Masuk“ตามที่เคยบอกไปภรรยาผมต้องการลูกสาว ไม่อยากได้เด็กเล็กเกินไปหรือโตเกินไป ขอเป็นเด็กผู้หญิงวัยสี่ถึงห้าขวบจะดีมากครับ”
“และขอเด็กที่เรียบร้อยร่าเริง ถ้าให้ดีของคนที่พอจะรู้หน้าที่พาไปออกสื่อได้” อนวัช วรานนท์ หรือท่านวัชผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา ต่างจากภรรยาสาวคุณริน นรินดา วรานนท์ในวัยสามสิบห้าปีมีอายุห่างกับสามีหรือท่านผู้ว่าถึงเก้าปี เธอเข้าไปพูดคุยเล่นกับเด็ก ๆ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะมีที่ถูกตาถูกใจอยู่แล้ว “เก็บดาว ยัยหนูที่อยู่กับภรรยาของท่านคนนั้นมีนิสัยร่าเริง ใจดี เรียนรู้และปรับตัวได้ดี ปีนี้อายุย่างเข้าสี่ขวบค่ะ” เดือนเอ่ยบอกเสียงเรียบแล้วคอยมองดูสถานการณ์อยู่ใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ห่างจากทั้งสองคนประมาณสิบเมตร “ภรรยาผมก็ดูจะชอบเด็กคนนั้นครับ” อนวัชเอ่ยเสียงเรียบเพราะพวกเขาเคยมาที่บ้านเรืองตะวันสองสามครั้งก่อนจะตกลงว่าจะมาทำสัญญารับเด็กไปเป็นลูกบุญธรรม สาเหตุก็มาจากภรรยาอยากมีลูกแต่เธอเป็นคนตั้งครรภ์ยากลองกันมาหมดทุกวิธีจนเขาสงสารไม่อยากให้เธอเจ็บไปมากกว่านี้เลยเลือกจะมารับเลี้ยงเด็กไปเป็นลูก ทำให้ภรรยามีความสุขส่วนเขาก็ได้หน้าในสังคม อีกด้านหนึ่งของนรินดากับเก็บดาวที่นั่งเล่นกันอยู่ที่สนามหญ้าสีเขียวขจีใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ มีปูผ้าสีขาวลองนั่งและมียัยหนูน้อยเก็บดาวนั่งระบายสี “หนูวาดรูปอะไรอยู่เหรอจ๊ะ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถาม “ครอบครัวในฝันค่ะ พ่อแม่แล้วก็หนู หนูอยากมีพ่อแม่เหมือนคนอื่น ๆ ในโรงเรียน..” เด็กน้อยเอ่ยอย่างไร้เดียงสา “น้าก็อยากมีลูกค่ะ” “คุณน้ายังไม่มีลูกเหรอคะ” “ยังค่ะ แต่วันนี้คิดว่าน่าจะได้มีแล้วล่ะ” “อ๋อดีจังเลยนะคะจะได้มีลูก หนูก็อยากมีพ่อกับแม่ แต่ไม่รู้ว่าจะได้มีเหมือนเพื่อนเมื่อไหร่” เด็กน้อยยังคงพูดไปมือน้อย ๆ ก็จับดินสอสีระบายภาพวาดไปด้วย “หนูอยากไปอยู่กับน้าไหม ไม่สิ หนูอยากไปเป็นลูกสาวของแม่ไหมคะ” นรินดาลูบผมเก็บดาวอย่างเบามือ “หนูสามารถเป็นลูกสาวให้คุณน้าได้เหรอคะ” เด็กน้อยเงยหน้ามองคุณน้าคนสวยแล้วเอียงคอถามอย่างสงสัยเป็นภาพที่น่ารักมาก “เป็นได้สิลูก แม่จะดีใจมาก ๆ หากหนูยอมเป็นลูกสาวให้แม่” เธออ้าแขนออกกว้างยัยหนูเก็บดาวก็โผเข้ากอดทันที “หนูไม่ได้ยอม หนูเต็มใจค่ะ” “คุณแม่..” “ลูกสาวแม่..” นรินดาสุดอดกลั้นเธอร้องไห้กอดเด็กน้อยความรู้สึกที่สะสมมาหลายปีถูกระเบิดออกมาเป็นน้ำตาแห่งความสุข การอยากเป็นแม่แต่เป็นไม่ได้ วันนี้เธอกำลังจะมีลูกเป็นของตัวเองแล้ว จนคนที่ได้ชื่อว่าเย็นชาอย่างอนวัชที่ไม่ค่อยจะยินดียินร้ายกับใครนอกจากภรรยาสาวที่มีผลต่อความรู้สึกเขายังต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายเก็บภาพความทรงจำของภรรยากับลูกสาวในอนาคตเอาไว้ “อย่าเอาแต่เก็บภาพเลยค่ะ เวลาแบบนี้คนเป็นพ่อต้องเดินเข้าไปแล้วนะคะ” “เอ่อ ครับ..” แม่เดือนเอ่ยกระซิบเบา ๆ ให้คนที่เป็นพ่อมือใหม่เข้าไปหา เขารีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเดินไปหาสองแม่ลูกที่กอดกันกลม เขานั่งลงใช้สองแขนโอบกอดภรรยาและลูกสาวบุญธรรม “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัววรานนท์นะครับลูกสาว” “จากนี้หนูคือลูกสาวของพวกเราครับ” “เราจะมอบอนาคตใหม่ที่ดีให้หนูเองนะเก็บดาว” ฝากกดหัวใจ กดติดตาม คอมเมนต์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนตัวน้อย 💜💜💜Verapa Condo | วีรภา คอนโดรถซูเปอร์คาร์คันหรูจอดสนิทที่ลานจอดรถด้านล่างคอนโดมิเนียมของเก็บดาวที่อยู่กับแก๊งสาว ๆ อีกสามคน พริ้มฟ้า พราวฝน และวาวรุ้ง และวันนี้พวกเธอต่างออกไปข้างนอกกับ..เพื่อน ๆ ในแก๊งของสีน้ำเหมือนกัน..เขายังไม่ทันได้ปลดเข็มขัดนิรภัย ร่างเล็กข้างกายก็หันมาเอ่ยเสียงหวานกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู“บี๋ เดี๋ยวช่วยหลับตาหน่อยได้ไหม” เก็บดาวเอื้อมมือมาปิดเปลือกตาของเขาไว้หลวม ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาอยู่บนใบหน้าสวยสีน้ำเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เพราะรู้ดีว่ายัยตัวเล็กของเขากำลังมีแผนการบางอย่างเตรียมให้เขาสำหรับวาเลนไทน์นี้“เบบี๋เล่นอะไรอีกเนี่ย”“ไม่ได้เล่น แต่รับรองเลยว่าบี๋จะชอบ” เธอเอ่ยเสียงหวานพร้อมโน้มใบหน้าเข้าไปหอมข้างแก้มชายหนุ่มคนรัก จากนั้นทั้งสองคนก็ลงจากรถซูเปอร์คาร์คันหรูโดยที่เก็บดาวคอยคล้องแขนพาสีน้ำหลับตาเดินมาตลอดทาง“ห้ามแอบดูนะ!” เธอเอ่ยย้ำเตือนน้ำเสียงแข็ง ก่อนจะคล้องแขนเขาพาเดินผ่านโถงทางเดินคอนโดขึ้นลิฟต์“ครับ ๆ หลับตาปิดสนิทเลยเนี่ย”คนตัวเล็กกดมาชั้น 35 เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่เธออยู่ เก็บดาวพาเดินต่อมาอีกประมาณ 50 เมตรหยุดล
บนรถ บรรยากาศภายในรถซูเปอร์คาร์คันหรูเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลงสากลจังหวะบีทหนัก ๆ ที่สีน้ำเปิดทิ้งไว้คลอเบา ๆ แสงไฟจากท้องถนนยามเย็นสาดส่องเข้ามาเป็นระยะกระทบเข้ากับช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนเบาะหลังมันไม่ใช่แค่ช่อกุหลาบแดงทั่วไป แต่สีน้ำสั่งทำเป็นพิเศษด้วยการแซมด้วยดอกทานตะวันสีเหลืองสดใสที่ดูขัดกับลุคโหด ๆ ของเขาอย่างสิ้นเชิง“เบบี๋หยิบของให้หน่อย อยู่เบาะหลังน่ะ” สีน้ำเอ่ยขึ้นขณะที่ติดไฟแดง มือหนายังคงบังคับพวงมาลัยด้วยท่าทางสบาย แต่ในใจก็หวั่น ๆ ว่าเธอจะชอบเซอร์ไพรส์นี้หรือเปล่าเก็บดาวขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบถุงใบใหญ่ข้างหลังปรากฏว่านั่นคือช่อดอกไม้เธอหยิบออกมาถือไว้ พอกลิ่นหอมจาง ๆ เตะจมูกและเห็นความตั้งใจในช่อดอกไม้หัวใจเธอก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที“บี๋เอามาให้ดาวเหรอ?”“ต้องให้เบบี๋อยู่แล้วสิ วันนี้วันอะไรล่ะ” เขาตอบสั้น ๆ ตามสไตล์ แต่หูที่เริ่มขึ้นสีแดงกลับปิดความประหม่าไม่มิด “กุหลาบก็น่าจะรู้ว่าแปลว่าอะไร ส่วนทานตะวัน.. คนขายบอกว่ามันหมายถึงการมองแค่เธอคนเดียว”เก็บดาวก้มมองช่อดอกทานตะวันในมือ พลางนึกถึงความหมายของมัน.. ความรักที่มั่นคงและภักดี เหมือนที่เธอเ
“พี่สีน้ำไม่ว่างหรอกค่ะน้อง พอดีพี่สีน้ำมีธุระต้องไปทำกับพี่ต่อ” เก็บดาวเดินมาหยุดข้าง ๆ สีน้ำ สายตาคู่นั้นนิ่งจ้องมองตาเขม็งจนรุ่นน้องคนนั้นเริ่มทำตัวไม่ถูก“เอ่อ.. แต่พวกหนูตั้งใจมาชวน..”“อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำ” เก็บดาวกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย เปิดโหมดนางร้ายที่นาน ๆ ทีจะงัดออกมาใช้ทำเอาคนแถวนั้นถึงกับเงียบกริบ“แล้วพี่เป็นอะไรกับพี่สีน้ำคะ เป็นแค่เพื่อนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องมาตัดสินใจแทนกันแบบนี้?” รุ่นน้องคนนั้นถามกลับอย่างไม่ยอมแพ้ โดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังพูดอยู่กับแฟนตัวจริง!สีน้ำที่ยืนฟังอยู่นานยกยิ้มมุมปาก เขาคว้าเอวเก็บดาวให้เข้ามาแนบชิดติดกับเขาต่อหน้าต่อตาคนทั้งลานเกียร์ ก่อนจะหันไปสบตารุ่นน้องคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา“พี่คนสวยคนนี้เขาเป็นแฟนพี่ครับ ชัดเจนพอไหม?”พวกรุ่นน้องหน้าเสียแล้วรีบถอยทัพกลับไปทันที พออยู่กันสองคนเก็บดาวก็ทำท่าจะเดินหนีแต่แขนแกร่งกลับรัดเอวเธอไว้แน่น“หึงเหรอ?” เขาแกล้งถามชิดใบหู“..” เก็บดาวเงียบ แต่ใบหน้าเริ่มขึ้นสีจัด“แล้วหึงได้ไหมล่ะ...” เธอกระซิบถามกลับเบา ๆ“หึงได้สิ ก็เราเป็นแฟนกันนะครับเบบี๋” สีน้ำหัวเราะในลำคอ ชอบใจที่เห็นยัยตัวเล็กของเขาออกอาการห
3 months later Genesis University 🏫Faculty of Engineering | คณะวิศวกรรมศาสตร์ท่ามกลางความพลุกพล่านของเด็กวิศวะตรงลานเกียร์ สีน้ำกำลังยืนพิงเสาปูนต้นใหญ่ มือข้างหนึ่งไถหน้าจอโทรศัพท์เช็กข้อความจากยัยตัวเล็กที่ยังมาไม่ถึง ส่วนอีกข้างก็ถือแก้วอเมริกาโนเย็นคั่วเข้มเอาไว้ ท่าทางนิ่ง ๆ ในชุดเสื้อช็อปสีแดงที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกนั้นทำเอาสาว ๆ ต่างคณะที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นถึงกับต้องเหลียวหลัง เพราะบางคนก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้สีน้ำกำลังศึกษาดูใจอยู่กับเก็บดาวมาได้ระยะหนึ่งแล้วตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้วแต่สำหรับเจ้าตัวนั้นเขาไม่ได้สนใจสายตาใครเลยสักนิด เพราะคนที่เขาสนใจและใส่ใจมีแค่แฟนสาวคนสวยของเขาคนเดียวเท่านั้น รูธพจนกระทั่งมีรุ่นน้องผู้หญิงปีหนึ่งท่าทางมั่นใจคนหนึ่งเดินเข้ามายืนขวางหน้า“เอ่อ.. พี่สีน้ำคะ คือหนูชอบพี่มานานแล้วค่ะ”“..”“พอดีทำขนมเค้กมาฝาก พี่ช่วยรับไว้หน่อยได้ไหมคะ?”เจ้าของชื่อขมวดคิ้วมอง เขาละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองนิ่ง ๆ สายตาที่คนทั้งคณะรู้ดีว่ามันคือสัญญาณเตือนภัย แต่ดูเหมือนรุ่นน้องปีหนึ่งคนนี้จะยังไม่รู้ตัว เธอพยายามยื่นกล่องเค้กสีชมพูหวานส่งเข้ามาใกล้เขา
“หึ ๆ ยัยตัวเล็ก” ประโยคนั้นทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก สีน้ำก้มมองยัยตัวเล็กในอ้อมแขนที่นับวันยิ่งขี้อ่อยขึ้น เขาหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองมามันวูบไหวและเต็มไปด้วยความต้องการจนคนถามเริ่มจะหน้าร้อนผ่าว “ใช่ครับ เพราะว่าทำมากกว่านั้นกลัวจะโดนล้อว่าเสร็จเร็ว” สีน้ำรู้ตัวเองดีว่าร่างกายเขาในตอนนี้เหนื่อยล้าจากการเดินทางตามหาเธอมาหลายวันถ้าจะให้ทำอะไรตอนนี้เขาได้เป็นคนที่สลบคาอกเธออย่างแน่นอน สีน้ำกดจุมพิตลงที่หน้าผากมนซ้ำอีกครั้งก่อนจะช้อนตัวหญิงสาวขึ้นในอ้อมแขน เก็บดาวซบหน้าลงกับอกแกร่ง สูดดมกลิ่นกายหอมสะอาดที่เธอแสนคิดถึง ขณะที่เขาพาเธอเดินตรงไปยังห้องนอน เขาค่อย ๆ วางเธอลงเตียงกว้างที่ถูกปูด้วยผ้าห่มหนานุ่มสีขาวอย่างทะนุถนอมก่อนจะแทรกตัวลงไปนอนเคียงข้าง พร้อมกับดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างกายเพื่อกันความหนาวเหน็บจากอากาศภายนอกที่ตอนนี้ติดลบ ถึงเขาจะเกลียดอากาศหนาวแต่เพราะความหนาวมันทำให้เขาได้ใกล้ชิดเธอ ก็เริ่มจะชอบขึ้นมาบ้างแล้ว และสิ่งที่ให้ความอบอุ่นได้ดีกว่าสิ่งใด คือวงแขนแข็งแกร่งที่ดึงคนตัวเล็กเข้าไปกอดแนบกาย เก็บดาวขยับตัวเข้าหาไออุ่น ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง แขนเรียวโอบกอดเอวเข
Switzerland Grindelwald🇨🇭 22:45 แสงไฟสีส้มสลัวภายในบ้านไม้สนหลังใหญ่ ทำหน้าที่สร้างไออุ่นสวนทางกับอุณหภูมิติดลบด้านนอกหน้าต่าง ที่กระจกบานใหญ่เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของยอดภูเขาสูงที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา บนโซฟาหนานุ่ม สีน้ำและเก็บดาวนั่งเผชิญหน้ากันอีกครั้งหลังจากพูดคุยเคลียร์ใจและตกลงคบกันเป็นแฟนอย่างจริงจัง ระยะห่างที่เคยถูกกั้นด้วยความไม่เข้าใจค่อย ๆ ทลายลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน หลังจากถ้อยคำง้อและคำขอโทษที่พรั่งพรูออกมาอย่างมากมายจากผู้ชายที่ตอนนี้พร้อมเปิดเผยว่ารักเธอสุดหัวใจแล้ว ความน่าอึดอัดกลับแปรเปลี่ยนเป็นมวลความรักที่อบอวลไปทั่วทั้งบ้านจากพวกเขา “ขอโทษที่ทำให้ดาวเสียใจนะ” สีน้ำเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขายังคงรู้สึกผิดกับคำพูดของตัวเองอยู่มากมาย “ขอบคุณนะยัยตัวเล็ก ที่ยอมให้อภัยผู้ชายปากหมาอย่างเรา” “วันนี้พูดคำว่าขอบคุณกับขอโทษเก่งจังนะคะคุณสีน้ำ” เก็บดาวหยอกเย้าเสียงเบา พลางยื่นมือไปลูบข้างแก้มของเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านออกมา “ถ้าเปลี่ยนเป็นขอบคุณไปทั้งชีวิตเลยได้ไหมล่ะ?” สีน้ำเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาเขาไม่สั่นไหว







