LOGINความซวยบังเกิด! เมื่อหนุ่ม ๆ ดันหลงรักแม่สื่อซะเอง! ทว่างานนี้ดันมีแต่เหล่า เสือ สิงห์ กระทิง แรด! ไม่พอยังถูกพวกนั้นพากันลงขัน ใครฟันเธอได้ก่อน เอาเงินพนันไป! ดรีม/พาฝัน : นักศึกษาสาวที่ถูกขนานนามว่าแม่สื่อ เธอจีบหนุ่มให้สาว ๆ คนไหนก็ติดทุกราย ไม่ใช่แค่ฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่ทว่า เธอสวย ส่วนสัด สุดเพอร์เฟ็กต์ จีบหนุ่ม ๆ คนไหน คนนั้นก็หันมาปิ๊งรักเธอซะหมด นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นแม่สื่อ หนุ่ม ๆ คงได้พากันขายขนมจีบกลับเธอไปแล้ว จีบจนได้เรื่อง เมื่อแม่สื่ออย่างเธอถูกลงขัน ใครฟันเธอได้ก่อน เอาเงินพนันไป!
View Moreมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
ดรีมทอล์ก :
"แกแน่ใจเหรอมิ้ว ?"
"แน่ใจสิ ช่วยเราหน่อยนะ"
"อืม... ก็ได้ เดี๋ยวจะลองดูแล้วกัน แต่ไม่รับปากนะ ว่าจะติดรึเปล่า"
"ฉันเชื่อมือแกนะดรีม"
นั่นเป็นบทสนทนาเมื่อหลายวันก่อนระหว่างฉันกับมิ้ว เพื่อนร่วมห้องตั้งแต่สมัยประถมยันมหาลัย ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเราไม่ได้ซี้ย่ำปึ้กกันนักหรอกนะ แค่เดินไปไหนต่อไหนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน แอบเม้าท์มอยเรื่องผู้ชายด้วยกันก็เท่านั้น
เพราะนางเป็นถึงรองหัวหน้าห้อง ก็จะมีเพื่อนที่เป็นเด็กเรียนอีกกลุ่มที่สนิทสนมกันมากกว่า ส่วนฉันมันก็แค่พวกเด็กหลังห้อง แถมยัยนี่ก็ค่อนข้างที่จะเรียบร้อย ที่ฉันว่าเรียบร้อยในความหมายของฉันนั้นก็เพราะว่า นางจีบผู้ชายก่อนไม่เป็น ถึงได้มาขอร้องให้ฉันช่วยเป็นแม่สื่อให้ไง
"เฮ้อ!" จะว่าไปใคร ๆ ก็มักที่จะมาขอให้ฉันเป็นแม่สื่อด้วยกันทั้งนั้นแหละ จนทุกวันนี้ฉันถึงไม่มีเวลาหาของตัวเองเป็นตัวเป็นตนกับคนอื่นเขาบ้างยังไงล่ะ
ความจริงแล้ว ไอ้ฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรหรอกนะ ออกจะไปทางมีเสน่ห์ซะด้วยซ้ำ แต่ก็ช่างเถอะ! เพราะภารกิจที่สำคัญของฉันคือ ทำยังไงก็ได้ให้ผู้ชายรุ่นน้องที่ชื่อเฟิร์ส มาคบกับยัยมิ้วให้ได้ เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
สองสัปดาห์ต่อมา
ฉันสืบมาได้ว่ารุ่นน้องที่ยัยมิ้วแอบปลื้มอยู่ชอบมาเที่ยวที่ผับกับเพื่อน ๆ หลังจากเลิกเรียน และเพราะว่าวันนี้เป็นคืนวันศุกร์ ฉันก็เลยถือโอกาสชวนยัยมิ้ว แล้วก็เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนชื่อกิ๊บ กับ ออม มาสนุกด้วยกันซะเลย ทั้งที่ความจริงแล้ว ฉันตั้งใจมาจีบอิตารุ่นน้องที่ ชื่อเฟิร์ส นี่ให้กับยัยมิ้วกี้นี้ต่างหาก
"อิตาเสื้อเชิ้ตสีดำนั่นใช่ไหม" ฉันถามย้ำ ก่อนที่ยัยมิ้วจะพยักหน้าให้ แล้วฉันถึงได้ลุกเดินออกไป ระหว่างที่เสียงเพลง และ ผู้คนในผับเริ่มครึกครื้น จนไม่มีใครมีเวลามาสนใจใคร
ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ทั้งที่ปกติแล้ว ฉันไม่เคยมาในสถานที่แบบนี้เลย จะว่าไปนี่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกของฉันเลยก็ว่าได้ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่ายัยมิ้วกี้ขอให้ช่วย ฉันคงไม่ย่างกรายเข้ามาในสถานที่แบบนี้แน่
"ขอโทษนะ น้องชื่อเฟิร์สรึเปล่าคะ" ฉันเดินกรีดกรายเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับหนุ่มหล่อรุ่นน้องที่นั่งดื่มอยู่ในกลุ่มเพื่อนราวสี่ถึงห้าคน รูปร่างสูง ดูต่างจากคนในวัยเดียวกัน ผิวก็ขาว ถือว่าหน้าตาหล่อใช้ได้เลยทีเดียว ทั้งที่ฉันไม่จำเป็นต้องวางมาด หรือ หว่านเสน่ห์ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ พออยู่ต่อหน้าคนหน้าตาดีทีไร จริตจะก้านมันก็ต้องออกมาทุกทีเลยสิน่า
"เอ่อ!"
ในจังหวะนั้น หนุ่มหล่อหน้าตาดีไม่แพ้เป้าหมายในกลุ่มหันมองสบตากับฉัน นัยน์ตาคมกริบชวนฝันทำให้ฉันเผลอหน้าแดงออกมา แต่ก็ต้องรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป เพราะมันจะทำให้เสียงาน
"ผมน่ะเฟิร์ส ส่วนไอ้หมอนี่ชื่ออ้อ"
เพล้ง!
'ใครก็ได้เก็บเศษหน้าของฉันออกไปที หน้าฉันแหกเลยสิคะ นางไม่ได้ชื่อเฟิร์สค่ะ ท่านผู้ชม!'
“อ้อ!” ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ ด้วยอาการเขิน ๆ
'อะไรกันเนี่ย ไหนว่าชื่อเฟิร์ส แล้วอ้อมาไง ชื่ออย่างกับผู้หญิง เอาไงดีล่ะทีนี้'
ฉันได้แต่นั่งอึกอักกะพริบตาปริบ ๆ ไม่รู้จะเริ่มยังไง
"มีอะไรรึเปล่าครับ" ผู้ชายที่ชื่อเฟิร์สเอ่ยถามฉัน ในขณะที่ตัวของฉันเองได้ก้มหน้าพลางขมวดคิ้ว นึกอยู่ว่าจะพูดอะไรต่อไปยังไง จะเฟิร์ส จะอ้อ มันก็หล่อด้วยกันทั้งคู่ เอาวะ! เมื่อตะกี้ยัยมิ้วบอกให้พุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ชายเสื้อสีดำ ถ้าไม่ผิดตัวอิตารุ่นน้องคนนี้ ก็คงจะชื่ออ้อจริง ๆ
“เอ่อ...คือเพื่อนพี่อยากรู้จักค่ะ” ฉันพูดพลางยื่นกระดาษม้วน ๆ ยับ ๆ ในมือส่งไปให้ อิตารุ่นน้องหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มรับแล้วมองหน้าฉันยิ้ม ๆ
“นั่งกันอยู่ตั้งหลายคน ทำไมอยากรู้จักแค่คนเดียวเองล่ะครับ” ผู้ชายหนึ่งคนในกลุ่มนั้นพูดพลางมองไปที่โต๊ะด้านหลังของฉัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าเขาน่าจะเห็นว่าฉันเดินมาจากโต๊ะไหน
“โต๊ะนี้มีสี่คน โต๊ะคุณก็มีสี่คน ไม่มานั่งด้วยกันล่ะครับ จะได้แนะนำให้รู้จักเลยทีเดียว” เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของคนที่ชื่อเฟิร์สที่ดูเหมือนจะเป็นคนเงียบ ๆ แต่เอาเข้าจริงกลับพูดมากที่สุดในกลุ่ม ฉันคิดผิดหรือเปล่าที่เดินมาที่โต๊ะของคนพวกนี้คนเดียว
“กูขอปากกาหน่อย!” อิตารุ่นน้องที่ชื่ออ้อ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกมาดู ก่อนจะขอปากกากับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วจดอะไรบางอย่างลงไปในนั้น
"บอกแล้วไงว่ามีธุระต้องไปทำ แล้วฉันก็รีบด้วย" ฉันบอก ทว่าคนพวกนั้นกลับพากันไม่สนใจ"กลับเข้าไปสนุกด้วยกันก่อน" หนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นบอกฉัน แล้วบีบให้ฉันต้องพาตัวเองกลับเข้าไปในผับอย่างที่พวกมันต้องการ"ชงเหล้าให้หน่อย" ผู้ชายที่ดูหน้านิ่ง ๆ มาดขรึม ๆ หน้าตาถือว่าดูดีพอใช้ได้ในกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นบอกฉัน หลังจากที่บีบให้ฉันเข้ามาร่วมโต๊ะกับพรรคพวกที่นั่งอยู่ด้วยกันก่อนแล้วอีกสามถึงสี่คนดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มคนพวกนี้ เดาว่าน่าจะยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย หรือไม่ก็พวกนักเรียนอาชีวะดูแล้วน่าจะเป็นรุ่นน้องของฉันซะด้วยซ้ำ"ทำไม่เป็น!" ฉันตอบกลับอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนที่เด็กหนุ่มนั่นจะขยับเข้ามาประชิดตัว แถมยังมองมาด้วยสายตาที่แพรวพราว ทำให้ฉันต้องคอยระวังตัวด้วยการดึงรั้งขอบกระโปรงเดรสสีทองลงมาปิดที่ต้นขาเรียวพร้อมกับกระถดกายหนี"อะไร แต่งตัวสวยซะขนาดนี้คิดว่าจะออกเที่ยวบ่อย แต่ทำไมชงเหล้าไม่เป็น โกหกกันป่ะเนี่ย แล้วนี่ดื่มเป็นไหม" เด็กหนุ่มนั่นถามฉันอย่างกับว่าตัวเองเป็นพวกที่ช่ำชองเรื่องพวกนี้มากกว่าคนอื่นอย่างงั้นแหละ อาจเป็นพวกนักดื่ม หรือไม่ก็พวกที่ชงเครื่องดื่
"ตอนนี้ฉันไม่สนอะไรทั้งฉัน ฉันอยากรู้ว่านายทำเข้ามายุ่งวุ่นวายกับฉันแบบนี้ไปเพื่ออะไร และฉันต้องรู้ให้ได้" ฉันบอกกับตัวเองอยู่หน้ากระจกเงา ขณะที่แต่งหน้าทำผมเพื่อไปยังสถานที่ตามที่ฟาโรห์เป็นคนเขียนลงในกระดาษแผ่นนั้นให้กับฉันและแม้ว่าฉันจะขยำมันทิ้งถังขยะไปแล้ว แต่ฉันก็จำได้ว่าเด็กนั่นนัดฉันไว้ที่ไหนคืนนั้นผับแห่งหนึ่ง / เวลาสองทุ่มครึ่งเฟิร์สทอล์ก :ผม ไอ้อ้อ ไอ้พอร์ช แล้วก็ไอ้เตอร์มารวมตัวโดยที่ไม่ได้นัดกันไว้ ซึ่งความจริงแล้วไอ้ฟาโรห์น้องชายของผมต่างหากล่ะ ที่มันเป็นคนนัด ไม่รู้นึกครึ้มอะไร ปกติมันไม่ค่อยนัดพวกผมออกมาหรอก มีแต่พวกผมนี่แหละที่นัดมัน"นี่ไอ้ฟาให้มึงโทรตามพวกกูมามีไรป่ะวะ" ไอ้อ้อถามผม"ไม่รู้ดิ...สงสัยอยากเลี้ยงขอโทษพวกมึงเรื่องเพื่อนแม่งมั้ง" ผมตอบกลับไปก่อนจะยกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นมาดื่ม"เออ...กูว่าจะถามอยู่ตกลงเรื่องมันเป็นไงมาไง ไอ้เด็กนั่นมันถึงกล้ามาปีนเกลียวมึงได้วะ" ไอ้พอร์ชหันมาถามผมพลางกระดกเครื่องดื่มสีอำพันเข้าไปในปาก"ไม่รู้แม่ง" ผมตอบกลับ"อ้าวนั่น! ไอ้ฟามาแล้ว ทางนี้โว้ยน้องชาย" ไอ้เตอร์หันไปโบกไม้โบกมือให้กับไอ้ฟาโรห์น้องชายของผม โดยที่มันก็ยกมื
"คบกับฉัน เพื่อให้เฟิร์สเลิกยุ่งกับเธอไง ระหว่างเพื่อนกับน้อง ฉันว่าเธอคงเลือกไม่ยากหรอกนะ" พิธบอกกับฉัน ก่อนที่เขาจะถอดสร้อยคอของตัวเองออกมาสวมให้ฉัน"นายทำอะไร!" ฉันถามด้วยความตกใจ"ในระหว่างที่เธอยังไม่มีคำตอบให้ ฉันขอให้เธอสวมสร้อยเส้นนี้ไว้ก่อนแล้วกัน แต่ถ้าเธอเลือกที่จะปฏิเสธก็เอาสร้อยเส้นนี้คืนมาให้ฉัน ง่ายนิดเดียวเอง ตกลงไหม""แต่เอ๊ะ! นี่มัน...สร้อยเกียร์ของเด็กวิศวะหนิ นายเอามาใส่ให้ฉันทำไม" ฉันถามก่อนจะเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมให้เขาสวมมันที่คอของฉัน ทว่ามือใหญ่ของเขากลับรั้งใบหน้าของฉันเอาไว้"อยู่เฉย ๆ ฉันแค่ขอฝากเอาไว้ที่เธอก่อน""เด็กบ้า! ฉันไม่รับฝากของแบบนี้หรอกนะ""อย่ามาเรียกฉันว่าเด็ก เพราะเธอไม่รู้หรอกว่าเด็กอย่างฉัน ทำอะไรเธอได้บ้าง""นี่นาย! อย่าทำแบบนี้ ไม่เอา...เอาออกไปนะ" ฉันบอกเขา เพราะเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ไม่ใช่ไม่รู้...ว่าถ้าเด็กวิศวะมอบเกียร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนใจให้นั้นหมายความว่าเขาต้องการให้ฉันตอบตกลง ซึ่งถ้ายัยมิ้วรู้เรื่องนี้แล้วล่ะก็ ฉันต้องแย่แน่เลย"เก็บเอาไปคิด แล้วเธอค่อยให้คำตอบฉันก็ได้ ฉันไม่รีบร้อน แต่ขอแค่ให้รู้ไว้ว่าฉันชอบเธอไม่ได
พรึ่บ! พลั่ก! "ปล่อยนะ! ไฟมาแล้ว" เธอบอกก่อนจะผลักไสผมออกไป แล้วรีบกดให้ประตูลิฟต์เปิดออก หลังจากที่ลิฟต์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ครืด~ "ดรีม... เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรไหม โอเครึเปล่า" ดรีมทอล์ก : ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก ฉันก็พบกับหน้าของเด็กพิธนี่เป็นคนแรก ถึงแม้ว่าจะแปลกใจที่ได้เห็นเขาที่นี่ ทว่าฉันก็กลับเลือกที่จะไม่เอ่ยถามอะไร "ไม่...ฉันไม่เป็นอะไร พอดีลิฟต์ด้านในมันค้าง แล้วก็ไฟดับ แต่ไม่เป็นอะไรแล้ว" ฉันบอกพลางยกมือขึ้นปาดหยาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมา แล้วรีบก้าวออกมาจากลิฟต์ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตกใจกลัวผู้ชายที่อยู่ด้วยกันในนั้น หรือกลัวว่าตัวเองจะติดอยู่ในลิฟต์จนขาดอากาศหายใจกันแน่ "ถ้างั้นก็กลับเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง" พิธบอกฉันทันทีเมื่อเห็นว่าเฟิร์สเดินตามฉันออกมา "หรือคุณจะไปกับไอ้หมอนี่" พิธโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู ทำให้การตัดสินใจของฉันดูไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก "ก็ได้" ฉันตอบ ก่อนจะปรายตากลับไปมองคนที่เดินตามฉันออกมาแค่เพียงเสี้ยวหน้า แล้วเดินตามเด็กรุ่นน้องที่ชื่อพิธไปยังรถของเขา เวลาต่อมา ห้างสรรพสินค้า ดรีมทอล์ก : "ไหนว่านายจะพาฉันไปส่งไง" ฉันหันไปถามห

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)










reviews