Masukเช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปตามปกติ คุณย่าวิไลนั่งยิ้มแย้มเตรียมแผนการเดินทางไปทำบุญใหญ่ที่ต่างจังหวัดเธอหวังว่าหลานชายและหลานสะใภ้จะได้อยู่กันตามลำพัง
“ตกลงตาณัฐกับหนูโรสจะไม่ไปทำบุญกับย่าจริง ๆ ใช่ไหมลูก” คุณย่าวิไลเอ่ยถามพลางมองหน้าหลานชายและหลานสะใภ้
“ครับคุณย่า พอดีผมมีที่ต้องรีบเคลียร์ให้จบช่วงวันหยุดนี้ ส่วนโรสเขาก็คงอยากพักผ่อนอยู่บ้านน่ะครับ” ณัฐวุฒิตอบอย่างเป็นธรรมชาติ มือหนาเอื้อมไปวางทับหลังมือของนัสรินเพื่อแสดงความรักให้คุณย่าเห็น
“แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ช่วงที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ทั้งสองคนจะได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกัน หลานก็อย่ารับเคสผ่าตัดเลยนะ แค่งานบริหารก็เหนื่อยแล้ว มีเวลาให้เมียบ้าง”
“ครับคุณย่า”
“เอาไว้ครั้งหน้าเราค่อยไปทำบุญด้วยกันนะ”
“คุณย่าบอกล่วงหน้านะครับ ผมจะได้เคลียร์งาน ผมเองก็อยากพาโรสไปทำบุญบ้างเหมือนกัน”
“เราสองคนยังมีโอกาสทำบุญด้วยกันอีกเยอะ แต่งงานกันมาเดือนกว่าแล้ว ย่าก็อยากให้มีข่าวดีไว ๆ บ้านเราจะได้ไม่เงียบเหงา” คุณย่าวิไลยิ้มอย่างมีความสุข
นัสรินทำได้เพียงยิ้มรับ ความร้อนผ่าวจากมือของณัฐวุฒิไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น แต่มันทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้กับบทละครที่เขากำลังแสดงอย่างแนบเนียน เธอรู้ดีว่างานของเขาคือการไปใช้ชีวิตอยู่กับรักในรังลับที่ไหนสักแห่ง
“แล้วตาไฟล่ะ จะไปกับแม่ไหม” คุณวิไลหันไปถามลูกชายคนเล็กที่นั่งจิบกาแฟดำอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ไม่ดีกว่าครับคุณแม่ ผมเพิ่งกลับมาถึงไทยได้ไม่กี่วัน ยังมีของที่ต้องจัดระเบียบอีกเยอะ” นัยน์ตาคมกริบปรายมองมาที่นัสรินแวบหนึ่ง
“อย่ามาทำยุ่มย่ามเดินเพ่นพ่านแถวบ้านหลังใหญ่ล่ะตาไฟ ปล่อยให้หลานเขาได้อยู่กันตามลำพังบ้าง” แม่ของเขาดักคอพลางหัวเราะเบา ๆ
“ครับแม่” อัคคีตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่นัสรินจนหญิงสาวต้องก้มหน้าหลบตาซ่อนความหวั่นไหว
เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณย่าคิด และไม่ใช่แบบที่ณัฐวุฒิสร้างภาพไว้ อัคคีรู้ดีว่าในคืนวันหยุดที่จะถึงนี้ ณัฐวุฒิจะไม่อยู่ และนัสรินจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่
“แต่ก่อนถึงวันหยุดอาขอให้โรสช่วยอะไรอาหน่อยไหม”
“อะไรคะ”
“อายังขาดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอีกหลายอย่าง อยากจะให้โรสพาไปเลือกซื้อเพิ่มหน่อย”
“ตาไฟนี่ก็จริง ๆ เลยนะ รบกวนหลานสะใภ้ตลอดเลย” คุณย่าบ่นอุบแต่ไม่จริงจังนัก
“ก็แม่บอกผมเองนี่ครับว่าโรสเก่งเรื่องนี้ ส่วนเรื่องซื้อของใช้ผมก็อยากไปซื้อเองหรอกนะครับ แต่บางทีผู้ชายอย่างผมก็ไม่ค่อยละเอียดพอ งั้นแม่ไปช่วยผมซื้อของดีไหมล่ะ”
“อย่ามาโยนให้แม่นะ เดินซื้อของแบบนั้นแม่ได้หมดแรงก่อนพอดี ไปกับหนูโรสเถอะ แม่ฝากหนูโรสซื้อครีมบำรุงผิวกับของใช้บางอย่างให้ย่าด้วยนะลูก” นัสรินจำต้องรับคำสั่งของคุณย่าวิไลอีกครั้ง แม้ในใจจะพยายามตะโกนปฏิเสธเพราะกลัวว่าการใกล้ชิดกับอัคคีจะทำให้กำแพงที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อคืนพังทลายลง
“แล้วเย็นนี้ณัฐจะกลับมากินข้าวที่บ้านไหมลูก”
“คงไม่ครับคุณย่า ช่วงนี้ผมงานยุ่ง”
“ถ้างั้นซื้อของเสร็จไฟก็พาหนูโรสไปทานมื้อเย็นข้างนอกเลยนะ ถือเป็นค่าตอบแทนที่หลานไปช่วยเลือกซื้อของก็แล้วกัน”
“ได้ครับแม่ ผมใช้งานหนักผมก็ต้องเลี้ยงให้อิ่ม แต่จะไม่เป็นไรใช่ไหมที่อาจะพาเมียนายไปกินข้าว” อัคคีหันมาถามหลานชายด้วยท่าทางเกรงใจ
“ตามสบายเลยครับอาไฟ” ณัฐวุฒิตอบโดยไม่ต้องคิด
17.00 น. ณ ร้านเสื้อผ้าของนัสริน
อัคคีนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟารับแขก พลางพลิกดูนิตยสารแฟชั่นอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เจ้าของร้านกำลังช่วยกันเก็บของใช้ให้เข้าที่
“ยัยโรส ถ้าฉันไม่รู้มาก่อนนะว่าคนนี้คือคุณอาของแฟนแก ฉันคงคิดว่าเขาคือสามีแกจริง ๆ มากกว่าคุณณัฐวุฒิเสียอีก” แพรวาเดินมากระซิบข้างหูนัสรินขณะที่หญิงสาวกำลังเช็กสต็อกผ้าอยู่หลังร้าน
“พูดอะไรน่ะแพรวา เขาเป็นอาพี่ณัฐนะ” นัสรินดุเพื่อนแต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะ
“ก็มันจริงนี่นา คุณณัฐวุฒิแต่งงานกับแกมาตั้งนาน ฉันไม่เคยเห็นเขามารอรับแกที่ร้านแม้แต่ครั้งเดียว เขามาส่งก็จริงแต่แกก็กลับเอง แต่คุณอัคคีนี่มาถึงก่อนเวลา นั่งรอเป็นครึ่งชั่วโมง ถ้าใครไม่รู้ก็คงคิดว่าเขาเป็นสามีแก” เฌอแตมพูดเสริมขึ้น
“ฉันเห็นด้วยกับเฌอแตมนะ สายตาที่เขามองแกตอนแกมันไม่ใช่สายตาที่อาเขามองหลานสะใภ้หรอกนะ” แพรวาเสริมทัพอีกคน
“โรสกับคุณอาสุดหล่อเคมีเข้ากันอย่างบอกไม่ถูก คนหนึ่งสวยหวาน คนหนึ่งหล่อเข้ม แต่น่าเสียดายที่โรสแต่งงานกับหลานของเขาไปแล้ว งั้นคนนี้พี่ขอนะ” พี่แมนดี้พูดพลางหัวเราะคิกคัก
“หยุดเลยนะทุกคน พี่ณัฐเขางานยุ่งเลยไม่มารับ แล้ววันนี้อาไฟเขาก็แค่มารับเพราะจะให้ฉันไปช่วยซื้อของต่อ” นัสรินตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเพื่อน ๆ ยอมเงียบลง แต่ความจริงที่เพื่อนพูดมานั้นมันแทงใจเธออย่างรุนแรง
ความใส่ใจของอัคคี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขามีจุดประสงค์อะไร แต่มันคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดจากคนที่เป็นสามี
“เสร็จแล้วเหรอ” เสียงทุ้มของอัคคีดังขึ้นเมื่อเขาเห็นเธอเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกระเป๋าสะพาย
“เสร็จแล้วค่ะอาไฟ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ให้รอ”
“ต่อให้รอนานกว่านี้อาก็รอได้ครับ” อัคคีพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาจงใจเดินเข้ามาใกล้และเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าถือของเธอมาถือไว้ให้เองท่ามกลางสายตาแซว ๆ ของเพื่อนๆ ในร้าน
“โรสถือเองได้ค่ะ” เธอพยายามแย่งคืน
“ไปเถอะ ซื้อของช้าเดี๋ยวหิวข้าวเอานะ” เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ มืออีกข้างหนึ่งโอบไปที่แผ่นหลังบางของเธอเบา ๆ เพื่อนำทางให้ออกไปที่รถ
เมื่อประตูร้านปิดลง เพื่อนทั้งสามคนต่างหันมาสบตากันอย่างมีความหมาย ความเงียบในร้านถูกทำลายลงด้วยคำพูดของแมนดี้
“สงสัยยัยโรสจะฟาดทั้งอาทั้งหลาน”
ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ดูอบอุ่นและผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา ณัฐวุฒินั่งเคียงข้างกับหมอสรวิชย์ โดยมีคุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม ส่วนอัคคีและนัสรินนั่งอยู่ถัดไป ทั้งหมดกำลังพูดคุยถึงแผนการในอนาคตด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง“ผมขอบคุณทุกคนจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะโรส ขอบคุณที่ยอมอดทนและช่วยปิดบังเรื่องของผมมาตลอด หลังจากนี้ผมอยากให้โรสมีความสุขกับชีวิตของตัวเองจริง ๆ เสียที” ณัฐวุฒิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและสำนึกผิด แววตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกผิดที่เคยดึงเธอเข้ามาเกี่ยวพันในวังวนที่ซับซ้อนนี้“โรสก็ต้องขอบคุณพี่ณัฐเหมือนกันค่ะ ที่ช่วยเหลือพ่อของโรส โรสดีใจที่เห็นพี่ณัฐมีความสุขนะคะ”“ผมก็ขอบคุณโรสด้วยนะครับ” หมอสรวิชย์พูดเสริมขึ้น“ย่าเองก็ดีใจที่ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี เรื่องข่าวคราวข้างนอกไม่ต้องห่วงนะ ณัฐจัดการทุกอย่างไว้ดีแล้ว ต่อไปนี้อัคคีก็ดูแลหนูโรสให้ดี ๆ ล่ะ อย่าให้ย่าต้องผิดหวังในตัวลูกอีกนะ”“ผมสัญญาครับคุณย่า ผมจะดูแลโรสด้วยชีวิตของผม” อัคคีตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พร้อมกับกุมมือนัสรินไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่เอ่
เพราะความลับไม่มีในโลก แม้ว่าจะพยายามปกปิดมันมากแค่ไหนแต่วันหนึ่งความลับมันก็จะต้องเปิดเผยออกมา เหมือนกับเรื่องของณัฐวุฒิและหมอสรวิชย์วันนี้ภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีข่าวลือที่พูดกันไปทั่วทุกแผนก ภาพถ่ายหลายใบที่ถูกแอบถ่ายในมุมหนึ่งของรีสอร์ตส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง ถูกส่งต่อกันในกลุ่มไลน์อย่างรวดเร็ว ในภาพนั้นคือณัฐวุฒิรองประธานบริหารหนุ่มที่แสดงออกถึงความสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนกับหมอสรวิชย์ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลของโรงพยาบาล“แกเห็นรูปหรือยัง ไม่น่าเชื่อเลยนะ คุณณัฐวุฒิเพิ่งแต่งงานกับคุณโรสไปไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ”“สงสารคุณโรสแย่เลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ต้องมาเจอสามีนอกใจไปหาผู้ชายด้วยกันแบบนี้เป็นฉันคงอกแตกตาย”“นั่นสิ หน้าตาก็ดี โปรไฟล์ก็เลิศ ที่แท้ก็พวกเสือไบคบได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง แต่งงานบังหน้าแล้วยังแอบนอกใจภรรยามาเสพสุขกับหมอในโรงพยาบาลตัวเองอีก หน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ”คำนินทาที่เผ็ดร้อนและสายตาของหลายคนที่มองมายังณัฐวุฒิและคุณหมอหนุ่มทำให้ทั้งสองรู้อึดอัดมาก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องผู้บริหาร มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้อนิ้วซีดขาว ไม่ใช่เพราะความ
ความลับของอัคคีและนัสรินยังคงเป็นความลับต่อไปแม้ว่าหญิงสาวจะหย่าขาดจากสามีนานมาแล้วหนึ่งเดือนก็ตามอัคคีไม่อยากเร่งรีบและไม่อยากให้นัสรินถูกคนอื่นมองไม่ดีแต่ลึก ๆ ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดกับความลับนี้มากขึ้นทุกวัน พอมาวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะสารภาพเรื่องทุกอย่างกับมารดาเพราะปลายเดือนนี้เขาจะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมันและอยากพานัสรินไปกับเขาด้วยเรื่องนี้อัคคีไม่ได้บอกนัสรินไว้ก่อนเขาคิดว่าถ้าพูดออกไปหญิงสาวก็คงจะห้ามแต่สำหรับเขาแล้วคิดว่ามันถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องสภาพความจริงกับมารดา ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้แล้วว่า เมื่อบอกความจริงไปแล้วเขาจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับท่านรวมถึงทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลของมารดาเพื่อไม่อยากให้นัสรินถูกมองว่าแต่งงานกับหลานแล้วยังมาแต่งงานกับอาอีก เขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เขารักหลังจากทานอาหารค่ำกับมารดาตามลำพังแล้วอัคคีก็เดินตามท่านมายังห้องนั่งเล่น สีหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างเครียดจนทำให้คุณวิไลพอจะมองออกว่าลูกชายคนเล็กของตนเองน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่าง“เป็นอะไรหรือเปล่าไฟ” คุณวิไลถามลูกชายคนเล็กถึงแม้เธอจะไม่ได้คลอดเข
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องรับแขกเมื่อนัสรินพูดถึงเรื่องหย่าออกมาอย่างหน้าตาเฉย“แกพูดอะไรยัยโรส นี่ไม่อยากให้พ่อไปขอเงินผัวแกถึงกับต้องบอกว่าหย่ากันเลยเหรอ” ทรงพลไม่เชื่อสิ่งที่ลูกสาวพูด“นั่นสิ อย่าลืมนะว่าที่ได้แต่งงานกับคนรวยล้นฟ้าแบบนี้เพราะใคร” พิมพ์พาพูดเสริมขึ้น“โรสจะโกหกทำไมคะ ถ้าพ่อไม่เชื่อก็รอไปดูได้เลย บ่ายวันศุกร์นี้เราก็จะหย่ากัน”“แกเพิ่งแต่งงานเองนะ”“พ่อคะ คนเราไม่ได้รักกัน เข้ากันไม่ได้จะทนอยู่กันไปทำไม รีบหย่าแล้วไปใช้ชีวิตอิสระดีกว่าไหม”“ถ้าขอไม่ได้ก็ฟ้องหย่าขอค่าเลี้ยงดูสิ คนอย่างคุณณัฐวุฒิคงยอมจ่ายแน่ เผลอ ๆ จะได้มากกว่าห้าล้านนะคะคุณพี่”“จริงสิ พี่ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง” ทรงพลยิ้มเมื่อได้รับคำแนะนำจากภรรยา“ถ้าพ่อฟ้องหย่าเขาอาจจะทวงเงินคืนจากพ่อก็ได้นะคะ”“ทำไมแกต้องหย่ากับเขาด้วยนะ พ่อขอสั่งให้แกยกเลิกการหย่า ถ้าทำอะไรผิดกับเขาหรือเขาไม่พอใจเรื่องอะไรแกก็ต้องปรับปรุงตัว ทำยังไงก็ได้ให้เขาไม่หย่า”“ไม่ค่ะพ่อ โรสตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะหย่า ส่วนเรื่องเงินพ่อเลิกคิดไปเลยค่ะ”“แกนี่มันลูกเนรคุณ ถ้าแกหย่าแล้วฉันจะเงินที่ไหนมาหมุนในบริษัท ฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนเมือ
อัคคีลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านอย่างที่คิดไว้เพราะยังไงเสียมารดาก็คงคิดว่าเขาเมาจนนอนค้างที่อื่น สายตาคมมองใบหน้าหวานของนัสรินที่กำลังหลับสนิท เขายังคงโอบกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อนึกถึงค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของเขาและเธอชายหนุ่มขยับลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพราะไม่อยากกวนเวลาพักผ่อนของคนรัก เขาก้าวเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วกดสั่งอาหารเช้าจากร้านโปรดผ่านแอปพลิเคชันก่อนจะลงไปและเตรียมไว้รอหญิงสาวที่เขาได้ยินเสียงเธอกำลังอาบน้ำอยู่“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ อาไฟทำอาหารเหรอคะ” หญิงสาวทำจมูกฟุตฟิตก่อนจะเดินมายังโต๊ะอาหาร“อาสั่งมาครับ ถ้าให้อาทำก็กลัวว่าจะเสร็จช้าอากลัวโรสหิว”“ขอบคุณค่ะ กินเลยนะคะหนูกลัวไปทำงานสาย”อาหารเช้าง่าย ๆ อย่างข้าวต้มกุ้งกับน้ำคั้นสดแต่รสชาติกลับอร่อยจนทั้งสองทานหมดชามในเวลารวดเร็ว จากนั้นกันมายังรถที่จอดอยู่“อาไฟจะตอบคุณย่ายังไงคะ ถ้าคุณย่าถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน”“ท่านไม่ถามหรอกแค่ท่านเห็นว่าอาปลอดภัยท่านก็สบายใจแล้วล่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาไม่กลับไปนอนที่บ้าน”“แล้วอาไฟไปนอนที่ไหนคะ ไ
นราวดียิ้มร่าเมื่อเห็นเขาเดินลงไปจากรถแต่เธอคิดว่าแผนยั่วยวนของตนเองนั้นได้ผล เธอยิ้มเมื่ออัคคีเปิดประตูให้เธอ“ลงมาได้เลย”“ไม่เห็นต้องใจร้อนเลยค่ะพี่ไฟ ยังไงคืนนี้เหมียวก็มีเวลาให้พี่ทั้งคืน” หญิงสาวลงจากรถแล้วยิ้มก่อนจะใช้แขนคล้องคอชายหนุ่มไว้และเบียดกายเข้าหาอย่างเชิญชวน“พอเถอะเหมียว” เขาพูดเสียงเข้มก่อนจะแกะมือของหญิงสาวออก“พี่ไฟ” หญิงสาวมองอย่างขัดใจ“เราจบกันแล้วตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน พี่ขอพูดอย่างชัดเจนเลยนะว่าต่อให้เหมียวพยายามแค่ไหนเราก็กลับมาคบกันไม่ได้ ต่อให้พี่ไม่มีแฟนพี่ก็ไม่คิดจะกลับไปคบกับเหมียวหรอกนะ”“วันนี้พี่ไฟอาจยังไม่ใจอ่อน แต่เหมียวรอพี่ไฟได้นะคะ”“อย่าทำอะไรที่มันเสียเวลาเลยนะ” คำพูดของอัคคีทำให้นราวดีหน้าชา เธอสะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปในคอนโดอัคคีมองตามหลังเธอไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบขับรถออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากชั้นบนของคอนโดนั้น กำลังมองลงมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกบานใสด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ชายหนุ่มไม่ได้กลับไปที่บ้านตามความตั้งใจเติมแต่เขาขับไปยังคอนโดมิเนียมของนัสรินแทนชายหนุ่มเปิดประตูห้องลงเบา ๆ สายตากวาดไปทั้งห้องที
บรรยากาศภายในห้องอาหารของบ้านหลังใหญ่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่สำหรับนัสรินเธอกลับรู้สึกอึดอัดและอยากจะหนีหายไปจากตรงนี้ เธออยากย้อนเวลากลับยังวันที่เธอเจอกับอัคคีครั้งแรก เธออยากให้เขากับเธอเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าต่อกันเท่านั้นกลิ่นหอมของอาหารไทยตำรับชาววังที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม่ได้ช่วยให้เธอเจร
เครื่องบินแตะรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกับการสิ้นสุดของทริปฮันนีมูนที่นอร์เวย์ สำหรับคนภายนอกที่เฝ้ามองผ่านโซเชียลมีเดีย นัสรินคือผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุด แต่สำหรับตัวเธอเอง ความทรงจำที่เด่นชัดที่สุดในทริปนั้นไม่ใช่แสงเหนือที่เฝ้ารอแต่กลับเป็นสัมผัสที่เร่าร้อนจากชายแปลกหน้าที่ชื่อ อัคคีธนบัตร
นัสรินยังคงนั่งดื่มอย่างต่อเนื่องเพราะหวังให้ความเมาช่วยลบความเจ็บปวดออกจากไปจากใจ“เหล้าแรง ๆ มันไม่เหมาะกับคนสวย ๆ ที่ต้องมานั่งร้องไห้คนเดียวหรอกนะครับ”เสียงทุ้มต่ำและนิ่งลึกดังขึ้นข้างกาย นัสรินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปัดน้ำตาออกจากแก้ม เธอหันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามานั่งข้าง ๆ เธอจำได้ว่าไม
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกลำเลียงขึ้นสู่รถหรูเพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ คุณย่าวิไลที่กลับมาอยู่ที่บ้านหลังจากที่ไปอยู่กับลูกสาวมาหนึ่งสัปดาห์ ท่านมายืนส่งคู่บ่าวสาวเพื่อไปฮันนีมูนที่ประเทศนอร์เวย์ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของผู้สูงวัยคือสามีที่แสนดีโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม ณัฐวุฒิสวมบทบาทสามีได้อ







![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)