LOGIN“ก่อนที่ฉันจะหย่ากับเธอ ฉันจะใช้ร่างกายเธอให้คุ้มค่า ให้สมกับที่ฉันต้องฝืนใจจดทะเบียนสมรสกับเธอ”
View Moreรามิล อายุ 28 ปี
เจ้าของใบหน้าหล่อ สูง มีแฟนแล้ว แต่ต้องคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้ แม้กระทั่งพ่อแม่ของเขาก็ไม่เคยรู้ สมายด์ อายุ 22 ปี เจ้าของใบหน้าเรียวใส ตากลม อาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน ทำงานอยู่ในร้านอาหารมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง จนถึงปัจจุบัน . . . . ตัวอย่างนิยาย "ฉันมีเรื่องที่จะบอกกับเธอหลายเรื่อง" เรียวปากหนาขยับบอกเมื่อหญิงสาวนั่งเรียบร้อยแล้ว "คุณรามิลบอกสมายด์มาเถอะค่ะ สมายด์พร้อมจะฟังคุณ" เจ้าของใบหน้าเรียวใสบอก พร้อมกับรอฟังอย่างตั้งใจในสิ่งที่ชายหนุ่มจะบอก "ฉันมีแฟนแล้ว" เสียงทุ้มบอกออกไป พร้อมกับดวงตาคมที่จ้องมองเธอ "คุณมีแฟนแล้ว?" สมายด์นึกแปลกใจ เพราะคุณป้าบอกว่าเขายังไม่มีแฟน "ใช่ ฉันกับอัญชัน เราคบกันมาสามปีแล้ว แล้วเราก็วางแผนที่จะแต่งงานในอีกสามปีข้างหน้า แต่ที่ฉันต้องเก็บไว้เป็นความลับ เพราะแฟนฉันเป็นดารา อัญชันเลยขอให้ฉันเก็บไว้เป็นความลับ แม้กระทั่งพ่อกับแม่ฉันก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน" "อ๋อค่ะ สมายด์เข้าใจแล้วค่ะ" ใบหน้าเรียวใสพยักหน้าอย่างรับรู้ด้วยแววตาใส "ถ้าฉันจะหย่ากับเธอ เธอก็พร้อมที่จะหย่าให้ฉันได้ตลอดเวลาใช่ไหม" "สมายด์พร้อมที่จะหย่าให้คุณรามิลได้ตลอดเวลาค่ะ ขอแค่ให้คุณรามิลบอกสมายด์มา สมายด์พร้อมที่จะหย่าให้คุณได้ทุกเมื่อค่ะ" "อัญชันจะมานอนกับฉันที่นี่อาทิตย์ละสามถึงสี่วัน หรืออาจจะมากกว่านั้น" "ค่ะ" "แล้วห้ามเที่ยวไปบอกใครว่าเธอเป็นอะไรกับฉัน" "สมายด์จะไม่บอกใครค่ะ ว่าสมายด์เป็นอะไรกับคุณ" "ถึงเราจะอยู่คอนโดเดียวกัน แต่เราก็ต่างคนต่างอยู่ ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอ แล้วเธอก็ห้ามมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน" "คุณรามิลสบายใจได้เลยค่ะ สมายด์จะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณรามิลอย่างแน่นอน" . . . . "เธอลืมไปแล้วเหรอ ว่าเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เพราะฉะนั้น ฉันจะทำอะไรกับร่างกายเธอก็ได้ โดยที่ฉันไม่ผิด" เสียงทุ้มนิ่งบอกไปด้วยสีหน้าราบเรียบแววตาจริงจังอย่างเห็นได้ชัด "ไหนคุณเคยบอกว่าให้เราต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวอะไรกันยังไงล่ะคะ คุณจะมาผิดคำพูดไม่ได้นะคะ" หญิงสาวพูดออกไปด้วยหัวใจที่สั่นไหว หวั่นกลัวอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นแววตาจริงจังของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า "ใช่ ฉันเคยบอกเธอไว้แบบนั้น แต่ฉันไม่เคยบอกว่าฉันจะไม่เอาเธอ" "แต่..." "ไม่มีแต่ เพราะคืนนี้ฉันจะใช้สิทธิ์ที่ฉันควรจะมีในทะเบียนสมรส ฉันไม่มีทางปล่อยเธอไปโดยที่ฉันไม่ได้อะไรจากเธอ" . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . โรงพยาบาล หน้าห้องตรวจแพทย์ "คุณศันสนีย์ รักษ์สกุล เชิญเข้าไปฟังผลตรวจได้เลยค่ะ" เสียงของพยาบาลสาวเรียกชื่อของหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งรออยู่หน้าห้องรอพบแพทย์ "แม่นั่งรออยู่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวสมายด์จะเข้าไปฟังผลให้เองค่ะ" เสียงของสมายด์ลูกสาวของศันสนีย์ ที่นั่งอยู่กับผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น "แม่ไม่ต้องเข้าไปก็ได้เหรอลูก" ศันสนีย์เอ่ยถามลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน "น่าจะได้นะคะแม่" "งั้นลูกก็เข้าไปเถอะ แม่นั่งรอตรงนี้ก็ได้" "งั้นสมายด์ไปแล้วนะคะ" ว่าแล้ว ร่างเล็กก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปในห้องตรวจแพทย์ในทันที "เชิญนั่งก่อนครับ" หมอวัยกลางคนเอ่ยบอก เมื่อหญิงสาวเปิดประตูเข้ามา "ขอบคุณค่ะ" ว่าจบ เธอก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา "คุณเป็นลูกสาวของคุณศันสนีย์ใช่ไหมครับ" หมอเอ่ยถามยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ใช่ค่ะคุณหมอ" เสียงหวานตอบกลับไป ด้วยสีหน้ามีความเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย เพราะในใจมีความวิตกกังวลกับผลการตรวจของแม่ ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร "ผลทีซีสแกนสมองออกมาแล้ว พบว่าคุณศันสนีย์มีเนื้องอกในสมองนะครับ" หมอก้มมองเอกสารผลการตรวจที่อยู่บนโต๊ะ แล้วบอกกับหญิงสาว "นะ เนื้องอกในสมองเหรอคะคุณหมอ" ใบหน้าใสถามกลับไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ เมื่อรู้ผลการตรวจของผู้เป็นแม่ "ครับ ตอนนี้เนื้องอกมีขนาดสองเซนนะครับ" เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดกับเธอ "ไม่ทราบว่าจะรักษายังไงคะคุณหมอ แล้วจะรักษาหายไหมคะ" สมายด์เอ่ยถามด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เหมือนกับว่ามันจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้ "ตอนนี้หมอจะรักษาเบื้องต้นด้วยการให้ยาไปทานก่อนสามเดือนนะครับ ถ้าทานยาแล้วได้ผล เนื้องอกไมโตขึ้นหรือยุบลงไป ก็ไม่ต้องผ่าตัดครับ" "อ๋อค่ะ" เมื่อได้ยินดังนั้น สมายด์ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่ทว่า "แต่ถ้าเกิดทานยาจนครบสามเดือนแล้ว เนื้องอกยังโตขึ้น หมอจะต้องทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกออกนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้น เนื้องอกจะไปกดทับเส้นประสาทตา จนทำให้ตามองไม่เห็นครับ" "หรืออาจจะตาบอดเหรอคะคุณหมอ" หญิงสาวถามออกไปด้วยใจที่มีความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง "ใช่ครับ แต่ในระยะสามเดือนนี้ หมอก็หวังว่าเนื้องอกจะไม่โตขึ้นนะครับ เพราะจะได้ไม่ต้องผ่าตัด" "ค่ะคุณหมอ" เรียวปากเล็กรับคำ ทว่าในใจก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดี "คุณมีอะไรจะถามหมออีกไหมครับ" หมอวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มใจดีเป็นกันเอง "หนูอยากทราบว่า เนื้องอกเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้ายคะคุณหมอ" ถามออกไป แต่ในใจกล้าๆกลัวๆ เพราะกลัวกับคำตอบที่ไม่อยากจะได้ยิน แต่ก็ต้องถามออกไปเพื่อจะได้หายคาใจ "ไม่ได้เป็นเนื้อร้ายครับ คุณสบายใจได้" หมอวัยกลางคนตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "จริงเหรอคะคุณหมอ" สมายด์ถามย้ำกลับไปด้วยสีหน้าและแววตามีความดีใจอยู่ไม่น้อย "จริงครับ" หมอบอกพลางยิ้มให้กับหญิงสาวที่กำลังยิ้มดีใจอยู่ตรงหน้า "วันนี้หนูพาแม่กลับบ้านได้เลยใช่ไหมคะคุณหมอ" "กลับได้เลยครับ อีกสามเดือน หมอจะนัดมาทำทีซีสแกนใหม่นะครับ" "ขอบคุณค่ะคุณหมอ ถ้าอย่างนั้น หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" สมายด์ยกมือไหว้หมอวัยกลางคนอย่างนอบน้อม แล้วเดินออกไป "หมอบอกว่ายังไงบ้างลูก" ศันสนีย์เอ่ยถามทันทีเมื่อสมายด์เดินมายังที่ที่ตัวเองนั่งรออยู่ "เรากลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่าค่ะแม่ แต่สมายด์ขอไปรับยาก่อนนะคะ" "ก็ได้ลูก" ว่าจบ สองแม่ลูกก็ลุกออกไปจากตรงนั้น แล้วไปห้องจ่ายยา จากนั้นก็พากันออกไปจากโรงพยาบาล บ้านสมายด์ "ตกลงหมอบอกว่าแม่เป็นอะไรเหรอลูก" เมื่อเข้ามานั่งภายในบ้านได้ไม่นาน ศันสนีย์ก็เอ่ยถามลูกสาวขึ้นทันที "หมอบอกว่า แม่เป็นเนื้องอกในสมองค่ะ" ใบหน้าใสบอกกับผู้เป็นแม่ด้วยท่าทีสีหน้าปกติ "เนื้องอกในสมอง?" ศันสนีย์ถามออกไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก "ค่ะ แต่แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ หมอบอกว่าไม่ใช่เนื้อร้ายค่ะ กินยาก็หายได้ค่ะแม่" เธอบอกไม่หมด เพราะเธอจะต้องปิดเรื่องที่ว่าถ้ากินยาแล้วไม่หายก็จะต้องผ่าตัด เธอเลยไม่อยากบอกให้แม่ไม่สบายใจ "อ๋อ...แม่ค่อยโล่งใจหน่อย ที่ไม่ได้เป็นเนื้อร้าย ถ้าไม่อย่างนั้น ลูกจะต้องมาเหนื่อยเพราะแม่อีก" "แม่อย่าคิดแบบนั้นสิคะ สมายด์เป็นลูกแม่นะคะ สมายด์ไม่เคยเหนื่อยเลยนะคะที่ได้ดูแลแม่" "แม่สงสารลูกนะ ที่หลายเดือนมานี้ ลูกต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียว" "ไม่เป็นไรค่ะแม่ สมายด์ไม่ได้เหนื่อยเลยค่ะ แม่ทำงานหาเงินเลี้ยงสมายด์มาคนเดียว จนสมายด์ได้เรียนจบ ต่อไปนี้สมายด์จะทำงานหาเงินเลี้ยงแม่เองค่ะ สมายด์จะไม่ให้แม่ออกไปทำงานแล้วนะคะ" เสียงหวานบอกผู้เป็นแม่ด้วยรอยยิ้มสดใส "แต่แม่อยากช่วยลูกด้วย" "แม่ไม่สบายอยู่นะคะ สมายด์ว่า แม่อยู่บ้านดีกว่า สมายด์จะออกไปทำงานแทนแม่เองค่ะ" "งั้นก็ได้ลูก แม่จะอยู่บ้านทำกับข้าวอร่อยๆไว้รอลูกกลับมาจากทำงานนะ" "ดีค่ะแม่" จากนั้น สองแม่ลูกก็สวมกอดกันด้วยความรักและความอบอุ่น ที่ผู้เป็นแม่มอบให้เธอเสมอมา"ความเป็นจริง แม่ไม่ได้เป็นลูคีเมียอย่างที่แม่บอกลูกกับหนูสมายด์หรอก แต่มันเป็นแผนแกล้งป่วยของแม่ เพื่อที่จะคลุมถุงชนลูกทั้งสองต่างหากล่ะ" นีรนาทบอก พร้อมกับรอมยิ้มดีใจและมีความสุขที่ฉายให้เห็นบนใบหน้าของนาง "จริงเหรอครับแม่ แม่ไม่ได้ป่วยจริงๆใช่ไหม" รามิลถามด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่บอก "จริงเหรอคะคุณป้า" ตามมาด้วยเสียงของสมายด์ที่รู้สึกดีใจมากเหมือนกัน "จริงจ๊ะ" นีรนาทตอบคนทั้งสองพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส "ผมดีใจมากเลยครับแม่" "สมายด์ก็ดีใจจังเลยค่ะคุณป้า" ว่าแล้ว ทั้งสองก็ลุกจากโซฟาแล้วไปนั่งข้างหญิงวัยกลางคน ขนาบกันคนละด้านแล้วสวมกอดด้วยความดีใจ เมื่อรู้ว่าหญิงสูงวัยที่เขาทั้งสองกอดอยู่ไม่ได้ป่วยจริง "โกรธแม่หรือเปล่าที่แม่พูดโกหก" "ผมไม่โกรธแม่เลยครับ แผนการของแม่คุ้มค่ามากครับ แผนการของแม่ทำให้ผมได้เจอกับสมายด์ แล้วก็ได้รักสมายด์ ขอบคุณมากครับแม่" "สมายด์ก็ไม่โกรธคุณป้าเลยค่ะ สมายด์ดีใจมากเลยค่ะคุณป้า ที่คุณป้าไม่ได้ป่วยจริงๆ" "ป้าต้องขอบใจหนูสมายด์ด้วยนะ ที่เข้ามาทำให้ครอบครัวเรามีความสุข" "สมายด์สิคะ ที่ต้องขอบคุณคุณป้าที่ช่วยเหลือสมายด์กับแม่ ถ้าไม่ได้ค
คอนโดรามิล หนึ่งเดือนต่อมา "มานั่งนี่สิ พี่มีอะไรจะบอก" รามิลที่นั่งอยู่บนเตียงนอน บอกกับสมายด์ที่ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนกระโปรงสีหวาน เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดแบบนั้น เธอจึงเดินไปหาเขาทันที "มีอะไรเหรอคะพี่รามิล" เจ้าของใบหน้าเรียวใสเอ่ยถาม เมื่อไปยืนอยู่ตรงหน้าของเขา หมับ! มือใหญ่ดึงร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วให้มานั่งลงบนตักพร้อมกับกอดเธอเอาไว้ "แต่งงานกันนะ" "จดทะเบียนกันแล้ว คงไม่ต้องแต่งแล้วมั้งคะ" "แต่พี่อยากจัดงานแต่ง พี่อยากให้เกียรติสมายด์" "ถ้าอย่างนั้น สมายด์ขอแค่เรียบง่ายนะคะ ไม่ต้องจัดให้มีพิธีใหญ่โตอะไร" "สมายด์จะเอาแบบนั้นเหรอ" "ค่ะ" ตอบพลางพยักหน้า "เอางั้นก็ได้ ถ้าสมายด์ต้องการแบบนั้น..." "...พรุ่งนี้เราไปหาแม่กันนะ พี่จะไปบอกแม่ว่าพี่จะแต่งงานกับสมายด์ แม่พี่ต้องดีใจแน่ๆเลย ถ้ารู้ว่าเราจะแต่งงานกัน" "ได้ค่ะพี่รามิล สมายด์ก็อยากไปหาคุณป้าอยู่พอดี" "พี่จะซื้อบ้านหลังใหม่ พอเราแต่งงานกัน ก็จะได้ย้ายเข้าไปอยู่เลย" "อ๋อค่ะ แล้วคอนโดหลังนี้ล่ะคะ" "พี่จะขาย" "อ๋อค่ะ" "สมายด์ง่วงหรือยัง" "ง่วงแล้วค่ะ" "งั้นนอนกันเถอะ" พูดจบ มือหนาก็ยกคนตัวเล็กออกจากตัก
หลายวันต่อมา หมับ! "วันนี้ทำอะไรกินเหรอ" รามิลเดินเข้ามาในครัว แล้วเอ่ยถามร่างเล็กที่ยืนทำอาหารอยู่ตรงเคาน์เตอร์ พร้อมกับสวมกอดจากด้านหลัง "ทำแกงเขียวหวานไก่ กับผัดผักรวมกุ้งสดค่ะ" ใบหน้าเรียวสวยเอี้ยวมาตอบกลับร่างสูง ซึ่งใบหน้าของเขาแนบชิดติดกับแก้มของเธออยู่ "หอมจัง" "แกงเขียวหวานหรือว่าผัดผักคะ ที่พี่รามิลบอกว่าหอม" "ไม่ใช่ทั้งแกงเขียวหวานแล้วก็ผัดผัก...แต่เป็นสมายด์ต่างหาก ฟอดด" ปากหนาบอก พร้อมกับหอมแก้มนวลของคนรักไปฟอดใหญ่ "ทำไมพี่รามิลไม่ไปอาบน้ำคะ นี่สายแล้วนะคะ" "วันนี้พี่ไม่อยากไปทำงานเลย" "ทำไมคะ" "พี่อยากอยู่กับสมายด์มากกว่า" "พี่รามิลไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวตอนเย็นเราก็ได้เจอกันแล้วนะคะ" "ตอนอยู่บริษัท พี่คิดถึงสมายด์มากเลยนะ" "ถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" "อือ..." "...พรุ่งนี้เข้าไปบริษัทกับพี่นะ แล้วตอนเย็นค่อยกลับมาพร้อมกัน" "ให้สมายด์ไปอยู่บริษัทกับพี่รามิลทั้งวันเลยเหรอคะ" "ใช่" "ทำไมพี่รามิลถึงอยากพาสมายด์ไปคะ" "พี่อยากอยู่ใกล้สมายด์ทั้งวันทั้งคืน แล้วก็อยากพาไปอวดว่ามีเมียทั้งสวยทั้งน่ารักฟอดด" เสียงทุ้มนุ่มบอกอยู่ข้างหูเล็กได้รูป พร้อมกับกดจูบลงไปบนแก้มขาว
เมื่ออัญชันออกจากคอนโดไปแล้ว รามิลก็ลุกจากโซฟาแล้วเข้าไปในห้องนอนของสมายด์ ก็เห็นว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอน เมื่อเห็นดังนั้น เขาก็สาวเท้าเข้าไป ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ "คุณอัญชันกลับไปแล้วเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อชายหนุ่มนั่งลงใกล้เธอ "กลับไปแล้ว" "คุณอัญชันได้บอกข่าวดีคุณรามิลแล้วใช่ไหมคะ" "ข่าวดีอะไรเหรอ" เรียวปากหนาขยับถามพร้อมกับแววตาสงสัย "ก็เรื่องที่คุณอัญชันท้องไงคะ" "เขาบอกกับเธอแบบนั้นเหรอ" "คุณอัญชันบอกสมายด์ว่าท้องได้สี่สัปดาห์แล้วค่ะ" "เหลวใหล" รามิลพูดพร้อมกับส่ายหน้าเอือมระอากับหญิงสาวที่เขาเพิ่งไล่ออกไป "ใครเหลวใหลคะ" "ก็ผู้หญิงคนนั้นไง" "ทำไมคะ" "เขาพูดโกหกเธอ แล้วเธอก็เชื่องั้นสิ" "เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งค่ะ" "เขาจะมาท้องกับฉันได้ยังไง ก็ในเมื่อฉันไม่ได้ยุ่งกับเขามาสองเดือนกว่าแล้ว ฉันไม่ได้ยุ่งกับเขาก่อนที่ฉันจะจดทะเบียนสมรสกับเธอซะอีก แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เคยสดกับใคร นอกจากกับเธอ" "จริงเหรอคะ" "จริง" "ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ สมายด์ก็เห็นว่าคุณอัญชันมานอนค้างกับคุณรามิลทุกอาทิตย์นี่คะ" "แค่นอนเฉยๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรกัน" "อ้าวเหรอคะ ทำไมคะ" "ท
สามวันต่อมา ตอนนี้อาการป่วยของสมายด์ก็หายเป็นปกติแล้ว และตั้งแต่คืนนั้นจนถึงคืนนี้ รามิลก็เข้ามานอนกับเธอทุกคืน "สมายด์หายป่วยแล้ว พรุ่งนี้คุณรามิลก็ไปทำงานได้แล้วนะคะ" สมายด์ที่อาบน้ำใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ออกมาจากห้องน้ำ แล้วเดินมาหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงที่ชายหนุ่มนอนอยู่ "แล้วเธอล่ะ พรุ่งนี้จะไ
วันต่อมา หลังจากที่ร่วมรักกับคนตัวเล็กเสร็จไปหลายรอบ รามิลก็หลับไปสามสี่ชั่วโมงก็เต็มตื่น โดยที่เขาไม่ได้รู้สึกอ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย ที่ต้องใช้แรงจัดการกับร่างบางที่ไม่ยอมเชื่อฟังเขา แต่กลับรู้สึกสดชื่นกะปรี้กะเปร่ามากขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคมค่อยๆเบิกขึ้นมาเมื่อรู้สึกตัว ก่อนที่จะหันไปมองยังร่างเล็
มือหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของคนตัวเล็ก โดยที่หญิงสาวก็พยายามดีดดิ้นอย่างสุดชีวิต เพื่อต่อต้านร่างสูงที่กระทำรุนแรงกับตัวเธอ "คุณรามิล อย่านะคะ อย่าทำสมายด์เหมือนอย่างวันนั้นเลยนะ" มือบางจับเสื้อที่เขากำลังจะถอดออกแล้วเงยหน้าบอกกับร่างสูงด้วยแววตาขอร้อง "ฉันจะไม่ทำเหมือนวันนั้น แต่ฉันจะทำมากกว่าวันนั
รามิล อายุ 28 ปี เจ้าของใบหน้าหล่อ สูง มีแฟนแล้ว แต่ต้องคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้ แม้กระทั่งพ่อแม่ของเขาก็ไม่เคยรู้สมายด์ อายุ 22 ปีเจ้าของใบหน้าเรียวใส ตากลม อาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน ทำงานอยู่ในร้านอาหารมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง จนถึงปัจจุบัน....ตัวอย่างนิยาย"ฉันมีเรื่องท