مشاركة

บทที่ 10

مؤلف: Phat_sara
last update تاريخ النشر: 2025-05-05 00:41:54

ติ๊ง!

: เดี๋ยวพี่ไปรับรอก่อนนะ

Panhya : สัพเพสัพตา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด~

: กวนตีน

Panhya : ...

: จะกินไร

Panhya : ไม่รู้

: โอเคค่ะ เดี๋ยวค่อยเลือกก็แล้วกัน

Panhya : ไม่ต้องไปกินข้าวด้วยกันสักวันได้ไหมเนี่ย

: เด็กมันกลัวตกหลุมรักสินะ

Panhya : รีบมาเถอะสุดหล่อ ยืนรอกลางถนนแล้ว

หึ ๆๆ ความกวนส้นตีนไม่สิ้นสุด ผมนึกสภาพเรียนจบไปเป็นหมอตรวจคนไข้ไม่ได้เลย ต้องกวนตีนคนไข้จนคนไข้รักษากับหมอหยาเสร็จต้องไปตรวจสุขภาพจิตต่อแน่นอน

ปัง!

“ปิดแรงขนาดนี้คงมั่นใจว่าจะไม่ได้มันเป็นเจ้าของสินะถึงไม่คิดจะทนะถนอม” ผมทักทายยัยเด็กนี่ที่ปิดประตู Ferrari เหมือนมันเป็นรถกระป๋องที่ปิดเบา ๆ ประตูจะไม่สนิท กระแทกซะรถสะเทือน สะเทือนมายันไข่กูเลยครับ

“เหอะ!”

“อยากไปไหนเป็นพิเศษไหมคะ”

“ไปส่งที่หอก็พอได้ไหม” ปั้นหยาหันมาบอกผมด้วยเสียงเหนื่อย ๆ หน้าตาก็ดูล้าสงสัยช่วงนี้คงเรียนหนัก ช่วงใกล้สอบแล้วด้วย

“ไม่ได้ หยายังไม่ได้กินข้าว พี่พาไปกินข้าวก่อนแล้วเดี๋ยวไปส่ง” เห็นสภาพแล้วก็อดสงสารไม่ได้หน้ามันแผล็บหัวก็โคตรฟู ก่อนขึ้นรถไม่คิดจะเช็คสภาพความสวยของตัวเองเลยรึไงวะ โคตรไม่ให้เกียรติความหล่อของผมเลย

“นี่ ถามจริง” หลังจากขับรถออกมาสักพักปั้นหยาก็หันมาคุยกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อื้มว่าไง”

“แฟนไม่ว่าเหรอมาวอแวฉันแบบนี้ นางแบบคนนั้นอ่ะ”

“พี่ไม่มีแฟน”

“ชิส์~ ถ้ามีคนเอาน้ำกรดมาสาดหน้าฉันรับรองว่านายคือคนแรกที่ฉันจะล้างแค้น” ปั้นหยาคิดได้ไงวะว่าจะมีใครเอาน้ำกรดมาสาดหน้า ผมไม่มีแฟนหรอกครับ ถ้ามีผมคงไม่เอาเวลามายุ่งกับผู้หญิงคนอื่นให้แฟนผมเสียใจหรอก ถึงผมจะควงผู้หญิงเยอะแต่ก็เพราะความเต็มใจของทุกคน ผมไม่มีทางปล่อยให้คนที่ผมรักต้องทุกข์ทรมานเหมือนแม่ผมแน่นอน

“นี่นาย ฉันว่ากินแถว ๆ นี้แหละร้านก๋วยเตี๋ยวอะไรแถวนี้ก็ได้รถมันติดมากอ่ะ ฉันเหนื่อย”

“เมื่อไหร่จะเรียกพี่ดี ๆ พี่มีชื่อนะหยา” ผมหันไปมองหน้าเธอด้วยความอ่อนใจ เชื่อไหมครับตั้งแต่รู้จักกันมาปั้นหยาไม่เคยเรียกผมว่าพี่เลยสักครั้ง ชื่อผมเธอยิ่งไม่เคยเรียก ไม่เคยหลุดจากปากจนผมเริ่มสงสัยว่ายัยเด็กนี่รู้จักชื่อผมรึเปล่าวะ

“เหรอ? ไม่อยากเรียกอ่ะ” ปั้นหยาหันมาตอบด้วยใบหน้าอึน ๆ แล้วก็ยิ้มใส่ผมจนตาหยีหลังจบประโยค หึ ๆๆ ไม่อยากจะบอกว่าโคตรกวนตีนแต่ก็โคตรน่ารัก แค่น่ารักนะครับแต่ไม่ได้รักอย่าคิดไปไกล

“โอเคเดี๋ยวทำให้เรียกเอง สักวันจะพี่กราฟคะพี่กราฟขา~” กูแม่งไม่เคยทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ใครแบบนี้เลย เมื่อก่อนกูแค่ถ่อยแต่เดี๋ยวนี้เริ่มรู้สึกเหมือนไร้สติแล้วก็ปัญญาอ่อน แค่เรื่องเล็ก ๆ คนอย่างกูต้องลงทุนขนาดนี้เลยเหรอวะ ดีนะที่มันสนุกไม่งั้นไม่มีทางลงทุนทำอะไรแบบนี้แน่ ๆ

“อี๋~ มั่นหน้ามาก~”

“หึ ๆๆ กินไรดี ก๋วยเตี๋ยวใช่ไหม ขับไปอีกนิดมีร้านก๋วยเตี๋ยวไก่นะกินไหม”

“จริงเหรอ! กิน ๆๆ” ปั้นหยาชอบก๋วยเตี๋ยวไก่ใส่ตีนเยอะ ๆ ครับ ไม่ได้ตั้งใจจำหรอกว่าชอบอะไร แต่เด็กมันชี้นิ้วสั่งให้พาไปกินเมื่อ 3 วันก่อนพร้อมกับยัดลงกระเพาะด้วยปริมาณพิเศษ 2 ชาม ซดหมดจนหยดสุดท้าย แถมยังแย่งตีนผมไปกินอีก 2 ตีน กูจำไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป มะระสดก็ไม่แบ่งผม ผู้หญิงอะไรกินตีนเก่งฉิบหาย

หลังจากพาไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่เสร็จผมก็เลยไปส่งปั้นหยาที่หอ วันนี้ไม่ตื้อเพราะท่าทางยัยหมากระเป๋าจะเหนื่อย ส่วนผมก็มีธุระต้องทำเหมือนกัน ธุระสำคัญที่เกี่ยวกับคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

-เช้าวันต่อมา-

ผมตื่นแต่เช้าพร้อมกับออกไปตักบาตรหน้าบ้านตอนเช้าเพราะวันนี้เป็นวันครบรอบวันที่แม่จากผมไป

…7 ปีแล้วนะครับแม่ 7 ปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน รอผมนะครับ รออยู่ข้างบนนั้น

ผมตักบาตรเสร็จก็นั่งรอเวลา รอให้พ่อลงมาเพราะเมื่อคืนผมมัวแต่ไปซื้อของ กลับมาก็ดึกพ่อขึ้นนอนไปแล้ว แต่ยังไงพ่อก็ต้องจำได้ครับ พ่อต้องจำได้อยู่แล้วว่าวันนี้เป็นวันครบรอบของแม่แล้วเราจะไปเยี่ยมแม่พร้อมกัน

ผมนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นนานมาก 8 โมงเกือบจะ 9 โมงแล้ว แต่พ่อยังไม่ลงมาผมก็เลยตัดสินใจขึ้นไปหาที่ห้องทำงานเพราะถ้าพ่อไม่ลงมากินข้าวข้างล่างก็จะมีแม่บ้านยกขึ้นไปให้ที่ห้องทำงาน ที่ไม่เจอก็คงเพราะจัดการกับงานอยู่ละมั้ง พ่อผมบ้างานจะตาย

“คุณคะ คุณกราฟนั่งรอนานแล้วนะ ลงไปเถอะค่ะ” ผมเดินไปถึงหน้าห้องทำงานพ่อก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นลอดออกมา

“ตากราฟมันจะนั่งรอทำไม ไปบอกให้มันไปคนเดียวเถอะแก้วผมไม่ไปหรอก” เสียงพ่อพูดขึ้น แสดงว่ารู้สินะว่าผมนั่งรอเพื่อจะไปที่ไหน ทำไมพ่อทำแบบนี้วะ!

“คุณ...อย่าทำแบบนี้เลยนะคะแกจะเสียใจนะ วันนี้เป็นวันครบรอบของคุณพิณนะคะ” หึ! น้ำเสียงโอบอ้อมอารีเวลาที่พูดถึงแม่ผมของผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมโคตรอยากจะอ้วกเลย

“ผมไม่ไป ผมไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอีกคุณก็รู้ดีแก้ว จากกันไปคนละโลกแล้วก็ให้จบไป ต่างคนต่างอยู่” ถ้ามีใครมาได้ยินพ่อตัวเองพูดถึงแม่ที่เสียไปแล้วแบบนี้เหมือนอย่างผมจะมีใครทนฟังต่อได้ไหมวะ

“คุณ.../ พอแล้วแก้ว คุณลงไปเถอะ ถ้ามันอาละวาดหรือถามหาผมก็บอกไปว่าผมงานยุ่ง”

ผมทนฟังไม่ไหวหรอกครับ แล้วก็ไม่อยากเข้าไปฟาดงวงฟาดงาให้กับคำพูดแย่ ๆ ของพ่อด้วย ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงเข้าไปต่อว่าพ่อแล้ว แต่เพราะวันนี้ผมมีผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักให้ต้องไปหา แม่รออยู่ แม่มีแค่ผมคนเดียวในบ้านหลังนี้ที่รักแล้วก็อยากไปเยี่ยมท่าน แล้วผมจะมาเสียเวลาเถียงกับพ่อเพื่อลากพ่อไปทั้งที่ใจพ่อไม่อยากไปงั้นเหรอ ไม่ว่ะผมทำไม่ลง ในเมื่อไม่อยากไปไม่มีใจไปหาผู้หญิงที่รักพ่อที่สุด รักจนวันสุดท้ายของลมหายใจก็ไม่เป็นไร ผมไม่อยากให้ใครมาสงสารแม่

-เวลาต่อมา-

ผมใช้เวลาอยู่ในวัดที่เก็บกระดูกของแม่ทั้งวัน ทำความสะอาดเปลี่ยนดอกไม้ที่แม่ชอบให้ท่าน นั่งคุยกับแม่จนเริ่มเย็นถึงได้ออกมา พอออกมาความอัดอั้นที่เก็บไว้ทั้งวันเพราะไม่อยากเศร้าต่อหน้าแม่ ถึงตอนนี้จะมีแค่รูปถ่ายและเถ้ากระดูกก็ตามแต่ผมก็ไม่อยากเศร้าให้ท่านเห็นอยู่ดี ความรู้สึกพอถูกเก็บไว้นาน ๆ มันก็เลยระเบิดออกมา ผมพยายามขับรถไปเรื่อยเปื่อยเพื่อคลายเครียด แต่มันก็ยังไม่หายเลยลองจอดรถข้างทางที่มันเงียบหน่อย

“แม่งเอ๊ย!”

ผลั๊วะ ผลั๊วะ ผลั๊วะ!

ผมต่อยเสาไฟที่อยู่ข้างทางจนเหนื่อยถึงได้นั่งสงบสติอารมณ์ที่ฟุตบาท เหตุการณ์แย่ ๆ ในครอบครัวเหมือนฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ พ่อทำทุกอย่างให้แม่เจ็บ วันที่ผมเกิดมาก็ยังตามใจผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่อยากแย่งความรักทั้งหมดไปจากเราสองคนแม่ลูกด้วยการไปผ่าคลอดไอ้กันต์ในวันเดียวกันกับที่แม่คลอดผม!

แย่งตัวพ่อไปอยู่ด้วยทั้งที่พ่อควรจะเข้าไปให้กำลังใจแม่ที่ปวดท้องด้วยการเลือกผ่าคลอดวันเดียวกันกับเมียหลวง มีใครเจอเมียน้อยหน้าด้านกว่านี้ไหมวะ!

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

ใครโทรมาผมไม่อยากรับรู้หรอก ปล่อยให้มันดังไปเถอะ ผมไม่มีอารมณ์คุยกับใครทั้งนั้น

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

แต่มันดังไม่หยุด ดังติดต่อกันซ้ำ ๆ จนรำคาญถึงได้หยิบมันออกจากกระเป๋าเพื่อปิดเครื่อง แต่ผมก็ดันเห็นชื่อคนที่โทรมาซะก่อน ไม่รู้ว่าโทรมาทำไมร้อยวันพันปีไม่เคยโทรมาเลยสักครั้ง

…PANHYA

ติ๊ด!

“ว่าไงครับคุณหมอ คิดถึงพี่เหรอ” ผมเครียดแต่ก็ฝืนกดรับสายเธอแล้วพยายามพูดให้เป็นปกติ

“เหอะ! มโนเหรอพ่อคุณ” เสียงใส ๆ ที่ดังออกมาจากปลายสายทำให้ผมเผลอยิ้ม ยัยเด็กนี่พูดดี ๆ กับผมเป็นบ้างไหม คงไม่หรอก ถ้าพูดดีได้ก็ไม่ใช่ปั้นหยา

“ฮ่า ๆๆ แล้วมีไรถึงได้โทรมา คิดถึงหรือเหงาวันนี้ผมไปหาไม่ได้หรอกนะคุณหมอ”

“หือ~ ใครจะคิดถึงคนอย่างนายกัน ไม่มีความจำเป็นฉันไม่โทรมาหรอก” คำพูดนี้ของปั้นหยากระแทกใจคนที่ไม่มีใครต้องการอย่างผม ผมที่มีพ่อก็เหมือนไม่มีเพราะเขามีลูกชายสุดที่รักอยู่แล้ว ผมที่ไม่มีใครในบ้านต้องการ...

“อื้ม~ มีธุระอะไรล่ะ”

“ฉันว่าฉันลืมหนังสือไว้ที่รถนาย เมื่อวานฉันถือขึ้นรถนะน่าจะลืมเอาลงไม่ก็ตกอยู่ข้างเบาะ นายเห็นไหมอ่ะ”

“เดี๋ยวพี่ดูให้รีบใช้รึเปล่า”

“รีบสิ แต่ถ้านายไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันไปยืมเพื่อนซีร็อกมาทำงานก่อน”

“รอแป๊บนะ พี่ไปดูที่รถให้” ผมลุกขึ้นจากฟุตบาทแล้วก็เปิดรถดูหนังสือให้ปั้นหยา แล้วก็เจอมันหล่นอยู่ข้างเบาะจริง ๆ ไม่แปลกหรอกที่จะหล่น แต่ละวันเธอแทบจะวิ่งลงจากรถทันทีที่ล้อมันหยุดหมุน ลืมของบ้างทำของตกบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

“มีนะ เดี๋ยวพี่เอาไปให้เลยแล้วกัน อยู่ไม่ไกลจากแถวนี้พอดี”

“ไม่รบกวนเหรอ”

“ไม่หรอก เผื่อคะแนนพิศวาสจะเพิ่มขึ้น”

“ชิส์! มาถึงแล้วบอกเดี๋ยวลงไปเอา”

“ครับ” คุยกับปั้นหยานี่ก็ดีเหมือนกันนะครับ ช่วยดึงผมออกจากอารมณ์โสโครกนั่นได้นิดหนึ่ง

ผมมาถึงหอพักของปั้นหยาได้ในเวลาไม่ถึง 15 นาที พอมาถึงก็เลยโทรหาเธอให้ลงมาเอาหนังสือ เสร็จคงต้องไปนั่งแดกเหล้าให้เมาจะได้หลับ ๆ ไป

“มาเร็วมาก~” ปั้นหยาเดินลงมาที่รถพร้อมกับใบหน้าที่โคตรสดฉิบหาย ผมก็ไม่หวีให้เรียบร้อย นี่ผู้หญิงจริง ๆ ใช่ไหมทำไมกล้าออกมาให้คนอื่นเห็นด้วยสภาพครูเพ็ญศรีแบบนี้วะ

“บินมาไง อ่ะนี่หนังสือ” ผมยื่นหนังสือให้ปั้นหยาทั้งที่อยู่บนรถ จะให้ลงไปได้ยังไงล่ะครับ สภาพผมก็ดูไม่จืดจะตาย นี่ก็อาศัยความมืดในรถซ่อนสภาพของตัวเองเอาไว้

“ขอบจะ...ขอบคุณ” หึ ๆๆ พอเป็นเรื่องที่รบกวนผมเองรีบใช้คำพูดดีเชียว อีเด็กจิ้งจกเปลี่ยนสี

“พี่กลับเลยนะ รีบขึ้นไปอ่านหนังสือเถอะ”

“อือ แต่วันนี้มาแปลกแฮะ อย่าบอกนะว่าเจอผู้หญิงคนใหม่แล้วเพราะถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะโคตรแฮปปี้เลย” ปั้นหยาทำหน้าแปลกใจเพราะปกติผมจะชวนคุยก่อนหรือไม่ก็กวนประสาทเธอสักนิดแต่ครั้งนี้ผมคุยกับใครต่อไม่ไหวจริง ๆ

“ฝันสูง”

“ชิส์~ แต่ยังไงวันนี้ก็ขอบคุณมาก ๆ นะที่อุตส่าห์เอาหนังสือมาให้ บาย~” ปั้นหยาโบกมือให้ผม ผมก็เลยยิ้มตอบก่อนที่จะหันมาสนใจกับรถ ไปไหนต่อดีวะร้านไหนดีที่นั่งดื่มเงียบ ๆ คนเดียวได้

“เดี๋ยว...มือนาย” ผมกำลังจะขยับเกียร์รถเพื่อออกไปแล้วแต่ปั้นหยากลับเรียกเอาไว้พร้อมกับชี้ไปที่มือของผม ผมก็เลยต้องรีบลดมือลง

“หืม? มีไร”

“มือนายมีแผล ฉันขอดูหน่อย”

“ไม่มีหรอกตาฝาดแล้ว พี่ไปก่อนนะ”

“ไม่ ๆๆ มือนายมีแผลเอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้จะหลบทำไม” ปั้นหยาเกาะประตูรถเอาไว้ทำให้ผมไม่กล้าออกรถไม่งั้นคงได้เกิดอุบัติเหตุกับเธอแน่ ๆ

“ไม่มีจริง ๆ กลับห้องไป แกล้งทำตาฝาดเพราะอยากคุยกับผมเหรอครับคุณหมอ” ผมแกล้งแซวกลับเพื่อให้ปั้นหยายอมถอยแต่หน้าตาเธอโคตรเอาเรื่องก่อนที่จะโยนหนังสือเข้ามาในรถแล้วก็วิ่งอ้อมหน้ารถมาฝั่งตรงข้าม

ปัง!

พรึ่บ!

ปั้นหยาวิ่งมาขึ้นรถพร้อมกับเปิดไฟในรถด้วยความเร็วก่อนที่เธอจะมองมาที่ผมด้วยความตกใจ

“นาย...ไปทำอะไรมา?”

“ไม่มีไรพี่แค่ไปต่อยกับไอ้พวกกร่างมา มันหาว่าพี่ไปมองแฟนมันก็เลยซัดเข้าให้ หล่อแบบพี่นี่นะต้องไปมองผู้หญิงที่มีผัวแล้ว ใช่ไหมล่ะ”

“แค่ต่อยหน้าคนมือมันแตกจนเลือดสาดทั้งมือได้เลยเหรอ? หน้าคนหรือปูนอินทรีย์? เลือดมันเลอะเสื้อนายเยอะมากเลยนะ” ปั้นหยาถามจี้ผมด้วยสายตาที่บอกให้รู้ว่าเธอไม่เชื่อในสิ่งที่ผมกำลังโกหก

“ไม่มีอะไรจริง ๆ ขึ้นห้องไปเถอะเดี๋ยวพี่จะไปแล้ว”

“ไปไหน?”

“บ้าน...พี่จะกลับบ้าน” เป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมเศร้าแล้วมีคนมองเห็น เพราะปกติผมจะอดกลั้นมันเอาไว้แล้วมาระบายคนเดียว แต่ครั้งนี้ปั้นหยามาอยู่ตอนที่ผมกำลังระบายความเศร้าพอดีผมก็เลยไม่รู้วิธีที่จะปิดบังความเศร้าที่มันปะทุออกมาแล้วยังไงดี

“นายเป็นอะไร?” ปั้นหยามองผมด้วยสายตาที่มันเจือไปด้วยความเป็นห่วง ถึงมันจะมีแค่บางเบาก็ตามมันเลยยิ่งทำให้ผมอ่อนแอมากขึ้น ผมโคตรเกลียดอารมณ์ตัวเองตอนนี้เลย

“พี่ไม่ได้เป็นอะไร”

“เป็น นายเป็นแน่ ๆ ตานายกำลังสั่นเหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้”

“ลงไปได้แล้วปั้นหยาพี่จะกลับแล้ว” ผมรีบหันหน้ากลับมามองที่ถนนแล้วก็ขยับตัวเพื่อให้ปั้นหยารู้ว่าผมเตรียมที่จะออกรถแล้ว

“ไม่ ฉันไม่ลงจนกว่าจะรู้ว่านายเป็นอะไรแล้วก็ไปทำอะไรมาถึงได้มือแตกแบบนี้”

“...”

“ตอบฉันมาสิ นายเป็นอะไร” ปั้นหยายังคงถามด้วยคำถามเดิม แต่ผมตอบไม่ได้หรอกครับ เรื่องบัดซบที่ผมไม่เคยอยากได้แบบนั้นผมเล่าให้ใครฟังไม่ได้

“ตอบสิ!”

“...”

“นาย...เป็นอะไร” ปั้นหยาเสียงเบาลงแต่ผมก็ตอบไม่ได้อยู่ดี ทำยังไงปั้นหยาถึงจะยอมลงไปวะ ผมจะกลั้นความอ่อนแอความเสียใจของตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว

“...”

“นายทำร้ายตัวเองใช่ไหม?” เสียงปั้นหยาเบาลงเรื่อย ๆ พร้อมกับการที่เธอเอื้อมมือมาแตะที่มือผมเบาๆ มือที่มันมีแผลสดทั้งสองข้าง

“...ปล่อยพี่ ลงไปได้แล้วหยา ไปพักผ่อนซะ”

“ไม่ ตอบมาก่อนว่าเป็นอะไร”

“ลงไปหยา”

“...พี่กราฟ พี่เป็นอะไร”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 98

    “มีลูกให้พี่นะครับเมียจ๋า พี่อยากเป็นคุณพ่อแล้ว”“อื้อ~ ทำสักทีพี่กราฟ ซี๊ด~”“ตกลงมาก่อน เลิกป้องกันนะที่รัก” ยิ่งเธอเร่งผมก็ยิ่งหมุนควงท่อนเอ็นไม่หยุด ไม่ได้ทรมานแค่เธอหรอกผมเองก็จะตายเหมือนกันเพราะท่อนเอ็นถูกบีบรัดแน่นมาก“อื้อ~ ทำสักที หยาไม่ไหวแล้ว ซี๊ด~”“ตกลงกับผัวก่อน”“อื้อ~ ไม่ทำแล้วจะมีได

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 97

    “อ่าส์~ เมียจ๋า อย่ายั่วพี่สิที่รัก พี่ทนไม่ไหวแล้ว” ปกติเธอจะจัดการผมเลยแต่ครั้งนี้ไม่ครับ เธอเลือกที่จะยั่วผมก่อนทั้งบดทั้งร่อนจนผมปวดไปทั้งลำ อยากเข้าไปในตัวเมียเร็ว ๆ ก่อนที่มันจะเสร็จตั้งแต่อยู่ข้างนอก“ชอบไหมคะ” นอกจากจะไม่สนใจว่าผมกำลังร้องขอให้เลิกทรมานปั้นหยายังแกล้งปั่นอารมณ์ผมมากขึ้นด้วยก

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 96

    “อุตส่าห์ไม่บอก ทำไมพี่กราฟถึงรู้”“คนสวยมาไลค์แทบทุกรูปใครจะไม่อยากรู้จักล่ะที่รัก พี่เคยเข้าไปส่องไอจีหยาบ่อย ๆ”“อ่อ ลืมไปว่าไอ้พี่กร๊วกมันร่านนี่เนอะ”“แต่ตอนนี้ร่านแค่กับเมียคนเดียวนะคะ”“อย่ามาทำเสียงอ่อนเสียงหวานนะพี่กราฟ ปล่อยได้แล้วหยาจะไปอาบน้ำ”“ไม่ปล่อย พี่กราฟอยากกอดเมีย”“อื้อ~ แต่หยาเ

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 95

    “เหนื่อยค่ะ ตื่นมาแต่งหน้าตั้งแต่ตี 3 เหนื่อยจนแทบจะสลบอยู่แล้ว” ปั้นหลากอดคอแล้วก็ซบหน้าลงมาที่ไหล่ของผม โคตรอ้อน แต่ไม่ได้อ้อนเป็นแมวนะครับ อ้อนเป็นเมียแมวเพราะแมวจริง ๆ คือกูต่างหากครับ“หยา~”“คะ”“รักนะคะ”จุ๊บ!“เมื่อเช้าก็บอก เมื่อกลางวันก็บอก ตอนเย็นก็บอก ตอนขอบคุณแขกก็บอกตอนเดินมาส่งตัวก็บอ

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 94

    “กูไม่ได้งอนมึงไอ้เวร!”“แล้วแต่มึงจะแถเถอะกูรำคาญ พี่ยินดีด้วยนะครับปั้นหยาที่เกิดมาโชคดีมีผัวสันดานเหมือนมัน” มันไม่สนใจผมแล้วก็หันไปมองพร้อมกับอวยพรปั้นหยาแทน อวยพรแบบแปลก ๆ “สันดานเหมือนกูมันทำไม มึงอยากมีเรื่องจริง ๆ ใช่ไหมไอ้คริช” คำพูดแต่ละคำโคตรกวนส้นตีน อีกไม่นานผมคงได้กระทืบมันแน่“สันดาน

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 93

    "ใครเชิญมึงมา!” ไอ้เหี้ยคริชไอ้ส้นตีนหมาอดีตเพื่อนรักเพื่อนตายของผมเอง ย้ำว่าแค่อดีตเท่านั้นเพราะตั้งแต่มันกระทืบไข่ผมจนใช้งานไม่ได้เป็นเดือนผมก็ดีดมันออกไปจากชีวิต ไม่ใช่สิผมนี่แหละดีดตัวเองออกมาเพราะมันทำไข่ผมบอบช้ำแล้วยังกล้าพูดง่าย ๆ แค่ว่า ไข่ระบมของผมแลกกับใจช้ำ ๆ ของไอ้เควินน้องชายมันไอ้เหี้

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 4

    ​“กราฟคะเมื่อกี้ริต้าเห็นกันต์อยู่แว็บ ๆ ริต้าว่าเราเข้าไปทักทายกันต์หน่อยไหม”“ทำไม? คิดถึงมันรึไง”“เปล่าสักหน่อยก็แค่เจอคนรู้จักนี่คะ ตามมารยาทก็ควรไปทักไม่ใช่รึไง กราฟอ่ะขี้หึงจนคิดมากไปทุกเรื่องเลยนะ” ริต้ารีบซบหน้าลงที่ไหล่ผมเพราะผมหน้าตึงขึ้นมา ตอนแรกว่าจะพามากินอะไรอร่อย ๆ แต่ริต้าดันพูดขัดห

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 3

    ​“ปั้นหยา เกิดอะไรขึ้นครับ ไปตกน้ำได้ยังไงใครทำ”“มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยค่ะก็เลยตกน้ำแต่เคลียร์แล้วค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว”“ใครเคลียร์กับเธอ!” ฉิบหาย! อีหยานึกว่าไปผุดไปเกิดอยู่ใต้หนองน้ำของคฤหาสน์ใหญ่แล้วซะอีก แม่งเอ๊ย! ตามมาหลอนขนาดนี้ติดใจความสวยของปั้นหยาเหรอไอ้พี่กราฟ!“มึงเป็นคนทำน้องเขาตกน้ำ

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 2

    ​“เธอเป็นใครมายืนทำอะไรตรงนี้ ถ้ามาจากปาร์ตี้เห่ย ๆ ข้างบ้านฉันก็รีบไสหัวไปซะ!” ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าใครพูดอยู่ข้างหลัง น้ำเสียงโคตรหล่อ เส้นเสียงโคตรแบด แต่ประโยคโคตรถ่อย พูดแบบนี้ทั้งที่ไม่เห็นหน้าสวยใสปานนางฟ้าของอีหยาถือว่าผิด!“เป็นใครแล้วหนักหัว...” ฉันหันไปคิดว่าจะหันไปด่าให้ลืมหัวลืมตีน แต่!

  • So Good เปลี่ยนรักร้ายให้กลายเป็นกู๊ด   บทที่ 1

    “นั่งเพ้อ”“เพ้อสิพี่กราฟเดินผ่านไปต่อหน้าเลยนะหยี”“ไม่เดินไปกระชากมาจูบเลยล่ะคุณปั้นหยา”“ทำแบบนั้นพี่เขาก็คงจิกหัวหยาไปกระทำชำเราแล้วก็เฉดหัวทิ้งแน่นอนค่ะยาหยี”“ถ้างั้นก็เลิกเพ้อถึงพี่สุดหล่อคนนั้นแล้วก็มาตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเถอะค่ะคุณปั้นหยาคะ ต้องสอบนะคะอย่าลืม”“ค่า~”^^ฉันทำตามที่เพื่อ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status