LOGIN“อยากนัวมากใช่ไหม นัวกับผัวเก่าดิ สู้มือดีออก” คิดว่าเขาคงยอมตกลงเลิกรา แต่ไหงกลายเป็นว่า... เขาดันตามติดเธอไม่หยุดหย่อนล่ะ!
View Moreเมื่อวิศวะตัวแม่แพ้แฟนเก่า
[ลมหนาว x คิว]
เริ่มต้นทำแอคลับ เกิดจากการ ‘เลิกกับแฟนเก่า’
ไม่ใช่ประชด แต่ที่ทำก็เพราะอยากลืมเขาไปจากหัวใจ
แต่แล้วทำไม... หมอนั่นถึงเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของฉันไม่เลิกก็ไม่รู้ เด็กเวร!
“จะเอายังไงก็ว่ามา”
“อยากให้พูดนักใช่ปะ”
“ก็แล้วแต่ ฟังอยู่นี่ไง”
ดวงตากลมโตจดจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาตาเขม็ง แม้ว่าบรรยากาศรอบกายจะหนาวเหน็บชวนให้รู้สึกว่าควรมีใครสักคนให้มาโอบกอดเพื่อระบายความเย็นในกายให้อบอุ่นขึ้น ทว่าฉันกับร้อนรุ่มไปทั้งตัวที่เห็นท่าทีอันแสนกวนประสาทของ ‘ผัว’ ตัวเองที่ใช้ลิ้นดุดันกระพุ้งแก้ม มือซ้ายคีบบุหรี่เข้าปากพ่นควันลอยคลุ้งไปทั่วสวนสาธารณะหน้าคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองกรุง ทะเลสาบยามค่ำคืนถูกย้อมไปด้วยสีดำจากท้องฟ้าที่มืดมิดไปตามกาลเวลาไม่ได้ต่างไปจากหัวใจของฉันเลยแม้แต่นิด
“เราไม่รักกันตอนไหน คิว”
“เคยบอกเหรอว่าไม่รัก” คนตรงหน้าหน้านิ่วคิ้วขมวด “เธองี่เง่า”
“ที่หวง ที่หึง ที่วีนนี่จะบอกว่างี่เง่า?”
“...”
“คงชอบแบบให้นั่งนิ่งๆ เป็นหุ่น มองผัวตัวเองไปเฟรนลี่ ทำตัวหมาหยอกไก่กับผู้หญิงคนอื่นอะนะ” ฉันโวยวายพลางเท้าเอวยกมือเสยเส้นผมสีน้ำเงินขึ้น เสมองไปทางทะเลสาบและหันกลับมามองค้อนคิวอีกครั้ง “ฉันไม่ใช่ควายนะเว้ยคิว”
“แล้วใครบอกว่าเธอเป็นควาย”
“เลิกกวนตีนสักทีจะได้ปะ” เคยคิดจริงจังเรื่องอะไรบ้าง ขนาดเวลานี้ก็ยังติดเล่นไม่เลิก “ถามจริงนะคิว เคยจริงจังกับฉันสักครั้งไหมวะ?”
“ไม่จริงจังจะขอคบทำไมวะหนาว” คิวหลับตาลงบ้างสูบเอานิโคตินเข้าปอดเสร็จก็โค้งตัวเอากรองบุหรี่จิ้มลงบนทรายถังขยะข้างตัว อยากจะให้เขาทิ้งตัวเองลงถังขยะไปบ้างคงจะดี “ตามใจทุกอย่าง เธออยากทำ อยากได้อะไรฉันก็ตามใจ จะเอาอะไรอีก”
ราวกับว่าสิ่งที่ฉันแสดงออกไปมันน่าเบื่อสำหรับคิว ใช่ ฉันเองก็เบื่อเหมือนกันที่จะต้องมาชวนเขาทะเลาะได้ทุกวี่ทุกวัน เบื่อที่จะต้องเห็นคิวทำตัวเฟรนลี่กับผู้หญิงไปเรื่อย
“แล้ววันนี้น่ะที่นั่งด้วยกัน ใคร?”
“น้องไอ้เนไง”
“อีกแล้วเหรอ” ยัยเด็กคนนั้นคิดยังไงกับคิว เคยรู้บ้างไหมวะ “อย่าควายให้มากได้ปะคิว นายก็รู้ว่าน้องสาวเนมันคิดอะไรกับนายแล้วยังจะ...”
“พอหนาว” คิวยกมือห้ามปรามให้ฉันหยุดพูด “น้องสาวเพื่อน ฉันไม่คิดเล่น”
“ก็เห็นผู้ชายแม่งชอบพูดแบบนี้ตลอดนั่นแหละ สุดท้ายที่บอกว่าไม่เล่น ก็เล่นจริง”
“เธออยากให้ฉันเอาน้องสาวเพื่อนจริงเหรอ ถึงได้ประชดกันแบบนี้”
“นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบ แต่ก็ทำ!” ผลักอกแกร่งจนเซไปด้านหลังเล็กน้อย “เหนื่อยนะเว้ยที่ต้องทะเลาะกันอะ”
“แล้วคิดว่าฉันไม่เหนื่อยเหรอ เธอเอาแต่หาเรื่อง!”
คิวตวาดใส่ฉัน ปัญหามันเกิดมาสักพักไม่ใช่เพิ่งมาเกิด เอาจริงฉันเป็นผู้หญิงที่โคตรขี้หึง ขี้หวง แต่จะไม่ให้หวงมันได้ไง คิวมันหล่อ ฮอตที่สุดในคณะสถาปัตย์อะ ไหนจะชอบทำตัวเฟรนลี่อีก เข้ากับคนอื่นโคตรง่ายจะไม่ให้คิดอะไรเลยเหรอ
จากความสัมพันธ์ที่ก่อนจีบจนมาถึงคบกันมันโคตรดีมาตลอด ฉันรู้สึกดีถึงได้ตกลงคบกับคิว ก็รู้สรรพนามของเด็กคนนี้ว่าเป็นยังไง นิสัยดีเกิน เข้ากับคนก็โคตรจะง่ายและไอ้ความเฟรนลี่ของคิวมันดึงดูดผู้หญิงทุกคนที่อยากเข้าหาเขาได้อย่างง่ายดาย แต่มันควาย... มันถึงไม่รู้ หรือถึงรู้ก็แกล้งไม่รู้หรือเปล่าฉันเองก็ไม่แน่ใจ
“ถามจริงนะคิว เคยรู้สึกผิดบ้างไหมที่เห็นฉันเสียใจ” เป็นคำถามที่ทำให้คิวนิ่ง
“แล้วจะเสียใจทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะเว้ยหนาว”
“ไม่ผิด”
“ก็ไม่ได้ไปนอนกับผู้หญิงคนไหน ไม่ได้ไปทำตัวเจ้าชู้ ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่รุ่นพี่ไม่ก็น้องอะ เธอคิดมาก” พอฉันหาเรื่องทะเลาทีไรคิวก็จะบอกว่าสิ่งที่ฉันเป็นคือการ ‘คิดมาก’
“อ้อ ไม่ให้คิดมากเลย” หลุดขำออกมาอย่างนึกสมเพช “รู้อะไรไหมคิว พูดว่ารักกันน่ะมันง่าย”
“...”
“แต่ที่ยากคือรักษากันและกันให้อยู่ด้วยกันนานแค่ไหนต่างหากที่สำคัญ” แม้ว่าจะต้องเจ็บปวดที่ต้องเป็นฝ่ายพูดมันขึ้นมา หากแต่ฉันก็ทนต่อไปไม่ไหวหรอกนะ ฉันยอมเจ็บดีกว่าทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่ Toxic แบบนี้ “ที่นายมาจีบ มาขอฉันคบน่ะคิดเล่นๆ ใช่ปะ”
“คนบ้าที่ไหนจะคิดเล่นๆ กับเรื่องพวกนี้วะ”
“นายไง”
“เธอคิดว่าที่ผ่านมา ฉันคิดเล่นกับเธอเหรอลมหนาว” คิวคว้าต้นแขนฉันและกระชากเข้าหาตัวจนต้องใช้มือที่ว่างอยู่ดันหน้าท้องแกร่งให้ถอยห่าง
“นายยังเด็ก อาจจะทดลองทำเรื่องพวกนี้เพื่อพิสูจน์เสน่ห์ของตัวเองมั้ง หรือไม่จริง” ฉันประชดประชัน “ก็สำเร็จแล้วไม่ใช่ ได้ตัวแม่วิศวะอย่างลมหนาวไปกินแล้วนี่ จะทำยังไงก็ได้ไม่เห็นต้องแคร์กัน”
“ถามจริงนะ ที่เรียกมาคือต้องการมาชวนทะเลาะหรือชวนมาทำอะไรกันแน่วะ”
“ชวนมาบอกเลิก”
“ลมหนาว”
“เออ! เลิกกัน ชัดพอไหมคิว”
เป็นตัวเองบ้างที่ตะคอกใส่คนตรงหน้า ไม่รู้นะว่าทำไมถึงต้องคาดหวังทั้งที่ฉันทำใจมาสักพักว่าจะบอกเลิกคิวมาหลายอาทิตย์ หลังจากที่พยายามอดทนอดกลั้นกับพฤติกรรมของเขา โอเค คิวเคยบอกว่าตัวเองเป็นยังไงแต่ไม่ใช่ว่าจะต้องทำตัวแบบเดิมปะ ตัวเองก็มีเมียแล้วหากจะอยากทำตัวแบบเดิมก็อย่าคบกับใครดิ
“พูดจริง” คิวเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ท่ามกลางบรรยากาศชวนให้อึดอัด แม้ว่ารอบข้างจะยังมีผู้คนเดินเล่นกันไปมาแม้จะไม่ได้มากมายก็เถอะ คงเพราะดึกแล้วด้วย “เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเลิกเลยเหรอหนาว”
“ฉันทนมานานแล้วคิว แล้วจะไม่ทนอีก”
“ที่บอกเลิกนี่คือยังไง อยากจะมีผัวใหม่” จริงๆ ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องจะมีผัวใหม่หรอกนะ ทำยังกับว่าเลิกกันแล้วมีคนรอเสียบแทนคิวงั้นแหละ ถึงฉันจะสวยเซ็กซี่มีผู้ชายมารุมตอมเยอะแค่ไหน ตอนคบกับคิวฉันก็แทบจะไม่ได้สนใจใครด้วยซ้ำ เพราะว่าซื่อสัตย์ต่อคิว แล้วคิวล่ะ... เคยทำอะไรให้ฉันสบายใจได้บ้างไหม
“อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีคนใหม่”
“ยกให้เป็นการจบความสัมพันธ์ที่โคตรตอแหลเลยว่ะหนาว”
“ปากดี”
“ก็รู้นี่” คิวทำหน้ายียวนกวนประสาท และฉันแม่งโคตรหวังลึกๆ นะว่าคิวมันจะต่อต้านมากกว่านี้ ไม่ยอมและบอกว่าตัวเองจะปรับปรุงตัว สุดท้ายที่คิดไว้พังทลาย ฉันไม่ควรคาดหวังกับไอ้เด็กเวรคนนี้ตั้งแต่เริ่มแล้ว “เลิกก็เลิก”
“...”
“แล้วอยู่คนเดียวให้จริงนะ ไม่ใช่หาเรื่องมาบอกเลิกกันแล้วไปควงกับคนใหม่ทันที”
“ฉันควงคนใหม่แล้วนายจะทำไม นายตกลงเองนะ” แม้จะเจ็บร้าวรานแทบบ้า ก็ยังคงกัดฟันฝืนทนไม่ให้ตัวเองร้องไห้ต่อหน้าคิว ไม่งั้นฉันเชื่อว่าคิวต้องคิดว่าฉันขาดเขาไม่ได้แน่ ทั้งที่มันคือเรื่องจริงก็เถอะ
“ตกลงเพราะเป็นความต้องการของเธอ” คิวตอบ
“นายเองก็ต้องการ”
“ฉันไม่เคยพูด”
“แล้วตกลงทำหอกอะไร”
“เพราะเธอต้องการ” ฉันขมวดคิ้วทันทีที่คิวปล่อยมือและถอยหลังจากฉันไปหนึ่งก้าว “ฉันตามใจเธอทุกอย่าง”
“...”
“แม้กระทั่งเรื่องนี้ ลมหนาว”
ปัจจุบัน
ติ๊ง ติ๊ง~
เสียงข้อความดังขึ้นระรัวจนต้องควานมือหยิบมาดูก็พบว่าเป็นแชทกลุ่มเพื่อนที่ส่งมาปลุกให้ตื่นเข้าคลาส ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไปมีเพียงนอนแผ่หลาบนเตียงก่อนจะค่อยๆ เสมองไปยังข้างกายที่ไร้เงาของใครบางคนที่เคยนอนกอด นอนจูบหรือทำอะไรกันในระยะครึ่งปีที่คบหากัน
จวบจนถึงวันนี้วันเวลาผ่านมานานนับสองเดือนที่เลิกรากันไป ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่โหยหาหรือคิดถึงคิวเลยสักครั้ง ทั้งที่พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง สวยเริ่ดเชิดหยิ่ง ตัวแม่วิศวะอย่างลมหนาวซะอย่างจะมาอ่อนแอเพียงเพราะเลิกกับแฟนเก่าได้ยังไงล่ะจริงไหม
คำตอบคือ... ฉันโคตรแย่! ถึงจะผ่านมาแล้วสองเดือน ทำใจได้แล้วที่ต้องไม่มีคิวอยู่ในชีวิต แต่ฉันก็ผ่านมันมาได้และพยายามใช้ชีวิตลูกคุณหนูผู้ร่ำรวยต่อไป และที่สำคัญการจะทำให้ตัวเองลืมแฟนเก่าไปได้ก็คือ
แอคลับ Lomnao ผู้ติดตาม 311K
ฉันสร้างแอคลับขึ้นมาเพื่อไลฟ์โชว์เรือนร่างและโชว์สยิวกับแฟนคลับผู้ติดตามนับแสน ไม่ได้ต้องการเงิน ฉันรวยอยู่แล้วจากเงินพ่อแม่ที่ส่งมาให้ใช้ในแต่ละเดือน รวมไปถึงของแบรนด์เนมต่างๆ พ่อกับแม่ฉันทำธุรกิจแฟชั่นและผลิตอะไหล่เทคโนโลยีต่างๆ เช่นมือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นต้น ท่านอยู่ต่างประเทศเป็นหลักส่วนฉันเลือกอยู่ที่นี่ส่วนหนึ่งก็เพราะเพื่อนและอยากใช้ชีวิตคนเดียวที่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองมากกว่า
ออด ออด~
หลังจากที่ดื่มด่ำกับความสำเร็จของตัวเอง ฉันสวมชุดนักศึกษารัดรูปกระโปรงทรงเอแคบสั้นเรียบร้อยก็สวมเสื้อช้อปสีกรมท่าคณะวิศวะคอม ออกจากห้องคอนโดที่หรูหราเห็นวิวเมืองกรุงได้รอบทิศ กดดูจอที่กล้องติดหน้าประตูว่าใครกันที่มาก็ยิ้มขึ้นมาหลังเปิดประตูและพบว่าใครยืนอยู่
“พี่คิดแล้วว่าหนาวยังไม่ได้ไปเรียน”
“อะไรเหรอคะ?”
“พี่ทำแซนวิชมาให้ เผื่อหนาวต้องการ” หลุบสายตามองกล่องแซนวิชที่อยู่ในกล่องใสพลาสติก เห็นภายนอกหน้าตาก็น่ากิน ส่วนคนทำก็... น่ากินเหมือนกันนั่นแหละ
“ขอบคุณนะคะพี่ธัน”
พี่ธันหนุ่มฮอตเนิร์ดสวมแว่นตากรอบดำ เขาเป็นบาร์เทนเดอร์โรงแรมหรูและหล่อมากๆ อายุ 25 ปี เป็นพี่ชายข้างห้องที่รู้จักกันมาได้ราวๆ ปีกว่า เขาคอยดูแลฉัน ส่งข้าวส่งน้ำตอนที่ฉันเลิกกับแฟนเก่าทำแบบนี้มาตลอดสองเดือนเลยนะ ฉันไม่ได้โง่หรอกนะที่จะมองไม่ออกว่าพี่ธันคิดยังไงกับฉัน เพียงแต่ว่ายังไม่เปิดใจให้กับใครเหตุผลหลักก็คือลืมไอ้เด็กเวรนั่นไม่ได้สักที
“ตั้งใจเรียนล่ะ”
“ค่ะ พี่ธันเองก็ไปนอนเถอะ หน้าตาบอกว่าไม่ไหวมาก” ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์สุดฮอต กว่าจะกลับถึงห้องบางทีก็เกือบเช้า ยังอุตส่าห์ทำแซนวิชมาให้ฉันอีก ไม่ให้คิดว่าพี่ธันหวังอะไรก็คงไม่ใช่หรอก ผู้ชายที่ไหนจะยอมอดนอนทำอาหารมาให้น้องสาวข้างห้อง ถึงปากจะบอกว่ามองฉันเป็นน้อง ใจจริงพี่ธันอยากจะจีบฉันแทบแย่
เขาก็แค่เหมือนรอให้ฉันลืมคิวไปได้จริงๆ ก่อนค่อยเดินหน้าเต็มที่ แต่นี่ก็แอบเต็มที่อยู่นะ
พี่ชายข้างห้องหุ่นสูงกำยำร่างกายบึกบึน ยกมือสางเส้นผมขึ้นก่อนจะเปิดประตูห้องค้างเอาไว้และหันมาส่งยิ้มหวานให้กับฉันในยามเช้า จากนั้นประตูห้องของเราสองคนก็ปิดพร้อมกัน จำได้ดีเลยนะช่วงที่คบกับคิว เด็กคนนั้นก็หึงฉันหนักมากขนาดที่ว่าพี่ธันแค่แวะมาถามเรื่องไฟดับในห้องหรือเปล่า ฉันจะเสนอหน้าไปตอบ คิวกลับดันฉันให้กลับเข้าห้องแล้วเป็นฝ่ายคุยกับพี่ธันเอง เหอะ
“แล้วจะไปคิดถึงไอ้หมาเด็กเวรนั่นทำไมวะหนาว”
จะให้ลืมได้ยังไงกัน ในเมื่อตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันคิวเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน ถึงแม้ว่าการบอกเลิกจะทำให้ฉันรู้สึกดีไม่อึดอัด หากแต่มันก็มาพร้อมกับความเหงา ความเจ็บปวด กว่าจะค่อยๆ ทำใจได้ก็มักจะชอบคิดวนเรื่องของคิวเสมอ ของบางอย่างของคิวไม่ได้ถูกขนออกไปหรอกนะ มีเพียงเสื้อผ้านั่นแหละที่ฉันจับยัดใส่กระเป๋าและโยนให้หมอนั่นที่หน้าคอนโดตอนบอกเลิกกันเสร็จสัพ
นึกว่าคิวมันจะคิดสักเสี้ยว รั้งฉันเอาไว้เพื่อปรับความเข้าใจกัน สุดท้าย... คิวเลือกทำตามที่ฉันต้องการ รู้ว่าคิวตามใจฉันทุกเรื่อง แต่บางทีฉันก็ไม่ได้อยากให้เขาตามใจฉันไปซะทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเลิกกัน
ได้เวลาที่จะต้องไปเรียนฉันก็ลงลิฟต์จากชั้นบนสุดของคอนโดหรูใจกลางเมืองที่พ่อกับแม่ซื้อไว้ให้ มือขวาดึงแท่งอมยิ้มรสผลไม้ที่ชื่นชอบออกจากริมฝีปาก สายตาก็จดจ้องมองหน้าจอมือถือเพื่อจะเรียกรถมารับไปส่งที่มหาลัย แต่แล้ว...
หมับ
“หือ?”
“เดินไม่ดูทาง” เสื้อช้อปวิศวะถูกมือหนาดึงจากด้านหลังจนแทบเซหงายท้องขาชี้ฟ้า มันไม่ได้แรงมากแต่ก็ทำให้หลังฉันกระแทกไปชนกับร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเมื่อพยักเพยิดหน้าให้ฉันรู้ว่าไอ้การเดินไม่มองทาง จะทำให้ตัวเองเตะเข้ากับแปลงดอกไม้หน้าคอนโดเข้าอย่างจัง
“มาได้ไง”
“มารับ” เขาตอบและปล่อยมือออกจากคอเสื้อ เดินสวนฉันไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์สุดคลาสสิคสีดำ ราคาหลายแสนบาทเป็นเบาะแบบสองที่นั่ง ฉันยืนหรี่สายตามองร่างสูงที่สวมหมวกกันน็อกเต็มใบและยื่นอีกใบที่ชิลด์หน้ากากเป็นแบบใสมาให้ จากนั้นก็เบนสายตามองเรียวขาของฉันซึ่งสวมกระโปรงสั้นมากไม่เหมาะกับการนั่งมอเตอร์ไซค์ เขาจึงถอดเสื้อช้อปวิศวะของตัวเองส่งให้ “ปิดขาไว้”
“กลัวใครเห็นหอยฉันหรือไง”
“อือ” ตอบตรงอีกต่างหาก เล่นเอาฉันถึงกับสำลักอมยิ้มที่ดูดความหวานเข้าปากในทุกเช้า ปกติไม่ได้ดูดอมยิ้มหรอก ถ้ายังคงกับคิวก็คงดูดไอติมแท่งยาวๆ ของเด็กบ้านั่นแทน
“เทกแคร์เพื่อนเก่งเวอร์” ฉันปรบมือลงบนบ่าแกร่งและทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะแบบหันข้างเอาเสื้อช้อปของเซฟเพื่อนสนิทในกลุ่มวิศวะปิดขาของตัวเองเอาไว้ “แล้วไม่ขึ้นไปหาที่ห้อง”
“ขี้เกียจ รู้ไงเดี๋ยวก็ต้องลงมา”
เซฟตอบและดันชิลด์หน้ากากสีทึบลง จากนั้นตัวรถก็เคลื่อนไปข้างหน้าออกจากคอนโดเพื่อมุ่งตรงไปยังมหาลัยที่เราสองคนเรียนอยู่ เมื่อขับเลี้ยวเข้ามาคณะวิศวะจะอยู่ลึกและเลี้ยวหลายเลี้ยวมากๆ แน่นอนว่ามันต้องผ่านคณะที่ฉันไม่อยากจะมอง สุดท้ายก็จำใจต้องมอง
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์... จะมองให้ได้อะไรกันวะลมหนาว ป่านนี้ไม่จีบผู้หญิงไปทั่วเหมือนตอนที่คบกับฉันแล้วเหรอ ตอนนี้อิสระจะตายไปไม่ต้องมีเมียคอยไปตามหึงตามหวง คงจะสบายกว่าเดิมมากกว่า
มาถึงคณะวิศวะฉันกับเซฟก็มานั่งที่ประจำของเราตรงลานเกียร์ใกล้ๆ ป้ายคณะ ระหว่างที่รอเพื่อนอีกสองคนสายตาก็เหลือบไปเห็นยัยวิว ตัวแม่วิศวะสุดฮอตหล่อนเป็นคู่แข่งฉันตอนทำแอคลับด้วยกัน หากแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้หล่อนจะไม่ได้แคร์แอคลับที่ตัวเองทำเสียเท่าไหร่ เพราะตอนนี้งาบพี่เพลิง รุ่นพี่วิศวะที่เคยถูกมองว่าเป็นเกย์ไปเป็นผัวเรียบร้อย แถมยังสวีทหวานกันจนฉันแอบหมั่นไส้นางอยู่บ่อยครั้ง
“หิวจังโว้ย!” เสียงโวยวายของเพื่อนชายในกลุ่มอย่างบอมเอามือลูบท้องตัวเอง พลางทิ้งตัวลงนั่งเมื่อเห็นกล่องแซนวิชวางอยู่หมอนั่นก็รีบคว้าไปแต่ก็ถูกฉันฟาดมือกลับ “โอ๊ย ตีมือกูทำไมเนี่ยหนาว”
“ไม่ได้ พี่ธันทำมาให้ฉันไม่ได้ทำมาให้แกกิน!”
“อ๋อ” บอมลากเสียงยาวพลางใช้มือซ้ายลูบหลังมือขวาตัวเองเบาๆ “พี่ชายข้างห้องจ้องจะเสียบเธออะนะ”
“จ้องเสียบบ้าอะไร พูดน่าเกลียด”
“จริงอย่างที่บอมมันว่านะ พี่ธันเขาเล็งแกไว้ตั้งแต่คบกับคิวไม่ใช่เหรอ” ตัวสมทบอีกคนก็มาถึงคือมะลิ เพื่อนสาวในกลุ่มสุดติสท์แต่เห็นแบบนี้นางร้ายมาก สายเซ็กซี่ขยี้ใจแค่ไม่เปิดเผยกับใครนอกจากฉัน “ตอนนี้เลิกกันแล้ว พี่ธันจ้องจะเสียบก็ไม่แปลกหรอก”
“ตอนคบกับเด็กคิวก็เห็นส่งข้าว ส่งน้ำตลอด ตอนนี้เลิกแล้วเสียบสบาย”
“ฉันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะเว้ย!” ฟาดมือลงบนท่อนแขนบอมอีกรอบ ไอ้หมอนี่มันเจ้าชู้จะตายไป “ฉันไม่ใช่นายนะ เที่ยวเสียบไปเรื่อย”
“พี่ธันก็น่าสนนะ แกไม่เปิดใจหน่อยเหรอหนาว” มะลิมองหน้าฉันราวกับต้องการคำตอบโดยเร็ว หากพอเห็นสายตาของฉันที่เสมองไปทางอื่นก็พอเดาทางได้ “ลืมเด็กคนนั้นไม่ได้สักทีสินะ”
“ลืมง่ายขนาดนั้นก็ดีน่ะสิ คบกันมาตั้งครึ่งปี”
“แต่เธอก็ตัดสินใจเองไม่ใช่เหรอ เด็กนั่นก็ไม่ได้อยากเลิกกับเธอสักหน่อย” สุดท้ายบอมมันก็อาศัยจังหวะที่พูดถึงคิว ดึงกล่องแซนวิชที่พี่ธันทำให้ฉันไปกินหน้าตาเฉย “เลิกเศร้า เลิกนอยด์แล้วก็นึกว่าจะเปิดใจให้พี่ชายข้างบ้านฮอตเนิร์ดสุดแซ่บซะอีก อิอิ”
เกลียดเสียงหัวเราะไอ้บอมมากบอกตามตรง!
“แล้วทำแอคลับประชดมันไปอีก”
“ไม่ได้ทำเพราะประชด ทำเพราะอยากทำ” ทำเพราะอยากลืมคิวต่างหาก คิดว่าฉันเดือดร้อนเรื่องเงินถึงขนาดจะต้องทำแอคลับโชว์สยิวเพื่อแลกเงินโดเนทเหรอ คำตอบคือไม่ใช่เลย ฉันแค่อยากหาอะไรทำสนุกๆ อยากแกล้งยัยวิวและอยากให้เรื่องราวรอบตัวทำให้ฉันลืมคิวไป สุดท้ายมันก็แทบไม่ช่วยอะไรด้วยซ้ำ
“ยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่ ทำไมไม่กลับไปคบกันต่อให้จบๆ วะ” บอมถามทั้งที่เคี้ยวแซนวิชเต็มปาก
“ฉันพูดคำไหนคำนั้น” ต่อให้ต้องเจ็บเจียนตาย ก็ไม่ยอมกลับไปแน่ “เลิกคือเลิก ไม่หวนกลับ”
“ก็ดีนะที่มั่นคงกับสิ่งที่ตัวเองพูด” ยักไหล่ไหวเพราะฉันจะต้องแสดงออกให้เพื่อนๆ เห็นว่าฉันโคตรเข้มแข็ง และต้องทำให้ตัวเองเข้มแข็งไม่หวั่นไหวอะไรทั้งนั้น “เพราะตั้งแต่ฉันเห็นแกเลิกกับมันไป มันก็ฮอต เฟรนลี่เหมือนเดิม”
“จริง” มะลิตอกย้ำอีกครั้ง “ไม่ได้จะว่าแต่คิวมันจีบแก มันคิดเล่นๆ หรือเปล่านะ”
“คบกันมาได้ครึ่งปีนี่คือโคตรนาน” มันก็จริงนะ นานมากสำหรับฉันที่ต้องทนเห็นคิวทำตัวเฟรนลี่ ไอ้เรื่องหล่อเรื่องฮอตน่ะมันปกติของผู้ชายฉันไม่ว่าหรอก หากไม่มีเรื่องนั้นเข้ามาฉันคงไม่ตัดสินใจแบบนี้
“น้องสาวเพื่อนก็ระริกระรี้เหลือเกิน รู้ว่าคิวมันคบกับแกก็ยังหน้าด้านกระแซะแนบชิด”
“หึ” เซฟที่เงียบไปนานถึงกับผุดขำในลำคอ เซฟมักจะไม่ค่อยออกความเห็นอะไรเรื่องฉันกับคิวหรอก ส่วนมากจะปลอบใจในวันแรกๆ ที่ฉันเลิกกับคิว เฮิร์ตหนักมากจนเมาหัวราน้ำทุกวัน กว่าจะพาตัวเองฟื้นขึ้นมาได้ก็ใช้เวลานานพอควร
“ดูท่าคิวมันคงไม่ยอมเรื่องแกแน่” มะลิเสริม
“อะไรทำให้แกคิดแบบนั้น” ฉันถามเพื่อนที่ยักไหล่ไหว ก่อนจะหยิบแซนวิชที่พี่ธันทำให้ไปกัดกินอีกชิ้น
“คิวมันรักแกจะตาย”
รักเหรอ? ฉันเอือมกับคำๆ นี้มานานแล้วล่ะ เพราะว่าคำว่ารักมันพูดง่าย แต่รักษาน่ะมันยาก ฉันเคยพูดกับคิวในวันที่บอกเลิกกันไปไง ในเมื่อรักษากันไม่ได้ก็คงต้องปล่อยมือกันไปนั่นแหละ... มันดีที่สุดแล้ว จากนี้ฉันก็ต้องเดินหน้าต่อ
“ใช่” ฉันตอบมะลิเพื่อนสามคนจึงมองหน้าฉันที่แสยะยิ้มมุมปาก “เด็กคนนั้น มันตายไปจากฉันนานแล้ว”
คิดซะว่าคิวมันตายไปจากชีวิตฉันนั่นแหละ เป็นการลืมที่ง่ายที่สุด
*----------------------------------------------*
เมื่อวิศวะตัวแม่แพ้แฟนเก่า:: บทส่งท้าย ::นับจากวันนั้นที่คิวมาหาฉันที่คอนโด เขาก็หายตัวไป ไม่มีใครเจอตัวของคิวอีกเลย ฉันก็ยังคงทำตัวเป็นปกติคือไปเรียนกลับมาที่ห้อง สิ่งเดียวที่ยังทำอยู่ก็คือการไลฟ์แอคลับบ้าง เวลาที่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว หวังว่าการไลฟ์แอคลับจะทำให้คิวหงุดหงิดและโผล่หัวมาได้ แต่เปล่าเลย ฉันคิดผิดไปเสียหมด ตอนนี้เวลาผ่านมานานนับเดือน ฉันไม่รู้ข่าวคราวของคิวแม้จะไปถามกับเฮียศิลา เฮียตอบแค่ว่า ‘มันสบายดีและสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำกับหนาว’ เมื่อไหร่จะเลิกโทษตัวเองสักที ในเมื่อเรื่องราวต่างๆ มันก็ผ่านพ้นมานานแล้วฉันเองก็หลงลืมมันไปหมดแล้ว สำคัญคือทั้งเนกับเนยก็ไม่มีใครมายุ่งเกี่ยวกับฉันอีก แน่นอนว่าใครบ้างล่ะที่ไม่กลัวกับคำขู่โดยมีชื่อของเฮียศิลาเข้ามาด้วย ลมหายใจของฉันถูกถอนออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากโบกมือให้กับบอมที่ขับรถมาส่งที่คอนโดในช่วงค่ำของวัน ช่วงนี้มีเรียนหนักแทบทุกวัน ทำให้กลับจากคณะก็ค่ำมืด ฉันเดินตรงมาตามเส้นทางไปถึงห้องของตัวเอง ก้มหน้าล้วงมือหยิบคีย์การ์ดแต่ก็ต้องหยุดชะงักขาของตัวเองเอาไว้เสียก่อน เมื่อเห็นกองอะไรบางอย่างวางอยู่ตรงหน้าประตู มองซ้ายแลขวาก็ไม่
“หนาวเป็นคนบอกให้มันยอมรับเรื่องนี้ ตอนนี้มันยอมรับแล้ว” เฮียศิลาเหมือนมากระตุ้นส่วนที่ฉันลืมไปเสียหมดสิ้น ฉันหัวชนฝาตอนที่เราสองคนเลิกรากันก็จริง มาตอนนี้ฉันกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูดของตัวเองซะงั้นเพียงเพราะไม่คิดว่าคิวจะยอมรับมันต่างหาก “เรื่องที่เกิดขึ้นมันหนักเกินกว่าไอ้คิวจะยอมรับได้ มันจะรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุมันไม่แปลกเลยหนาว”“แต่ว่า...”“ไม่ต้องห่วง เฮียจะส่งคนออกตามหามันเอง แต่มันจะทำยังไงเรื่องระหว่างมันกับหนาวต่อ เฮียเองก็ไม่รู้” “ค่ะ”“มันไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่าตัวของมันและตัวของหนาว” สุดท้ายแล้วต่อให้พึ่งพาใครก็คงไม่ได้ แม้แต่คนที่เป็นพี่ชายของคิวเองก็ยังช่วยฉันไม่ได้ ที่เฮียศิลาพูดก็ถูกนั่นแหละ เรื่องที่เกิดขึ้นคือเรื่องระหว่างเราสองคน ใครก็คงไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้นอกจากพวกเรา ดังนั้นพอฉันเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ เฮียศิลาก็พาผู้หญิงคนนั้นออกจากร้านไปตุ้บ“กูรู้แล้ว!”“ตกใจหมด รู้อะไรของแกวะบอม” มะลิฟาดมือลงบนท่อนแขนแกร่งของบอมที่จู่ๆ ก็เอามือทุบโต๊ะจนดังสนั่น“ก็ผู้หญิงที่มากับเฮียศิลาไง กูรู้แล้วว่าใคร”“ใคร?” เซฟถามขณะนั่งกอดอกหลังจากกินอาหารคาวเสร็จเรียบร้อยก็ต่อ
เมื่อวิศวะตัวแม่แพ้แฟนเก่า:: EP28 ::เป็นการเลิกราที่ไม่ยอมจบ3 สัปดาห์ผ่านไป“แกจะเป็นแบบนี้จริงๆ เหรอวะหนาว”“...”“แกคนเดิมหายไปไหนวะเนี่ย?!” มะลิเท้าเอวมองฉันที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงภายในห้องนอน แม้จะผ่านมาสามสัปดาห์ที่เจอกับคิว ฉันยังคงไปเรียนปกติ แถมยังไปหาคิวที่คณะด้วย แต่โปรดบอกว่าคิวมาเรียนเสร็จก็กลับทันที พอฉันไปหาเขาที่คอนโดก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าตอนนี้คิวอยู่ที่ไหนเพราะโปรดเองก็ไม่รู้ ขนาดติดต่อยังยากด้วยซ้ำ โปรดยังบอกอีกว่าคิวเองก็ไม่ได้ต่างอะไรกับฉันเลย คือเครียดและเศร้ามากๆ “หนาว แกจะแย่เอานะ ถ้าไม่กินอะไร”“กินอะไรไปก็อ้วกออก”“ถึงได้บอกให้ไปหาหมอไง ไปตรวจสักหน่อยเผื่อท้อง”“ไม่ได้ท้อง” ฉันตอบมะลิด้วยท่าทางอิดโรย “ถ้าท้องก็ดีน่ะสิ จะได้รั้งคนเป็นพ่อเอาไว้ได้”“แกตรวจแล้วหรือไง?”“อือ” เสมองลิ้นชักหัวเตียงให้มะลิเปิดดูที่ตรวจครรภ์สองสามอัน ปรากฎว่าฉันไม่ได้ท้องหรอก“งั้นแสดงว่าแกเครียดจนกินอะไรไม่ลง ถ้าไม่ได้ท้องอะ”“...”“เป็นแบบนี้เพื่ออะไรกันวะ? รักกันขนาดนี้ ก็กลับมาคบๆ กันไปก็จบ” ใช่ แต่คิวกลับไม่คิดแบบนั้นไง คิวกำลังปล่อยฉันไปเพื่อชดเชยให้กับสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดไปกั
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษ” อยากซื้อคำๆ นี้จากปากคิวซะจริง ตั้งแต่เกิดเรื่องหมอนี่เอาแต่ขอโทษ ทั้งที่เรื่องนี้คิวอาจจะมีส่วนผิดแต่มันก็เล็กน้อยไง “ฉันไม่อยากให้นายต้องคิดมากหรือโทษตัวเองนะคิว”“...”“ที่ฉันทำก็เพราะอยากให้นายตาสว่าง ตอนนี้นายตาสว่างแล้ว เราสองคนต่างหลุดพ้นวังวนบ้าๆ นั่นแล้ว” ราวกับต้องการฟังจากปากของคิวว่าหลังจากนี้เรื่องของเราจะเอายังไงต่อดี นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการมากกว่าคำขอโทษ พอได้ฟังว่าคิวโอเคขึ้นฉันก็สบายใจ และคาดหวังจริงๆ คาดหวังเรื่องระหว่างเรา “นายโตแล้วคิว ฉันดีใจที่นายโตขึ้น”“รวมถึงฉลาดขึ้นด้วย?”“อือ” อย่างน้อยๆ ก็ส่งยิ้มให้กับคิวเพื่อให้เขาหายเครียดจากเรื่องนี้ คิวจ้องหน้าฉันก่อนจะหลุบสายตามองมือฉัน จากนั้นเขาก็จับมือฉันไปแนบแก้มตัวเอง “ขอบคุณนะลมหนาว”“ขอบคุณที่ช่วยทำให้หายโง่”“ทุกเรื่อง” คิวหลับตาลงก่อนจะหันหน้าเข้าหาฝ่ามือฉันพรมจูบและสูดดมราวกับต้องการรับกลิ่นกายของฉันให้ได้มากที่สุด “ฉันรักเธอ”“...”“รักมากที่สุดในชีวิตของฉัน” ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันอยากฟังคิวบอกรักแบบนี้ไปตลอด เวลาคิวบอกรักฉันรู้สึกเหมือนถูกเขาโอบกอดและยกให้เป็นคนเดียวในห




![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
