนะ”หญิงสาวเอ่ยตามความคิด หากเป็นแบบนั้นมันก็วินวินกันทั้งสามฝ่ายเลยไม่ใช่เหรอ ดินจะได้คบกับฝ้ายอย่างเปิดเผย เธอก็จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก“ยอมรับแล้วใช่มั้ยว่าเป็นคนทำ”“หึ วิน ๆ กันทั้งสามฝ่ายไม่ดีตรงไหน”ดวงตาคมฉายแววน่ากลัวชั่ววินาทีจนทำให้หัวใจของณชาเต้นผิดจังหวะ เธอพูดผิดตรงไหนกัน“อยากสลัดผมทิ้งขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ถ้าฉันบอกว่าใช่...อื้ม”ริมฝีปากร้อนประกบปิดคนป
รถซุปเปอร์คาร์คันหรูเคลื่อนตัวมาจอดยังลานจอดรถด้านหลังตึกใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นทั้งสตูดิโอถ่ายภาพ และที่อยู่อาศัยของเจ้าของสถานที่เวลานี้พนักงานบางคนก็กำลังกลับจากการทำโอที เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องส่งไฟล์ภาพให้กับทางเอเจนซี่ดินเดินเข้ามาที่นี่ได้อย่างง่ายดายเนื่องจากพนักงานรู้จักเขาเป็นอย่างดี และเจ้าตัวก็คุ้นชินกันที่นี่ เพราะเคยมาทำงานอยู่หลายครั้ง“พี่ณชาอยู่ไหนครับ”“พึ่งเดินขึ้นไปชั้นสองเมื่อกี้นี้เองค่ะ คุณดินมีธุระกับพี่ณชาเหรอคะ” พนักงานกราฟิกที่ออกเป็นคนสุดท้ายเอ่ยถาม พึ่งเคยเห็นใบหน้าของดินใกล้ ๆ ก็รู้สึกเขินขึ้นมาทันที“ใช่ครับ”“เดี๋ยวหนูตามพี่ณชาให้ค่ะ” ก่อนที่พนักงานสาวจะหมุนตัวกลับเข้าไปในอาคารก็ถูกดาราหนุ่มห้ามไว้เสียก่อน“ไม่เป็นไร น้องกำลังจะกลับบ้านไม่ใช่เหรอนี่ก็ดึกแล้วเดี๋ยวพี่ขึ้นไปหาพี่ณชาเองครับ อยู่ที่ห้องทำงานใช่มั้ย?”“ใช่ค่ะ งั้นหนูปิดประตูก่อนนะคะ ถ้าคุณดินจะกลับก็ค่อยเปิด ถ้าไม่ปิดเดี๋ยวหนูโดนพี่ณชาดุค่ะ”หนึ่งในกฎของที่นี่คือ ถ้าใครอยู่ในออฟฟิตหรือสตูดิโอเป็นคนสุดท้ายจะต้องปิดไฟและปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน เพราะณชาอยู่ที่นี่คนเดียวก็มีความกังวลในเ
“ลูกกับดาราที่ชื่อฝ้ายจะคบกันเหรอ?”“ไม่ได้คบครับแม่”ร่างสูงหย่อนก้นลงบนโซฟาตรงข้ามกับบิดามารดา วันนี้ประชุมเกือบทั้งวันเรื่องผลประกอบการในไตรมาตรสอง และความคืบหน้าในการผลิตชิปสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตอนนี้เกิดปัญหาใหญ่ที่เขาต้องหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุด“แต่ที่แม่คนนี้พูดมันเหมือนกับว่าลูกคบกับเธอนะ”“มันก็แค่ข่าวสร้างกระแสครับ แม่อย่าคิดมากสิ”ท่านควรจะชินกับข่าวพวกนี้ได้แล้ว เพราะลูกชายของท่านเป็นข่าวออกจะบ่อย แต่นั่นก็ก่อนที่ท่านจะทำข้อตกลงกับลูกชาย“สร้างกระแสอะไรตาภู ลูกดูรูปนี้ ดู!”ดวงตาคมมองที่ไอแพดของมารดาที่ปรากฏรูปหลุดของตนกับดาราสาว และเขาก็จำมันได้ดีว่ารูปนี้มาจากไหน และใครเป็นคนถ่าย ส่วนมันหลุดไปได้ยังไงนั้นชายหนุ่มเองก็ไม่รู้เหมือนกัน“ถ้ามันเป็นแค่ข่าวสร้างกระแสแม่จะไม่ว่าเลย แต่นี่! แม่รับไม่ได้ ผู้หญิงก็อีกคนทำแบบนี้ไม่กลัวตัวเองเสียหายหรือไง” ด้วยความที่แม่ของดินถูกเลี้ยงมาให้ตามขนบดั้งเดิมท่านจึงไม่ค่อยชอบใจนัก“ใจเย็น ๆ นะคุณ เดี๋ยวความดันขึ้น”ยอมรับว่าตนก็ยังไม่ได้ดูข่าวเช่นกันสามวันมานี้ดินต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทก็เหมือนกับตัดช่อง
งานอีเวนเครื่องสำอางแบรนด์ดังถูกจัดขึ้นในลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดของไทยมีทั้งเหล่าเซเลบิตี้ ดารา อินฟูเอนเซอร์มาร่วมงานนี้กันอย่างคับคลั่ง ซึ่งพรีเซนเตอร์ของเครื่องสำอางแบรนด์นี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นดาราสาวที่พึ่งมีผลงานถ่ายทำซีรี่ส์ไป แต่ประเด็นการสัมภาษณ์ในวันนี้กลับพุ่งไปที่รูปถ่ายที่พึ่งเผยแพร่ออกไปเมื่อวานตอนเย็นภาพสองหนุ่มสาวเบียดเสียดร่างกายและปากของทั้งคู่ยังประกบจูบกัน แม้ว่าภาพนั้นจะดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจถ่ายบุคคลทั้งคู่ แต่มันก็ถูกคลอปให้โฟกัสได้ถูกจุด หน้าภาพที่ว่าถูกแชร์ไปทั่งโลกออนไลน์และเป็นที่ถกเถียงกันว่าบุคคลทั้งสองที่อยู่ในภาพนี้คือใคร ซึ่งทั้งนักข่าวและแฟนคลับก็เป็นพ้องต้องกันว่าภาพนั้นคือดินกับฝ้าย“น้องฝ้ายเห็นภาพข่าวที่ออกมาแล้วใช่มั้ยคะ” นักข่าวคนแรกสาดคำถามใส่ดาราสาวทันทีที่เธอลงจากเวที“ภาพไหนคะพี่ ๆ ฝ้ายไม่แน่ใจ” ฝ้ายขมวดคิ้วอย่างสงสัย“ภาพนี้ไงคะ เป็นน้องฝ้ายกับน้องดินใช่มั้ยคะ”เมื่อเห็นภาพหลุดที่ว่าฝ้ายถึงกับใบหน้าถอดสี รอยยิ้มเจื่อนจืดปรากฏบนใบหน้า“เอ่อ... คือ ในภาพเป็นฝ้ายเองค่ะ ส่วนผู้ชายก็ตามพี่ ๆ คิดเลยค่ะ”“แล้วภาพนี้นานหรือยังคะ”“เอ
ทีมงานบางส่วนพร้อมพระเอกหนุ่มเดินลงมายังชั้นหนึ่งที่เป็นลานกว้างของตึกนี้ ซึ่งทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้แล้ว ดินยืนเข้าประจำจุดบล็อกกิ้งก่อนจะทำหน้าที่ของตนเอง สถานที่ด้านล่างทำให้นักแสดงโพสได้หลากหลายอิริยาบทมากขึ้น“ไปนั่งพักรอฝ้ายก่อนแล้วกัน”ดินพยักหน้ารับก่อนจะหันไปบอกผู้จัดการ “หิวน้ำจังครับพี่แซมมี่”“อ่ะนี่”แซมมี่ยื่นแก้วเก็บความเย็นให้ดาราหนุ่มก่อนจะหยิบกระดาษซับหน้าขึ้นมาซับเหงื่อบริเวณขมับของดินคนขี้ร้อนออกมาทำงานเอาท์ดอร์นิดหน่อยก็เหงื่อออกแล้ว“ขอดูรูปหน่อยสิครับ”ร่างสูงทรุดนั่งลงข้าง ๆ ช่างภาพสาวโดยมีผู้จัดการติดตามมาด้วย แต่แซมมี่นั่งห่างออกไปเล็กน้อยให้ความเป็นส่วนตัวกับคนทั้งคู่“เดี๋ยวค่อยดูก็ได้”คนตัวเล็กเอ่ยขณะกดเลื่อนดูภาพจากกล้างในมือ ทว่าคนเอาแต่ใจกลับไม่ยอมชะโงกใบหน้าหล่อเหลาเข้าใกล้พร้อมกับใช้มือหนาทาบทับมือบางที่ถือกล้องอยู่“ก็ผมอยากรู้นี่ว่าผมโพสดีมั้ย ต้องปรับองศาหน้าเปล่า”“อยากดูก็ดู” เธอยื่นกล้อง DSLR ให้ดาราหนุ่มแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเธอ“ผมว่ารูปนี้ผมหล่อนะ”เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นซ้ำยังใช้สายตาเจ้าเล่ห์ช้อนมองเธออีกต่างหากคล้ายกับร่ายมนต์สะกดที
@ มหาวิทยาลัย Gห้องเรียนชั้น 2 ของมหาวิทยาลัย G ถูกเซทให้เป็นสตูดิโอถ่ายภาพขนาดย่อม และเป็นห้องฟิตติ้งเสื้อผ้านักแสดง รวมไปถึงห้องพักนักแสดงแต่ละคน วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานสายกองถ่ายของณชา เธอรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ แต่จะว่าใหม่ก็ไม่เชิงเพราะส่วนที่เธอต้องรับผิดชอบมันก็เป็นภาพและวีดิโอที่เธอเคยมีประสบการณ์มาแล้วทีมงานจะมาก่อนนักแสดงประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมเซทฉาก แสงไฟและดูความเรียบร้อยต่าง ๆ ร่างบางก็เดินตรวจเช็กความเรียบร้อยของฉากที่จะถ่ายทำในวันนี้ ซึ่งมีทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ ถึงแม้งานกองถ่ายจะค่อนข้างหนัก และใช้เวลานานกว่าแต่ณชาก็รู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก“ณชา”ใบหน้าสวยหวานหันตามเสียงเรียกของผู้จัดการดาราชื่อดังจึงกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง“อ่าว พี่แซมมี่สวัสดีค่ะ”“มีคนฝากมาให้ เห็นว่ามาตั้งแต่เช้าแล้วใช่มั้ย?”ณชารับอเมริกาโน่เย็นจากมือผู้จัดการดาราด้วยความรู้สึกหลากหลาย แม้แต่กาแฟที่เธอดื่มเขาก็ยังสั่งถูกเลยเหรอ? ไม่รู้ว่าแม่ของเธอให้ข้อมูลอะไรไปบ้างถึงไม่จำแม่นยิ่งกว่าบทละครเสียอีก“ขอบคุณค่ะ หวังว่าคงไม่ได้ใส่อะไรแปลก ๆ ลงไปนะคะ”“ฮ่า ๆ เธอก็พูด







