Mag-log inสถานสงเคราะห์เด็ก บ้านเรืองตะวัน
สถานสงเคราะห์เด็กเล็ก ณ จังหวัดปราจีนบุรีก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้งและช่วยคัดสรรหาครอบครัวที่พร้อมดูแลเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีครอบครัวที่อบอุ่น เช่นเดียวกับในวันนี้ที่อากาศดูจะเป็นใจท้องฟ้าสีครามปลอดโปร่ง ลมเย็นพัดโบกใบไม้ปลิวไสวจากที่เมื่อสองวันก่อนมีพายุเข้าหนักมืดครึ้ม ดั่งคำสุภาษิต ฟ้าหลังฝนย่อมดีกว่าเสมอ..เพราะตอนนี้บ้านเรืองตะวันมีข่าวน่ายินดีมาก ๆ ในห้องทำงานชั้นสองของบ้านไม้ทรงไทยที่เมื่อห้าปีก่อนเป็นบ้านเรือนไทยธรรมดาแต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นสถานที่สงเคราะห์เด็ก ในตอนนี้กำลังพูดคุยเรื่องสำคัญกับการคัดเด็กเข้าสู่ครอบครัวใหม่ “วันนี้มีผู้ใหญ่ใจดีกำลังเข้ามาเลือกรับเด็กไปเป็นลูกบุญธรรมนะ” “รอบนี้พวกเขาต้องการรับเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายเหรอคะแม่เดือน” พิมพ์เป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยดูแลเด็ก ๆ เอ่ยถามกับผู้อำนวยการก่อตั้งบ้านเรืองตะวันหรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าแม่เดือน “รอบนี้มาเลือกเป็นเด็กผู้หญิงน่ะ แล้วมีมาถึงสี่ครอบครัวเลยล่ะ” แม่เดือนในวัยสี่สิบปีเอ่ยบอกพิมพ์ที่มีอายุยี่สิบห้าปีคนที่ทำงานกับเธอมาเกือบสามปีแล้ว “ต้องการรับเลี้ยงเด็กผู้หญิงทั้งหมดสี่ครอบครัวเลยใช่ไหมคะ” “ใช่จ้ะ วัยสี่ถึงห้าขวบนะ” “งั้นก็มีแค่ยัยหนูสี่คนที่เข้าเกณฑ์การพิจารณารับเลี้ยง..” พิมพ์ทำเสียงเศร้าเพราะเธอสนิทกับเด็กน้อยทั้งสี่คนมาก ดูแลมาตั้งแต่พวกเธออายุได้ประมาณหนึ่งขวบ “ถึงเวลาส่งเด็ก ๆ ไปมีครอบครัวแล้วล่ะพิมพ์” เดือนหรือที่เด็ก ๆ เรียกว่าแม่เดือนเจ้าของสถานสงเคราะห์เรืองตะวันคนที่เด็กรักมาก เพราะแม่เดือนนั้นดูแลใส่ใจเด็กทุกคนเหมือนลูกตัวเอง ตอนนี้ในใจของหญิงวัยกลางคนมีความรู้สึกเศร้าไม่ต่างกับหญิงสาว เธอยืนมองออกไปนอกหน้าต่างจากชั้นสองของห้องทำงานดูเด็ก ๆ ทั้งสี่คนวิ่งเล่นกันที่สนามหน้าบ้าน “นี่ก็ผ่านมาสี่ปีแล้วนะที่ฉันก่อตั้งศูนย์สงเคราะห์เด็ก” เดือนนึกย้อนไปยังวันแรก จุดเริ่มต้นการเปิดศูนย์สงเคราะห์เด็ก ในชื่อบ้านเรืองตะวัน ก็มาจากเด็กทั้งสี่คน พวกหนูน้อยที่ถูกทอดทิ้งอยู่ในโรงพยาบาลวันเดียวกันกับที่เดือนสูญเสียสามีกับลูกทั้งสี่คนจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โชคร้ายในโชคดีเธอไม่ได้อยู่บนรถ จึงเหลือรอดเพียงคนเดียว เธอได้ยินพยาบาลพูดคุยเรื่องเด็กทารกที่ถูกทอดทิ้งเอาไว้ที่โรงพยาบาลถึงสี่คน ด้วยความที่เธอก็พอมีฐานะมีคนนับหน้าถือตาจึงพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่าจะขอรับเด็กทั้งสี่คนไปดูแล ไม่นานเธอก็ควักเงินเก็บส่วนตัวจำนวนหนึ่งมาก่อตั้งบ้านเรืองตะวันและรับดูแลเด็กทั้งสี่คนที่เกิดปีเดียวกันแต่แค่ต่างกันที่เดือนเกิด แล้วก็ตั้งชื่อให้คล้องจองกันด้วย ‘พริ้มฟ้า เก็บดาว พราวฝน วาวรุ้ง’ จากที่เธอมีเงินมากแต่เมื่อเปิดเป็นศูนย์สงเคราะห์ก็มีเด็กมากขึ้นค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นหลายเท่าเงินเลยเริ่มลดลงจนเริ่มเปิดรับบริจาค และช่วยตามหาผู้อุปการคุณให้เด็กในบ้าน “ฉันควรจะยินดีหรือดีใจไม่ใช่เหรอที่เด็ก ๆ กำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่ทำไมฉันถึงได้เศร้าในนักล่ะพิมพ์” เดือนหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับน้ำที่รินไหลออกมาพลางมองไปยังเด็ก ๆ “เพราะแม่เดือนเลี้ยงพวกเธอมาตั้งแต่วัยแรกเกิดเป็นเหมือนแม่คนหนึ่งจริง ๆ วันหนึ่งต้องยกลูกออกจากอกก็เป็นธรรมดาที่จะเสียใจค่ะ” “และเพื่ออนาคตของพวกเขา เราทำได้แค่ยอมรับและปล่อยให้เด็ก ๆ ไปมีครอบครัวใหม่” “นั่นสิพวกเขาจะได้มีอนาคตได้เรียนสูง ๆ ลำพังฉันคนเดียวคงไม่สามารถส่งพวกแกเรียนจบปริญญาได้ พอ ๆ ไม่เศร้าแล้ว พวกเราไปเตรียมตัวส่งพวกเด็ก ๆ กันดีกว่า” “ค่ะแม่เดือน” มันอาจจะดูยากแต่เราจะทำมันได้ แค่ยอมรับและปล่อยไปเพื่อสิ่งที่ดีกว่ากำลังรอเราอยู่ ครอบครัวแรกที่มาถึงคือตระกูลวรานนท์ เป็นตระกูลนักการเมืองระดับผู้ว่าราชการจังหวัดรับตำแหน่งดูแลอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรีมาร่วมสองสมัยแล้ว“แล้วถ้าเป็นแค่เพื่อนกันจริง” “มันคงไม่ออกกฎห้ามพวกเราทุกคนไว้หรอก” ตะวันนึกย้อนไปหลายปีก่อนที่สีน้ำเคยเอ่ยปากออกกฎเหล็กสั่งห้ามพวกเขาจีบเก็บดาว ห้ามคิดกับเธอเกินเพื่อน ห้ามคิดจะหลอกจีบ ห้ามไว้หลายอย่างมาก สรุปคือพวกเขาห้ามยุ่งกับเธอ ดูอย่างเมื่อวานที่ภูเมฆโดนต่อยยืนยันได้ชัดเจนว่าหวงเกินเพื่อน“อืม เข้าใจแล้ว” ขอบฟ้าตอบโดยไม่มีการเน้นเสียงหรืออารมณ์ในคำพูดแล้วเดินไปเข้าพิต ถึงตะวันจะเป็นพี่ชายฝาแฝดที่ผูกพันกันทางสายเลือด ก็ไม่เคยเข้าใจความคิดความอ่านของแฝดน้องเลยสักครั้ง แต่ถ้าอะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้เกิดไป เขาก็ห้ามความรู้สึกใครไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละทั้งหนุ่มแยกย้ายกันเดินไปเข้าพิต ซึ่งพิต (Pit) เป็นที่สำหรับหยุดซ่อมตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์ เปลี่ยนยาง เติมเชื้อเพลิง แล้วที่อยู่ด้านหน้าจุดพิตก็คือพิตวอลล์ (Pit wall) สำหรับให้ทีมงานคอยดูข้อมูลการแข่งขัน ระหว่างนี้พวกเขาก็เตรียมตัวลงสนามแม้เป็นรอบซ้อมพวกเขาก็จริงจังประหนึ่งว่านี่เป็นรอบจริง VIP Standสี่สาวนั่งอยู่บนVIPสแตนด์ โซนนั่งชมการแข่งที่ดีที่สุดในสนามแล้วยังได้อยู่ใกล้กับจุดพิต ด้านหน้ามีจอทีวีขนาด 42 นิ้ว ซึ่งตอนนี้บ
พวกเขาเตรียมเดินแยกย้ายกันไปเข้าพิตเพื่อเริ่มซ้อมให้เกิดความคุ้นชินเส้นทางในสนามแข่ง เพราะว่านี่จะเป็นการทดลองขับสนามใหม่ครั้งแรกของพวกเขาทั้งหกคนเลยหมับ!“ก่อนที่มึงจะคิดแผนชั่ว คิดว่านั่นมันดูน่าสนุกสำหรับมึง กูอยากเตือนว่าแผลที่ปากมึงยังไม่หายดี” ตะวันเดินมากอดคอภูเมฆเอ่ยเตือนชี้ไปที่มุมปากตรงรอยแผล เพื่อนคนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์มีเขากับปลาบปลื้ม ซื่อเมื่อกี้เขาเห็นเต็มสองตาท่าทางภูเมฆที่แสยะยิ้มออกมาตอนขอบฟ้าพูดว่าเลือกเก็บดาว แล้วภูเมฆเหลือบสายตาไปมองหน้าสีน้ำ ตะวันรู้ได้ทันทีเลยเมื่อมองหน้าภูเมฆ บ่งบอกชัดเจนว่ามีแผนชั่วในใจ“แล้วไม่ว่ามึงคิดทำอะไรอย่าคิดว่าไอ้สีน้ำมันดูไม่ออก รอบนี้กูไม่ช่วยห้ามด้วย กูจะปล่อยให้มันกระทืบมึงไอ้ภู”“มึงเห็นกูชอบเล่นกับใจคนขนาดนั้นเลย?” “เออ มึงนี่ตัวเล่นสนุกกับใจคนเลยไอ้สัตว์”“ปล่อยให้เป็นเรื่องของสองคนนั้นไปเถอะ” ตะวันเข้าใจดีว่าเรื่องของสีน้ำกับเก็บดาวมันน่าแกล้ง เพราะว่าคนหนึ่งไม่พูดอีกคนก็ดื้อไม่ยอมรับ แต่เห็นเมื่อวานสีน้ำเอาจริงนะถ้าใครไปยุ่งกับเก็บดาว เอาจริงที่แปลว่าเอาตายไม่ส
“ถ้ามีผู้หญิงเป็นของเดิมพันมันไม่น่าสนุกมากกว่าเหรอ”“ยากหน่อยนะ เพราะทั้งเกาะมีผู้หญิงแค่พวกเธอ” โปรดปรานเอ่ยเสียงเรียบมองไปยังกลุ่มเพื่อนสาวสี่คน เพราะพวกเขาไม่ได้เชิญคนอื่นมาด้วย“ก็ไม่ยากนะ” “มึงคิดจะทำอะไร” ตะวันขมวดคิ้วทำเสียงเข้ม มองรอยยิ้มร้ายกาจของปลาบปลื้ม เวลาที่เพื่อนคนนี้ยิ้มแบบนี้ในหัวมันมักมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นมาตลอดเลย“รอดูสิ่งที่กูจะทำนะครับเพื่อน”ปลาบปลื้มยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินไปหากลุ่มผู้หญิงที่นั่งคุยเล่นตรงโซนวีไอพีสแตนด์ใกล้กับจุดพิตที่พวกเขายืนอยู่ พวกเธอก็มานั่งรอชมการซ้อมของพวกหนุ่ม ๆ นั่นแหละ“มีใครอยากเสนอตัวเป็นรางวัลให้ไหมครับคนสวย”“..”“แล้วทำไมเราสี่คนต้องอยากไปเป็นรางวัลให้ด้วยคะเหรอคุณปลาบปลื้ม” เก็บดาวสวนทันควัน ด้วยความที่เธอรู้จักพวกมานานกว่าเพื่อนอีกสามคนเลยกล้าจะตอบโต้ ต่างจากอีกสามคนสีหน้าหลังฟังประโยคนั้นต่างงุนงง“ก็พวกเธออยากเห็นพวกเราแข่งรถ พวกเราก็แข่งให้ ก็ควรลงเดิมสักหน่อยไม่ใช่เหรอไม่เปลืองแรงไม่ต้องใช้สิ่งของ แค่ตัวพวกเธอ..” คำพวกกำกวม ปลาบปลื้มเว้นช่วงไปแป๊บนึงจึงเอ่ยพูดต่อ“แค่ยอมทำตามคนที่แข่งชนะหนึ่งวัน” เข
Day Two In Race At Eterna Island (เกาะเอเทอร์น่า) 🏝️วันที่สองบนเกาะเอเทอร์น่ากับสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาอีกสองคน กลายเป็นว่าตอนนี้มีเด็กวัยรุ่น 10 คน อยู่บนเกาะ 6 หนุ่ม 4 สาว คนยิ่งเยอะยิ่งสนุก? สำหรับวันแรกมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น หนึ่งคนได้จูบเพื่อนสนิท หนึ่งคนเจ็บตัวจากการล้อเล่น และหนึ่งคนที่เริ่มเก็บซ่อนความรู้สึกไม่อยู่.. แล้วในวันที่สองไม่อยากคิดเลยว่าจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน เหล่าหนุ่มสาวซึ่งเข้าสู่วัยที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านมักทำอะไรตามใจอยากโดยไม่สนเหตุผล กฎเกณฑ์ ถูกผิด โดยพวกเขาคงไม่รู้ว่าการกระทำที่เกิดบนเกาะเอเทอร์น่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนชีวิตพวกเขาทุกคน.. วันนี้หกหนุ่มจะประลองความเร็วด้วยรถSupercar เมื่อมีการแข่งขันย่อมมีรางวัลให้แก่ผู้ชนะ ถ้าให้พวกเขาแข่งกันเฉย ๆ มันจะไปสนุกอะไรล่ะ ปกติถ้าพวกเขาลงสนามแข่งก็จะมีวางเดิมพันด้วย แต่รอบนี้แข่งกันเองเล่น ๆ สนุก ๆ ไม่มีคนอื่นเลยจะมีแค่รางวัลให้ผู้ชนะที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก รับรองได้เลยว่าพวกเขาเอาจริงไม่ต่างกับตอนมีเดิมพันแน่นอนPit Laneหกหนุ่มยืนพูดคุยกันอยู่หน้าพิตระหว่างรอทีมพิตกับช่างตรวจเ
“ที่เราตะคอกใส่ดาว” เขาก้มหน้า โค้งตัวประสานมือเข้าด้วยกัน เธอเอียงคอมองเขาก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังสีน้ำด้วยความอ่อนโยน“ไม่เป็นไร เราไม่โกรธเลย แค่ตกใจนิดหน่อย”“ยังไงเราก็ควรขอโทษ” เขายืดตัวขึ้นหันมาเก็บดาวอีกครั้ง เธอแสนดีเหลือเกินจนเขาอยากเก็บเธอไว้คนเดียว ฟังดูเห็นแก่ตัวใช่ไหม ไม่เถียงหรอก แต่ถ้าให้เลิกทำก็ขอปฏิเสธ ที่ผ่านมาเวลามีคนพยายามเข้าหาเธอเขาจะคอยเข้าไปขู่พวกผู้ชายทุกคนจนทั้งโรงเรียนไม่มีใครกล้าจีบเธอ“รับคำขอโทษนะคะคุณสีน้ำ อย่างน้อยเราก็ได้เห็นมุมโกรธของแกบ้าง ฮ่า ๆ” เธอหัวเราะอย่างสดใส คนที่มองโลกในแง่ดีเสมอมา‘หวงรอยยิ้มยัยตัวเล็กว่ะ’ เขาอยากให้เธอส่งยิ้มหัวเราะน่ารักให้เขาแค่คนเดียว ถ้าวันหนึ่งเธอไปทำกับผู้ชายคนอื่นไม่รู้เลยว่าตัวเขาจะรับได้ไหม“พวกเราก็ไม่ได้มีเรื่องเข้าใจผิดหรือโกรธกันแล้วเนอะ” เธอเอ่ยถามต่อพร้อมส่งยิ้มหวาน“ใช่ ต่อไปไอ้ภูมันไม่กล้ามาแกล้งดาวแล้วล่ะ ง่วงแล้วใช่ไหมเดี๋ยวเราเดินไปส่ง”“ไม่อยากเดินเลย ขอขี่หลังได้ไหม..”“ได้”เขายืนขึ้นหันหลังรอให้เธอโน้มตัวลงมาขึ้นหลัง เก็บดาวลุกขึ้นยืนก้าวเท้าเหยียบโซฟาก่อนจะยื่นมือสองข้างออกไปจับไหล่
“อ๋อ แล้วแกตอบไปว่าไง” เก็บดาวคลายความกังวล แต่ก็นึกสงสัยขึ้นมานิดหน่อย พวกเพื่อนยังมองออกเลยทำไมสีน้ำถึงดูไม่ออกสักทีว่าเธอคิดยังไงกับเขา“ก็บอกมันอย่าเล่นไม่รู้เรื่อง แค่นั้นแหละ” สีน้ำไม่ได้บอกว่าข่มขู่ภูเมฆไปด้วยเดี๋ยวเธอจะกังวล“ไร้สาระเนอะ เล่นเป็นเด็ก ๆ ก็รู้ว่าเราสองคนเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน” สีน้ำเอื้อมมือไปลูบหัวเธออย่างที่ชอบทำ นึกถึงภาพที่ภูเมฆลูบหัวเธอเอาหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วก็โมโห เก็บดาวจับมือเขาออกวางลง บอกว่าไม่คิดอะไรแต่การกระทำเขาชวนให้เธอคิดไปไกลมาก เก็บดาวก้มหน้าลงเอ่ยพูดคำเดียวกัน“อือ ไร้สาระจริงด้วย”“สีน้ำคงไม่เคยมองเราเป็นมากกว่าเพื่อนสนิทเลยเนอะ” ภายในห้องสกายเลานจ์มีเพียงแสงไฟสลัวสีส้มอ่อนจากแชนเดอเรียด้านบนเปิดไว้เพียงอันเดียว อาจช่วยบดบังซ่อนความเจ็บปวดในแววตาเธอจากสีน้ำ อาจดูเหมือนว่าเธอไม่เป็นอะไรแต่ข้างในมันบอบช้ำจนไม่รู้เลยว่าจะมีทางไหนที่เก็บดาวจะมองสีน้ำแล้วไม่รู้สึกอะไรเหมือนที่เขาทำได้บ้างไหม“ใช่”“งั้นห้ามให้ใครมาแทนที่เรานะ ไม่นับรวมพวกคนในแก๊ง เพื่อนผู้หญิงที่สนิทกับแกให้มันมีแค่เราได้ไหม” “แน่นอน ดาวจะเป็นเพื่อนสนิทผู้หญิงคนเดียวในชีวิ







