Masuk"พี่ไหมมีชู้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับธิชาด้วย...” “ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..” “พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…” “ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…” “พี่ไม่มีวันได้ธิชาอีก….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
Lihat lebih banyakร่างสูงใหญ่ของ “คีริน” หนุ่มนักธุรกิจชื่อดังในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ก็ก้าวขาลงมาจากรถสูดหรูของเขาด้วยสีหน้ายิ้มอ่อนๆ และด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรของเขานั้นก็ทำให้นักข่าวสาวๆและเก้งกวางนั้นพากันมองและสะกิดกันอย่างชื่นชอบนักธุรกิจหนุ่มคนนี้เลย เพราะหุ่นและหน้าตาของเขาน่ะน่ากินมากๆ
“หืม….ผู้ชายอะไรน่ากินไปทั้งตัวเลยอ่ะ…” นักข่าวที่เป็นกระเทยคนหนึ่งพูดขึ้นมาแล้วมองนักธุรกิจหนุ่มคนนี้ด้วยสายตาที่หลงใหล “จริงเจ้…ดูสิ ยิ้มทีหนูจะละลาย หนูอยากเป็นเมียเขาอ่ะ” นักข่าวสาวกระซิบพูดกับนักข่าวรุ่นพี่ที่มาทำข่าวด้วยกันอย่างอดไม่ได้ “ข้ามศพเมียเขาไปก่อนเถอะย่ะ ดูสิ เมียเขามางานด้วยนั่นแถมยังสวยกว่าแกอีกด้วย เขาคงจะสนใจแกหรอกย่ะ….เห้ยแก นี่เมียคุณคีรินเขาท้องแล้วเหรอ…แกรีบถ่ายรูปเอาไว้สิ…” นักข่าวพูดออกไป เมื่อภรรยาของคีรินที่แต่งงานกันไปเมื่อปลายปีที่แล้วนั้นมาด้วย และตอนนี้เธอก็ใส่ราตรีมาซะสวยเชียว แต่ที่เด่นสะดุดตาสุดๆเลยก็คือท้องของเธอที่มันนูนเด่นแบบชัดเขนเลยว่าเธอท้องแน่ๆ “ก็น่าจะท้องนะเจ้ ใหญ่ซะขนาดนั้น…น้ำยาดีจริงๆ พึ่งจะแต่งงานไปเมื่อปีที่แล้วเอง ปีนี้เมียเขาท้องซะละ..สงสัยจะแซ่บกันน่าดูเลยนะเจ้ว่าไหม” นักข่าวสาวพูดไปก็ถ่ายรูปของนักธุรกิจหนุ่มคนนี้และภรรยาของเขา “อืม…แซ่บไม่แซ่บเมียเขาก็ท้องแล้วนี่ไงล่ะ แกน่ะไม่ต้องเม้าท์เขาเยอะ รีบๆถ่ายรูปเขากับภรรยาเอาไว้ก่อนเถอะ เขาจะเดินเข้างานแล้วเนี่ย” นักข่าวอีกคนพูดบอกไปแล้วก็มองไปที่นักธุรกิจหนุ่มและภรยาของเขาอย่างชื่นชมเพราะทั้งสองดูรักใคร่กันจนน่าอิจฉาเลย ด้านคีรินก็เอามือประคองเอวของแพรไหมภรรยาของเขาเอาไว้อย่างระมัดระวัง เพราะตอนนี้เธอท้องใกล้จะคลอดแล้ว ทำให้เขาต้องเฝ้าระวังเธอเอาไว้ จากนั้นเขาก็ยิ้มให้พวกนักข่าวที่กำลังถ่ายภาพของเขาและภรรยาอยู่ด้วยยิ้มหล่อๆ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในงานประมูลที่บริษัทของเขานั่นร่วมส่งเข้าประมูลด้วยทันที “มาแล้วเหรอวะไอ้เพื่อนยาก…นี่เมียแกท้องแก่ขนาดนี้แล้วยังจะพามาอีกเหรอ ทำไมไม่ให้เขานอนพักผ่อนอยู่บ้านวะเนี่ย…สวัสดีครับคุณไหม…” เนวินเพื่อนสนิทของคีรินเอ่ยทักทายเพื่อนหนุ่มและแพรไหมไปอย่างสนิทสนม “สวัสดีค่ะคุณเนวิน…อย่าว่าคุณคีรินเขาเลยค่ะ ไหมขอตามเขามาดูการประมูลครั้งนี้ด้วยน่ะค่ะ งานสำคัญของคุณคีรินทั้งที ไหมก็ต้องมาช่วยลุ้นด้วยสิคะ…” แพรไหมพูดบอกไปด้วยรอยยิ้ม จนคีรินนั้นยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่ภรรยาของเขานั้นพูดจาหวานหูแบบนี้ “หืม….ช่างเป็นภรรยาที่น่ารักจริงๆเลยครับ ไม่น่าล่ะเพื่อนผมมันถึงได้รักคุณไหมแบบนี้ ผมล่ะอยากจะโชคดีมีภรรยาดีๆแบบนี้จังเลยครับ เสียดายที่ผมยังหาเจ้าสาวของผมไม่เจอนนี่สิ แย่เลย…” เนวินพูดไปเพราะในกลุ่มเพื่อนสนิทนั้นเหลือแค่เขาคนเดียวที่ยังโสด ส่วนคนอื่นๆก็ต่างแต่งงานมีลูกมีเมียไปแล้ว “ก็แกมันกระล่อนปริ้นปล้อนแบบนี้ใครเขาจะเอาไปทำสามีวะ…เลิกเที่ยวเลิกเจ้าชู้เดี๋ยวแกก็หาได้เองแหละเมียน่ะ…แล้วนี่แกได้ข่าวเรื่องการประมูลอะไรมาบ้างวันนี้…” คีรินพูดจิกกัดเพื่อนหนุ่มไป ก่อนจะเอ่ยถามถึงข่าววงในเรื่องการประมูลจากเพื่อนหนุ่ม เพราะของเนวินนั้นเป็นนักการเมืองที่เป็นหนึ่งในกรรมการที่จะตัดสินใจเลือกบริษัทที่จะรับทำโครงการ แพรไหมได้ยินคีรินเอ่ยถามเรื่องการประมูลก็รีบตั้งใจฟังเลยทันที เพราะที่เธอมาร่วมงานประมูลนี้ก็เพราะเธออยากจะรู้ว่าใครจะได้งานประมูลครั้งนี้ไป ส่วนเนวินก็ทำหน้าอึกอักเพราะไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดต่อหน้าแพรไหมได้ไหม เพราะมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญเลย “อ่อ ถ้าเป็นความลับงั้นไหมยืนรอตรงนู้นนะคะ คุณสองคนจะได้คุยกันได้สะดวก” แพรไหมเห็นเนวินมองเธอแล้วทำหน้าแบบนั้นก็รู้ว่าเขาไม่อยากจะพูดตอนที่เธออยู่ที่นี่ เธอจึงเอ่ยพูดไปแบบนั้น ทั้งที่เธอก็รู้ว่าคีรินไม่มีทางให้เธอห่างจากเขาแน่ๆ “ไม่เป็นไรไหม มันไม่ใช่ความลับอะไรหรอก… คุณท้องอยู่นะเดินไปมาเดี๋ยวล้มไปจะทำยังไงล่ะ ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าผมให้คุณมาด้วย คุณต้องอยู่กับผมตลอด ห้ามคาดสายตาจากผมน่ะ…คุณอยู่กับผมนี่แหละ…อ่ะ เนวิน ตอนนี้แกรีบบอกข่าววงในได้แล้ว…เดี๋ยวก็จะเริ่มการประมูลแล้วนะโว้ย” คีรินพูดบอกแพรไหมไปอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอกเพื่อนหนุ่มให้พูดได้เลย “อ่อโอเค…หลังจากที่แกยื่นซองประมูลไปน่ะ เท่าที่ฉันรู้มาก็มีบริษัทแกกับบริษัทของนายชัชวาลคู่แข่งตัวยงของแกแค่สองบริษัทเท่านั้นที่เสนอราคาเป็นที่น่าพอใจน่ะ แต่อยู่ๆก็มีบริษัทน้องใหม่ของนายภัคพลหนุ่มนักเรียนนอกโผล่มากจากไหนไม่รู้มายื่นเสนอราคาพอๆกับแกแล้วก็นายชัชวาลเลย ตอนนี้ก็เลยมีแค่สามบริษัทที่จะถูกพิจารณาน่ะ…” เนวินพูดบอกเพื่อนหนุ่มไป เพราะพ่อของเขาแอบบอกมาแบบนั้น เขาก็แอบเอามาบอกเพื่อนหนุ่มอีกที “ภัคพล…ลูกของคุณหญิงปลื้มกับคุณกำจรน่ะเหรอ สงสัยว่าหมอนี่จะกลับมารับช่วงต่อจากคุณกำจรแล้ว ฉันได้ข่าวว่าบริษัทของพวกเขากำลังแย่เพราะพวกพนักงานออกมาประท้วงกัน ฉันว่าไอ้หมอนี่ไม่น่าจะเป็นคู่แข่งของฉันในวันนี้ได้หรอก…” คีรินพูดออกไปแบบพอจะรู้จักอยู่บ้าง เพราะอยู่ในแวดวงธุรกิจด้วยกัน เขาก็ต้องรู้จักบรรดาคู่แข่งของเขาอยู่แล้ว ส่วนแพรไหมก็ยืนฟังไปแบบนิ่งๆ “อย่าประมาทนะไอ้คีริน…อยู่ๆผลักดันบริษัทให้ขึ้นมาเป็นตัวเลือกเทียบเท่าบริษัทของแกกับนายชัชวาลได้ ฉันว่าไอ้หมอนี่มันก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ..แกระวังไวหน่อยก็ดี…” เนวินเตือนเพื่อนหนุ่มออกไป “อืม…จะกลัวอะไรกับคนไร้ประสบการณ์แบบนี้วะ…ฉันมั่นใจว่าวันนี้บริษัทของฉันได้งานประมูลครั้งนี้แน่ๆ…แต่ตอนนี้เราไปนั่งกันเถอะป่ะเมียฉันยืนนานไม่ได้ แค่นี้เขาก็เมื่อยจะแย่แล้วมั้ง…” คีรินพูดบอกไปแบบไม่แคร์ เพราะเขาไม่ได้กลัวใครหน้าไหนอยู่แล้ว เพราะเขาสู้สุดตัวแล้วจะแพ้จะชนะเขาก็ยอมรับผลการตัดสิน ขอแค่ไม่โกงหรือเล่นสกปรกก็พอ “เออๆ ก็ไปสิวะ จะให้เมียแกบ่นออกมาก่อนหรือไงล่ะ…เห้ยๆ เดี๋ยวๆคีริน นั่นไงวะนายภัคพลที่ฉันพูดถึงน่ะ” เนวินพูดประชดเพื่อนหนุ่มไป เพราะมันนั่นแหละที่มาชวนเขายืนพูดอยู่ตรงนี้น่ะ ก่อนจะหันไปเห็นภัคพลเดินเข้ามา เขาก็รีบบอกเพื่อนหนุ่มให้หันไปมองทันที คีรินก็หันไปมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่ได้สนใจอะไร ต่างจากแพรไหมที่มองภัคพลด้วยสีหน้าที่ประหม่าจนมือของเธอนั้นเย็นเฉียบเลย ด้านภัคพลพอเข้าเดินเข้ามาในงานเขาก็เห็นอดีตคนรักของเขานั้นยืนอยู่กับสามีของเธอ ที่เป็นคู่แข่งคนสำคัญของเขาในวันนี้ เขาก็มองเธอแล้วยิ้มเพราะวันนี้เธอนั้นสวยมากๆ แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปทักทายอะไรเธออย่างออกหน้าออกตาได้ เขาจึงเดินไปอีกทางเพื่อไปนั่งที่โต๊ะของเขา “ไหม ทำไมมือคุณเย็นจัง คุณหนาวเหรอ…” คีรินก็ไม่ได้สนใจชายหนุ่มที่เดินเข้ามา เขาก็จะพาภรรยาของเขาไปที่โต๊ะเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยถามแพรไหมออกไป เพราะแต่มือเธอกลับเย็นจนเขานั้นตกใจเลย “ค่ะ แอร์มันเย็นนิดหน่อยน่ะค่ะ…” แพรไหมตอบไปแล้วยิ้มแห้งๆให้สามีของเธอไป ทั้งที่เธอไม่ได้หนาวอะไรเลยเธอแค่กลัวว่าความจริงจะถูกเปิดเผยก็เท่านั้นเอง “งั้นเอาสูทของผมคลุมไว้ก่อนก็แล้วกัน…พรึบ…อุ่นขึ้นมาบ้างไหม…” คีรินรีบถอดเสื้อสูทของเขาคลุมไหล่ของภรรยาทันที ก่อนจะเอ่ยถามเธอแล้วเขาก็เอามือลูบที่ผมของเธอเบาๆอย่างเอ็นดู จนภัคพลที่แลสายตามองมาทางทั้งสองนั้นถึงกับขบกรามขึ้นเป็นสันนู้นเลยทีเดียว เพราะเขาต้องทนเห็นผู้หญิงที่เขารักเป็นเมียของคนอื่น ใครมันจะไม่เจ็บใจบ้างล่ะ “ค่ะ ขอบคุณนะคะ…” แพรไหมพูดไปอย่างขอบคุณแล้วก็ยิ้มให้เขาไป เพราะเขานั้นเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและดูแลใส่ใจเธอดีมากๆ แต่เธอก็ไม่สามารถรักเขาได้เพราะในหัวใจของเธอรักผู้ชายคนอื่นไปแล้ว “หึๆ ตอนอยู่กับเมียนี่แกดูอบอุ่นละมุนละไมเชียวนะคีริน ฮ่าๆ มันไม่เข้ากับภาพจำของฉันที่เห็นแกเป็นเสือสิงห์กระทิงที่ดุเลยว่ะ ฮ่าๆ” เนวินพูดแซวออกไปอย่างอดไม่ได้ “แกไม่ต้องมาแซวฉันเลย อีกหน่อยแกมีเมียเดี๋ยวแกก็ต้องเป็นแบบฉันนี่แหละว่ะ ไป ไปนั่งที่โต๊ะกันได้แล้วป่ะ คุณเดินระวังๆนะไหม…” คีรินพูดบอกไปแล้วก็ประคองภรรยาของเขาไปนั่งที่โต๊ะของพวกเขาทันที แล้วเขาก็ดึงเก้าอี้มาให้แพรไหมนั่งแล้วเขาก็นั่งลงข้างๆเธอ โดยมีเพื่อนหนุ่มนั่นตามานั่งด้วย“มาแล้วจ้า…สุขสันต์วันเกิดจ้ะเพื่อนรัก….ฉันกับพี่โกสินทร์ตั้งใจเลือกมาให้แกเลยนะธิชา…” ชวพรเดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยพูดออกมาเสียงดัง แล้วเธอก็เอากล่องของขวัญให้เพื่อนสาวไป“ขอบใจนะแก…ขอบคุณนะคะพี่โกสินทร์…พาเด็กๆไปเล่นตรงนู้นกับพี่คีรินแล้วก็พี่เนวินเขาสิคะ..” ชลธิชาพูดบอกไป เพราะตอนนี้พวกหนุ่มๆน่ะเขาก็คบกันและเข้าขากันดีเลยโกสินทร์พยักหน้าตอบไปแล้วเขาก็พาลูกๆของเขาไปหาคีรินและเนวินที่ตอนนี้กำลังเล่นกับพวกเด็กๆอยู่ แล้วเขาก็ปล่อยให้เมียของเขานั้นนั่งพูดคุยกับเพื่อนๆของเธอ เพราะเขาเป็นผู้ชายมาอยู่ในวงพูดคุยของผู้หญิงมันก็ยังไงอยู่พอโกสินทร์ออกไปสาวๆก็นั่งพูดคุยกัน จนแพรไหมที่มองไปทางสามหนุ่มก็ทำหน้าเศร้าๆออกมา เพราะวันนี้ภัคพลบอกว่าเขาติดงานมาไม่ได้ เธอเลยต้องมาพาลูกชายมางานวันเกิดน้องสาวของเธอคนเดียว และมันก็ทำให้เธอได้เห็นว่าครอบครัวของคนอื่นเขามีความสุขกันมาก ต่างจากของเธอที่ตอนนี้มันลุ่มดอนๆจนเธอนั้นเหนื่อยใจเลย“พี่ไหมทำหน้าเศร้าแบบนั้นทำไมคะ วันนี้วันเกิดของธิชานะคะ ร่าเริงมีความสุขหน่อยสิคะ…” ชลธิชาถูกเพื่อนสะกิดให้มองมาทางพี่สาวของเธอ เธอก็พูดบอกไปทันที“โอเคๆ พี่จะร่าเริงแล้วก็ม
ณ โรงพยาบาล…ด้านชลธิชาและคีรินนั้นก็รักใครกลมเกลียวกันดีและตอนนี้ทั้งสองก็ประสบความสำเร็จในการทำลูก เพราะคีรินไม่สามารถทำให้ชลธิชาท้องแบบธรรมชาติได้ เขาและเธอจึงพึ่งวิธีทางการแพทย์เข้ามาช่วย จนชลธิชานั้นตั้งท้องลูกแฝดทีเดียวถึงสามคน ทำให้เธอนั้นต้องมานอนที่โรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากขนาดท้องของเธอใหญ่มาก จนเธอนั้นเดินและทำอะไรเองไม่ไหวแล้ว เพราะตอนนี้เด็กแฝดสามก็เริ่มจะเข้าสู่เดือนที่เก้ากันในไม่ช้านี้แล้ว“กว่าจะมีลูกกันได้ก็ว่ายากแล้วนะ พอมีแล้วก็ยากเข้าไปอีก เฮ้อ…อดทนหน่อยนะแก อีกแค่สองอาทิตย์แกก็ถึงกำหนดคลอดแล้วเจ้าแฝดแล้ว…” ชวพรพูดบอกไปเมื่อเห็นสภาพเพื่อนสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ เพราะท้องมีขนาดใหญ่มากจนเพื่อนของเธอนั้นรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว จนคีรินนั้นเลือกที่จะแอดมิดให้ชลธิชามานอนที่โรงพยาบาลเลย“อืม..ฉันก็อดทนนี่ไงแก ไม่งั้นฉันจะมานอนใช้ชีวิตที่โรงพยาบาลนี่เล่นๆทำไมกันล่ะ เฮ้อ…นี่ถ้าท้องฉันมันแตกง่ายเหมือนลูกโป่งนะ แม่จะจิ้มแล้วเอาออกมาทีล่ะคนเลย…” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วเธอก็เอามือลูบหน้าท้องนูนๆของเธอที่พองเหมือนลูกโป่งบางๆ“แกก็พูดไปเรื่อย..ถ้าง่ายขนาดนั้นคนเขาก็ท้องกันแล
ผ่านไปหลายวัน…คีรินก็มาหาทัดดาวตามที่เธอขอร้องเขาไว้ และเขาก็ได้เห็นสภาพของเธอที่อยู่ในห้องขังตอนนี้แล้วเขาก็รู้สึกสงสารเธอเหมือนกัน เพราะเขาไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วเธอจะต้องมีจุดจบแบบนี้“คุณมีอะไรจะคุยกับผมก็พูดมาเลยดาว…ผมมีเวลาไม่มาก” คีรินพูดออกไปเมื่ออยู่ตรงหน้าเธอ“คีรินคะ…ฉันยอมรับว่าฉันผิดไปแล้ว คุณอย่าทำร้ายครอบครัวของฉันเลยนะคะ พ่อแม่ของฉันเขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้…อย่าเอาเอกสารของบริษัทฉันส่งให้ตำรวจเลยนะคะ ฉันไหว้ล่ะค่ะ…ฉันไม่อยากให้พ่อแม่ของฉันต้องมาเดือดร้อนเพราะการกระทำของฉัน” ทัดดาวพูดบอกไปอย่างขอร้องเขา“ตอนทำคุณไม่คิดถึงผลที่จะตามมาเลยหรือไงดาว…ผมให้โอกาสคุณมาก็หลายครั้งแล้ว แต่คุณก็ยังเลือกที่จะทำร้ายคนของผมไม่จบไม่สิ้นสักที…” คีรินพูดไป“แต่ครั้งนี้ดาวพอแล้วค่ะ ดาวจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับคุณแล้วก็ธิชาอีก ขอแค่คุณปล่อยดาวกับครอบครัวไป นะคะคุณคีริน…ให้โอกาสดาวอีกครั้งนะคะ” ทัดดาวพูดไปแล้วมองเขาอย่างอ้อนวอน“คุณรู้ไหมว่าที่จริงผมไม่อยากจะมาหาคุณที่นี่ด้วยซ้ำ แต่เพราะธิชาเขาขอร้องให้ผมมา และเขาก็ขอร้องให้ผมปล่อยคุณไป…ถ้าคุณรับปากว่าคุณจะไม่มาวุ่นวายกับผมแล้วก็ธิชาอีก ผมก็จะ
วันต่อมา…เนวินก็มาปรึกษาเพื่อนหนุ่มกับเรื่องคดีว่าจะเอายังไงต่อ เพราะตอนนี้ทัดดาวเองก็ได้รับกรรมนสิ่งที่เธอทำแล้ว ลูกน้องของเธอก็โดนจับเข้าคุกหมด รวมถึงทัดดาวเองก็ด้วยเพราะตอนนี้ฤทธิ์ยาปลุกเซ็กส์ที่พวกลูกน้องเธอเอาให้กินนั้นหมดฤทธิ์แล้ว ทำให้เนวินนั้นให้ตำรวจไปเอาตัวทัดดาวมาขังไว้ที่โรงพัก เพื่อรอดำเนินคดี จนตอนนี้ทนายของเธอนั้นวิ่งเต้นจะเอาตัวเธอออกจาห้องขังให้ได้ เขาเลยต้องมาปรึกษเพื่อนหนุ่มว่าจะเอายังไงต่อ…“พี่คีรินคะ ธิชาว่าเราปล่อยพี่ดาวเขาไปเถอะค่ะ แค่นี้เขาก็ได้รับบทเรียนแล้วนะคะ ต่อไปเขาคงไม่กล้าอีกแล้วล่ะค่ะ” ชลธิชาพูดบอกไปด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะเธอฟังแล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้“เขาคิดจะทำเลวๆแบบนั้นกับเรานะธิชา เรายังจะไปใจอ่อนเข้าข้างเขาอีกเหรอ…เราลองคิดดูสิว่าถ้าผู้หญิงที่โดนเป็นเรา เราจะให้พี่ยอมเหรอ ถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยเขาไปง่ายๆอีก ต่อไปเขาอาจจะทำไรมากกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นพี่จะไม่ยอมให้เขาอีกแล้ว เนวิน..แกดำเนินคดีกับเขาตามกฏหมายได้เลย แล้วฉันจะไม่มีการยอมความอะไรทั้งนั้น…” คีรินพูดไปเสียงเข้ม เพราะเขาไม่ยอมรามือกับทัดดาวง่ายๆแน่“ถ้าแกไม่ยอมความงั้นฉันจะส่งเรื่องฟ้องศาลให
อังคณาคิดไปก็ทำอะไรไม่ถูกเลยกับการที่เธอนั้นได้ล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรรู้เข้า แต่เมื่อกี้ทั้งสองดูเหมือนจะทะเลาะกันและเพื่อนของเธอก็ไม่เต็มใจจะไปกับคีรินเลย“ธิชามันเหมือนจะไม่อยากไปกับคุณคีรินเลย…หรือว่าธิชามันจะโดนคุณคีรินเขาข่มเหง…” อังคณาคิดไปอย่างพิจารณาทันที เพราะเพื่อนของเธอก็เสียงดังโวยวายเ
“อย่าชวนผมด้วยสีหน้าและสายตาแบบนี้สิครับคุณธิชา ผมกลัวแล้วนะครับเนี่ย..เมื่อกี้คุณส้มโอเขาก็ไปแล้วคนนึงนะครับ…คุณธิชาอย่าทำแบบนี้เลยครับ ผมใจสั่นไปหมดแล้วนะครับเนี่ย” เนวินพูดบอกไปตรงๆแล้วก็ยิ้มให้เธอ ป่านนี้เพื่อนของเขาคงจะโกรธตนควันออกหูมันแล้วมั้ง เขาว่าทางที่ดีกดวางสายมันจะดีกว่าเนวินคิดไปก็หง
“อ่อครับ…ครับ..” เนวินตอบไปก็ค่อยๆเอามือถอดเสื้อยืดสีขาวของเขาออก ทำให้เขานั่งเปลือยอกล่ำๆของเขาต่อหน้าสามสาวอย่างอายๆ แต่จะไม่ถอดก็ไม่ได้เขาก็คงโดนสาวๆคะยั้นคะยอให้ถอดแน่ๆ เพราะแค่ทายาแค่นี้พวกเธอยังไม่ปล่อยเขาไปเลย ตอนนี้เขาล่ะอยากให้คีรินมันมาช่วยเขาจริงๆ เขาไม่ได้อยากจะอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกสาวๆ
ณ ห้องพักของสามสาว“ส้มโอ…ยัยเนยมันหายไปไหนแต่เช้าอ่ะแก ฉันไปหามันที่ห้องก็ไม่มีอ่ะ…ห้าว….อือ….” ชลธิชาเดินออกมาจากห้องของเพื่อนสาวแล้วเอ่ยถามชวพรออกไป เพราะนี่พึ่งจะเก้าโมงกว่าๆเอง เพื่อนของเธอมันออกไปไหนแต่เช้ากัน“อ่อ ยัยเนยมันออกไปยิมน่ะ มันส่งข้อความบอกในกลุ่มไว้ตั้งแต่ตอนแปดโมงแล้วไงแก…แล้วแก