LOGINร้านอาหารเรือนผกามาศ
ด้วยความที่รู้สึกคิดถึงใบหน้าหวานและรอยยิ้มสดใสของสมายด์ วันนี้นีรนาทจึงบอกให้คนขับรถมาส่งยังร้านอาหารที่สมายด์ทำงานอยู่ "สวัสดีครับคุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงได้จองโต๊ะไว้ไหมครับ" พนักงานหนุ่มที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าประตูร้านยกมือไหว้และทักทายหญิงวัยกลางคนที่เดินผ่านประตูเข้ามา "หวัดดีจ๊ะ ไม่ได้จองไว้จ๊ะ" นีรนาททักทายกลับยังชายหนุ่มที่เปิดประตูให้นางด้วยท่าทีสุภาพ "ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะนั่งโต๊ะด้านนอกหรือห้องวีไอพีดีครับ" "ห้องวีไอพีก็ได้จ๊ะ" "งั้นตามผมมาทางนี้เลยครับ" ว่าแล้ว นีรนาทก็เดินตามพนักงานหนุ่มไปนั่งในห้องวีไอพี "วันนี้สมายด์มาทำงานไหมจ๊ะ" เมื่อนีรนาทเข้ามานั่งในห้องวีไอพีเรียบร้อยแล้ว นางก็เอ่ยถามขึ้น "มาทำครับ แต่พอสมายด์เรียนจบเมื่อสองเดือนก่อน เจ้าของร้านก็เปลี่ยนหน้าที่ให้ไปเป็นแคชเชียร์แล้วครับ" "อ๋อ...แล้วถ้าหากป้าอยากจะขอพบสมายด์จะได้หรือเปล่า" "ได้ครับ ถ้าอย่างนั้น ผมจะออกไปเรียกสมายด์มาให้นะครับ" "ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม" "ไม่เป็นไรครับคุณผู้หญิง" พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินออกไป แล้วไปตามสมายด์ให้เข้ามาในห้องวีไอพีที่หญิงวัยกลางคนรออยู่ "สวัสดีค่ะคุณป้า" สมายด์เปิดประตูเข้ามา แล้วยกมือไหว้นีรนาทอย่างนอบน้อมพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสอย่างเช่นเคย "นั่งก่อนสิจ๊ะหนูสมายด์" นีรนาทบอกกับหญิงสาว พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจในตัวของเด็กสาวอยู่ไม่น้อย "ขอบคุณค่ะ" ว่าแล้ว สมายด์ก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ติดกันกับนีรนาท "วันนี้คุณป้าไม่ได้ชวนเพื่อนคุณป้ามาด้วยเหรอคะ" สมายด์เอ่ยถามเมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว "ป้าโทรไปชวนแล้วจ๊ะ แต่เพื่อนป้าบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง ป้าก็เลยมาคนเดียวซะเลย" "อ๋อค่ะ" ใบหน้าใสพยักหน้าอย่างรับรู้ "ป้าไม่ได้มาสองเดือน ได้ข่าวว่าเปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นแคชเชียร์แล้วเหรอ" นีรนาทถามพลางยิ้มอ่อนๆให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง "ค่ะคุณป้า พอเรียนจบปุ๊บ เจ้าของร้านก็เปลี่ยนให้สมายด์มาเป็นแคชเชียร์เลยค่ะ" หญิงสาวตอบหญิงวัยกลางคนด้วยใบหน้าและแววตายิ้มแย้ม "หนูสมายด์ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่มากี่ปีแล้ว" "ตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่งค่ะคุณป้า" "โห...ถือว่านานมากเลยนะหนูสมายด์ หนูทำมาได้ยังไงตั้งสี่ปี โดยที่ไม่ได้ย้ายออกไปไหนเลย" "เจ้าของร้านใจดีค่ะคุณป้า สมายด์ก็เลยทำได้นานค่ะ" "เจ้าของร้านเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ แล้วเขาอายุเท่าไหร่" นีรนาทถาม "ผู้ชายค่ะ พี่ศรันย์อายุน่าจะสามสิบสองนะคะ เห็นคนในร้านเขาพูดกันค่ะ" "เขาแก่กว่าลูกชายป้าสี่ปี" "อ๋อค่ะ" "ป้ามีเรื่องอยากจะถามหนูสมายด์หน่อยน่ะ" "คุณป้าอยากจะถามอะไรก็ถามมาได้เลยค่ะ สมายด์พร้อมตอบทุกคำถามเลยค่ะ" เรียวปากเล็กบอกพร้อมกับรอยยิ้มแจ่มใส "ป้าอยากรู้ว่าหนูสมายด์มีแฟนหรือยัง" "สมายด์ยังไม่เคยมีแฟนค่ะคุณป้า" "อ๋อจ๊ะ" เมื่อได้ยินที่หญิงสาวบอก นีรนาทก็รู้สึกโล่งใจในทันใด เพราะมันจะเป็นการง่ายที่จะจับคู่ให้ลูกชายของตัวเอง "คุณป้ามีอะไรจะถามสมายด์อีกหรือเปล่าคะ" "หนูสมายด์อาศัยอยู่กับใครเหรอจ๊ะ" "สมายด์อยู่กับแม่แค่สองคนค่ะ พ่อเสียไปตอนสมายด์อายุได้สองเดือนค่ะ" "แล้วตอนนี้แม่เป็นยังไงบ้าง ร่างกายแข็งแรงดีไหม" "ตอนนี้แม่ป่วยค่ะคุณป้า" หญิงสาวตอบพลางก้มหน้า พร้อมกับมีสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "แม่ของหนูเขาป่วยเป็นอะไรเหรอ พอจะบอกป้าได้ไหม" นีรนาทถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวที่ดูเศร้าสลดลง "แม่เป็นเนื้องอกในสมองค่ะคุณป้า" สมายด์เงยหน้าขึ้นมาบอกกับหญิงวัยกลางคนที่นั่งมองและสนใจฟังเธออย่างตั้งอกตั้งใจ "เป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้ายจ๊ะหนู" "ไม่ได้เป็นเนื้อร้ายค่ะคุณป้า แต่คุณหมอบอกว่า ถ้าทานยาจนครบสามเดือนแล้วไม่หาย คุณหมอบอกว่าจะต้องผ่าตัดค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแม่ก็จะตาบอดค่ะ" "แล้วตอนนี้แม่ของหนูทานยามากี่เดือนแล้วล่ะ" "หนึ่งเดือนแล้วค่ะคุณป้า แต่สมายด์กลัวเหลือเกินค่ะคุณป้า กลัวว่าถ้าไม่หาย แม่ก็จะต้องผ่าตัดค่ะ" "ตอนนี้หนูสมายด์ต้องทำใจเข้มแข็งเอาไว้นะ อย่าเพิ่งกลัวไป ต่อให้แม่ของหนูทานยาแล้วไม่หาย แล้วต้องผ่าตัดจริงๆ แต่ถึงยังไงแม่ของหนูก็มีโอกาสหายนะ เพราะไม่ใช่เนื้อร้าย" "ค่ะคุณป้า สมายด์จะเข้มแข็งค่ะ" "หนูได้บอกเกี่ยวกับเรื่องผ่าตัดให้แม่หนูรู้หรือยัง" "สมายด์ยังไม่ได้บอกค่ะคุณป้า สมายด์บอกแม่แค่ว่าคุณหมอให้ยามาทาน เดี๋ยวก็หายค่ะ" "ดีแล้วแหละที่หนูไม่บอก ถ้าถึงเวลาที่จะต้องผ่าตัดจริงๆ หนูค่อยบอกแม่ก็ได้" "ค่ะคุณป้า สมายด์ก็หวังว่ายาที่คุณหมอให้มาทานจะได้ผลค่ะ" "ป้าก็จะคอยเป็นกำลังใจให้หนูนะ ถ้ามีอะไรที่จะให้ป้าช่วย ก็บอกป้าได้" นีรนาทบอกพลางหยิบนามบัตรในกระเป๋าแบรนด์หรูออกมาแล้วยื่นให้กับหญิงสาว "นี่จ๊ะ ที่อยู่และเบอร์โทรของป้า ถ้าหนูสมายด์ต้องการความช่วยเหลือก็โทรไปบอกป้าได้เลยยี่สิบสี่ชั่วโมงนะ ไม่ต้องเกรงใจ" "ขอบคุณค่ะคุณป้า ที่เมตตาสมายด์" มือบางยื่นไปรับนามบัตรมาพร้อมกับไหว้ด้วยความอ่อนน้อมและเจียมเนื้อเจียมตัวตามประสาของเธอ "ป้าขอเบอร์โทรของหนูสมายด์ด้วยนะ" พูดจบ นีรนาทก็ยื่นโทรศัพท์ให้สมายด์เอาไปบันทึกเบอร์โทรเข้าเครื่องของตัวเอง เมื่อสมายด์บันทึกเสร็จ เธอก็ส่งโทรศัพท์คืนกลับให้นีรนาท "เอาล่ะ เดี๋ยวป้าจะสั่งอาหารนะ แต่ป้าอยากให้หนูสมายด์นั่งทานเป็นเพื่อนป้าหน่อย จะได้ไหม" "ได้ค่ะคุณป้า" ว่าแล้ว นีรนาทก็จัดการสั่งอาหารมาสามอย่าง จากนั้นสมายด์ก็ทานกับนีรนาทด้วย เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ นีรนาทก็ไปขึ้นรถหรูที่คนขับจอดรออยู่หน้าร้าน แล้วก็กลับบ้านไป"ความเป็นจริง แม่ไม่ได้เป็นลูคีเมียอย่างที่แม่บอกลูกกับหนูสมายด์หรอก แต่มันเป็นแผนแกล้งป่วยของแม่ เพื่อที่จะคลุมถุงชนลูกทั้งสองต่างหากล่ะ" นีรนาทบอก พร้อมกับรอมยิ้มดีใจและมีความสุขที่ฉายให้เห็นบนใบหน้าของนาง "จริงเหรอครับแม่ แม่ไม่ได้ป่วยจริงๆใช่ไหม" รามิลถามด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่บอก "จริงเหรอคะคุณป้า" ตามมาด้วยเสียงของสมายด์ที่รู้สึกดีใจมากเหมือนกัน "จริงจ๊ะ" นีรนาทตอบคนทั้งสองพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส "ผมดีใจมากเลยครับแม่" "สมายด์ก็ดีใจจังเลยค่ะคุณป้า" ว่าแล้ว ทั้งสองก็ลุกจากโซฟาแล้วไปนั่งข้างหญิงวัยกลางคน ขนาบกันคนละด้านแล้วสวมกอดด้วยความดีใจ เมื่อรู้ว่าหญิงสูงวัยที่เขาทั้งสองกอดอยู่ไม่ได้ป่วยจริง "โกรธแม่หรือเปล่าที่แม่พูดโกหก" "ผมไม่โกรธแม่เลยครับ แผนการของแม่คุ้มค่ามากครับ แผนการของแม่ทำให้ผมได้เจอกับสมายด์ แล้วก็ได้รักสมายด์ ขอบคุณมากครับแม่" "สมายด์ก็ไม่โกรธคุณป้าเลยค่ะ สมายด์ดีใจมากเลยค่ะคุณป้า ที่คุณป้าไม่ได้ป่วยจริงๆ" "ป้าต้องขอบใจหนูสมายด์ด้วยนะ ที่เข้ามาทำให้ครอบครัวเรามีความสุข" "สมายด์สิคะ ที่ต้องขอบคุณคุณป้าที่ช่วยเหลือสมายด์กับแม่ ถ้าไม่ได้ค
คอนโดรามิล หนึ่งเดือนต่อมา "มานั่งนี่สิ พี่มีอะไรจะบอก" รามิลที่นั่งอยู่บนเตียงนอน บอกกับสมายด์ที่ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนกระโปรงสีหวาน เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดแบบนั้น เธอจึงเดินไปหาเขาทันที "มีอะไรเหรอคะพี่รามิล" เจ้าของใบหน้าเรียวใสเอ่ยถาม เมื่อไปยืนอยู่ตรงหน้าของเขา หมับ! มือใหญ่ดึงร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วให้มานั่งลงบนตักพร้อมกับกอดเธอเอาไว้ "แต่งงานกันนะ" "จดทะเบียนกันแล้ว คงไม่ต้องแต่งแล้วมั้งคะ" "แต่พี่อยากจัดงานแต่ง พี่อยากให้เกียรติสมายด์" "ถ้าอย่างนั้น สมายด์ขอแค่เรียบง่ายนะคะ ไม่ต้องจัดให้มีพิธีใหญ่โตอะไร" "สมายด์จะเอาแบบนั้นเหรอ" "ค่ะ" ตอบพลางพยักหน้า "เอางั้นก็ได้ ถ้าสมายด์ต้องการแบบนั้น..." "...พรุ่งนี้เราไปหาแม่กันนะ พี่จะไปบอกแม่ว่าพี่จะแต่งงานกับสมายด์ แม่พี่ต้องดีใจแน่ๆเลย ถ้ารู้ว่าเราจะแต่งงานกัน" "ได้ค่ะพี่รามิล สมายด์ก็อยากไปหาคุณป้าอยู่พอดี" "พี่จะซื้อบ้านหลังใหม่ พอเราแต่งงานกัน ก็จะได้ย้ายเข้าไปอยู่เลย" "อ๋อค่ะ แล้วคอนโดหลังนี้ล่ะคะ" "พี่จะขาย" "อ๋อค่ะ" "สมายด์ง่วงหรือยัง" "ง่วงแล้วค่ะ" "งั้นนอนกันเถอะ" พูดจบ มือหนาก็ยกคนตัวเล็กออกจากตัก
หลายวันต่อมา หมับ! "วันนี้ทำอะไรกินเหรอ" รามิลเดินเข้ามาในครัว แล้วเอ่ยถามร่างเล็กที่ยืนทำอาหารอยู่ตรงเคาน์เตอร์ พร้อมกับสวมกอดจากด้านหลัง "ทำแกงเขียวหวานไก่ กับผัดผักรวมกุ้งสดค่ะ" ใบหน้าเรียวสวยเอี้ยวมาตอบกลับร่างสูง ซึ่งใบหน้าของเขาแนบชิดติดกับแก้มของเธออยู่ "หอมจัง" "แกงเขียวหวานหรือว่าผัดผักคะ ที่พี่รามิลบอกว่าหอม" "ไม่ใช่ทั้งแกงเขียวหวานแล้วก็ผัดผัก...แต่เป็นสมายด์ต่างหาก ฟอดด" ปากหนาบอก พร้อมกับหอมแก้มนวลของคนรักไปฟอดใหญ่ "ทำไมพี่รามิลไม่ไปอาบน้ำคะ นี่สายแล้วนะคะ" "วันนี้พี่ไม่อยากไปทำงานเลย" "ทำไมคะ" "พี่อยากอยู่กับสมายด์มากกว่า" "พี่รามิลไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวตอนเย็นเราก็ได้เจอกันแล้วนะคะ" "ตอนอยู่บริษัท พี่คิดถึงสมายด์มากเลยนะ" "ถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" "อือ..." "...พรุ่งนี้เข้าไปบริษัทกับพี่นะ แล้วตอนเย็นค่อยกลับมาพร้อมกัน" "ให้สมายด์ไปอยู่บริษัทกับพี่รามิลทั้งวันเลยเหรอคะ" "ใช่" "ทำไมพี่รามิลถึงอยากพาสมายด์ไปคะ" "พี่อยากอยู่ใกล้สมายด์ทั้งวันทั้งคืน แล้วก็อยากพาไปอวดว่ามีเมียทั้งสวยทั้งน่ารักฟอดด" เสียงทุ้มนุ่มบอกอยู่ข้างหูเล็กได้รูป พร้อมกับกดจูบลงไปบนแก้มขาว
เมื่ออัญชันออกจากคอนโดไปแล้ว รามิลก็ลุกจากโซฟาแล้วเข้าไปในห้องนอนของสมายด์ ก็เห็นว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอน เมื่อเห็นดังนั้น เขาก็สาวเท้าเข้าไป ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ "คุณอัญชันกลับไปแล้วเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อชายหนุ่มนั่งลงใกล้เธอ "กลับไปแล้ว" "คุณอัญชันได้บอกข่าวดีคุณรามิลแล้วใช่ไหมคะ" "ข่าวดีอะไรเหรอ" เรียวปากหนาขยับถามพร้อมกับแววตาสงสัย "ก็เรื่องที่คุณอัญชันท้องไงคะ" "เขาบอกกับเธอแบบนั้นเหรอ" "คุณอัญชันบอกสมายด์ว่าท้องได้สี่สัปดาห์แล้วค่ะ" "เหลวใหล" รามิลพูดพร้อมกับส่ายหน้าเอือมระอากับหญิงสาวที่เขาเพิ่งไล่ออกไป "ใครเหลวใหลคะ" "ก็ผู้หญิงคนนั้นไง" "ทำไมคะ" "เขาพูดโกหกเธอ แล้วเธอก็เชื่องั้นสิ" "เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งค่ะ" "เขาจะมาท้องกับฉันได้ยังไง ก็ในเมื่อฉันไม่ได้ยุ่งกับเขามาสองเดือนกว่าแล้ว ฉันไม่ได้ยุ่งกับเขาก่อนที่ฉันจะจดทะเบียนสมรสกับเธอซะอีก แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เคยสดกับใคร นอกจากกับเธอ" "จริงเหรอคะ" "จริง" "ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ สมายด์ก็เห็นว่าคุณอัญชันมานอนค้างกับคุณรามิลทุกอาทิตย์นี่คะ" "แค่นอนเฉยๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรกัน" "อ้าวเหรอคะ ทำไมคะ" "ท
วันต่อมา และแล้ว รามิลก็พาสมายด์มาทานข้าวนอกบ้าน ตามที่เขาได้บอกกับเธอไว้ ตอนนี้รามิลกำลังขับรถสปอร์ตหรูคู่ใจพาสมายด์มายังร้านอาหารที่เขาตั้งใจไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน "นี่มันทางไปร้านอาหารที่สมายด์ทำงานอยู่นี่คะ" ใบหน้าใสหันไปถามร่างสูงที่กำลังขับรถอยู่ "ก็ใช่น่ะสิ" "ทำไมคุณรามิลถึงได้มาร้านนี้คะ" "มากินครั้งนั้นฉันก็เลยติดใจ ฉันจึงอยากมากินอีก" ความเป็นจริง เขาอยากมาที่นี่ เพื่อให้ใครบางคนได้รู้ว่าเขากับสมายด์เป็นอะไรกัน "อ๋อค่ะ" และไม่นาน รถสปอร์ตหรูของรามิลก็ขับเคลื่อนเข้ามาจอดยังลานจอดรถของร้านอาหาร ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินเข้าไปภายในร้าน โดยที่มือหนาจับมือของหญิงสาวเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อเข้าไปข้างใน ศรันย์ที่กำลังอยู่ตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ก็หันมาเห็นสมายด์กับชายหนุ่มคนวันนั้นที่ยืนคุยอยู่กับเธอในร้านของเขาเมื่อหลายวันก่อน เมื่อเห็นดังนั้น ศรันย์ก็เร่งสาวเท้าเข้าไปทักทาย "สมายด์หายป่วยแล้วเหรอ" ศรันย์ถามพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆอย่างเช่นเคย "หายแล้วค่ะพี่ศรันย์" เรียวปากเล็กตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มสดใส "สมายด์จะกลับมาทำงานที่ร้านพี่อีกไหม" ศรันย์เอ่ยถาม พลางสายตาก็เหลือบไปมองร
ห้างสรรพสินค้า วันต่อมา "เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันก่อนนะ แล้วค่อยไปเดินดูของกัน" เมื่อรามิลกับสมายด์เดินเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้า เขาหันไปบอกเธอที่เดินอยู่ด้านข้าง "ก็ได้ค่ะ" ใบหน้าใสหันไปตอบกลับร่างสูง "เธออยากกินอะไร" "สมายด์คิดไม่ออกค่ะ" "ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันจะเลือกร้านเอง" "คุณรามิลเลือกเถอะค่ะ สมายด์กินได้ทั้งนั้นแหละค่ะ" "เธอแพ้อาหารประเภทไหนบ้าง" "ไม่มีค่ะ" "งั้นก็ไปกัน" พูดจบ มือหนาก็จับมือเรียวของหญิงสาว แล้วพาไปยังร้านอาหารที่อยู่ชั้นบน เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จ รามิลก็พาสมายด์ไปยังร้านหรูที่ขายเครื่องประดับราคาแพง "เธออยากได้อะไรก็เลือกเลยนะ" เมื่อทั้งสองเข้ามาภายในร้าน รามิลก็เอ่ยบอกร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง "ทำไมคุณรามิลต้องพามาร้านแพงๆด้วยคะ" เรียวปากเล็กพูดกระซิบกับชายหนุ่ม "ไม่แพงหรอก เธอเลือกเลย เดี๋ยวฉันซื้อให้" "คุณรามิลช่วยเลือกหน่อยสิคะ" "ก็ได้ เดี๋ยวฉันช่วยเลือก" พูดจบ รามิลก็จับมือของสมายด์แล้วเดินไปยังตู้กระจกที่มีเครื่องประดับหรูถูกจัดวางไว้ในนั้น "เอาสร้อยคอกับสร้อยข้อมือเส้นเล็กๆไว้ใส่เล่นๆติดตัวนะ แบบที่ใส่ได้ทุกวันโดยไม่ต้องถอด" ใบห







